ครูเพ็ญศรี กานุมาร : AAR การพัฒนาทักษะการเรียนรู้โดยใช้โครงงานบนฐานบริบทโรงเรียน (๔) (จบ)

อ.ต๋อย
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

วันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๗ CADL ไปถอดบทเรียนความสำเร็จของครูเพ็ญศรี กานุมาร และเพื่อนๆ ครู ในโรงเรียนนาสีนวนพิทยาสรรค์ ที่ดำเนินการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานบนฐานบริบทโรงเรียน (SC-PBL) ตามที่ได้นำเสนอไปแล้วในบันทึก ๓ ตอนก่อนหน้านี้ (คลิกอ่าน ที่นี่) หลังจากการประเมินด้วยด้วยกระบวนการหรือกิจกรรม ที่จะเล่าให้ท่านฟังในบันทึกนี้....ผมมีความมั่นใจยิ่งว่า ถึงเวลาแล้ว ที่ทุกโรงเรียนต้องหันมาเอาจริง กับกระบวนการเรียนรู้แบบรู้จริง (Mastery Learning)

นักวิชาการมักถามหาแต่ความเชื่อถือของผลวิจัยไม่งั้นฉันไม่ให้ความเชื่อมั่น (reliability) ไม่มั่นใจในความเที่ยงตรง(validity) "...คุณจะต้องมีกระบวนการสร้างเครื่องมือและการประเมินที่ได้มาตฐาน..." หลายท่านอาจลืมไปว่า เราพัฒนาและวิจัย ไม่ใช่ให้ท่านเชื่อมั่นท่านไม่ใช่ลูกค้า แต่เรามุ่งไปที่พัฒนาการของผู้เรียนเป็นสำคัญและงานวิจัยนั้นก็ยกระดับความสามารถและจิตวิญญาณจนเป็น "ครูเพื่อศิษย์" บางท่านถึงกับไม่ยึดติดกับความก้าวหน้าและวิทยะฐานะของตนเองด้วยซ้ำ

โดยส่วนตัว ผมคิดว่า การพัฒนาการศึกษานั้นสำคัญที่สุดคือต้องตรงเป้าและสมเหตุสมผลบนหลักความเป็นจริงหรือบริบทของแต่ละโรงเรียน เช่น เป้าบอกว่าเด็กต้อง "เก่งคิด" การจัดการเรียนรู้ต้องให้ได้ "ฝึกคิด" อยากให้ภูมิใจในท้องถิ่นความเป็นไทย ก็ต้องเรียนรู้จักตนเอง ท้องถิ่น และความเป็นไทย อยากให้เด็กแก้ปัญหาเป็น ก็ต้องจัดการเรียนรู้บนฐานปัญหา (problem-based learning) อยากให้เด็กเกิด "ปัญญาปฏิบัติ" ก็ต้องจัดให้ได้เรียนแบบลงมือทำด้วยใจใฝ่เรียนรู้

กระบวนการ AAR เพื่อประเมินพัฒนาการด้านสมุนไพร

การทำ AAR (After Action Review) ในครั้งนี้ มุ่งไปที่การสำรวจองค์ความรู้ด้านสมุนไพรในตัวเด็กนักเรียนโรงเรียนนาสีนวนพิทยาสรรค์ และพยายามสังเกตความมั่นใจ ความภูมิใจ โดยให้แต่ละกลุ่มออกมานำเสนอ

วิธีการคือแบ่งนักเรียนแบบสุ่มออกแบบกลุ่มๆ ละไม่เกิน ๖- ๑๐ คน (ไม่น่าเกิน ๖ คน ถ้าทำได้) แล้วแจกกระดาษปลู๊ฟและสีชอร์ค แล้วให้ระดมบอกชื่อสมุนไพร เขียนลงในกระดาษให้มากที่สุด โดยเน้นว่า ต้องรู้จริง รู้ลึก รู้ว่าคืออะไร มีสรรพคุณอย่างไร ใช้อย่างไร พบได้ที่ไหน (ในป่าโรงเรียน) ฯลฯ หลังจากนั้นให้ผลัดกันออกมานำเสนอ

