กฎแห่งความช้า

ผมได้รับจดหมายเชิญลงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ จาก คุณทิพย์พาพร ตันติสุนทร ผู้อำนวยการร่วม สถาบันนโยบายศึกษา เชิญร่วมงานสังสรรค์สาระประจำปีสถาบันนโยบายศึกษาในวันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา 15.00-19.00 น ผมเคยได้รับเชิญเข้าร่วมกิจกรรมของคุณทิพย์พาพร หลายครั้ง ไม่เคยผิดหวัง เป็นกิจกรรมที่ดีเสริมสร้างความรู้ให้กับผมมาก จึงไม่เคยพลาด ครั้งนี้เช่นกัน ความจริงผมมีงานอื่นที่ตรงกัน ผมได้เลือนและยกเลิกงานหลายงานด้วยกันเพื่อมาร่วมงานที่ได้รับเชิญนี้

งานในวันนี้เป็นงานเสวนากับผู้เขียนหนังสือ 2 เล่ม คือ กฎแห่งความช้า" โดย ศ.ดร.ชัยอนันต์ สมุทวณิช และ "ศาสตร์การสอนความเป็นนักประชาธิปไตย" โดย ดร.วิชัย ตันศิริ

"กฏแห่งความช้า" โดย ศ.ดร.ชัยอนันต์ สมุทวณิช เป็นหนังสือเล่มเล็ก ขนาด ครึ่งหน้า A 4 หนา 31 หน้า เป็นหนังสือภาษาไทยและภาษาอังกฤษ อยู่ในเล่มเดียวกัน หนังสือเล่มนี้ เป็นงานคิดของ ศ.ดร.อนันต์ สมุทรวนิช ในขณะที่นอนป่วยอยู่ด้วยโรคหัวใจ ที่ต้องทำการสวนหัวใจถึง 4 ครั้ง และต้องฟอกไตเป็นเวลาครั้งละ 4 ชั่วโมง ในขณะอยู่โรงพยาบาล มีความเจ็บปวดนอนไม่หลับ แต่พอใกล้เช้าจะมีอาการเหมือนเตียงหมุน แต่ไม่วิงเวียน ผลของการสวนหัวใจและฟอกไตทำให้สมองทำงานได้อย่างดี ในขณะที่ต้องลาการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ ดร.ชัยอนันต์ ก็คิดปัญหาของสังคมได้ทะลุ โดยใช้กรอบความคิดของความช้า ประกอบกับมิติของชีวิตมนุษย์ที่เป็นธรรมชาติ โดยเชื่อว่ากรอบนี้จะนำไปสู่การแก้ปัญหาการปฎิรูปได้

ศ.ดร.ชัยอนันต์ สมุทวณิช

ตึก ภปร.ห้อง 1522

เวลา 05.00 น

24 พ.ย.2557

คัดลอกจาก "คำนำ" ในหนังสือ "กฎแห่งความช้า"

"ศาสตร์การสอนความเป็นประชาธิปไตย" โดย ดร.วิชัย ตันศิริ เป็นหนังสือขนาด ครึ่งหน้า A 4 หนา 160 หน้า ขอยกบางประโยคจาก "คำนิยม" มาเผยแพร่ดังนี้

"วัฒนธรรมการเมืองเป็นรากฐานสำคัญของระบอบประชาธิปไตย วัฒนธรรมการเมืองเป็นเรื่องที่เรียนรู้ได้ โดยมีการจัดการเรียนรู้ที่เน้นกิจกรรมเป็นหลัก หน่วยสำคัญในการเรียนรู้คือ คน ซึ่งจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงทางทัศนคติและค่านิยม ดร.วืชัย ตันศิริ ได้ให้คำอธิบายและวิเคราะห์กระบวนการพัฒนาประชาธิปไตยในทุกแง่มุม นับเป็นหนังสือที่เกี่ยวกับการศึกษาทางการเมืองที่ครอบคลุมประเด็นสำคัญของการเรียนรู้ระบอบประชาธิปไตยไว้อย่างครบถ้วน ที่สำคัญคือ ดร.วิชัย ชี้ให้เห็นว่า กระบวนการสร้างแรงบันดาลใจ เป็นปัจจัยที่เอื้ออำนวยให้เกิดการเรียนรู้ของพลเมือง โดยได้เสนอให้มีกิจกรรมภาคปฎิบัติไว้ด้วย ดร.วิชัย เน้นว่า การศึกษาด้านนี้ควรกระทำตั้งแต่ในวัยเด็กและวัยรุ่น อีกทั้งยังได้ให้ความสำคัญต่อการสร้างประชาธิปไตยในระดับรากหญ้า คือระดับหมู่บ้านอีกด้วย"

หนังสือเล่มนี้จัดจำหน่ายโดย ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โทร 02-2189872

ผมยังไม่มีเวลาอ่าน อย่างไรก็ตามจากการเสวนา ทั้งสองเรื่องควบคู่กันไป มีผู้แสดงความเห็นสนับสนุนความคิดของผู้เขียน และมีการเสนอแนะ และสอบถามเพิ่มเติม ผมเองก็ได้ แสดงความเห็นไว้ทั้งสองเรื่อง เรื่องแรกเห็นด้วยกับ "กฏแห่งความช้า" อีกเรื่องเป็นเรื่องของประชาธิปไตย ทำไมเราต้องไปคัดลอกเขามา เราจัดทำระบบการปกครองที่เหมาะสมกับวัฒนธรรมของไทยเองไม่ได้หรือ ดร.วิชัย ตันศิริ กล่าวว่าที่อธิบายมาทั้งหมดก็เพื่อให้ได้ข้อสรุปตามที่ผมสรุปนี้ แต่ท่านไม่เป็นคนพูดเอง ต้องการให้ออกมาจากความคิดของผู้ฟัง และการพูดเพื่อให้ได้คำตอบตามที่ผมได้สอบถามก็เพิ่งเคยใช้กับที่นี่เป็นครั้งแรก

หลังเสวนาพบ ผู้เข้าร่วมเสวนาท่านหนึ่งเข้ามาพบผมและแสดงความชื่นชมในการแสดงความคิดเห็นของผม ผมรู้สึกคุ้นหน้ามากๆแต่จำไม่ได้ พออ้างอิงกันสักครู่จึงนึกออกว่า ท่านผู้นั้นชื่อคุณสมคิด เคยเป็นเจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่ของ UN และเป็นลูกค้าซื้อตั๋วเครื่องบินจากผม ไม่ได้พบกันร่วม 40 ปี และคุณสมคิดเป็นเพื่อนสนิทของ ดร.วิชัย ตันศิริ จึงร่วมวงสนทนาตลอดเวลาทานอาหารเย็น และมีการนัดหมานที่จะพบแลกเปลี่ยนรู้ร่วมกันอีกในเร็วๆนี้

ต้องขอขอบคุณ คุณทิพย์พาพร ที่เชิญผมมาร่วมเรียนรู้ และได้เสวนาแลกเปลี่ยนกับผู้มีความรู้ และข้อสำคัญทำให้ผมได้พบกับผู้ใหญ่ที่เคยสนุบสนุนผมเมื่อ 40 ปีที่แล้ว ผมอายุ 65 ปี lส่วนคุณสมคิดอายุร่วม 80 ปีแต่ยังแข็งแรง และมีสุขภาพที่ดี

ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท

2 มีนาคม 2557

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บทความของ ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท



ความเห็น (0)