การประเมินผลแบบสมรรถนะ

การประเมินผลแบบสมรรถนะ

การประเมินผลมีความสำคัญอย่างยิ่ง สำหรับการพัฒนาบุคลาการให้ปฏิบัติงานได้ตามมาตรฐานการทำงานที่หน่วยงานได้กำหนดไว้ วัตถุประสงค์ของการประเมินผลก็เพื่อเปรียบเทียบความสามารถของบุคคลในการปฏิบัติงานจริงเปรียบเทียบกับมาตรฐานของหน่วยงานที่กำหนดไว้ ซึ่งการประเมินผลจะช่วยให้ผู้ถูกประเมินรู้ว่า ยังต้องพัฒนาในด้านใดบ้าง หรือมีสิ่งใดที่ควรแก้ไข เพื่อให้ทำงานได้ตามที่หน่วยงานต้องการ การประเมินผลแบบสมรรถนะ ไม่นิยมใช้ข้อสอบวัดผล เพราะเป็นการวัดเพียงความรู้เท่านั้น ไม่ใช่การวัดความสามารถของคนหรือสมรรถนะ

วิธีที่ การประเมินผลแบบสมรรถนะ มักใช้ในการประเมิน ได้แก่

1) ใช้การสังเกตการณ์ การสังเกตการณ์ในการปฏิบัติงานเป็นวิธีที่ดีในการวัดว่าบุคลากรสามารถทำงานได้ตามมาตรฐานที่กำหนดไว้หรือไม่ ในกรณีที่ผู้ประเมินเข้าไปสังเกตในขณะที่ผู้ถูกประเมินปฏิบัติงานจริง ซึ่งวิธีการสังเกตการณ์นี้ ผู้ประเมินต้องกำหนดร่วมกับผู้ถูกประเมินว่า วันที่จะเข้าไปประเมินในหัวข้อใด โดยผู้ประเมินต้องทำบัญชีรายการ (Check list) ล่วงหน้า และในขณะเข้าประเมินควรหลีกเลี่ยงการขัดขวางการปฏิบัติงานของหน่วยงานให้มากที่สุด

2) การใช้คำถาม มีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบความรู้และความเข้าใจของผู้รับการประเมิน โดยมีการเตรียมการล่วงหน้าของผู้ประเมิน โดยสอบถามถึงวิธีการปฏิบัติงานให้ถูกต้องตามมาตรฐาน ตลอดจนถามคำถามถึงเหตุการณ์ที่ไม่ปกติที่เกิดขึ้น เพื่อพิจารณาว่า ผู้ถูกประเมินจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้อย่างไร หรือเป็นการตั้งคำถามถึงความรู้ที่เกี่ยวข้องในหน้าที่ของเขา เช่น ความรู้เกี่ยวกับสารเคมีที่ใช้ในการทำความสะอาด เป็นต้น ลักษณะคำถามควรจะเป็นคำถามปลายปิดหรือปลายเปิดก็ได้ แล้วแต่ลักษณะของคำถามที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกิจกรรมที่ถามพนักงานในลำดับที่ 2 อาจจะเป็นคำถามปลายปิดก็ได้ แต่คำถามในระดับที่สูงกว่าอาจเป็นคำถามปลายเปิด เพื่อให้ผู้รับการประเมินอธิบายได้มากยิ่งขึ้น

3) การสอบข้อเขียน เป็นวิธีการประเมินอีกวิธีหนึ่งที่ใช้วัดความรู้ ความเข้าใจ ซึ่งวิธีการสอบข้อเขียนมักใช้กับการวัดความรู้ ความเข้าใจ ที่มีความซับซ้อนของเนื้อหามากกว่าปกติ โดยอาจใช้ข้อเขียนในลักษณะ ถูก/ผิด , ปรนัย , เติมคำ หรือการให้เขียนบทความโดยย่อ , การให้เขียนรายงาน เป็นต้น

4) การจำลองปฏิบัติงาน ในกรณีไม่สามารถไปประเมินในสถานการณ์จริงได้ ควรจัดให้มีการประเมินในสถานการณ์ที่จำลองขึ้น เพื่อให้เหมะสมกับวิธีการประเมิน นอกจานั้นการจำลองการปฏิบัติงานยังใช้กับการประเมินเหตุการณ์ที่ไม่สามารถประเมินได้จริงในสถานการณ์ปกติ เช่น การดับเพลิง การกำจัดสารเคมีรั่วไหล เป็นต้น

5) การพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญ การประเมินแบบสมรรถนะนี้ เปิดโอกาสให้ผู้รับการประเมินได้สาธิตและอธิบายเพิ่มเติมกับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขา ใช้เฉพาะกับการประเมินที่การประเมินวิธีอื่นๆ ไม่เหมาะสม โดยอาจจะมีการบันทึกเทปไว้ระหว่างการพูดคุย และผู้ประเมินร่วมสังเกตการณ์

6) การเทียบโอนประสบการณ์ ผู้รับการประเมินที่มีประสบการณ์การทำงานมาก่อนอาจขอใช้ผลงานที่อยู่ในรูป Portfolio หรือเอกสารต่างๆ มานำเสนอต่อผู้ประเมิน โดยระบุระยะเวลา สถานที่ และผู้รับรองของสิ่งของเหล่านั้น

ผู้ทำหน้าที่ประเมิน จะเลือกวิธีการที่เหมาะสมในการประเมินสมรรถนะ ตามความเหมาะสมในแต่ละหัวข้อ และถ้ายังไม่มั่นใจว่า ผู้ถูกประเมินปฏิบัติได้จริงหรือไม่ อาจให้ปฏิบัติซ้ำอีกครั้งจนกว่าผู้ประเมินจะมั่นใจว่าทำได้ตามมาตรฐาน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การฝึกอบรมแบบสมรรถนะ



ความเห็น (0)