โครงการ "SCIT ร่วมใจสามัคคี ทำความดีเฉลิมพระเกียรติ ๘๖ พรรษา มหาราชา" เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๖ พรรษา เมื่อวันที่ ๕-๘ ธันวาคม ๒๕๕๖ ณ โรงเรียนบ้านบะยาวบุ่งโง้งสามัคคี ต.กกโพธิ์ อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด โดยการดำเนินการของสโมสรนิสิตคณะวิทยาการสารสนเทศและสโมสรนิสิตคณะวิทยาศาสตร์ เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ควรค่าต่อการศึกษาในวาระโครงการต้นแบบไม่แพ้โครงการอื่นๆ ดังเช่นประเด็นสำคัญ ดังต่อไปนี้
- ๑.จากกีฬา ๕ วิทสู่พันธิกิจเพื่อสังคม : ค่ายดังกล่าวนับเป็นการต่อยอดจาก "กีฬา ๕ วิท" (วิทยาการสารสนเทศ วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ วิทยาลัยการเมืองการปกครอง วิทยาลัยดุริยางคศิลป์) ที่มักขับเคลื่อนในรูป "กีฬาเชื่อมความสัมพันธ์" ระหว่างคณะกับคณะ อันเป็น "ธรรมเนียมนิยม" ในแบบบันเทิงเริงปัญญาไปสู่การการเรียนรู้ในมิติใหม่ๆ นอกรั้วมหาวิทยาลัย ด้วยการไปเรียนรู้วิถีวัฒนธรรมชุมชน พร้อมๆ กับการทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ต่อชุมชน เพื่อเรียนรู้กระบวนการชีวิตนอกชั้นเรียนผ่านการลงมือทำบนฐานเครือข่ายจิตอาสา ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ไม่จ่อมจมกับกิจกรรมในแบบฉบับบันเทิงเริงปัญญาแบบผิวเผิน หรือบันเทิงเริงรมย์ตอบสนองตนเองมากกว่าการคิดคำนึงเม็ดเงินอันเป็นภาษีของสังคม แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายว่ามีเพียง ๒ คณะเท่านั้นที่มีความพร้อม อันหมายถึงมีห้วงเวลาว่างตรงกันที่จะเดินทางออกสู่ชุมชน เพื่อเป็นปฐมบทของการเรียนรู้คู่บริการสู่การปลูกสร้างเรื่อง "จิตอาสา" หรือ "จิตสำนึกสาธารณะ" สอดรับกับความเป็นอัตลักษณ์ของนิสิต คือ "เป็นผู้ช่วยเหลือสังคมและชุมชน"
- ๒.จากงานเดิมแต่งเติมงานใหม่ : ค่ายดังกล่าวเกิดขึ้นจากแรงบันดาลใจเมื่อครั้งที่สโมสรนิสิตคณะวิทยาการสารสนเทศได้เคยไปจัดกิจกรรมช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาว (ต้านภัยหนาว) ณ ชุมชนบ้านบะยาวบุ่งโง้งสามัคคี ต.กกโพธิ์ อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด การลงพื้นที่ครั้งนั้น (๒๕๕๕) คณะทำงานได้เก็บข้อมูลอันเป็น "บริบท" ชุมชนมาด้วยในทำนองว่าหากต้องขับเคลื่อนต่อเนื่องจะมีกิจกรรมเรียนรู้คู่บริการในประเด็นใดบ้าง และหนึ่งในประเด็นที่ขบคิดกัน ซึ่งก็เป็น "โจทย์" จากชุมชนก็คือการจัดกิจกรรมในโรงเรียนของชุมชน เพื่อให้เกิดแรงกระเพื่อมตรงต่อมิติ "บวร" ซึ่งในความจริง ก็พบว่าการลงพื้นที่เมื่อปี ๒๕๕๕ ชุมชนและนิสิตก็ติดต่อสื่อสารกันและกันอย่างไม่ขาดห้วง จนนำพาไปสู่โจทย์ของการเรียนรู้คู่บริการในที่สุด
- ๓.บูรณาการแบบมีส่วนร่วมบนโจทย์ของชุมชน : ค่ายนี้ดำเนินการบนฐานคิดของโจทย์อันเป็นความต้องการของชุมชน กล่าวคือชุมชนต้องการให้มีการปรับปรุงห้องสมุดในโรงเรียนในมีคุณลักษณะที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ทั้งในด้านกายภาพและชีวภาพ ด้วยเหตุนี้จึงเข้าสู่กระบวนการของการปรับปรุงอาคารที่ถูกปล่อยร้างไว้เป็นห้องสมุด เพื่อให้มีแหล่งเรียนรู้ที่เป็นรูปธรรม ทั้งในมิติของสารสนเทศ และการอ่านเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักเรียน หรือกระทั่งชุมชนอย่างค่อยเป็นค่อยไป
- ๔.บูรณาการบนฐานศักยภาพของชุมชน : ค่ายครั้งนี้เกิดกระบวนการขับเคลื่อนบนฐานศักยภาพของชุมชนอย่างเด่นชัด โดยเฉพาะในเรื่องของการปูพื้นกระเบื้องในห้องสมุดและการทาสีอาคารห้องสมุด รวมถึงทาสีกำแพงโรงเรียน ซึ่งสิ่งเหล่านี้นิสิตชาวค่ายไม่ได้มีความรู้และทักษะในเรื่องเหล่านี้ ต่อเมื่อมีการปรับความคาดหวังร่วมกัน ชุมชนจึงเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งด้วยการร่วมเป็น "พ่อช่าง" (ครูช่าง) โดยมีนักการภารโรงและชาวบ้านมาเป็นแกนนำพานิสิตและนักเรียนผู้ซึ่งเป็นลูกหลายของชุมชนทำกิจกรรม ทั้งวิธีการปูกระเบื้อง วิธีการผสมสีเพื่อให้ได้มาตราส่วน นอกจากนี้ยังหมายรวมถึงการที่ชุมชนได้บริจาคงบประมาณมาจัดซื้อสีเพื่อนำมาใช้ทาอาคารเรียนและกำแพงโรงเรียน ทำให้มองเห็นมิติของการมีส่วนร่วมอันง่ายงามของชุมชนอย่างน่ายกย่อง
- ๕.เรียนรู้ชุมชนผ่านกิจกรรมพ่อฮักแม่ฮัก : ภายใต้เวลาอันจำกัด กอปรกับการงานด้านบำเพ็ญประโยชน์ที่หลากหลาย จำต้องมีการออกแบบการเรียนรู้ชุมชนผ่านกิจกรรม "พ่อฮักแม่ฮัก" เพื่อให้นิสิตเรียนรู้ความเป็น "ชุมชน" ผ่านวิถี "พ่อฮักแม่ฮัก" ด้วยการฝังตัวกับชุมชน เรียนรู้ผ่านการสัมผัสจริงต่อวิถีการดำเนินชีวิตของแต่ละครัวเรือนในแต่ละวัน จากนั้นจึงนำข้อมูลมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันระหว่างนิสิตกับนิสิต เพื่อให้เข้าใจบริบทชุมชน นอกจากนี้วิธีการดังกล่าวยังถือเป็นกุศโลบายให้นิสิตได้หวนกลับไปทบทวนเรื่องราวชุมชนตนเอง (จิตสำนึกรักบ้านเกิด) ไปในตัวด้วยเช่นกัน
- ๖.บูรณาการกิจกรรมหลากรูปลักษณ์ : คณะทำงานได้ออกแบบกิจกรรมหลากรูปแบบ ทั้งโดยศักยภาพของนิสิตและศักยภาพของชุมชนในแบบ "สหกิจกรรม" หรือ "บูรณาการ" ครอบคลุมด้านต่างๆ (คุณธรรม บำเพ็ญประโยชน์ กีฬา วิชาการ ศิลปวัฒนธรรม) เป็นต้นว่า ปรับปรุงห้องสมุด ทาสีกำแพงโรงเรียน จัดระบบหนังสือในห้องสมุด เรียนรู้ชุมชนผ่านกิจกรรมพ่อฮักแม่ฮัก กิจกรรมเกมและนันทนาการ จุดเทียนชัยถวายพระพรในหลวง
