ฟังเรื่องราวแล้วเข้ามาถามใจ

วันพุธ ที่ 14 มกราคม 2558

ตื่นมา ณ ที่พัก วิ่งเหมือนได้ปลุกตนเอง เดินทางไปขึ้นรถตู้ เหมือนมึนๆงงๆกับเส้นทาง แต่แล้วก็ไปถึง จากนครราชสีมา มุ่งหน้าสู่ปราจีนบุรี กลุ่มผู้ปลูกสมุนไพรเกษตรอินทรัย์ดงบัง เห็นแล้วก็คิดถึงพ่อ กับแม่ กับสิ่งที่พ่อกำลังพยายามทำ ถ้าได้มาเห็นที่นี่ น่าจะได้กำลังใจและความรู้กลับไป ออกจากกลุ่มปลูกมุ่งหน้าสู่ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร พี่ๆต้อนรับแบบอบอุ่นและน่ารัก

ได้บทเรียนอะไรกับการเดินทาง มาที่นี่ กับตำนานและเรื่องราวของ ท่านชุ่ม อภัยวงศ์ ในเรื่องของ "ความกตัญญูต่อองค์ราชัน" ทำให้เกิดตำนานแห่งที่นี่ ท่านเสียสละบ้าน ทรัพย์สมบัติ ผืนแผ่นดินที่เป็นที่ฝังกระดูกบรรพบุรุษแล้ว ย้ายจากพระตะบอง มาเมืองปราจีนในสมัยรัชกาลที่ 5

แล้วการเดินทางก็เต็มไปด้วยอุปสรรค เพราะเป็นการเดินทางด้วยเกวียณ ระหว่างทางเจอ พายุ จนต้องเปลี่ยนเส้นทางเป็นเรือไอน้ำ ยังไม่พอท่านยังเจอโรคมาลาเรียอีก แต่สุดท้ายก็สำเร็จมาตั้งรกรากที่ปราจีนบุรี รวมถึงความมุ่งมั่นทุ่มเทของพี่ต้อม ความยึดมัีนในปณิธาน รวมถึงความเคารพต่อครูทุกคนของท่าน ทำให้มีวันนี้

ย้อนทวนกับตนเอง เห็นคำว่า ความพยายามแห่งตนยังไม่ถึงที่ ใจยังไม่ทันได้พิสูจน์ตนเองเลยว่า ได้ไม่ได้ ไหวไม่ไหว เจออุปสรรคนิดๆหน่อยๆ ก็หนีแล้วถอยแล้ว ความเคารพต่อครูบาอาจารย์และการดูแลภายในใจตนเองก็ ไม่มี นี่น่าจะเป็นคำตอบของตนเองนะ คำตอบว่า ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ทำโจทย์ไม่ผ่านเสียที รู้สึกรำคาญใจตนเอง. แต่ก็ทำได้เพียงอดทนกับกิเลสตนเอง

ออกจากอภัยภูเบศร มุ่งหน้าสู่ balios เขาใหญ่ ผ่านเส้นทางเขาแผงม้าวังน้ำเขียว ใจระลึกถึงครูและเส้นทางที่ท่านเมตตาพามาเรียนรู้ เส้นทางให้ความรู้สึกคุ้นเคย ถึงที่พักเข้าประชุมต่อ กว่าจะพักทานมื้อเย็นก็ดึก อาศัยช่วงเวลามื้อเย็นไปวิ่ง

ย้อนทบทวนวางแผนถึงการเดินทางของตนเองในวันพรุ่งนี้ ก็มีเสียงดังข้างในว่า

"บททดสอบยากขึ้นเรื่อยๆ แทบไม่มีเวลาให้แก้ไขหรือคร่ำครวญในสิ่งที่พลาด หรือทำไม่สำเร็จ"

ทำได้เพียง ไปข้างหน้า ๆ ทำสิ่งตรงหน้าก่อน อยู่กับปัจจุบันแล้วก็ทำมันให้เต็มที่

แม้จะมีโหมด ขอพักแป๊บของเมาท์หน่อย แต่ก็ได้ไม่นานด้วยบริบท

แต่ใจนี้มันยังหาช่องหลบ หลบข้างนอกไม่ได้มันก็ยังหลบข้อใน

ยังเป็นแบบนี้ ก็อดเอาดูไป

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรียนรู้ชีวิต



ความเห็น (0)