บ้านเรือนเคียงกัน แต่ช่วยกันไม่ได้

nobita
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
น่าจะฝึกเด็กของสองทีมงานให้เป็นหนึ่งเดียวกัน สอนวิธีการที่ถูกต้อง สอนวิธีคิดที่ดี สอนกระบวนงานที่จะช่วยเสริมทั้งภาระหน้าที่งาน และเสริมทั้งคุณภาพและมาตรฐานการปฏิบัติงานให้ดี หากทำแบบนี้ได้ ต่อให้งานมาก งานหนัก หรืองานยากแค่ไหน ผมว่า ก็เอาอยู่ นะครับ

จริง ๆ แล้วเรื่องที่จะบันทึกต่อไปนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับผมมากนัก เพียงแต่เสียดายความรู้สึกดี ๆ ที่เคยทำงาน ณ ที่ตรงนั้น เสียดายชื่อเสียงดี ๆ ที่นับวันมีแต่จะลดน้อยถอยลง ทั้งในส่วนของตัวบุคคล กอง ตลอดถึงสำนักงาน (ที่ผ่านมาชื่อเสียก็มากพออยู่แล้ว)

ตอนบ่ายวันนี้ (10 พ.ย.) ผมได้รับโทรศัพท์จากผู้บริหารสถานศึกษา ขอคำปรึกษาว่า ครูในโรงเรียนนำผลงานทางวิชาการไปส่งที่หน่วยงานหนึ่ง โดยเป็นผลงานด้านที่ 3 ที่ส่งตามตามเกณฑ์ให้โอกาส และผลงานด้านที่ 3 ที่ส่งตามหลักเกณฑ์ปกติ ซึ่งส่งพร้อมกัน แต่เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานนั้นไม่ยอมรับผลงาน อ้างว่าเจ้าหน้าที่ไม่อยู่ ให้รอไปก่อน (นานแค่ไหนไม่รู้) ทั้งนี้ครูท่านนี้จะต้องรีบกลับมาประชุมต่อที่โรงเรียนด้วยในบ่ายวันนี้ เขาก็เลยไม่รู้จะทำอย่างไร จึงโทร.หา ผอ.โรงเรียน ท่าน ผอ.จึงโทร.มาปรึกษาผมว่าจะสามารถดำเนินการอย่างไรได้บ้าง...

ครั้งแรกผมเข้าใจว่า น่าจะมีน้อง ๆ ลูกจ้างในทีมงานนั้นนั่งอยู่ แต่ไม่รับผลงาน เนื่องจากหัวหน้าไม่อยู่ไม่มีใครกล้ารับ ผมจึงตัดสินใจลองโทร.ไปประสานงานดูก่อน แต่ได้ข้อเท็จจริงมาว่าคนทีมงานนี้ประชุมกันทั้งหมด แต่เป็นการประชุมในทีมธรรมดา ไม่สำคัญอะไร น่าจะแบ่งคนให้ออกมารับผลงานจากครูได้ แต่ไม่ทำ

ผมจึงตัดสินใจให้น้องลูกจ้างที่อยู่ทีมติดกันเข้าไปกระซิบบอกเขาว่า ครูที่มาส่งผลงานมีความจำเป็นต้องกลับไปปฏิบัติหน้าที่ต่อที่โรงเรียน หากไม่สามารถออกมารับผลงานได้ ผมก็จะแนะนำให้คุณครูไปเรียนปรึกษาผู้บริหารหน่วยงานว่าจะทำอย่างไรดีกับระบบงานแบบนี้ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าผลที่เกิดขึ้นจะเป็นอย่างไรเหมือนกัน แต่สุดท้ายทราบว่า มีเจ้าหน้าที่ออกมารับผลงานจากครูท่านนั้นแล้วหลังจากที่เข้าไปบอกอีกครั้ง

จากเหตุการณ์นี้ ในฐานะที่เคยทำงานอยู่ ณ จุดนั้นมาก่อน การปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลข้าราชการครู กทม. เป็นหน้าที่ของกลุ่มงาน ภายในกองดังกล่าว ซึ่ง กลุ่มงานนี้ แบ่งออกเป็น 2 ทีมงาน การปฏิบัติงานโดยเฉพาะงานประจำ เรืองการประเมิน การรับ การส่งผลงาน เป็นเรื่องที่สามารถทำแทนกันได้ ไม่ว่าจะเป็นงานของทีมใดก็ตาม เพราะเราใช้หลักเกณฑ์ และวิธีการเดียวกัน

