การต่อต้านผู้อำนวยการโรงเรียน เหตุเกิดจากอะไร?

ในช่วงเวลาประมาณ ๒ - ๓ เดือนที่ผ่านมา พวกเราต่างได้ยินข่าวเรื่องของการขับไล่ผู้อำนวยการโรงเรียนในสังกัดของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เกิดขึ้นมากมาย ทั้งในต่างจังหวัดแพกรุงเทพมหานคร เหตุผลที่ร่วมกันขับไล่ผู้อำนวยการโรงเรียนนั้นเกิดจาก "การบริหารที่ไม่โปร่งใส" "มีการใช้งบประมาณอย่างสิ้นเปลือง" ปละ "ไม่คุ้มค่า" เป็นหลัก หากเรามองถึงระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศเราที่มีสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เป็นผู้ดำเนินการแล้ว เราจะเห็นได้ว่าการบริหารงานภายใต้สพฐ. มีบุคคลากรทางด้านการศึกษาที่เกี่ยวข้องอยู่มาก มีการแบ่งเขตพื้นที่การศึกษามากมายโดยเมื่อวิเคราะห์โดยหลักการแล้ว เราจะเห็นได้ว่าเป็นการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น

แต่คำถามที่ผมอยากจะสอบถามให้ได้ชวนคิดกันคือ "เมื่อต้องการให้การศึกษากระจายเข้าสู่ท้องถิ่นและชุมชน ทำไมสำนักงานการศึกษาแต่ละเขตพื้นที่ถึงไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนในท้องที่นั้นๆ ร่วมกันกำกับดูแลพื้นที่นั้นๆ ด้วย" ในส่วนตัวผมคิดว่าการศึกษาที่แท้จริงนอกจากจะเป็นการเรียนการสอนด้านวิชาการ ควรมีเนื้อหาวิชาที่มีความสอดคล้องกับท้องถิ่นอยู่ด้วย เพื่อให้ตัวนักเรียนสามารถเรียนรู้ไปพร้อมๆ กับชุมชนที่ตัวเองอยู่อาศัย ไม่ใช่แค่เรียนแบบท่องจำ เรียนแบบรู้ทฤษฎีแต่ไม่สามารถปฏิบัติได้ หากเป็นเช่นนี้คนก็จะไม่มีคุณภาพ การส่งเสริมให้นักเรียนที่เรียนจบแล้วกลับไปท้องถิ่นก็ไม่สามารถทำได้ เพราะตัวนักเรียนเองไม่ได้เกิดความรัก ความผูกพันธ์และความเข้าใจในท้องถิ่นของตัวเอง

อยากจะวอนให้สภาปฏิรูปแห่งชาติ มีการปฏิรูปการศึกษาที่ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับท้องถิ่น (ที่ผมมีข้อมูลอยู่ตอนนี้คือมีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติวิทยาลัยชุมชนโดยสปช. อยู่ครับ) พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการกำกับดูแลรวมถึงให้การศึกษาที่มีคุณภาพเข้าถึงเยาวชนทุกคนอย่างเท่าเทียมครับ

กลับมาที่ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นในแวดวงการศึกษาของเรากันบ้าง สำหรับเรื่องนี้ผมอยากจะเรียนให้ทราบข้อมูลว่างบประมาณด้านการศึกษาของประเทศไทยมีจำนวนที่มากมายมหาศาลไม่แพ้กระทรวงใหญ่ๆ เลย แต่ทำไมการศึกษาของไทยถึงไม่พัฒนา/พัฒนาช้ากว่าประเทศเพื่อนบ้าน เพราะปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นและความไม่โปร่งใสของผู้บริหารโรงเรียนที่ต้องยอมรับการรับเงินใต้โต๊ะไม่ว่าจะโดยเจตนาหรือไม่ก็ตาม สิ่งที่ผู้บริหารการศึกษาควรจะทำคือ "เลิก" การปฏิบัติตัวเป็นที่เสื่อมเสีย เสียที ทั้งๆ ที่ตัวเองเป็นแม่พิมพ์ของชาติ เป็นผู้ที่จะมอบความรู้และปลุกปั้นอนาคตของประเทศรุ่นต่อไปขึ้นมา อยากให้ท่านทั้งหลายได้มีสำนึกที่ว่า "เด็กในวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า คืออนาคตของประเทศชาติ ประเทศชาติในวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร อยู่ที่การปลุกฝังและขัดเกลาจากท่านทั้งหลาย ซึ่งได้ชื่อว่า "ครู" ครูเป็นอาชีพที่ต้องมีความ "รัก" ต้องรักและพร้อมที่จะมอบสิ่งดีๆ ให้แก่ลูกศิษย์เสมือนดั่งครอบครัวของท่าน" อีกข้อหนึ่งที่ผมอยากให้ผู้บริหารโรงเรียนได้ทำคือพยายามให้มีการพูดคุยและการติดต่อสื่อสารกันมากๆ ระหว่างผู้บริหาร-บุคคลากร ผู้บริหาร-นักเรียน/ผู้ปกครอง เพื่อให้เราสามารถร่วมกันแก้ไขปัญหาและพัฒนาโรงเรียนไปด้วยกันได้ การตรวจสอบต้องอาศัยภาคประชาชนโดยภาครัฐต้องให้การสนับสนุนและร่วมมือกับภาคประชาชนในการปราบปัญหาด้านการทุจริตคอร์รัปชั่นให้หมดไปจากสถานศึกษาครับ

ผมเองจะนับว่าเป็นเด็กที่โชคดี ที่ทั้งชีวิตของผมได้เจอครูที่เป็นครูด้วยใจ รัก เอ็นดูและสั่งสอนเราเปรียบเสมือนครอบครัว เปิดโอกาสให้ได้เเสดงความคิดเห็น พูดคุยกันด้วยเหตุผลและพร้อมที่จะเรียนรู้ไปด้วยกัน ขอขอบพระคุณครูบาอาจารย์ทุกท่านที่ได้สั่งสอนและขัดเกลาผมจนมาถึงทุกวันนี้ได้ครับ :)


ชญานนท์ ทัศนียพันธุ์

๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บทวิเคราะห์การศึกษาไทยในมุมมองของนักเรียนนักศึกษา



ความเห็น (0)