นวัตกรรมของการบริหารวิชาการ

ผมไปพบนวัตกรรมนี้ที่จังหวัดอุดรในการประชุม The 6th International Sciences, Social Sciences, Engineering and Energy Conference (I-SEEC 2014)จากการบอกเล่าของ ดร. สุภัทรา วันเพ็ญ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ที่เป็นบุคคลสำคัญของทีมจัดประชุมนี้ <?xml:namespace prefix = o ns = "urn:schemas-microsoft-com:office:office" />

ตอนเห็นเอกสารการประชุม ระบุว่าเป็นการประชุมของสารพัดสาขา และค่าลงทะเบียนสำหรับ Presenter 6,500 THB (220 USD), Non-presenter 2,000 THB (70 USD) ผมก็แปลกใจว่าทำไมค่าลงทะเบียน มันแพงขนาดนั้นและทำไมค่าลงทะเบียนของผู้เสนอผลงานแพงค่าลงทะเบียนของคนฟังกว่า ๓ เท่า

มาได้คำตอบจากคำบอกเล่ากระบวนการจัดการประชุมจาก ดร. สุภัทรา ว่าคณะผู้จัดการประชุมได้ติดต่อความร่วมมือกับวารสารที่อยู่ในฐานข้อมูล SCOPUS หรือ TCI ที่จะให้บทความที่นำเสนอในการประชุมได้รับการพิจารณาลงพิมพ์ในวารสารโดยอาจพิมพ์เป็นฉบับพิเศษ และผู้จัดการประชุมจ่ายเงิน หรือลงในฉบับปกติไม่ต้องจ่ายเงิน และบทความที่จะรับให้นำเสนอต้องแก้ไขตามคำแนะนำของ reviewer เสียก่อน และเมื่อนำเสนอแล้วก็ต้องแก้ไขอีกครั้งหนึ่งก่อนส่งไปยังวารสารผมจึงถึงบางอ้อว่าที่ค่าลงทะเบียนของ Presenter แพง ก็เพราะรวมค่า reviewer ด้วยรายชื่อของวารสารที่มีข้อตกลงดูได้ ที่นี่

บรรณาธิการวารสาร Pertanika ของ UPM มาเลเซีย ซึ่งอยู่ในฐานข้อมูล ISI ถึงกับมาร่วมประชุมด้วย

ผมจึงได้เข้าใจว่า การประชุมนี้น่าจะถือเป็นนวัตกรรมของการบริหารวิชาการ ที่ทำร่วมกัน หลายสถาบัน ที่ช่วยกันจัดการหาทางสนับสนุนให้ผลงานวิชาการของอาจารย์ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร ที่เป็นที่ยอมรับว่ามีคุณภาพ

ผมได้แนะนำต่อ ดร. วิบูล เป็นสุข รองอธิการบดี มรภ. อุดรธานี ประธานคณะผู้จัดการประชุมว่า การประชุมนี้ถือเป็นการบริหารวิชาการแบบสนับสนุนที่ปลายทางคือให้มีการปรับปรุงรายงานผลงานวิจัย ให้ได้ตีพิมพ์ แต่จะมีผลงานวิจัยจำนวนไม่น้อยที่ทำมาผิดๆ ตั้งโจทย์ไม่เป็น หรือวิธีวิทยาการวิจัยไม่ดี ผลงานย่อมออกมาดีไม่ได้ เพราะผิดหรืออ่อนแอมาตั้งแต่ต้นทาง จึงน่าจะจัด pre-conference หรือ post-conference workshop เพื่อฝึกการตั้งโจทย์ที่ดีและวิธีวิทยาการวิจัยที่ดีก็จะทำประโยชน์ได้มากยิ่งขึ้น

ขอแสดงความชื่นชมต่อเครือข่าย มรภ. และ มทร. กลุ่มนี้ ที่ได้ริเริ่มนวัตกรรมในการบริหาร วิชาการขึ้น และขอให้กำลังใจให้ดำเนินการส่งเสริมให้เกิดคุณภาพอย่างแท้จริงเน้นที่คุณภาพและเกิด ประโยชน์ต่อสังคม หรือชุมชนท้องถิ่นเป็นสำคัญ การเน้นคุณภาพ ในกรณีนี้น่าจะอยู่ที่กระบวนการ ประเมินและแนะนำให้แก้ไข คือคุณภาพของ reviewerรวมทั้งจัดการให้บรรยากาศในห้องประชุม นำเสนอผลงานเป็นบรรยากาศของ high quality peer interaction จริงๆ ไม่ใช่แค่ให้ได้ชื่อว่าได้นำเสนอแล้ว

ผมไม่มีโอกาสเข้าฟังในห้องประชุม เพราะต้องรีบเดินทางกลับ จึงไม่ทราบว่าบรรยากาศในห้องประชุม นำเสนอผลงานวิชาการเป็นอย่างไร

เป็นความท้าทายมาก ที่จะจัดกิจกรรมนี้ ให้เกิดประโยชน์ และมีคุณภาพจริงๆ

วิจารณ์ พานิช

๑๘ ธ.. ๕๗

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สภามหาวิทยาลัย



ความเห็น (0)