แต่ที่ผ่านมา ผู้ปฏิบัติงาน โดยเฉพาะผู้ที่มีอำนาจสั่งการในทีมงาน พยายามสร้างเรื่องราวต่าง ๆ หรือวิธีการ ที่คนปัจจุบันใช้คำว่า "เยอะ" ขึ้นมา ทำให้เกิดความขัดแย้งกันขึ้นของคนทำงานทั้ง 2 ทีมงานในกลุ่มนี้ นั่นก็หมายความว่า ต้องแบ่งแยกทุกอย่างอย่างชัดเจนว่า งานใครก็งานคนนั้น ห้ามยุ่งเกี่ยวกัน หรือฝากฝังกันไม่ได้ เหมือนกับที่เพลงร้องว่า ไม่ใช่แฟนทำแทนไม่ได้ เพราะหากฝ่ายหนึ่งทำแทนให้อีกฝ่ายหนึ่งแล้วก็จะเกิดอาการเยอะขึ้นมา เป็นแบบนี้อยู่ร่ำไป

จริง ๆ แล้วมีคนโทร.มาขอคำปรึกษา กรณีที่ไม่สามารถส่งผลงานด้านที่ 3 เพราะเจ้าหน้าที่ไม่รับ หรือไม่มีเจ้าหน้าที่รับผลงานแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว ผมก็ช่วยประสานงานไปตามแต่จะช่วยได้ แต่คราวนี้มีความรู้สึกว่าน่าจะบันทึกอะไรไว้เป็นข้อคิด อุทาหรณ์ บ้าง อาจจะไม่มีใครที่ทำงานตรงนั้นมาอ่าน แต่อาจจะเป็นข้อคิดให้กับคนอื่นได้ว่า

การทำงานร่วมกัน ทำงานอย่างเดียวกัน การอยู่ในกลุ่มงานเดียวกัน แต่แบ่งแยกแค่ความเป็นทีมงานนั้น น่าจะพูดคุยและร่วมมือกันทำงานจะดีกว่า เพื่อการให้บริการที่ดีต่อผู้มาขอรับบริการ ซึ่งหากผู้มาขอรับบริการได้รับการบริการที่ดี มีความประทับใจ เขาเหล่านั้นก็จะนำความประทับใจไปบอกต่อและชื่นชมการปฏิบัติงานของกลุ่มงานและทีมงานแน่นอน ในทางตรงข้าม หากมาแล้วเจอแต่ปัญหา ไร้สาระแบบนี้บ่อย ๆ นับว่ามีแต่จะเสียชื่อเสียง และคงจะมีสักวันที่ต้องมีคนเข้าไปขอคำแนะนำจากผู้บริหารหน่วยงานนี้แน่นอน

อีกอย่างหนึ่ง การที่กลุ่มงานนี้มีลูกจ้างมาช่วยปฏิบัติงานทั้งสองทีมงาน น่าจะฝึกเด็กของสองทีมงานให้เป็นหนึ่งเดียวกัน สอนวิธีการที่ถูกต้อง สอนวิธีคิดที่ดี สอนกระบวนงานที่จะช่วยเสริมทั้งภาระหน้าที่งาน และเสริมทั้งคุณภาพและมาตรฐานการปฏิบัติงานให้ดี หากทำแบบนี้ได้ ต่อให้งานมาก งานหนัก หรืองานยากแค่ไหน ผมว่า ก็เอาอยู่ นะครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน คนกอกอ



ความเห็น (3)

เขียนเมื่อ 

มีคำพูด ( ตลก ๆ ) ว่า " กีฬาของไทย จะเก่งประเภทเดี่ยว ดังนัั้นพอเล่นเป็นทีม .... ก็พยามยามที่จะเล่นเดี่ยวอีกเหมือนกัน " 555555

เขียนเมื่อ 

ต้องช่วยกันนะครับ

มาชื่นชมการเขียนครับ

-สวัสดีครับ

-รวมกันเราอยู่..แยกหมู่เราตาย..นะครับ

-ท่านสบายดีนะครับ

-ตามมาให้กำลังใจด้วยความระลึกถึงครับ