ขับเคลื่อน PLC เทศบาลเมืองมหาสารคาม _๑๓ : ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเทศบาลบ้านวิทย์น้อย (๔) "แม่เหล็กดูดอะไรได้บ้าง"

อ.ต๋อย
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

อ่านบันทึกที่ ๑ ที่นี่

อ่านบันทึกที่ ๒ ที่นี่

อ่านบันทึกที่ ๓ ที่นี่

การทดลองบ้านวิทยาศาสตร์น้อยเรื่อง "แม่เหล็ก" มีใบกิจกรรมทั้งหมด ๔ ใบ (คลิกเพื่อดาวน์โหลด) ใบแรกอธิบายกระบวนการและขั้นตอนการสอนในภาพรวมเรื่อง "แม่เหล็ก" สำหรับเด็กอนุบาล เป็นเหมือนคู่มือครู ส่วนอีก ๓ ใบ เป็นใบกิจกรรม ที่นำเด็กๆ ทำการทดลองเพื่อหาคำตอบของ ๓ ปัญหา ได้แก่

  • แม่เหล็กสามารถดึงดูดสิ่งของต่างๆ ได้
  • แม่เหล็กสามารถดูดติดวัสดุบางอย่างเท่านั้น
  • แม่เหล็กสามารถดึงดูดสิ่งของโดยไม่ต้องสัมผัส
  • แม่เหล็กสามารถดึงดูดสิ่งของได้แม้มีวัสดุอื่นมาขวางกัน
  • แม่เหล็กสองอันไม่ดึงดูดกันเท่านั้น แต่ยังผลักกันได้ด้วย

ในการเตรียมวัสดุอุปกรณ์สำหรับการฝึกอบรม สิ่งที่ผมคำนึงถึงมาก คือ การจัดซื้อหรือจัดหาอุปกรณ์ที่นำมาใช้ในการทดลองต้องง่าย ราคาถูก และหาซื้อได้ไม่ยากไม่ไกลจากโรงเรียน ถ้าท่านอยู่สารคาม สามารถไปซื้อชุดเรียนวิทยาศาสตร์แม่เหล็ก (Science Magnet Set) ได้ที่ร้านศึกษาภัณฑ์ (ตรงหน้าป้ายฯ จาก มรภ.) ส่วนอุปกรณ์อื่นๆ เช่น สายไฟ ตะปูขนาดต่างๆ รางถ่าน รวมทั้งถ่านไฟฟ้า สามารถซื้อได้ที่ร้าน อ.อุปกรณ์

แม่เหล็กสามารถดึงดูดสิ่งต่างๆ ได้

  • เริ่มจากการปล่อยให้เด็กได้เรียนรู้อย่างอิสระ หรือที่เรามักเรียนกว่า "เรียนเล่น" ศาสตราจารย์ชัยอนันต์ สมุทรวนิช "เพลิน" มาจาก Play + Learn = Plearn โดยการมอบวัสดุอุปกรณ์ที่มีให้เด็กๆ เล่นตามใจชอบ ได้แก่ แม่เหล็กรูปทรงต่างๆ และวัสดุที่เด็กรู้จักว่าคืออะไรทั้งที่ดูดและไม่ดูดกับแม่เหล็ก เช่น ตะปู ลวดหนีบกระดาษ ช้อนสแตนเลต ช้อนเงิน สายไฟฟ้า (ทองแดง) กระดาษ แท่งไม้ ของเล่น ฯลฯ
  • "ชวน" ให้เด็กๆ บอกว่า สังเกตเห็นว่าอะไรเกิดขึ้นบ้าง แล้วหนุนให้ฝึก ตั้งคำถามต่างๆ ครูเขียนคำถามต่างๆ ไว้บนหน้ากระดาน (แม้ว่าครูจะรู้ว่าเด็กอ่านไม่ออก แต่เด็กๆ บางคนอาจกำลังอยากอ่านออก) ก่อนที่จะครูจะตั้งคำถามว่า "แม่เหล็กสามารถดูดสิ่งต่างๆ อะไรได้บ้าง"