- ๗.จัดการความรู้ (KM) อยู่ตลอดเวลา : การเรียนรู้ด้วยการลงมือทำมักมีมนต์เสน่ห์อันยิ่งใหญ่คือการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะของการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งค่ายนี้ปรากฏโดดเด่นมาก ทั้งการปรับกิจกรรมบนฐานของกำลังคนที่มีอยู่ มีการแบ่งงานตามศักยภาพและความสนใจของนิสิต มีการสรุปงานประจำวัน เพื่อวางแผนการขับเคลื่อนในวันถัดไป ยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมคือเมื่อประเมินสถานการณ์งานด้านห้องสมุดจะไม่แล้วเสร็จ แทนที่จะจัดแข่งขันกีฬาเชื่อมความสัมพันธ์ก็ปรับเป็นเกม หรือกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ที่ทุกเพศทุกวัยสามารถเข้าร่วมได้อย่างไม่ขัดเขิน เป็นสิ่งยืนยันว่านี่คือการกระบวนการของการเรียนรู้บนฐานคิดการจัดการความรู้ (KM) และ PDCA ทั้งนี้ยังรวมถึงเมื่อเสร็จสิ้นกิจกรรมแล้วมีการสรุปงานร่วมกัน เพื่อเป็นหมุดหมายให้รุ่นถัดไปได้รับช่วงขับเคลื่อนต่อไป
- ๘.สายสัมพันธ์ยังมั่นยืน : เป็นที่ประจักษ์ว่าค่ายครั้งนี้เป็นค่ายที่มีปรากฏสายสัมพันธ์อันเป็นรูปธรรมของนิสิตกับชุมชนและพัฒนาเป็นกิจกรรมสร้างสรรค์ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่การเริ่มต้น (๒๕๕๕) จนมาสู่ค่ายดังกล่าว (๒๕๕๗) และเมื่อเสร็จสิ้นกิจกรรมแล้ว ชุมชนกับนิสิตยังคงติดต่อสื่อสารกันอย่างไม่รู้ลืม ยกตัวอย่างล่าสุด (๒๕๕๘) เมื่อชุมชนจัดกิจกรรมกีฬาในท้องถิ่น ก็ได้ติดต่อสื่อสารเชิญชวนนิสิตให้ไปเข้าร่วมกิจกรรมร่วมกับชุมชน ซึ่งนิสิตก็ได้จัดแต่งทีมเข้าร่วมอย่างไม่อิดออด เป็นภาพสะท้อนหนึ่งที่ชี้ให้เห็นความสำเร็จของการจัดกิจกรรมเรียนรู้คู่บริการระหว่าง "มหาวิทยาลัยกับชุมชน" ที่เป็นรูปธรรมในทางสายสัมพันธ์และกิจกรรมอันต่อเนื่อง
เหนือสิ่งอื่นใดโครงการดังกล่าวฯ จึงควรค่าต่อการหยิบยกมาเป็นกรณีศึกษาไม่แพ้โครงการอื่นๆ อย่างน้อยก็ทำให้รู้ว่ามีการต่อยอดจากกิจกรรม "กีฬาไปสู่การรับใช้สังคม" (บันเทิงเริงปัญญา) มีการผนึก "เครือข่ายจิตอาสา" ในระดับนิสิตต่างคณะ (วิทยาการสารสนเทศ-วิทยาศาสตร์) เข้าสู่การรับใช้สังคมร่วมกัน ซึ่งมีกลิ่นอายของวิชาชีพอยู่ไม่น้อย หรืออย่างน้อยก็ตอบโจทย์ความเป็นอัตลักษณ์นิสิต (ช่วยเหลือสังคมและชุมชน) หรือปรัชญามหาวิทยาลัย (ผู้มีปัญญาพึงเป็นอยู่เพื่อมหาชน) อย่างไม่ผิดเพี้ยน
ส่วนจะสามารถขับเคลื่อนให้ต่อเนื่องและยกระดับเป็นแผนพัฒนาร่วมระหว่างสโมสรนิสิต (๕ วิท) ได้หรือไม่ ยังคงต้องติดตามและหนุนเสริมกันต่อไป
หมายเหตุ : ภาพโดย คณะวิทยาการสารสนเทศ












อรุณสวัสดิ์จ้าาา ท่านอาจารย์แผ่นดิน
ยอดเยี่ยมเลยค่ะ ตอบโจทย์ชุมชนได้อย่างแท้จริ
แท้จริง
กิจกรรมดีดี เกิดประโยชน์จริงๆๆ ค่ะ ขอบคุณค่ะ