ขับเคลื่อน PLC เทศบาลเมืองมหาสารคาม _๑๔ : ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเทศบาลบ้านวิทย์น้อย (๕) "แม่เหล็กดึงดูดของได้โดยไม่ต้องสัมผัส"


อ่านบันทึกที่ ๑ ที่นี่

อ่านบันทึกที่ ๒ ที่นี่

อ่านบันทึกที่ ๓ ที่นี่

อ่านบันทึกที่ ๔ ที่นี่

สาระสำคัญประการหนึ่ง ที่อยากให้เด็กอนุบาลสามารถสังเกตได้เอง คือ "แม่เหล็กดึงดูดสิ่งของได้โดยไม่ต้องสัมผัส" กิจกรรมการเรียนรู้เรื่องนี้ ควรเน้น "กระบวนการ" มากกว่า "เนื้อหา" เช่นเดิม เริ่มที่ตั้งคำถามว่า "ระยะห่างเท่าใดที่แม่เหล็กยังสามารถดูดติดได้"....แล้วปล่อยให้เด็กๆ เรียนรู้อย่างอิสระ ค้นคว้าวิธีด้วยตนเอง... ก่อนเปิดโอกาสให้อาสาสมัครเสนอคำตอบของตนเอง...(ไม่มีใครเสนอคำตอบ.ไม่เป็นไรครับ เริ่มกิจกรรมต่อไปได้เลย...)

  • หลังจากปล่อยให้เด็กๆ ค้นหาวิธีของตนเองเพื่อหาคำตอบอย่างอิสระแล้ว เปิดโอกาสได้ตั้งคำถาม หรือถามครูในสิ่งต่างๆ ที่สงสัย ... ยังไม่ต้องตอบคำถามใดๆ เพียงแต่เขียนรวบรวมคำถามไว้หน้ากระดาน (ถ้าสะดวก)... จุดประสงค์คือ ฝึกให้ได้นักเรียนตั้งคำถามและได้ "กล้าถาม" ในสิ่งที่ตนเองสงสัย .... ก่อนที่ครูจะสรุปคำถามหลักว่า "แม่เหล็กดึงดูดวัสดุใดจากระยะไกลที่สุด?" โดยครูอาจกำหนด (หรือเตรียม) วัสดุต่างๆ ที่เด็กๆ รู้จักไว้ ๓-๕ ชนิด เช่น ลวดหนีบกระดาษ ตะปูเข็ม เหรียญบาท เป็นต้น


  • ทวนคำถามว่า "แม่เหล็กดึงดูดวัสดุใดจากระยะที่ไกลที่สุด?" และสื่อความหมายด้วยวิธีที่เหมาะสมสำหรับเด็กอนุบาล ให้เข้าใจคำถามคืออะไร... ก่อนจะให้ทุกคนคาดคะเนคำตอบของตนเองและของกลุ่ม ... ขั้นตอนนี้คือการฝึกให้นักเรียนตั้งสมมติฐานนั่นเองครับ

  • เปิดโอกาส (กำหนดเวลา) ให้เด็กๆ (หาวิธี)ตรวจสอบคำตอบ(สมมติฐาน) ของตนเอง อาจใช้เกมจับเวลาเพื่อกระตุ้นการแข่งขัน...แล้วแต่ท่านอาจารย์ครับ

  • สร้างกิจกรรมหรือตั้งคำถามเพื่อให้เด็กๆ ได้ฝึก สังเกตและ(พูด)อธิบายเหตุการณ์การดึงดูดแม่เหล็กของวัสดุแต่ละชนิด เช่น ตั้งคำถามว่าเด็กรู้ได้อย่างไรว่า แม่เหล็กดูดวัสดุนั้นได้ไกลที่สุด ทำการทดลองอย่างไร (ให้ฝึกอธิบาย)

  • ตั้งคำถามต่อว่า "เรารู้ได้อย่างไรว่าแม่เหล็กดึงดูดวัสดุหนึ่งจากระยะที่ไกลกว่าดึงดูวัสดุอีกสิ่งหนึ่ง" หรือ "ระยะห่างระหว่างแม่เหล็กกับวัสดุเป็นเท่าใดก่อนจะถูกดึงดูด" .... ขั้นตอนนี้เราจะพยายามหาวิธีให้เด็กๆ คิดหาทางนำเสนอข้อมูลของตนด้วยวิธีของตนเอง ... ตอนท้ายให้ครูแนะนำวิธีการใช้ไม้บรรทัดวัดดู... และให้บันทึกเป็นตัวเลข (ในกรณีที่เด็กสามารถเขียนเลขได้แล้ว)

  • ขั้นสุดท้าย ตั้งคำถามให้เด็กๆ คิดหาเหตุผลว่า "ทำไม" ผลการทดลองของตนๆ จึงเป็นเช่นนั้น และตั้งคำถาม เพื่อให้เด็กคิดหาความสัมพันธ์ระหว่าง "ระยะห่างก่อนถูกดึงดูด" กับตัวแปรอื่นๆ เช่น น้ำหนัก วัสดุ รูปร่าง เป็นต้น .... ก่อนจะสรุปว่าตามสมมติฐานของเด็กๆ ว่าถูกหรือไม่ .... สุดท้ายต้องไม่ลืมให้เด็กๆ ช่วยกันสรุปว่า ได้เรียนรู้อะไร จากวันนี้บ้าง อะไรที่อยากรู้ยังมีอยู่หรือไม่...


โดยใช้กระบวนการ ๖ ขั้นตอนนี้ ท่านอาจารย์สามารถออกแบบคำถาม และกิจกรรมเพื่อให้เด็กๆ เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ว่า

  • แม่เหล็กสามารถดึงดูดสิ่งของได้แม้มีวัสดุอื่นมาขวางกัน
  • แม่เหล็กสองอันไม่ดึงดูดกันเท่านั้น แต่ยังผลักกันได้ด้วย

ฝึกทำกิจกรรมที่ครูออกแบบนี้ไปสักระยะ เด็กๆ จะคุ้นเคยกับกระบวนการ "นักวิจัยน้อย" นี้ มีทักษะการสังเกต ตั้งคำถาม คะเนคำตอบ ตรวจสอบผล สังเกตรายละเอียด อธิบายเหตุการณ์ และอภิปรายสรุปผลเป็น....เมื่อนั้นๆ เด็กๆ ก็น่าจะพร้อมแล้วสำหรับการเรียนรู้เรื่อง "โครงงานทดลอง"....

มาว่ากันต่อบันทึกหน้าครับ

๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔




หมายเลขบันทึก: 582294เขียนเมื่อ 14 ธันวาคม 2014 23:06 น. ()แก้ไขเมื่อ 14 ธันวาคม 2014 23:14 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี