E-commerce

  • 1.การแบ่ง 5 กลุ่มผู้บริโภคแบ่งได้อย่างไร ?

1. Inventor เป็นกลุ่มที่ชอบลองของใหม่ๆ เมื่อมีอะไรออกมาใหม่ๆ มี 2.5% ของคนทั้งหมด

2. Early Adoptor กลุ่มที่ปรับตัวง่าย ศึกษาข้อมูลทุกอย่างก่อนจะซื้อ กลุ่มนี้เป็นกลุ่มมีความสำคัญมาก เพราะหากไม่มีกลุ่มนี้ ก็จะไม่มีกลุ่มต่อไป เป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลกับกลุ่มอื่นๆ มี 13.5%

3. Early Majority เป็นกลุ่มที่จะตามกลุ่ม Early Adoptor มีความระมัดระวัง แต่มักตามคำแนะนำ จากคนที่มีประสพการณ์มาแล้ว กลุ่มนี้มี 34%

4. Late Majority เป็นกลุ่มที่เริ่มเ้ข้ามาเมื่อสินค้า เริ่มเป็นของที่ยอมรับโดยทั่วไป กลุ่มนี้มี 34%

5. Laggards เป็นกล่มที่ไม่ยอมการเปลี่ยนแปลง ไม่ค่อยมีการปรับตัวเท่าไร จะเลือกของใหม่ๆ ก็ต่อเมื่อไม่มีของเก่าให้ใช้แล้ว กลุ่มนี้มี 16%

2. "อีคอมเมิร์ซไทย" กับคาถาสู้แล้วรวย

ทูโฮมดอทคอม (www.tohome.com) และไทยเซคกันแฮนด์ดอทคอม (www.thaisecondhand.com) ถือเป็นสองเวบอีคอมเมิร์ซที่เติบโตมาคู่กับประวัติศาสตร์ของดอทคอมเมืองไทย และดูเหมือนจะเป็นสองเวบหลักที่สามารถสร้างรายได้ต่อปีเฉลี่ยหลัก 10 ล้านบาทขึ้นไป หรืออาจจะมากกว่านั้น...

เคยมีคำถามไปยังผู้บริหารของทูโฮมดอทคอมว่า หากจะเรียก "ทูโฮมดอทคอม" ว่าเป็นอีเบย์เมืองไทย คิดว่าคำพูดนี้ ยกยอเกินไปหรือไม่? "ธีรวุธ วงษ์วิบูลย์สิน" กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชี่ยน สตาร์ เทรดดิ้ง ผู้ให้บริการเวบไซต์ทูโฮ ตอบคำถามนี้พร้อมรอยยิ้มนิดๆ ก่อนจะบอกว่า "คงยังไม่ถึงขั้นนั้น"

การ Re-launch เวบไซต์ใหม่ ดูเหมือนจะเป็นทิศทางการทำธุรกิจที่น่าสนใจของ "ทูโฮมดอทคอม" ในปีนี้ หลังจากที่ได้จับมือกับ "ร้านบู๊ทส์" (Boot) ผู้นำและผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและความงาม สัญชาติอังกฤษ ไปเมื่อปีที่แล้ว

การรีลอนช์เวบใหม่ จะทำให้ทูโฮมดอทคอมกลายเป็นร้านค้าบนเน็ต ที่มีสีสันมากขึ้น เป็นการเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานที่ทันสมัย จัดแบ่งหมวดหมู่ของสินค้าอย่างชัดเจน ตลอดจนสามารถสต็อกสินค้าที่มีขายหน้าเวบ 100% เพื่อให้สามารถจัดส่งได้อย่างรวดเร็ว

ธีรวุธเล่าว่า ทูโฮมดอทคอมปี 2550 นี้ ยังมีแผนเปิดตัวหมวดสินค้าและบริการใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการและไลฟ์สไตล์ของลูกค้าให้หลากหลายมากขึ้น นำร่องแผนการตลาดด้วยการเพิ่มไลน์สินค้าในหมวดแฟชั่น ที่กำลังได้รับความนิยมในการสั่งซื้อผ่านอินเทอร์เน็ต

รวมทั้งหมวดอาหาร ที่เป็นหมวดค่อนข้างใหม่ในการสั่งซื้อผ่านอินเทอร์เน็ตเมืองไทย แต่เห็นว่าน่าจะสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคยุคปัจจุบัน ที่ดำเนินชีวิตในแบบเร่งรีบมากขึ้น ต้องการความสะดวกสบาย และความรวดเร็วในการซื้อสินค้า

"ปีนี้ ทูโฮมวางงบการตลาดไว้ที่ 5-10% ของยอดขาย และตั้งเป้าการเติบโตด้านยอดขายปีนี้ไว้ที่ 30-40% จากปี 2549 ที่ทำรายได้อยู่ประมาณ 90 ล้านบาท" ธีรวุธว่า

เส้นทางธุรกิจในรูปแบบของ "อี-คอมเมิร์ซ" ไทย และต่างประเทศปีนี้ ดูเหมือนว่าจะมีเรื่องดีๆเกิดขึ้น เพราะกูรูในวงการต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า จะมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น อเมริกา อังกฤษ ญี่ปุ่น ขณะที่ประเทศไทยกำลังมีทิศทางอัตราการเติบโตในระดับที่สูงขึ้น

ว่ากันว่า เมื่อปีที่ผ่านมาตัวเลขผู้ประกอบการด้านอีคอมเมิร์ซไทย มีจำนวนรวมกว่า 3,000 ราย และมีจำนวนเวบไซต์เปิดให้บริการถึงกว่า 4,000 เวบไซต์ การเติบโตแบบนี้จะส่งผลดีต่อภาพรวมธุรกิจอีคอมเมิร์ซทั้งหมดในประเทศ เพราะจะทำให้ผู้บริโภคคุ้นเคยกับการซื้อสินค้าผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ต ที่จะเร่งให้ตลาดมีการเติบโตได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

"จากทิศทางการเติบโตของผู้ให้บริการซื้อขายสินค้าและบริการค้าผ่านระบบออนไล น์ ปัจจัยสนับสนุนด้านอื่นทั้งจำนวนคนใช้เน็ตที่เพิ่มขึ้น การเปิดตัวบริการบัตรเครดิต หรืออี-แบงกิ้ง ก็ถือว่ามีส่วนช่วยกระตุ้นตลาดทั้งทางตรงและทางอ้อม เป็นเหตุผลที่ผมเชื่อว่าอีคอมเมิร์ซไทยปีนี้ยังคงเติบโตได้อีก" ธีรวุธว่า

ที่ผ่านมา ทูโฮมดอทคอมมียอดขายเติบโตกว่า 25% มีจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นจาก 70,000 ราย ในปี 2548 เป็น 90,000 ราย ในปี 2549

ขณะที่ "ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ" ผู้บริหารเวบไซต์ thaisecondhand.com และ tarad.com อุปนายกสมาคมอีคอมเมิร์ซไทย บอกว่า ปีที่ผ่านมาอีคอมเมิร์ซไทยมีตัวเลขของการเติบโต ถึงจะไม่โตมาก แต่ก็ถือเป็นสัญญาณที่ดี

"ทิศทางที่เห็นในปีนี้ สินค้าประเภทแฟชั่น เป็นเทรนด์สินค้าที่ขายดีบนเวบ รวมไปถึงพวกเครื่องประดับต่างๆ เพราะปีที่แล้ว คนเข้ามาซื้อของแบบนี้บนเน็ตเพิ่มขึ้น ถัดมาจะเป็นพวกธุรกิจท่องเที่ยวและเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ กลายเป็นสินค้าบนเน็ตที่ในปีนี้ต้องจับตามอง" ภาวุธว่า

ข้อมูลจาก http://www.bangkokbizweek.com/20070302/ibiz/index.php?news=column_22950014.html

บทความนี้เป็นลิขสิทธิ์ของ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ [email protected]

3.เริ่มต้นทำเว็บไซต์ E-Commerce

การเขียนแผนธุรกิจ

แผนธุรกิจ เป็นเครื่องมือที่มีความสำคัญยิ่งสำหรับผู้ประกอบการที่ริเริ่มจะก่อตั้งกิจการ แผนนี้เป็นผลสรุปหรือผลรวมแห่งกระบวนการคิดพิจารณา และการตัดสินใจที่จะเปลี่ยนความคิดของผู้ประกอบการออกมาเป็นโอกาสทางธุรกิจแผนธุรกิจเปรียบเหมือนแผนที่ในการเดินทางที่จะช่วยชี้แนะขั้นตอนต่าง ๆ ทีละขั้นตอนในกระบวนการก่อตั้งกิจการ แผนจะให้รายละเอียดต่าง ๆ ทั้งในเรื่องการตลาด การแข่งขัน กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ การคาดคะเนทางการเงิน ที่จะชี้นำผู้ประกอบการไปสู่ความสำเร็จ หรือชี้ให้เห็นถึงจุดอ่อนและข้อควรระวัง

แผนธุรกิจที่ดีประกอบด้วยปัจจัยดังต่อไปนี้

1. สินค้าหรือบริการที่จะขาย

2. กลุ่มลูกค้าที่คาดหวัง

3. จุดแข็งและจุดอ่อนของกิจการที่จะทำ

4. นโยบายการตลาด

5. วิธีการหรือกระบวนการในการผลิต รวมถึงเครื่องจักรอุปกรณ์ที่ต้องใช้

6. ตัวเลขทางการเงิน นับตั้งแต่รายได้ที่คาดว่าจะได้ ค่าใช้จ่าย กำไร ขาดทุน จำนวนเงินลงทุนที่ต้องการ และกระแสเงินสดที่คาดว่าจะได้มาหรือใช้ไป

แผนธุรกิจที่ดี เมื่ออ่านแล้วจะต้องตอบคำถามเหล่านี้ได้

1. การก่อตั้งธุรกิจเป็นรูปร่างชัดเจนขนาดไหน เสร็จสมบูรณ์แล้วหรือยัง

2. ธุรกิจนี้น่าลงทุนหรือไม่

3. ธุรกิจมีแนวโน้มหรือโอกาสที่จะประสบความสำเร็จตั้งแต่เมื่อแรกตั้งมากน้อยขนาดไหน

4. ธุรกิจนี้มีความได้เปรียบหรือความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวมากน้อยเพียงใด

5. สินค้าที่จะผลิตมีวิธีการผลิตที่มีประสิทธิภาพเพียงใด้

6. สินค้าที่ผลิตสามารถวางตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด

7. วิธีการผลิตและการวางตลาดสินค้านั้น มีทางเลือกอื่น ๆ ที่ประหยัดได้มากกว่าหรือไม่

8. หน้าที่ต่าง ๆ เช่น การผลิต การจำหน่าย การจัดการทางการเงิน การจัดการคน มีการจัดการที่ดีและเหมาะสมเพียงใด จำนวนและคุณภาพของพนักงานที่ต้องการมีเพียงพอหรือไม่

4.การจดโดเมน

โดเมนเนม ก็คือ ชื่อของเว็บ (Web address) ตัวอย่างเช่น เมื่อคุณเข้ามาที่เว็บไซต์ของ google คุณกำลังเรียกดูข้อมูลที่ตั้งอยู่ที่ www.google.com. ซึ่ง 'google.com' คือ โดเมนเนม ่

ดังนั้นการที่จะเลือกหรือตัดสินใจว่า ควรจะเป็นเจ้าของโดเมนเนมสักชื่อได้แล้วหรือยัง ควรจะพิจารณาจากเหตุผลหลักๆ ประมาณ 5 ข้อนี้

ข้อที่ 1. เพิ่มความน่าเชื่อถือ…ให้กับเว็บ

ข้อที่ 2. ง่ายแก่การจดจำและเข้าถึงเว็บ

ข้อที่ 3. สร้างความมั่นใจให้กับบุคคลทั่วไป

ข้อที่ 4. ป้องกันความผิดพลาดจากการส่งอีเมล์

ข้อที่ 5. เปลี่ยนบริษัทผู้ให้บริการเช่าพื้นที่ (Web Hosting) ได้ง่าย

เมื่อนับข้อดีได้ 5 ข้อแล้ว ก็ตกลงใจมีโดเมนเนมเป็นของตัวเองได้แล้ว จ่ายแพงกว่านิดหน่อยก็คุ้มค่า แถมยังหมดห่วงกับปัญหาที่จะตามมาในภายหลังอีกด้วย

ตัวอย่างเว็บไซต์ที่ให้บริการจดชื่อโดเมน

http://thainame.cat.net.th/

http://www.thnic.net/

http://www.serverinter.com

5.การจัดทำเว็บไซต์

การออกแบบเว็บที่ดีนั้นขึ้นอยู่กับเป้าหมายว่าเราต้องการขายอะไร ไม่จำเป็นต้องใช้กราฟฟิกที่เริดหรูเพียงแต่เน้นการเสนอคุณสมบัติของสินค้าของเรานั้นให้ตรงตามลักษณะของสินค้านั้น ๆ เช่น เรายังขายอัญมณีมุกน้ำเค็มสินค้าเดิม สิ่งที่ลูกค้าต้องการคือ รูปแบบแต่ละแบบที่เห็นและความเด่นชัดของสินค้า รูปภาพที่แสดงให้ลูกค้าดูนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่ง

สิ่งที่สำคัญในการโหลดข้อมูลไม่ควรจะช้ามากจนเกินไปเพราะจำทำให้ไม่ดึงดูดความสนใจได้ ควรออกแบบเว็บไซต์ให้เป็นกันเองกับผู้เยี่ยมชมก็ควรมีสิ่งที่เกี่ยวกับสังคมอินเทอร์เน็ตบ้าง

เพื่อไม่เป็นการมุ่งแต่การขายอย่างเดียวการสร้าง Catalog ในการออกแบบสินค้าเพื่อให้ลูกค้า ค้นหาสิ่งที่ต้องการได้อย่างรวดเร็วและ มีเงื่อนไขที่หลายรูปแบบ

การสร้างความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์

การจัดทำเว็บไซต์ในรูปของธุรกิจ E-Commerce ผู้จัดทำต้องสร้างความน่าเชื่อถือทางธุรกิจให้เกิดขึ้น โดยมีหลักการดังต่อไปนี้

1. การจัดทำนโยบายการคุ้มครองความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy)

นโยบายการคุ้มครองความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy) มุ่งคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือการทำธุรกรรมต่างๆของบุคคลเท่านั้น ไม่ได้เป็นนโยบายที่มุ่งคุ้มครองความเป็นส่วนตัวทุกอย่างในชีวิตประจำวัน รายละเอียดเพิ่มเติม

2. เครื่องหมายแสดงความน่าเชื่อถือ (Trustmark)

Trustmark คือสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายที่แสดงไว้เพื่อประกาศให้ผู้ใช้บริการเว็บไซต์ทราบว่าเว็บไซต์ของผู้ประกอบธุรกิจนั้นได้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติหรือคุณลักษณะต่างๆตามมาตรฐานที่มีการกำหนดโดยองค์กรนั้นๆแล้ว รายละเอียดเพิ่มเติม

สร้างเว็บไซต์อย่างไรให้น่าเชื่อถือสำหรับผู้บริโภค รายละเอียดเพิ่มเติม

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ณัฐณิชา แดงเครือ



ความเห็น (0)