เมาวัย (1)

ภูฟ้า
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ



วันนี้พาลูก ๆ ไปเยี่ยมคุณยายที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น

คุณยายท่านหกล้มเมื่อปีก่อน เกิดอาการเจ็บที่หัวเข่ายังไม่หาย

ท่านจึงเข้าพบแพทย์เพื่อทำการรักษาให้หายขาด ครับ


ระหว่างที่ออกมาอ่านหนังสือที่ระเบียงชั้น 5

ผมสังเกตุเห็นผู้ป่วยหลายคนหัวโล้น

ตอนแรกผมสงสัยว่า ถ้าไม่ใช่ทหารก็ต้องเป็นแฟชั่นหน้าร้อนแน่ ๆ



ระหว่างที่เยี่ยมไข้คุณยายอยู่นั้น

ผมก็พยายามชวนคุยคนไข้เตียงอื่นที่อยู่ใกล้ ๆ

เป้าหมายเพื่อให้กำลังใจ และเผยแผ่สอดแทรกธรรมะเท่าที่พอจะทำได้ หนอ


ผู้ป่วยเตียงที่อยู่ตรงข้ามเป็นคนแรกที่ผมเข้าไปทักทาย

เพราะท่านนั่งอยู่ ไม่ได้นอนเหมือนคนอื่น ๆ

ท่านเป็นโปลิโอขาขวา ต้องใช้ไม้เท้าช่วยในการเดิน

มีวันหนึ่งเกิดพลาดล้มทำให้กระดูเข่าอีกข้างอักเสบบวมเป่งเป็นหนองจนต้องผ่าตัด

แต่เกิดการติดเชื่อจึงต้องทำการผ่าตัดใหม่อีกรอบในครั้งนี้


บรรยากาศการพูดคุยเริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ มีเสียงหัวเราะมากขึ้น

ผู้ป่วยอีกท่านที่อยู่ข้าง ๆ กัน จึงเริ่มสนทนาด้วย

ผมรีบเข้าไปถามไถ่ทันที ก็ได้ทราบว่า เคยเกิดอุบัติเหตุกระดูกงอหลายปีแล้ว

หน้าแข้งบวมโตขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ได้เจ็บปวดนัก แต่เกิดอาการติดเชื้อทำให้เนื้อบริเวณนั้นมีปัญหาในภายหลัง

อยู่ระหว่างตรวจชิ้นเนื้อ


ผมสังเกตุว่า อีกเตียงหนึ่งอาการหนักกว่าเพื่อนนั้น ท่านฟังพวกเราอยู่แต่ไม่ยอมพูดอะไร

ผมเดินไปใกล้ ๆ เพื่อดูอาการแต่ก็ไม่ได้ถามอะไร เพราะห่วงว่า จะเป็นการรบกวน

คนไข้ทานแรก ที่เหมือนว่า จะสนิทกัน จึงเล่าเรื่องราวให้ฟังว่า เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์

ต้องดามขาด้วยเหล็กแทนกระดูกทั้ง 2 ท่อน

แต่เกิดอาการอักเสบเป็นหนอง ต้องทำการดามเหล็กภายนอกแทน หนอ



ระหว่างที่คุย ๆ กันอยู่นั้น

ผมสังเกตุว่า ผู้ป่วยฝั่งตรงข้ามที่เป็นวัยรุ่นนั้น เป็นอีกหนึ่งคนที่หัวโล้น

ผมจึงเอ่ยถาม คนไข้ท่านแรกว่า ทำไมผู้ป่วยหลายคนต้องโกนหัวด้วยครับ ?


ถึงได้ทราบความจริงว่า ท่านไม่ได้โกนหัว .. หนอ

ท่านเหล่านั้น เป็นมะเร็ง และเข้ารับคีโม จึงทำให้ผมร่วง


ทำเอาผมสะดุดไปพักหนึ่ง ถึงกับต้องยิงพุทโธไปที่ฐานของจิตทันที หนอ


ความจริงของกายและใจ หมัดแรกส่งออกมาแล้ว

ยัง ยังไม่พอแค่นั้น หมัดที่ 2 ก็ตามมา

เมื่อเด็กหนุ่มคนนั้น ลุกขึ้นถือไม้เท้าเดินมาใกล้ ๆ วงสนทนาของพวกเรา

... น้องเค้า ... ถูกตัดขาข้างหนึ่ง ... หนอ


ผมเริ่มยิงพุทโธไปที่ฐานของจิตละเอียดยิ่งขึ้น ๆ อีก


ผมได้แต่มองและยิ้มให้ โดยไม่เอ่ยคำใด ๆ ออกไปทักทายเลย หนอ


หลังจากที่ผมชวนลูกสาว

แตะขาคุณยายคนละข้าง เพื่อทำสมาธิรักษาคุณยาย

แม้พวกเราจะพูดและทำแบบตลก ๆ

แต่ผมก็สังเกตุว่า น้องฟ้าตั้งใจยิงพุทโธสู่ฐานจิตอย่างเต็มที่ หนอ


ตลอดเวลาของการเยี่ยมคุณยายนั้น

ทำให้ผมเข้าถึงความจริงของกายและใจชัดชึ้น ๆ เป็นลำดับ


มีแว็บหนึ่งทำให้หวนระลึกไปถึงตอนที่ผม

ป่วยเป็นโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นใหม่ ๆ

ผมว่า มันเป็นโรคที่หนักที่สุดสำหรับผม

แต่เมื่อมาเห็นคนไข้ทั้งหลายในโรงพยาบาลวันนี้

โรคที่่ผมว่า หนักนั้น ดูกลายเป็นเรื่องเล็ก ๆ จนต้องยิ้มในเลย หนอ












บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บนเส้นทางธรรม



ความเห็น (0)