ฤๅ แค่คำว่า “การเรียนรู้” ก็เป็นระดับ “อาจินไตย” สำหรับคนยุคใหม่เสียแล้ว

ฤๅ แค่คำว่า “การเรียนรู้" ก็เป็นระดับ “อาจินไตย" สำหรับคนยุคใหม่เสียแล้ว

ในระยะหลายปีที่ผ่านมา ตั้งแต่สมัยผมยังสอนในระดับปริญญาตรี โท เอก เรื่อยมา จนถึงปัจจุบันนั้น

ผมพยายามเน้นการสอนให้คน “เรียน" เพื่อให้รู้จริงๆ มิใช่แค่ท่องจำ หรือจำตำราได้หมดทั้งเล่ม โดยแทบไม่รู้อะไร และ “ศึกษา" เพื่อการพัฒนาตนเองนั้น

ผมกลับพบว่าคนจำนวนมาก ทำได้ดีที่สุดก็แค่ “เลียน" ท่องตำราได้ แต่ไม่รู้จริงพอที่จะเข้าถึงระดับการ “เรียน"

และแทบไม่ต้องไปค้นหาคนที่ก้าวไปถึงระดับ “ศึกษา" พัฒนาตัวเอง ดังที่กำหนดไว้ในหลักสูตร และเป้าหมายของ “ระบบการศึกษา" ที่วางเป้าหมายสูงถึงระดับ “บัณฑิต" ที่ผ่านการศึกษา (พัฒนาตัวเอง) ได้อย่างสมบูรณ์ในเรื่องนั้นๆ

มิใช่แค่ท่องได้ จำได้ หรือ แค่รู้ แต่ทำไม่ได้ ทำไม่เป็น

แต่ถึงระดับมากกว่าการทำข้อสอบได้ มากกว่ารู้ เลยไปจนถึงขั้นที่มีความสามารถที่จะทำได้สมบูรณ์ครบถ้วนในเรื่องนั้นๆ ที่เรียกกันว่า “บัณฑิต"

ในระบบการศึกษาของไทย เราได้ปล่อยปละละเลยเป้าหมายของระบบการศึกษา (การพัฒนาตนเอง) และลดเป้าหมายของ “นักศึกษา" มาต่ำกว่า “นักเรียน" จนบางครั้งเหลือเพียงระดับ “นักเลียน" ที่แค่ท่องตำราได้หมด ทำข้อสอบแบบทดสอบการท่องจำผ่าน แต่ไม่รู้ หรือเข้าใจอะไรมากนัก

เพราะการทดสอบนั้น เน้นการวัดความสามารถในการ “ท่องจำ" ระยะสั้น เรียนไปแล้ว ลืมไปแล้ว ก็ยังถือว่ามีคุณสมบัติที่จะจบหลักสูตรได้

ถ้ามาตรฐานของระบบการศึกษาของไทย ได้ปรับลดลงมาต่ำขนาดนี้ จะยังเหลืออะไรในระบบการศึกษา

แล้วบัณฑิตจะต้องแปลว่าอะไร นักศึกษา นักเรียน จะมีความหมายว่าอะไร

แล้วสังคมของไทยจะพัฒนาในรูปแบบใด หรือเราจะพัฒนาคนให้เป็น “หุ่นยนต์" ที่มีชีวิต

เพราะในปัจจุบัน คนไทยแทบจะไม่เข้าใจความหมายของคำว่า “การเรียน" “การศึกษา" กันแล้ว

แค่ท่องตำราไปสอบผ่าน ก็ถือว่าจบ “การศึกษา" ที่ห่างไกลจากรากศัพท์ของ “การพัฒนาตนเอง" อย่างมากมาย

เปรียบง่ายๆว่า คนที่ท่องตำราว่ายน้ำได้ทั้งหมด ก็น่าจะยังไม่ใช่คนที่ว่ายน้ำเป็น (นักศึกษา) ยังไม่ต้องไปคาดหวังว่าจะว่ายน้ำเก่ง (บัณฑิต)

แต่มาตรฐานเราต่ำกว่านั้น เคยจำได้ และลืมไปแล้ว เราก็ยังถือว่าเขาเป็น “บัณฑิต"

ประมาณว่า แม้แต่นักเรียนก็ยังทำได้ไม่ตลอด หรือไม่จริงนั่นเอง

แล้วเขาเหล่านั้นจะเป็นนักศึกษา และก้าวข้ามไปเป็นบัณฑิตได้อย่างไร

จึงเป็นที่มาของคำว่า แค่ คำว่า “นักเรียน" ก็อาจจะเป็น อาจินไตย ของคนในสังคมไทยเสียแล้วกระมัง

น่าสงสัยจริงๆครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ความรู้เพื่อชีวิต



ความเห็น (2)

ขอบคุณค่ะสำหรับบันทึกดีๆ

ฝากติดตามด้วยนะคะ

https://www.gotoknow.org/posts/579478

เขียนเมื่อ 

ผมได้รับการศึกษาในระบบถึง ม.ศ.3 จากนั้นผมอ่านหนังสือเอง สอบเทียบ ม.ศ.5 สายวิทย์
แล้วเรียบในระดับ อุดมศึกษา 2 มหาวิทยาลัย แต่ละแห่ง เทอมเดียว ผมก็ออกมาแสวงหาความรู้ที่อยากรู้เอง
เนื่องจากในระบบ ไม่มีสิ่งที่ผมอยากรู้ ไม่มีตัวเลือกที่ผมต้องการครับ
ผมก็ใช้ความรู้ในระบบถึง ม.ศ. 3 จนมีชีวิต สุขบ้าง ทุกข์บ้าง จนมาถึงทุกวันนี้ อายุก็53ปี
ชีวิตก็ไม่ได้แตกต่าง คนที่ไม่ได้รับการศึกษา หรือ คนที่จบระดับสูงสุดของการศึกษาในระบบ
ต่างกันก็แค่ ไปสมัครงานที่ไหนลำบากเท่านั้นเองครับ แต่ชีวิตก็ไม่เคยคิดจะไปสมัครงานรับเงินค่าจ้างกับเค้าครับ
ผมอยากให้ การศึกษามีทางเลือกให้มากกว่านี้ครับ