ผมเปลี่ยนกิจกรรมนำเสนอทีละกลุ่ม เป็นเกมแข่งขัน โดยให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนที่คิดว่า มีความรู้เรื่องสมุนไพรมากที่สุดออกมาข้างหน้า เพื่อมาแข่งขันตอบปัญหาล่ารางวัล ... (มีคนสมทบทุนการศึกษามา ๑,๐๐๐ บาท)

กติกา คือ ให้ตัวแทนกลุ่มออกมายืนเรียงหน้ากระดาน แล้วให้บอกชื่อ วิธีใช้ และสรรพคุณของสมุนไพร เรียงจากซ้ายไปขวา แล้วเวียนวนมาเริ่มซ้ายอีกที แบบนี้ไปเรื่อยๆ โดยไม่ให้ซ้ำกับคำตอบที่มีใครตอบไปแล้ว ใครที่ตอบไม่ได้ภายใน "นับสิบ" (สนุกสนานมาก เพราะนักเรียนทั้งหมดเป็นทั้งกรรมการตรวจการซ้ำและความถูกต้อง และเป็นทั้งกองเชียร์ตัวแทนของตนเอง) ก็ต้องออกไป

กิจกรรมนี้ได้ผล สนุกสนาน และแข่งขันกันนานกว่าจะได้ผู้ชนะเลิศ พิสูจน์ได้ชัดว่า องค์ความรู้ด้านสมุนไพรและทักษะการนำไปใช้ของนักเรียนนั้น เปลี่ยนแปลงเพิ่มประทับใจ อีกทั้งเด็กๆ ยังภาคภูมิใจในโรงเรียนอย่างยิ่ง .... อยากเห้็นของจริง ไปดูครับ ติดต่อ ครูเพ็ญศรี กานุมาร นะครับ

ผมประเมินจากรายชื่อสมุนไพรที่นักเรียนใช้ในการแข่งขัน และรวมทั้งที่นำมาเสนอ เป็นสมุนไพรไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ ชนิด .... ลองคิดดูซิครับว่า ท่านรู้จักสมุนไพรกี่ชนิด ...

ผม AAR ว่า ผลการเรียนรู้ที่เกิดกับนักเรียนที่โรงเรียนนาสีนวนพิทยาสรรค์ เป็นเครื่องยืนยันชัดเจนว่า การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานบนฐานบริบทโรงเรียน (SC-PBL) ส่งผลต่อทักษะในศตวรรษที่ ๒๑ ในบริบทไทยเกิดขึ้นกับนักเรียนได้อย่างแท้จริง

ผมเสนอว่า อบจ. ควรจะยกย่องและต่อยอด ผลงานของคณะครูที่โรงเรียนนาสีนวนพิทยาสรรค์ ให้รู้ทั่วกัน และทุกโรงเรียนทดลองทำในบริบทของตนเอง.... หยุดขับเคลื่อนด้วยวิธี "ติว เตรียม ตัด คัดออก" ทันที








ดูรูปทั้งหมด ที่นี่ครับ

ป.ล. ผมทราบว่าคนทำงานหนักและทำงานเพื่อนักเรียนอย่างแท้จริงอย่างครูเพ็ญศรี กานุมาร กลับถูกประเมินให้อยู่รั้งท้ายในโรงเรียน ผู้บริหารอาจจะเห็นแต่ในมุมของ "ความชอบ" ไม่ให้ความสำคัญกับ "ความดี" ทั้งๆ ที่วิธีและความสำเร็จของครูเพ็ญศรีนั้นทำให้นักเรียนบรรลุถึงโอกาสที่ควรจะได้รับ....

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน มุมมองเชิงชื่นชมสำหรับ Best Practices



ความเห็น (0)