เมื่อแต่งกายแบบป้าๆ ไปใช้บริการธนาคาร

แต่งกายชุดทำงานดูดีก็ได้รับการบริการที่ดีไปด้วย วันนี้แต่งกายแบบป้าๆ เลยบริการให้อีกแบบ

วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 ดิฉันรวบรวมเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่จะต้องใช้ในการคำนวณภาษีเงินได้ประจำปี เนื่องจากมีบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทประจำอยู่บัญชีหนึ่ง จึงขอให้สามีไปธนาคารเพื่อขอหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย พร้อมมอบเล่มบัญชีและหนังสือรับรองฉบับหนึ่งที่เคยได้เมื่อปิดบัญชีตอนเดือนเมษายนไปเป็นตัวอย่างด้วย

ธนาคารนี้อยู่หน้าหมู่บ้าน เดินไปได้ พักใหญ่ๆ สามีกลับมาบอกว่าธนาคารทำหนังสือรับรองฯ ไว้ให้แล้ว แต่เจ้าของบัญชีต้องไปรับเองและให้เอาบัตรประจำตัวประชาชนไปด้วย

ปกติเวลาที่มาบ้านที่กรุงเทพฯ ดิฉันมักไม่ค่อยออกไปไหน ชอบอยู่แต่ที่บ้าน แต่เมื่อจำเป็นก็ต้องออกไป เปลี่ยนเสื้อผ้าจากชุดอยู่บ้านเป็นกางเกงสี่ส่วนและเสื้อยืดมีปกมีแขน ไม่แต่งหน้าแต่งตา ลูกชายเห็นก็บอกว่าไม่ดีไปกว่าชุดอยู่บ้านสักเท่าใด

พอไปถึงธนาคารแจ้งความต้องการแล้วพนักงานอาวุโสก็บอกให้ไปนั่งรอ

เจ้าหน้าที่หนุ่มๆ มาให้บริการ ไม่ถามไถ่อะไรมาก เอาเล่มบัญชีไปดูแล้วก็พริ๊นหนังสือรับรองฯ ออกมาลงชื่อแล้วส่งให้ 2 ใบ ดิฉันจึงถามว่าแค่นี้เองหรือ ไม่เห็นเจ้าของบัญชีจะต้องทำอะไรเลย เมื่อเช้าให้สามีมาขอทำไมจึงไม่ได้ เจ้าหน้าที่ (ยิ้มไม่เป็น) บอกว่าเจ้าของบัญชีต้องมาเอาเอง เหตุผลคือเป็นหนังสือที่ธนาคารออกให้ครั้งเดียว ถ้าคนอื่นมาเอาเดี๋ยวมีปัญหา ดิฉันถามว่าคนอื่นจะเอาหนังสือนี้ไปทำอะไรได้ บางเรื่องเขายังส่งเอกสารหลักฐานมาให้ทางไปรษณีย์เลย (เช่น ใบเสร็จการซื้อกองทุนตราสารหนี้) เขาก็ตอบว่าธนาคารรักษาผลประโยชน์ให้ลูกค้า

ดิฉันบ่นต่อว่าเรื่องนี้เล็กๆ เอง ตอนนี้ธนาคารเสียชื่อมากอยู่แล้ว (เงินลูกค้าที่เป็นสถาบันหายนับพันล้าน) ยังทำให้ยุ่งยาก

การมาขอหนังสือรับรองฯ ครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ไม่ถามด้วยซ้ำว่าดิฉันชื่ออะไร เป็นเจ้าของบัญชีหรือเปล่า ไม่ขอดูบัตรประชาชน ไม่ต้องเซ็นชื่อรับหนังสือแต่อย่างใด

ดิฉันเดินออกจากธนาคาร ขณะรอข้ามถนนคิดได้ว่าทำไมไม่ปิดบัญชีเสียเลย จึงกลับเข้าไปในธนาคารใหม่พบเจ้าหน้าที่คนเดิม ก็บอกว่าขอปิดบัญชีเลย เขาก็ชี้ให้ไปเข้าแถวรอรับบริการจากเคาน์เตอร์ ในแถวมีคนอยู่ข้างหน้าดิฉันสองคน เขาก็เรียกสองคนนี้ให้ไปใช้บริการที่โต๊ะซึ่งเขานั่งอยู่

เจ้าหน้าที่สาวที่เคาน์เตอร์เห็นบัญชีเลข 7 หลัก ก็ถามเหตุผลว่าทำไมจึงจะปิด น่าเสียดายนะ ดิฉันก็เลยเล่าเรื่องราวให้ฟัง และเพราะรู้สึกว่าเจ้าหน้าที่ที่นี่ไม่ค่อยอยากให้บริการ เธอจึงไปคุยกับเจ้าหน้าที่อาวุโสและผู้จัดการ หลังจากนั้นก็พากันมาถามไถ่ เจ้าหน้าที่อาวุโสชาย (ไม่รู้ว่าเป็นผู้จัดการหรือเปล่า) หยิบซองเอกสารออกมาซองหนึ่งปรากฏว่าเป็นหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ของดิฉันที่คงจะทำไว้ตอนที่สามีดิฉันมาติดต่อ ดิฉันจึงถามว่าไหนว่าธนาคารจะออกหนังสือให้ครั้งเดียวไง เขาก็ชี้ให้ดูว่าเลขที่หนังสือเลขเดียวกัน แสดงว่าออกให้ครั้งเดียวแต่พริ๊นได้หลายครั้ง (ฮา) แถมไม่มีพื้นที่ตรงไหนที่ให้ลูกค้าเซ็นรับหนังสือด้วย

จำได้ว่าดิฉันเคยมาใช้บริการธนาคารแห่งนี้หลังจากเสร็จงานมาจากที่อื่น เราแต่งกายชุดทำงานดูดีก็ได้รับการบริการที่ดีไปด้วย วันนี้แต่งกายแบบป้าๆ เลยบริการให้อีกแบบ

ไม่อยากเก็บเงินสดไว้ที่บ้านจึงไปธนาคารนี้ที่อยู่ ณ Shopping Mall ไม่ไกลจากบ้านพัก บอกเจ้าหน้าที่ที่โต๊ะว่าขอเปิดบัญชีก็ถูกชี้ให้ไปเข้าแถว พอเจ้าหน้าที่เคาน์เตอร์รู้ยอดเงินก็ชี้ให้ไปที่โต๊ะ (ที่ตอนแรกให้เราไปเข้าแถว) เลยบ่นพึมพำว่าเจอบริการไม่ดีอีกแล้ว แม้ตอนหลังเจ้าหน้าที่จะขอโทษ ผู้จัดการจะออกมาช่วยนับเงิน แต่เราก็รู้แล้วว่าจิตบริการมีมากน้อยแค่ไหน

ฝากเงินไปให้เสร็จๆ โอกาสหน้าค่อยหาช่องทางใหม่จัดการกับเงินที่มีอยู่ไม่มากมายอะไรอีกครั้ง


วัลลา ตันตโยทัย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน DM KM Facilitator



ความเห็น (4)

เขียนเมื่อ 

การแต่งกาย......มีผลต่อการให้บริการ นะคะ

เขียนเมื่อ 

จบแบบไม่ต้องมีคำบรรยายใดๆเลยครับ

Dr. Ple และคุณ nobita คะ ต่อไปถ้าจะไปทำธุรกรรมที่ธนาคาร ต้องแต่งตัวดีๆ ค่ะ จะได้ไม่อารมณ์เสีย

เขียนเมื่อ 

แวดวงการนับถือกันที่เปลือกนะคะอาจารย์