  • "ชง" (หมายถึง "ชง" ด้วยการบอกออกคำสั่ง) ให้เด็กแบ่งประเภทสิ่งของที่มอบให้ออกเป็นกองๆ ด้วยวิธี(เหตุผล) ของตนเอง .... เด็กบางกลุ่มอาจแบ่งเป็นกองที่ดูดและกองที่ไม่ดูด ... อาจมีบางกลุ่มแบ่งออกเป็น ๓ กอง ... ที่สำคัญต้องให้เด็กได้แสดงความคิด(เหตุผล) ของตนเอง ....
  • ครูยกตัวอย่างวัสดุอีก ๒-๓ อย่างนอกเหนือจากที่มอบให้นักเรียน "เพลิน" อย่างอิสระ แล้วตั้งคำถามว่า แม่เหล็กจะดูดติดแม่เหล็กเหล่านี้หรือไม่?... ให้เด็กๆ แสดงคำตอบของตนด้วยการยกมือสำรวจ... ครูชี้ให้เห็นว่า ... นี่คือการรวบรวมความคิดและคาดคะเนคำตอบ หรือเรียกว่าสมมติฐาน นั่นเอง


  • มอบวัสดุเหล่านั้นให้เด็กๆ ได้ทดลองดูว่าดูดติดกับแม่เหล็กหรือไม่ ... นี่คือการทดลองตรวจสอบสมมติฐาน


  • ให้เด็กๆ สังเกตและอธิบายว่า เกิดอะไรขึ้นบ้าง เมื่อนำแม่เหล็กเข้าใกล้กับวัสดุเหล่านั้น ... ขั้นตอนนี้เน้นที่การเปิดโอกาสให้เด็กได้ สังเกต-> คิด-> พูดนำเสนอ เบื้องต้น

  • ให้นักเรียนวาดรูปหรือระบายสีแม่เหล็กและสิ่งต่างๆ ที่ดูดติดกับแม่เหล็ก ... การวาดภาพและระบายสีนอกจากจะดีต่อจินตนาการและสมองด้านขวาของเด็กแล้ว การใช้กระบวนการนี้มาใช้ เด็กๆ จะได้สะท้อนความรู้ (ความรู้เกิดเองในตัวเด็ก) เป็นเหมือนการ "ซ้ำทวน" หรือสิ่งที่ได้เรียนรู้อีกครั้งนั่นเอง

  • ขั้นสุดท้ายคือให้อภิปรายและสรุปผล การอภิปรายเป็นการฝึกให้เด็กๆ ตั้งข้อสังเกตหาความสัมพันธ์ระหว่างอะไรกับอะไร (ตัวแปรต้นกับตัวแปรตาม) (พร้อมให้เหตุผลถ้าเป็นไปได้) เช่น เด็กๆ อาจจะบอกว่า แม่เหล็กยิ่งก้อนใหญ่ยิ่งดูดติดลวดได้เยอะ แม่เหล็กสีเงินดูดได้มากกว่าแม่เหล็กสีดำ แม่เหล็กดูดติดสิ่งของบางอย่างเท่านั้น ฯลฯ ส่วนการสรุปผล ให้มองไปยังสมมติฐานที่ตั้งไว้ว่า จริงหรือไม่จริง ... อย่างไรก็ตาม เราควรให้เด็กๆ ช่วยกันสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ เด็กๆ จะพูดอะไร ให้ครูคอย "จับคำ" แล้ว "นำมาชม" ให้ได้ ....


สุดท้ายเราต้องย้ำกับตนเองว่า เป้าหมายของเรา ไม่ใช่ให้เด็กเรียนรู้จดจำเนื้อหาว่า แม่เหล็กสามารถดูดอะไรได้บ้าง ดูดอะไรไม่ได้ แต่เป็นการเปิดโอกาสให้เด็กๆ ทุกคน ได้ฝึก "ทักษะกระบวนการทางวิทยาศษสตร์" อย่างสนุกสนาน มีอิสระ ดังนั้นๆ ไม่ควรเร่งกิจกรรมหรือเร่งสรุป แต่ให้ค่อยเป็นค่อยไป ... รอ อดทน รอ....


....เมื่อไหร่เด็กเริ่มตั้งคำถาม นั่นเหมายถึงความสำเร็จของเราครับ...





บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ชุมชนเรียนรู้ครูเพื่อศิษย์



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะ อาจารย์ที่แบ่งปันความรู้