ร่วมงานคล้ายวันสถาปนาธนาคารแห่งประเทศไทยปีที่ ๗๕ ปีสุดท้ายของผู้ว่าการฯดร.ประสาร


ในฐานะอดึตพนักงานธนาคารแห่งประเทศไทย ( ธปท.) ข้าพเจ้าได้รับเชิญให้ไปร่วมงานคล้ายวันสถาปนาธนาคารแห่งประเทศไทยปีที่ ๗๕ ในวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๕๗ โดยมีพิธีแจกเครื่องราชอิสสริยาภรณ์ และของที่ระลึกการทำงานนานแก่ผู้ปฏิบัติงานใน ธปท.

ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธปท. ได้เขียน "จดหมายจากผู้ว่าการ ถึง อาจารย์ป๋วย " (อดึตผู้ว่าการ ธปท.ผู้เป็นแบบอย่างในการทำงานด้วยคุณธรรมและความรู้ความสามารถ) ซึ่งตีพิมพ์ในวารสารพระสยาม (BOT Magazine) ฉบับเดือนกันยายน-ตุลาคม ๒๕๕๗ สะท้อนให้เห็นการปฏิรูปการทำงานที่สำคัญของธปท. คือ การเปลี่ยนแปลงกระบวนการตัดสินนโยบาย ที่สมัยก่อนการตัดสินใจทำนโยบายสำคัญๆของธปท. จะรวมอยู่ที่บุคคลเดียวกัน คือ ผู้ว่าการ แต่หลังจากมีการปรับปรุงกฏหมายตามพ.ร.บ.ธปท.ฉบับแก้ไข พ.ศ. ๒๕๕๑ ได้มีการกระจายอำนาจการตัดสินใจ ไปสู่คณะบุคคลต่างๆมากยิ่งขึ้น เช่น การตัดสินใจในเชิงการบริหารงานทั่วๆไป จะทำผ่านคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (กกธ.) การตัดสินใจในเรื่องนโยบายการเงิน โดยคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในขณะที่คณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน (กนส.) จะดูแลเรื่องนโยบายสถาบันการเงิน เป็นต้น ซึ่งการมีคณะกรรมการต่างๆหลายชุดใน ธปท.นับเป็นเรื่องดี จะได้มีการเชื่อมมุมมอง ความคิดเห็น ประสบการณ์ รวมถึงเสริมสร้างธรรมาภิบาล ผ่านระบบ Check & Balance ที่มากขึ้น

ในมุมมองที่มีความหลากหลายและรอบด้านมากขึ้นเหล่านี้ ได้เพิ่มความท้าทายในการสร้างวิสัยทัศน์ร่วม (Common Vision) ที่ชัดเจนระหว่างคณะกรรมการชุดต่างๆ กับ ธปท.เพื่อให้เป้าหมายการกำหนดนโยบายของคณะกรรมการคณะต่างๆ เป็นหนึ่งเดียวกัน ที่จะผลักดันภารกิจของ ธปท. ไปถึงจุดหมายเดียวกันอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะหาก "วิสัยทัศน์ร่วม" ไม่เกิดขึ้นได้ ย่อมส่งต่อไปถึงปัญหาในทางปฏิบัติงานและการสื่อสารขององค์กร และอาจทำให้ความน่าเชื่อถือของ ธปท.ถูกกระทบได้ในที่สุด

ดังนั้นเพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว ในช่วงปีแรกของการทำหน้าที่ผู้ว่าการ ดร.ประสาร จึงได้ผลักดันให้เกิดการประชุมร่วม เพื่อกำหนด " วิสัยทัศน์ร่วม " ของคณะกรรมการชุดต่างๆ กับผู้บริหารระดับสูงของ ธปท. หรือที่เรียกว่า Board Retreat ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า การนำคณะกรรมการเหล่านี้ มาหารือร่วมกันนี้ เสมือนหนึ่งเป็นการนำ "หมวกหลายใบ ให้ซ้อนทับกัน จนเป็นกลายเป็นหมวกใบเดียวกัน".....

ปัจจุบัน เศรษฐกิจโลกมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เชื่อมโยงกันมากขึ้น และยังไม่มีใครสามารถสรุปได้ว่า แนวทางแก้ไขปัญหาที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร ทำให้ธปท. และคณะกรรมการนโยบายชุดต่างๆ ต้องเตรียมการรับมือความท้าทายใหม่ๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ที่สำคัญ คือ

1. ความซับซ้อน (Complexity) ในการดำเนินนโยบายการเงิน หรือนโนบายเศรษฐกิจของประเทศ จากประสบการณ์ของธปท.ในช่วงที่ผ่านมา เห็นได้ว่าเครื่องมือหนึ่งเดียวไม่เพียงพอ และอาจต้องใช้กลุ่มของเครื่องมือ ซึ่งหนีไม่พ้นที่จะต้องดูถึงความพอดีของเครื่องมือต่างๆที่ใช้ และการผสมผสานของนโยบาย ซึ่งจะต้องสร้างศักยภาพขององค์กรให้มีความรู้ทั้งด้านกว้างและลึก เพื่อรองรับความท้าทายที่ซับซ้อนเหล่านี้ด้วย

2. ประสิทธิภาพ (Efficiency) ในเรื่องนี้ โจทย์ใหญ่ของประเทศในขณะนี้ คือ เรื่องการปฎิรูประบอบรัฐวิสาหกิจ การปฏิรูปการลงทุนภาคเอกชน เพราะจากการศึกษาของธปท.พบว่า ศักยภาพการเติบโตของไทย เริ่มถดถอยจากในอดีต และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาค ซึ่งเป็นโจทย์ของความท้าทายทางด้านอุปทาน (Supply Side) รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านการศึกษา เทคโนโลยี่ต่างๆ ซึ่งเป็นความยากว่า ธปท.จะเข้าไปเกาะเกี่ยวอย่างไร เพราะแม้นโยบายการเงินจะไม่สามารถเร่งศักยภาพของประเทศในระยะยาวได้โดยตรง แต่ในส่วนของธปท.จะปฏิเสธว่าเราไม่มีเครื่องมือเสียเลยก็ไม่ได้ เพราะความจริงธปท.กำกับดูแลสถาบันการเงิน ดูแลระบบการชำระเงิน ที่น่าจะช่วยสนับสนุนพัฒนาการทางด้านอุปทานได้

3. การลดความเหลื่อมล้ำ(Inclusion) ซึ่งเป็นประเด็นเกี่ยวกับบทบาทด้านพัฒนาการ (Developmental Role) เช่น การช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก การคุ้มครองผู้ใช้บริการด้านการเงิน และการยื่นมือสู่ภูมิภาค หรือร่วมกับกัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียตนาม ประเด็นเหล่านี้ ธปท.ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกภาคส่วนในประเทศ ได้ประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ

ดร.ประสาร ได้กล่าวด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ โดยให้คำมั่นสัญญาว่า จะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถในช่วงปีสุดท้ายของการทำหน้าที่ผู้ว่าการ ธปท.ในการนำพา ธปท.ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยไปสู่เป้าหมายที่วางไว้..

ข้าพเจ้าขอขอบคุณในคำมั่นสัญญานี้ และเป็นกำลังใจให้ผู้ว่าการและน้องๆพนักงาน ธปท.บรรลุวัตถุประสงค์ด้วยดีทุกประการ...


......................................................................................................................................................................

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน อยู่อย่างรู้เท่าทัน



ความเห็น (8)

เขียนเมื่อ 

มีประวัติการทำงานที่นานมาก

ปีนี้จัดงานปีที่ 75 แล้ว

ดีใจพี่ใหญ่และเจ้าหน้าที่เก่าๆของธนาคารได้พบกันครับ

ขอบคุณมากๆครับ

เขียนเมื่อ 

ธปท.มุ่งมั่นเพื่อดูแลการเงินชาติต่อไปนะคะ

คุณป้าใหญ่สดชื่น แจ่มใส สุขสันต์พบน้อง ๆ นะคร้า

เขียนเมื่อ 

ธปท.เป็นหลักที่มั่นคงให้ระบบการเงินการคลังเป็นอย่างดีตลอดมา โดยไม่ยินยอมตกเป็นเครื่องมือนักการเมืองคนใด แม้จะมีความพยายามเข้าแทรกแซง

ตรงนี้น่าชื่นชมมากนะคะพี่

ยินดีด้วยค่ะ

-สวัสดีครับป้าใหญ่

-ตามมาเยี่ยมชมและอ่านเรื่องราวของ ธปท.ครับ

-ขอบคุณครับ

เขียนเมื่อ 

แบงค์ชาติ จากอดีต..จนถึงปัจจุบัน
ยังคงเต็มไปด้วยบุคลากรที่มีคุณภาพและเป็นมืออาชีพ
น่ายกย่อง น่าเรียนรู้ เป็นแบบอย่างเสมอครับคุณครู ^_^

เขียนเมื่อ 

การกำหนดวิสัยทัศน์ร่วม....
คือระบบและกลไกที่สำคัญในทุกวิถี-ทุกองค์กร เลยทีเดียวครับ

ขอบพระคุณครับ

ด้วยความเคารพครับ

อ.นุ

ขจิต ฝอยทอง

nui

แผ่นดิน

เพชรน้ำหนึ่ง

ธิรัมภา

ยายธี

แสงแห่งความดี...

คนใต้โดยภรรยา

* สวัสดีค่ะ ขอบคุณมากสำหรับกำลีงใจมอบแก่ผู้ว่าการและน้องๆใน ธปท. เพื่อปฏิบัติหน้าที่ให้บรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพค่ะ

* น้องดร.ขจิต...นับเป็นอีกหนึ่งวาระแห่งความสุขที่ได้พบผู้ว่าการและเพื่อนผองพี่น้องของธปท. และได้เผยแพร่แนวทางการทำงานเพื่อพัฒนาธปท.และประเทศชาติในส่วนที่เกี่ยว ข้องด้วยดีค่ะ

* ฟลานทพญ.ธิรัมภา…ได้เห็นความตั้งใจจริงและผลงานที่ผ่านมาในการมีส่วนร่วมเพื่อรักษาเสถียรภาพของประเทศของชาว ธปท.แล้ว มีความสุขใจมากๆค่ะ…

น้องnui...ยินดีมากค่ะที่เข้าใจความเป็นอิสรภาพของธปท.ในเชิงนโยบายและการทำหน้าที่อย่างเที่ยงตรงแห่งภาระหน้าที่เช่นนี้

* หลานเพชรน้ำหนึ่ง...ขอบคุณภาพงานเกษตรพอเพียงที่น่าชื่นชม และนำมาเล่าอย่างสม่ำเสมอนะคะ...

* น้องอ.นุ...คุณค่าของคนธปท.อยู่ที่คุณธรรมและผลงาน ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง

* น้องแผ่นดิน...ใช่ค่ะ..วิสัยทัศน์ร่วม จับมือเดินหน้าไปด้วยกันอย่างมั่นคงและยั่งยืนค่ะ

* น้องแสงแห่งความดี...ขอบคุณภาพสวยงาม พร้อมคำอวยพรปีใหม่อันเป็นมงคล...พี่ใหญ่ขอให้น้องชายและครอบครัว ประสบแต่ความสุขตามที่ปรารถนาทุกประการนะคะ...