สรรพสิ่งล้วนอิงอาศัยกัน


ตามหลักอิทัปปัจจยตา (ภาวะที่สิ่งนี้มีเพราะมีสิ่งนี้เป็นปัจจัย) ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกล้วนดำรงอยู่ในลักษณะพึ่งพาอาศัยกัน ขึ้นต่อกันและกัน สัมพันธ์กันในแง่ใดแง่หนึ่งเสมอ ไม่มีอะไรในจักวาลนี้ดำรงอยู่อย่างเป็นเอกเทศ ดังกวีนิพนธ์ที่ว่า

"เราต่างมีกันและกันในสรรพ์สิ่ง

เราต่างอิงองค์อื่นอีกหมื่นหมาย

เราต่างถ้อยธำรงจึงทรงกาย

เราต่างคล้ายเป็นส่วนหนึ่งที่ถึงกัน"

จากความจริงข้อนี้ ทำให้เราตระหนักรู้ว่า ไม่ว่าเราจะทำสิ่งใดก็ตาม พึงใคร่ครวญถึงผลลัพธ์ที่จะตามมาให้ดี เพราะทุกการกระทำของเราจะส่งผลถึงคนอื่นและสิ่งอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งเสมอ

คัดลอกจากหนังสือ "คาถาชีวิต"

หมายเลขบันทึก: 586991เขียนเมื่อ 2 มีนาคม 2015 22:54 น. ()แก้ไขเมื่อ 2 มีนาคม 2015 22:54 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (2)

กาพย์ฉบัง ๑๖


....ธรรมพิสิฐ พิสุทธิ์เผย.....................อันใด อ้างเอ่ย

อัปลักษณ์ พิกล พิการ


....ราคะ ตัณหา เผาผลาญ..................โลภหลง โกรธพาล

สามานย์ อัปลักษณ์ แท้จริง


....ขาดเกิน เกิดใน สรรพสิ่ง.................บ่งบอก พึ่งพิง

สัมพันธ์ เอื้อเฟื้อ เกื้อหนุน


...รักเมตตา เปี่ยมการุญ......................เป็นมรรค เป็นบุญ

ดับกิเลส เหตุทุกข์ภัย


....ผองชนพึง สดับไว้.........................ปฏิบัติ มั่นไซร้

สงบ สันติ นิรันดร์

"เราต่างมีกันและกันในสรรพ์สิ่ง

เราต่างอิงองค์อื่นอีกหมื่นหมาย

เราต่างถ้อยธำรงจึงทรงกาย

เราต่างคล้ายเป็นส่วนหนึ่งที่ถึงกัน"


ชอบมากๆๆค่ะ


สงวนลิขสิทธิ์ © 2005-2021 บจก. ปิยะวัฒนา
และผู้เขียนเนื้อหาทุกท่าน
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี