โครงการพัฒนาผู้นำเพื่ออนาคตของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รุ่นที่ 2 (ช่วงที่ 3 : 30 ตุลาคม- 1 พฤศจิกายน 2557)

สวัสดีครับลูกศิษย์คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ ชาว Blog

โครงการพัฒนาผู้นำเพื่ออนาคตของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รุ่นที่ 2 ได้เข้ามาสู่ช่วงที 3 แล้วระหว่างวันที่  30 ตุลาคม - 1 พฤศจิกายน 2557

ผมขอเปิด Blog นี้ เพื่อเป็นคลังความรู้ของพวกเรา และเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนมุมมองของลูกศิษย์ของผมและท่านที่สนใจหวังเป็นอย่างยิ่งว่า Blog นี้จะเป็นประโยชน์สำหรับทุกคนครับ

จีระ หงส์ลดารมภ์

......................................................................................

ภาพบรรยากาศการเรียนรู้ในช่วงที่ 3

วันพฤหัสบดีที่ 30 ตุลาคม 2557

ช่วงเช้า

Learning Forum & Workshop

หัวข้อ   “วัฒนธรรมองค์กร – การบริหารการเปลี่ยนแปลง”

โดย       ดร.ศิริลักษณ์ เมฆสังข์ วิทยากรอิสระด้านทรัพยากรมนุษย์


ช่วงบ่าย

Learning Forum & Workshop

หัวข้อ   “กลยุทธ์การบริหารการเงินส่วนบุคคล”

โดย      อาจารย์นวพร เรืองสกุล กรรมการสภาวิจัยแห่งชาติ สาขาเศรษฐศาสตร์

            อาจารย์ประเสริฐ พัชรบุษราคัมกุล รองผู้อำนวยการ ศูนย์บริหารสินทรัพย์ มหาวิทยาลัยมหิดล


วันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม 2557

ช่วงเช้า

Learning Forum & Workshop

หัวข้อ  “CEO - HR - Non HR - Stakeholders”

โดย     ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

            ดร.เกริกเกียรติ ศรีเสริมโภค

ร่วมวิเคราะห์และดำเนินการอภิปรายโดย อาจารย์ทำนอง ดาศรี

ช่วงบ่าย

Learning Forum& Workshop

หัวข้อ ความสมดุลของชีวิต

โดย พล.อ.ต. นพ.บุญเลิศ จุลเกียรติ

พบอาจารย์ที่ปรึกษาติดตามความคืบหน้าของงานโครงการเชิงนวัตกรรมฯ

โดย    อาจารย์กิตติ ชยางคกุล

         คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย




วันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2557

ช่วงเช้า

Learning Forum & Workshop

“การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพในองค์กร”

โดย  ดร.ลักขณา จำปา

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Chira Academy



ความเห็น (82)

สรุปการบรรยายหัวข้อ

“วัฒนธรรมองค์กร – การบริหารการเปลี่ยนแปลง”

โดย ดร.ศิริลักษณ์ เมฆสังข์

30 ตุลาคม 2557

ทุกคนต้องมีแนวคิดของการเปลี่ยนแปลง ต้องสร้างความรู้สึกเร่งด่วนของการเปลี่ยนแปลง ต้องเป็นนักสร้างสถานการณ์ ต้องถามตัวเองว่าถ้าเกิดเหตุต่างๆจะเกิดอะไรกับองค์กร

Charles Darwin จากคำกล่าวของชาร์ล ดาร์วิน ข้างต้นหมายความว่าการอยู่รอดของสิ่งที่มีชีวิต ไม่ได้ ขึ้นอยู่กับความฉลาด หรือความแข็งแกร่ง แต่เป็นเรื่องของความสามารถในการปรับตัวให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

Peter Senge (1990) คนทั่วไปไม่ได้ต่อต้านการเปลี่ยนแปลง แต่เขาเหล่านั้นต่อต้านการถูกเปลี่ยนแปลง

ทำไมองค์กรต้องมีการเปลี่ยนแปลง

  • องค์กรมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง
  • องค์กรต้องปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี
  • องค์กรมีการเพิ่มบทบาทหน้าที่และบริการใหม่
  • การขับเคลื่อนของการเปลี่ยนแปลง จะขับเคลื่อนด้วยคน ระบบที่ใช้ใน KPI เป็นระบบพัฒนาคน เพื่อให้ทำงานอย่างบรรลุเป้าหมายและบรรลุ KPIs

    หัวหน้าและลูกน้องต้องมีการคุยกันเสมอ

    ในปัจจุบันมีการให้ทำ Workshop ในเรื่องของการสื่อสารการโค้ชลูกน้องอย่างมีประสิทธิภาพมาก

    ดังนั้น ทุกองค์กร พนักงานทุกคน ต้องปรับตนเองให้เข้าใจสภาพแวดล้อม และสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้ เพราะ……

    -ไม่มีผู้ใดหนีการเปลี่ยนแปลงได้

    -ไม่มีผู้ใดหยุดยั้งการเปลี่ยนแปลงได้

    -ทุกองค์กรต้องการเปลี่ยนแปลงไปสู่ที่ดีกว่า

    -ไม่มีคำว่า ดีที่สุดแล้ว คุณภาพไม่มีเส้นชัย

    -คุณภาพของ คน และ องค์กร ไม่มีขีดจำกัด

    -การเปลี่ยนแปลงที่ต้องเป็นไปอย่างมีระบบ

    เราจำเป็นต้องหาทางจัดการกับความเปลี่ยนแปลงด้วยเหตุผลดังนี้

    • -เพื่อสร้างองค์กรแห่งความสุข(Happy Workplace)
    • -ปรับตัวในทันตามเทคโนโลยี
    • -เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเอง
    • -เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน

    ธรรมชาติของมนุษย์กับการเปลี่ยนแปลง จะมีปฏิกิริยาดังนี้

    • -กังวล
    • -เสียใจ
    • -โกรธ
    • -ต่อต้าน
    • -ดีใจ
    • -สับสน
    • -ปฏิเสธ

    Group think ในองค์กรมีทั้งบวกและลบ หากคนในองค์กรมีคนที่คิด positive thinking เยอะ จะช่วยทำให้งานในองค์กรมีประสิทธิภาพมากขึ้น

    สาย HR ต้องทำงานร่วมกันคนสายงานอื่นๆเพื่อจะทำเรื่องสื่อสารและมุ่งไปถึงผลในอนาคต มีคำถามต่อว่าจะรักษาความมุ่งมั่นของคนในองค์กรอย่างไร และจะรักษาไว้ได้อย่างไร

    ผู้มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลง

    ผู้อุปถัมภ์การเปลี่ยนแปลง (Change Sponsor) ผู้ที่จะตัดสินใจว่า

    การเปลี่ยนแปลงใดจะเกิดขึ้น

    ผู้สนับสนุนการเปลี่ยนแปลง (Change Advocate) ผู้ที่สนับสนุนการเปลี่ยนแปลง
    ผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change Agent) ผู้ที่ช่วยให้

    การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น

    ผู้ที่จะต้องเปลี่ยนแปลง (Change Target) ผู้ที่ต้องปรับตัวเปลี่ยนแปลง

    การกระตุ้นให้มีพลังร่วมกันในการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

    §สร้างความรู้สึกเร่งด่วน (Urgency)

    §กำหนดภารกิจที่สร้างแรงบันดาลใจ และมีคุณค่าที่จะทำให้สำเร็จ (Mission)

    §กำหนดเป้าหมายที่ท้าทายความสามารถของคน ใช้ความสามารถของคนได้เต็มที่ (Stretch)

    §สร้างจิตวิญญาณของทีม (Teamwork)

    §สร้างความมั่นใจและความคาดหวังที่สมาชิกในทีมสามารถบรรลุเป้าหมายได้ (Confidenc

    การเตรียมความพร้อม สำหรับการเปลี่ยนแปลง

    องค์กรจะพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงเมื่อมีลักษณะสามประการ

    • -มีผู้นำที่มีความสามารถได้รับการยอมรับ
    • -มีความรู้สึกต้องการการเปลี่ยนแปลง
    • -มีโครงการสร้างการบริหารที่ไม่เป็นหลายระดับชั้น

    หัวใจของการเป็นผู้นำ เริ่มต้นที่แนวคิด

    องค์กรที่ประสบความสำเร็จ ถูกสร้างขึ้นด้วยแนวคิดที่ชัดเจน

    - แนวคิดที่ใช้ในกำหนดทิศทางสำหรับทุกคน

    -แนวคิดที่เป็นกลยุทธ์ โครงสร้าง และการนำไปปฏิบัติ

    ผู้นำต้องมั่นใจว่า แนวคิดที่มีอยู่เป็นปัจจุบัน และมีความเหมาะสม

    - ผู้นำต้องประเมินถึงความเป็นจริงที่เปลี่ยนแปลง และปรับแนวคิดหากจำเป็น

    -แนวคิดนำมาซึ่งคุณค่าที่สำคัญ

    แนวคิดเป็นกรอบการปฏิบัติของทุกระดับ

    - แนวคิดนำมาซึ่งข้อมูลในการตัดสินใจ

    - แนวคิดกระตุ้นให้ทุกคนมุ่งหน้าไปสู่เป้าหมายเดียวกัน

    แนวคิดการเปลี่ยนแปลงองค์กร

    -พิจารณาว่าองค์กรควรสร้างคุณค่าอะไรเพิ่มเติม และเพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในธุรกิจ (ระบุแนวคิดที่ชัดเจนว่าต้องเปลี่ยนอะไร)

    -การนำไปสู่การปฏิบัติ และปรับปรุงผลการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง (ระบุแนวทางในการนำไปสู่การปฏิบัติที่ชัดเจน และเกิดผลสำเร็จ)

    หากจะทำเรื่องการสื่อสาร ต้องหาเหตุที่ทำให้คนได้รับข้อมูลไม่เหมือนกัน และอะไรเป็นเหตุที่ทำให้คนไม่อยากฟัง

    กลุ่ม 1

    ประเด็นที่ต้องพิจารณา ความเป็นจริงในปัจจุบัน (FROM) อนาคต (TO)
    1(ก) สภาพแวดล้อม (ลูกค้า, ตลาด, ช่องทางการจัดจำหน่าย, การแข่งขัน) 1(ข) ความสามารถในการดำเนินงานขององค์กร การแข่งขันสูงขึ้นทั้งด้านบริการ สื่อสารทั่วทั้งองค์กร ปรับกระบวนการสื่อสาร
    จากปัจจัยที่กล่าวถึงข้างต้น เราจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องใด

    นวัตกรรม, การเรียนรู้ในองค์กร ฯลฯ)

    การบริการในปัจจุบันยังไม่เป็นวัฒนธรรมเดียวกัน Cultural Service
    ประเด็นที่ต้องพิจารณา ความเป็นจริงในปัจจุบัน (FROM) อนาคต (TO)
    ทำให้ผู้คนในองค์กรเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร สื่อสารทั่วทั้งองค์กร ปรับกระบวนการสื่อสาร
    ความสามารถในการเปลี่ยนแปลงในการดำเนินงานองค์กร (ความพร้อม, ความสามารถในการรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลง, นวัตกรรม, การเรียนรู้ในองค์กร ฯลฯ) จ้าง OUTSOURCE ด้านการตลาด

    กลุ่ม 4

    ประเด็นที่ต้องพิจารณา ความเป็นจริงในปัจจุบัน (FROM) อนาคต (TO)
    1(ก) สภาพแวดล้อม(ลูกค้า ตลาด ช่องทาง การจัด จำหน่าย การแข่งขัน โรงพยาบาลเอกชนมีรักษาพยาบาลเฉพาะทางเช่นเดียวกัน การเข้าถึงผู้รับบริการที่เพิ่มขึ้น
    • 1(ข) ความสามารถในการดำเนินงานขององค์กร
    - มีบุคลากรเฉพาะทางที่มีความสามารถ - มีศูนย์ความเป็นเลิศ - การสนับสนุนของคณะเชิงนโยบาย การสร้างแรงจูงใจ
    ประเด็นที่ต้องพิจารณา ความเป็นจริงในปัจจุบัน (FROM) อนาคต (TO)
    จากปัจจัยที่กล่าวถึงข้างต้น เราจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องใด -Loyalty ประสิทธิภาพการทำงานและ การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
    ทำให้ผู้คนในองค์กรเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร -การสื่อสารกับบุคลากร One to One meeting
    ความสามารถในการเปลี่ยนแปลงในการทำธุรกิจ (ความพร้อม ความสามารถในการรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลง นวัตกรรม การเรียนรู้ในองค์กร ฯ ) -ยังไม่ชัดเจน การบริหารจัดการบุคคลที่มี ประสิทธิภาพ

    กลุ่ม 5

    ประเด็นที่ต้องพิจารณา ความเป็นจริงในปัจจุบัน(Form) อนาคต(To)
    สภาพแวดล้อม ความมั่นคงในอาชีพ -สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ /กระทรวงสาธารณสุข -งบประมาณไม่เต็มที่ ไม่ตรง

    -ค่าตอบแทน เช่น หัวหน้างานค่าตอบแทนลดลง ในเรื่องค่าเวร ค่าขาดแคลน

    -ความก้าวหน้าในอาชีพ

    -ขาดแรงจูงใจในการอยากเป็นหัวหน้างาน

    -คนเก่งที่มีความสามารถจะไม่ไม่สมัครตำแหน่งหัวหน้างาน -คณะฯจะขาดบุคคลในตำแหน่งหัวหน้างาน
    เราจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร -นำเสนอผู้บริหาร -คณะฯสร้างแรงจูงใจให้คนอยากมาเป็นหัวหน้างาน -ธำรงรักษา ขวัญกำลังใจในการทำงานของหัวหน้างาน
    ทำให้คนในองค์กรเข้าใจการเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร -ผู้นำระดับสูงควรจะสื่อสารให้หัวหน้างานเข้าใจ ไม่ใช่วางเฉย -ค่าตอบแทนที่ควรจะได้ ได้ไม่แน่นอน
    ความสามารถในการเปลี่ยนแปลงในการดำเนินงาน(ความพร้อม,ความสามารถในการรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลง -คณะฯสร้างแรงจูงใจ -ฝ่าย HR ปรับกลยุทธ์ -

    <p></p><p></p><p></p><p></p><p></p><p></p><p></p><p></p><p></p><p></p><p>กลุ่ม 3</p><table> <tbody><tr> <td>ประเด็นที่ต้องพิจารณา</td> <td>ความเป็นจริงในปัจจุบัน(Form)</td> <td>อนาคต(To)</td> </tr> <tr> <td>1(ก) สภาพแวดล้อม(ลูกค้า ตลาด ช่องทาง การจัด จำหน่าย การแข่งขัน</td> <td>ลูกค้าจำนวนมากขึ้น ไม่ได้ทำการตลาด ช่องทางการบริการไม่พอ</td> <td>จัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศ</td> </tr> <tr> <td>1(ข) ความสามารถในการดำเนินงานขององค์กร</td> <td></td> <td>นำเสนอแนวคิดแก่ทีมบริหารคณะ สื่อสารไปยังศูนย์ความเป็นเลิศ และประชาสัมพันธ์ให้คนทั้งองค์กร </td> </tr> </tbody></table><p>กลุ่ม 2</p><table> <tbody><tr> <td>ประเด็นที่ต้องพิจารณา</td> <td>ความเป็นจริงในปัจจุบัน(Form)</td> <td>อนาคต(To)</td> </tr> <tr> <td>1(ก) สภาพแวดล้อม(ลูกค้า ตลาด ช่องทาง การจัด จำหน่าย การแข่งขัน <p>1(ข) ความสามารถในการดำเนินงานขององค์กร</p></td> <td>ข้อจำกัดในการเข้าหาเพื่อพัฒนาสุขภาพของประชาชนในชุมชนเชิงรุกหรือความเข้าใจความต้องกาด้านการบริการสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่</td> <td>การริเริ่มการพัฒนาองค์ประกอบของการเข้าถึงสุขภาพแบบองค์รวมในจังหวัดภาคใต้จึงมีความสำคัญและเป็นหน้าที่รับผิดชอบตามพันธกิจของคณะแพทยศาสตร์ที่มีความพร้อมทั้งองค์ความรู้และบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญและมีศักยภาพ </td> </tr> <tr> <td>จากปัจจัยที่กล่าวถึงข้างต้นจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเรื่องใด</td> <td></td> <td></td> </tr> <tr> <td>ทำให้ผู้คนในองค์กรเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร</td> <td>ยังขาดการสื่อสาร</td> <td>การมีส่วนร่วมของผู้บริหาร แพทย์ พยาบาล </td> </tr> <tr> <td>ความสามารถในการเปลี่ยนแปลงในการทำธุรกิจ</td> <td>มีความจำเป็นที่จะต้องหาเครือข่ายในการทำงาน </td> <td>ทำให้ภาพพจน์ของคณะดีขึ้น โดยการเพิ่ม 3 v </td> </tr> </tbody></table>ศ.ดร.จีระ: ในอนาคตถ้าจะทำโครงการ Value diversity ต้องร่วม ASEAN+3 ด้วย และจะต้องทำให้เป็น Harmony <p>ความหลากหลายห้องนี้แบ่งเป็น 2 ระดับคือ ในระดับประเทศ เรียกว่า Internal diversity และ ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นกิจกรรมที่เกี่ยวกับการแพทย์ก็น่าสนใจอย่างยิ่ง </p><p> อ.ศิริลักษณ์: ผู้นำกับการสร้างวัฒนธรรมองค์กร </p><p>ต้องคิดว่า คนในองค์กรตอนนี้เป็นอย่างไร </p><p>ถามว่า ในแต่ละกลุ่มต้องการให้คณะแพทยศาสตร์มีวัฒนธรรมและค่านิยมสู่การปฏิบัติร่วมกันอย่างไร และทำให้เกิดอยู่อย่างยั่งยืนในระดับหนึ่ง</p><p>กลุ่ม 1</p><table> <tbody><tr> <td>ค่านิยม</td> <td>ความมั่นคงในชีวิต</td> </tr> <tr> <td>คืออะไร </td> <td>เรื่องของสวัสดิการที่ยืนยงในอนาคต เช่น องค์กรสามารถสนับสนุนเลี้ยงดูตลอดชีพ</td> </tr> <tr> <td>ทำไมจึงมีความสำคัญต่อองค์กร </td> <td>มีแรงจูงใจในการพัฒนา ขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวหน้าและสร้างความผูกพัน</td> </tr> <tr> <td>พฤติกรรมเชิงบวก </td> <td>ทำให้เกิดความทุ่มเททำงานให้องค์กรเต็มที่</td> </tr> <tr> <td>พฤติกรรมเชิงลบ</td> <td>ทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม </td> </tr> <tr> <td>ความขัดแย้ง (ที่ลงตัว) </td> <td>ไม่มีความขัดแย้ง</td> </tr> </tbody></table><p>กลุ่ม 2</p><table> <tbody><tr> <td>ค่านิยม</td> <td>ความรับผิดชอบต่อสังคม</td> </tr> <tr> <td>คืออะไร </td> <td>การสร้าง Mindset ของบุคคลในองค์กร</td> </tr> <tr> <td>ทำไมจึงมีความสำคัญต่อองค์กร </td> <td>1. องค์กรจะยืนอยู่ต้องมีความสัมพันธ์ดับสังคมรอบข้าง 2.ในฐานะที่เราเป็นสถาบันที่มีองค์ความรู้ต้องสร้างบุคลากรรู้สึกช่วยเหลือผู้อื่น </td> </tr> <tr> <td>พฤติกรรมเชิงบวก </td> <td>1. ทำเพื่อผู้อื่น 2, ให้บริการอย่างมีความสุข 3. เป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ </td> </tr> <tr> <td>พฤติกรรมเชิงลบ</td> <td>งานเพิ่ม เหนื่อย</td> </tr> <tr> <td>ความขัดแย้ง (ที่ลงตัว) </td> <td>เหนื่อยกายสบายใจ</td> </tr> </tbody></table>กลุ่ม 3<table> <tbody><tr> <td>ค่านิยม</td> <td>Positive thinking</td> </tr> <tr> <td>คืออะไร </td> <td>การมองสิ่งต่างๆอย่างสร้างสรรค์ คิดบวก</td> </tr> <tr> <td>ทำไมจึงมีความสำคัญต่อองค์กร </td> <td> <ul><li>-คนในองค์กรมีความสุขในเรื่องงานและส่วนตัว</li> <li>-องค์กรพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง </li></ul> </td> </tr> <tr> <td>พฤติกรรมเชิงบวก </td> <td>ไม่มีการต่อต้าน</td> </tr> <tr> <td>พฤติกรรมเชิงลบ</td> <td>ขาดความคิดสร้างสรรค์</td> </tr> <tr> <td>ความขัดแย้ง (ที่ลงตัว) </td> <td>มีความคิดหลากหลาย</td> </tr> </tbody></table><p>กลุ่ม 4 </p><table> <tbody><tr> <td>ค่านิยม</td> <td>ความตระหนักด้านความเสี่ยงและปลอดภัย</td> </tr> <tr> <td>คืออะไร </td> <td></td> </tr> <tr> <td>ทำไมจึงมีความสำคัญต่อองค์กร </td> <td>บริบทองค์กรให้บริการผู้ป่วยทีมีความซับซ้อนสูง</td> </tr> <tr> <td>พฤติกรรมเชิงบวก </td> <td> <ul><li>-Incident report</li> <li>-AAR</li></ul> </td> </tr> <tr> <td>พฤติกรรมเชิงลบ</td> <td> <ul><li>-ทัศนคติต่อการเขียนรายงาน</li> <li>-การลงโทษ</li></ul> </td> </tr> <tr> <td>ความขัดแย้ง (ที่ลงตัว) </td> <td>มาตรฐาน และ ความรวดเร็ว </td> </tr> </tbody></table>กลุ่ม 5<table> <tbody><tr> <td>ค่านิยม</td> <td>Respect fullness</td> </tr> <tr> <td>คืออะไร </td> <td> <ul><li>-การยอมรับซึงกันและกัน</li> </ul> </td> </tr> <tr> <td>ทำไมจึงมีความสำคัญต่อองค์กร </td> <td>- การยอมรับซึงกันและกัน ทำให้คนในองค์กรมีความสามัคคี ไม่ทะเลาะกัน - เกิดความคิดสร้างสรรค์</td> </tr> <tr> <td>พฤติกรรมเชิงบวก </td> <td> <ul><li>-การรับฟัง</li> <li>-การให้เกียรติ</li> <li>-การเห็นคุณค่าของคนในองค์กร</li></ul> </td> </tr> <tr> <td>พฤติกรรมเชิงลบ</td> <td>มี Ego สูง ทำให้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมยาก</td> </tr> <tr> <td>ความขัดแย้ง (ที่ลงตัว) </td> <td>ระบบ Seniority ผู้น้อยให้เกียรติผู้ใหญ่ทั้งๆที่บางเรื่องมีความขัดแย้ง ไม่กล้าแสงออก </td> </tr> </tbody></table><p>อ.ศิริลักษณ์ : สังคมไทยเป็นสังคมที่ขี้เกรงใจ หลีกเลี่ยงความขัดแย้ง และการรักษาหน้า ถ้าทั้ง 3 ปัจจัยมีมากเกินไปก็ไม่ดี</p><p></p>

    สรุปการบรรยายหัวข้อ

    “กลยุทธ์การบริหารการเงินส่วนบุคคล”

    โดย อาจารย์นวพร เรืองสกุล

    อาจารย์ประเสริฐ พัชรบุษราคัมกุล

    30 ตุลาคม 2557

    • -Saving and investment
    • -Consumer
    • -การบริหารหนี้สิน

    อาจารย์ประเสริฐ : กิจกรรมวันนี้ขอให้เริ่มเล่นเกมส์เพื่อให้เกิดความผ่อนคลาย โดยมีกติกาจัดกลุ่มโดยไม่จำกัดจำนวน แต่ละกลุ่มกี่คนก็ได้

    อุปกรณ์ คือ กระดาษ A4 โดยกำหนดให้แต่ละกลุ่ม ซื้อกระดาษอย่างน้อย 10 แผ่น

    ราคาขายสินค้า

    • -นก ราคา 400 บาท
    • -เรือ ราคา 350 บาท
    • -เครื่องบิน ราคา 300 บาท

    สิ่งสำคัญ

    - เพื่อให้รู้ศักยภาพของตัวเอง เนื่องจากศักยภาพของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ควรแบ่งหน้าที่ให้ชัดเจน

    อาจารย์นวพร: ให้รู้ว่าต้องให้เวลาตอนวางแผน แต่คนเราชอบให้เวลาเฉพาะตอนทำ การที่จะวางแผนเป็นเรื่องสำคัญ คนส่วนใหญ่มีความฝัน หากฝันไม่ถึงก็ถอยลงมาแต่ต้องพยายามก่อน

    หากเราไปอยู่ในหน่วยงานที่ว่างงาน เราจะมีวิธีที่จะเฉลี่ยคนอย่างไร คนมีหลายทักษะ มีหลายวัตถุดิบ

    เขียนหนังสือเรื่องเล่มแรกเรื่องออมก่อน รวยกว่า หลังจากนั้นเขียนเรื่อง ทำเงินให้งอกเงย และหลังจากนั้นเขียนเรื่อง ออมไว้ในหุ้น และ ออกหนังสือเรื่อง ทุ่งดอกเบี้ย เพิ่งออกมาแต่ยังไม่ได้วางจำหน่าย และมีการออกหนังสือเรื่องหน้ากากเงิน สัปดาห์หน้าจะวางตลาด

    การแบ่งรายจ่าย

    จ่ายเพื่อการดำรงชีพตน และ ครอบครัว (รวมบิดามารดา และ คนในปกครอง)

  • มิตรสหาย
  • ป้องกันภัย
  • ให้ : สงเคราะห์ญาติ ต้อนรับแขก ทำบุญให้ผู้ล่วงลับ ช่วยชาติ เทวดาพลี
  • บำรุงผู้ทรงศีล
  • การแบ่งเงินรายได้

    ทรัพย์มีสี่ส่วนไซร้ ปูนปัน

    ภาคหนึ่งพึงเกียดกัน เก็บไว้

    สองส่วนเบ็ดเสร็จสรร ภารกิจ ใช้นา

    ยังอีกส่วนควรให้ จ่ายเลี้ยงตัวตน

    รายจ่ายในการหาเงิน

    • -เครื่องแต่งตัวไปทำงาน
    • -ค่าโสหุ้ยอื่นๆ

    โทรศัพท์ น้ำมันรถอาหารที่กินนอกบ้าน

    ค่าหมอ

    ค่าเที่ยว

    ฯลฯ

    รายได้สุทธิ

    1) รายได้ทั้งหมด / เดือน

    2) รายจ่ายเกี่ยวกับการหาเงิน

    1) 2) = รายได้สุทธิ

    คุณใช้เวลากี่ชั่วโมงในการหาเงิน

    1. เวลาทำงานตามเงื่อนไขการจ้างงาน

    2. เวลาที่ใช้ไปเกี่ยวกับงาน

    เดินทางไป-กลับ

    หาซื้อผ้าเพื่องาน

    กิจกรรมสังคม ฯลฯ

    1) + 2) = เวลาที่ใช้ไปในการหาเงิน

    เวลา=ชีวิต

    ใช้ชีวิต 1 ชั่วโมง หาเงินได้ XXX บาท

    ใช้เงิน 1000 บาท ใช้ชีวิตไป 1000 ชั่วโมง/XXX

    คนรายได้สูงซื้อของแพงใช้ เปลืองเวลาในชีวิตน้อยกว่าคนรายได้ต่ำ

    Aging Society เราพร้อมหรือยัง

    • -ด้านการออม ก่อนสูงอายุ
    • -ด้านการดูแลเงิน สูงอายุแล้ว

    ดูแลเอง

    • ให้คนอื่นดูแลตามสภาพ
    • จัดล่วงหน้า

    Aging Society รัฐพร้อมหรือยัง ?

    ระบบที่พึงมี

    - การบริหารจัดการทรัพย์สิน

    - สุขภาพ

    - ที่อยู่อาศัย และ การดำรงชีวิตประจำวัน

    ในทุกสังคมอยากให้คนแก่อยู่ในครอบครัว ไม่ใช่ให้คนแก่อยู่บ้านพักคนชรา

    บทบาทของรัฐ

    ผู้มีเงิน

    • -ป้องกันสถานะ ความเป็นอยู่ ไม่ให้ด้อยลง
    • -สนับสนุนให้มีอิสระในการดำรงชีวิตตามวัย

    ผู้ไม่มีเงิน

    • -สงเคราะห์
    • -ชุมชนมีบทบาทช่วยกันดูแลสมาชิกในชุมชน
    • หมู่บ้านผู้สูงอายุ อาจจะทำให้เกิดกิจกรรมสังคม

    งบการเงิน เหมือนงบบริษัท

    • สินทรัพย์
    • -เงินสด
    • -บ้าน ที่ดิน
    • -รถยนต์
    • หนี้สิน
    • -เงินกู้
    • หนี้สิน
    • -สินทรัพย์>หนี้สิน หากเท่ากับหรือมากกว่า เป็นบวก
    • ทุนชีวิต
    • -สินทรัพย์ : เพื่อน ครอบครัว ความรู้ ความน่าไว้วางใจ บุญกุศล สุขภาพ (หักส่วนเสื่อม)
    • -หนี้สิน : หนี้บุญคุณ ภาระเลี้ยงดูผู้อยู่ในอุปการะ
    • -ทุน : มาแต่ปางก่อน
    • โรงพยาบาลคนแน่น เพราะคนไข้เอาเรื่องสุขภาพมาให้หมอ และหมอก็รับไว้ด้วยจรรยาบรรณของแพทย์ 

    นำเสนองานกลุ่ม : วิเคราะห์ประเด็นที่น่าสนใจและบทเรียนจากหนังสือ

    เรื่อง The Why of Work: How Great Leaders Build Abundant Organizations That Win

    (Group Assignment 2)

    30 ตุลาคม 2557

    กลุ่ม 1

    เน้น 3 เรื่อง

    • -Making meaning in the workplace.เป็นการคิดเพื่อหาคำตอบ ว่าเราทำเพื่ออะไร และมีแรงให้ไปถึงเป้าหมายนั้น เช่น การทำงานนั้น ต้องรู้ว่าทำงานเพื่ออะไร ให้ผลอะไรกับองค์กร เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ซึ่งผู้นำสำคัญที่สุด ที่จะสร้างความหมายให้เกิดกับลูกจ้างว่าทุกวันนี้มาทำงานเพื่ออะไร โดยจะทำให้เกิดแรงบันดาลใจและบรรลุเป้าหมาย
    • -Creating value for your employees, your customers, your company, and yourself.คนเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร ทำให้ทุกคนเกิดแรงบันดาลใจและเกิด Value ถ้าทุกคนเห็นคุณค่าของงานของตัวเอง
    • -Building Hope for the future by building “the abundant organization.”
    • Disciplines Contributing to the Concept of Abundance
    • 1. Positive psychology
    • 2. Social responsibility หากองค์กรหวังแต่ผลกำไรอย่างเดียวก็จะไม่ประสบความสำเร็จ ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมด้วย ๆ
    • 3. high performing teams การทำงานเป็นทีมเป็นสิ่งสำคัญ
    • 4. Employee engagement ความผูกพันของลูกจ้าง
    • 5. Culture and positive work environment การสร้างวัฒนธรรมและสร้างบรรยากาศให้ดี
    • 6. Growth ,learning ,resilience dการเติบโต การเรียนรู้ และ การทนทาน
    • 7. Civility and Happiness
    • questions that drive abundance
    • 1. What am I known for? (Identity)
    • 2. Where am I going? (Purpose and motivation)
    • 3. Whom do I travel with? (Relationships and Teamwork)
    • 4. How do I build a positive work environment? (Effective work culture or setting)
    • 5. What challenges interest me? (Personalizing and contributing work)
    • 6. How do I respond to disposability and change? (Growth, learning, and resilience)
    • 7. What delights me? (Civility and happiness)

    กลุ่ม 2

    บทที่ 3 และบทที่ 4

    ต้องมีการค้นหาอัตลักษณ์ของตัวเอง มี 5 วิธี

    1. ช่วยค้นหาและส่งเสริมจุดแข็งของบุคลากร

    2.กำหนดความสามารถขององค์กรสู่ความสำเร็จ

    3. ผสมผสานจุดแข็งส่วนบุคคลและความสามารถขององค์กร

    4.เข้าใจความคาดหวังของผู้รับบริการและผู้สนับสนุนทางการเงิน

    5. ผสมผสาน

    ผู้นำ ต้อง

    - หาจุดที่เหมาะสมสำหรับส่งเสริมเป้าหมายของบุคลากรและองค์กรโดยรวม

    - สมดุลทั้งสี่ทิศทาง โดยต้องเรียนรู้ในการจัดลำดับความสำคัญและผลลัพธ์ของทั้งสี่ทิศทาง

    - ต้องเข้าใจลักษณะของบุคลากรในสี่ทิศทาง

    - เชื่อมโยงแรงจูงใจของบุคลากรให้ตรงกับงานในองค์กร

    - สร้างเป้าหมายขององค์กรที่เป็นความรับผิดชอบต่อสังคม และเชื่อมโยงกับการกระทำของบุคลากร

    - ช่วยบุคลากรจัดลำดับความสำคัญของงานสำหรับงานที่ทำพอประมาณกับงานที่ต้องทำให้ดีเยี่ยม

    ViktorFrankl กล่าวว่า:

  • มันไม่สำคัญว่าเราหวังอะไรจากชีวิต แต่สำคัญคือชีวิตหวังอะไรจากเรา
  • เราต้องหยุดถามถึงความหมายของชีวิต แต่คิดว่าเรากำลังถูกตั้งคำถามจากชีวิตทุกวันและทุกชั่วโมง
  • คำตอบของเราต้องไม่เพียงแค่คำพูดและความคิด แต่ต้องเป็นการกระทำที่ถูกต้อง
  • ชีวิตนั้นหมายถึงการรับผิดชอบเพื่อหาคำตอบที่ถูกต้องต่อปัญหาและเติมเต็มด้วยการทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
  • กลุ่ม 3

    Friendship at work ทำให้เกิด

    -Satisfy customers

    -Get more done in less time

    -Get more fun on the job

    -Fewer accidents at work

    -Innovate and share ideas more

    -Simply show up more consistently

    Effective leaders

    -Helping subordinates make friends

    -Build strong teams

    -Resolve conflicts

    -Get along with customer

    -Build relationships of trust support

    5 skill for “abundant relationships”

    1.Make and respond to bids

    2.Listen and self-disclose

    3.Navigate proximity

    4.Resolve conflict

    5.Make amends

    Leaders should demonstrate consistently and Skill fully in.

    1.Empathic listening

    2.Emotional Trustworthiness

    3.Appropriate humor

    4.Encouragement of others

    5 skill for “abundant relationships”

    1.Make and respond to bids

    2.Listen and self-disclose

    3.Navigate proximity

    4.Resolve conflict

    5.Make amends

    จะสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่เป็นบวก ได้อย่างไร

    1. Attitude Toward Success : ทัศนคติต่อความสำเร็จ ความเย่อหยิ่ง vs ความถ่อมตน

    -สิ่งสำคัญของภาวะผู้นำ คือ การเป็นคนธรรมดา รู้จักถ่อมตน

    -ความถ่อมตน จะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมทางบวกในการเรียนรู้ การบริการ ความประทับใจ และความเจริญได้

    2. Attitude Toward Value and Values : ทัศนคติ ต่อมูลค่า และค่านิยม

    ซ่อนเร้น vs ชัดเจน

    ผู้นำที่มีความพร้อม นำองค์กรสู่ความ อุดมสมบูรณ์ได้นั้น ต้องสร้างทั้งมูลค่า และค่านิยมที่ชัดเจนให้กับพนักงาน/ ลูกค้า/นักลงทุน และชุมชน

    3. Attitude Toward Service : ทัศนคติต่อการบริการ

    ประโยชน์ตน vs ส่วนรวม

    การสร้างองค์กรสู่ความก้าวหน้านั้น คนในองค์กร

    ต้องไม่เห็นแก่ตัว เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม

    ผู้นำต้องสนับสนุนให้คนในองค์กร ไม่เห็นแก่ตัว

    จะช่วยให้มีความเคารพ ไว้วางใจ และเป็นมิตรต่อกัน

    4. Attitude Toward Ideas : ทัศนคติต่อความคิด

    ถูกวิพากษ์วิจารณ์ vs ได้รับการยอมรับ

    สิ่งแวดล้อมในการทำงานด้านบวก ผู้นำส่งเสริมได้

    ด้วยการเปิดใจรับฟังความคิดเห็นใหม่ๆ จากพนักงาน โดยไม่ตำหนิ

    5. Attitude Toward Connections : ทัศนคติต่อความสัมพันธ์

    ส่วนรวม vs ส่วนตน

    ผู้นำจะช่วยสร้างความความผูกพันที่พนักงานมีต่อองค์กรได้โดย การให้รางวัล/แรงเสริม เมื่อพนักงานทำสิ่งดีๆ และช่วยเหลือ ให้กำลังใจ เมื่อพนักงานพบเจอเรื่องร้ายๆในชีวิต

    6. Attitude Toward Involvement : ทัศนคติ

    ต่อการมีส่วนร่วม

    เชิงรุก vs เชิงรับ

    ผู้นำควรมีการลงไปศึกษาหน้างานในการ

    ปฏิบัติงานจริงของพนักงาน เพื่อค้นหา

    ข้อบกพร่อง และเพื่อการปรับปรุงต่อไป

    7. Attitude Toward Accountability : ทัศนคติต่อความรับผิดชอบ

    ทำให้อ่อนแอ vs เสริมพลัง

    เมื่อเกิดความผิดพลาด ผู้นำต้องทำให้พนักงานเรียนรู้จากความผิดพลาดนั้น โดยช่วยให้เข้าใจในสิ่งที่ถูกต้อง/ให้ข้อมูล และจะช่วยแก้ปัญหากันอย่างไร

    8. Attitude Toward Communication:

    ทัศนคติต่อการสื่อสาร

    เพื่มขึ้น vs ลดลง

    การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ต้องเป็นการสื่อสาร 2 ทาง

    ให้อารมณ์ และความรู้สึกร่วม และต้องทำซ้ำๆ

    9. Attitude Toward Conflict : ทัศนคติต่อความขัดแย้ง

    วิ่งหนี vs วิ่งเข้าหา

    ผู้นำจะขจัดความขัดแย้งในองค์กรได้ โดยการจัดให้พนักงานมีกิจกรรมต่างๆร่วมกัน เช่น การสังสรรค์ (party) การประชุม พบปะพูดคุย ซึ่งจะช่วยให้เกิดสภาพแวดล้อมในการทำงานที่เป็นบวก

    10. Attitude Toward Physical Space : ทัศนคติ ต่อการจัดพื้นที่ทางกายภาพในที่ทำงาน

    วางตามอำเภอใจ vs จัดอย่างดี

    การจัดสถานที่ทำงาน ต้องคำนึงถึงการทำงานร่วมกันด้วยความสะดวก รวมถึงการใช้สี แสงสว่าง เก้าอี้ที่นั่ง และตำแหน่งของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกัน

    สรุป : ผู้นำสามารถทำให้เกิดสภาพแวดล้อมในการทำงานเป็นบวกได้โดย

    มีความตั้งใจจริงในการจะทำให้เกิดสภาพแวดล้อมในการทำงานเป็นบวก

    อ.ทำนอง: บทนี้เป็นการแยกแยะการบริหารเรื่องทัศนคติ ทำอย่างไรให้คนคิดบวก บวก ทั้งเจ้านายและลูกน้อง

    อ.จีระ: บทนี้เป็นการบริหารจัดการผ่านผู้นำ การขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำ ต้องมีการฝึกให้เป็นผู้นำ Happy at work เป็นแนวคิดของผม แต่ Happiness workplace มีคนทำเยอะ สิ่งสำคัญตัวเองต้องมี Passion กระเด้งตัวเอง สู่ความเป็นเลิศ

    กลุ่ม 4

    บทที่ 7 และบทที่ 8

    สิ่งท้าทายใดที่ทำให้ฉันสนใจ

    คนที่มีภาวะเป็นผู้นำจะสามารถจัดการเพื่อให้ลูกน้องได้มีส่วนร่วมในการทำงาน จะต้อง

  • เรียนรู้ว่าผลลัพธ์หรืองานที่ลูกน้องทำนั้นมีความหมาย ความสำคัญ เพื่อวัตถุประสงค์อะไรของลูกน้อง
  • ทำให้ลูกน้องเห็นความเชื่อมโยงของสิ่งที่เขาทำกับผลลัพธ์ที่มีคุณค่า
  • ทำให้ลูกน้องค้นพบถึงคุณค่าของงานที่เขาทำและต้องให้เขารู้สึกสนุกกับงาน ด้วยหลัก 3E (Easy ง่าย, Energizing กระปรี้กระเปร่า, Enjoyable สนุก)
  • ทำให้สภาวะหรือสิ่งแวดล้อมในการทำงานของลูกน้องเอื้อหรืออำนวยกับเขา โดยมีคำถามที่สำคัญ คือ what, where, when, with whom, how เพื่อตั้งคำถามเกี่ยวกับงาน
  • เราจะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างไร

    เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง กิจกรรมของผู้นำเพื่อช่วยให้เกิดการเรียนรู้ เติบโต และ ความสามารถในการกลับมาหยัดยืน ได้แก่

    การมีมุมมองแง่บวกเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง โดยต้องมั่นใจว่าเราสามารถเรียนรู้จากการเปลี่ยนแปลงนั้นและสามารถกลับมาหยัดยืนเมื่อเจอสถานการณ์ (Mind set)

    การเรียนรู้ว่าเราสามารถคิดหรือสร้างสรรค์ไอเดียได้จาก

    - การสะท้อนตัวเอง

    - การลงมือทำ

    - การทำงานข้ามกรอบหรือสายงาน

    - การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

  • การเรียนรู้เพื่อนำไอเดียไปใช้หรือแลกเปลี่ยน โดย
  • - การนำความสามารถไปใช้แบบข้ามสายงาน

    - การแลกเปลี่ยนข้อมูลข้ามสายงาน

    - การสร้างแรงจูงใจเพื่อกระตุ้นให้เกิดการแลกเปลี่ยน

  • การปรับตัวยืดหยุ่นเมื่อเจอการเปลี่ยนแปลง
  • - การรู้จักทำให้สิ่งที่พูดยากพูดได้

    - การเปลี่ยนจากสิ่งที่รู้ไปสู่สิ่งที่ทำ

    - การเปลี่ยนสิ่งที่ทำหรือเหตุการณ์เป็นครั้งๆให้เป็นรูปแบบที่ทำอย่างต่อเนื่อง

    กลุ่มที่ 5: บทที่ 9-10

    What delights me?

    Implications for executives, human resources, and individuals

    สถานที่ทำงานที่ดี เช่น Google มีผลต่อการทำงาน

    ซึ่งอะไรจะเกิดขึ้น หากทำงานแบบคนเดียว ไม่สนใจกัน

    องค์กรยั่งยืนและประสบความสำเร็จได้ขึ้นอยู่ทรัพยากรบุคคลในองค์กร ผู้นำต้องใส่ใจและให้ความรักและผลักดัน จะทำให้สถานที่ทำงานดีและทำอย่างมีความสุข

    Surapong Chatpun
    IP: xxx.19.201.16
    เขียนเมื่อ 

    This is the third week for this course. Today, I have attened only morning session that I have learnt about "Change" which is related to our organization. The KPI is just only a part of Performance Management System (PMS) that can be useful to drive the organization to the goal. Furthermore, "feedback" process is an important activity which can use to develop people in the organization as well as communication. We have done 2 workshops about "Change" which are 1) change in the organization: now and future and 2) value for change. 

    Also, I know about the behaviors which occur when a change happens. Finally, I knew more how to deal with a change.

    nonglak suwalak
    IP: xxx.7.248.181
    เขียนเมื่อ 

    สรุปบทเรียนวันนี้

    1. เหตุผลที่ต้องมีการจัดการกับความเปลี่ยนแปลง คือ

    - เพื่อสร้างองค์กรแห่งความสุข 

    - ให้ทันกับเทคโนโลยี

    - เพิ่มขีดความสามรถในการพึ่งพาตนเอง

    - เพื่อความอยู่รอด

    - เพื่อการแข่งขัน

    2. เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง มนุษย์ จะ มีการตอบสนองดังนี้ กังวล เสียใจ โกรธ ต่อต้าน ดีใจ สับสน  ปฏิเสธ

    3. ผู้มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลง ได้แก่

    - ผู้อุปถัมภ์การเปลี่ยนแปลง : ผู้ที่จะตัดสินว่าการเปลี่ยนแปลงใดจะเกิดขึ้น

    - ผู้สนับสนุนการเปลี่ยนแปลง

    - ผู้นำการเปลี่ยนแปลง : ผู้ที่ทให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

    - ผู้ที่จะต้องเปลี่ยนแปลง : ต้องปรับตัว

    4. หัวใจของการเป็นผู้นำเริ่มต้นที่แนวคิด

    5. กระบวนการ การเปลี่ยนแปลง มี 4 ระยะ

    6. การทำงานใดๆ ก็ตามต้องมีการวางแผนก่อนเสมอ และต้องมีการแบ่งงานกันทำ

    7. ต้องมีการวางแผนการเงินเพื่ออนาคตของตัวเองและครอบครัว

    Tippawan Liabsuetrakul
    IP: xxx.19.201.16
    เขียนเมื่อ 

    วันนี้ได้เรียนรู้ว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นสัจธรรมของชีวิต แต่การตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงระดับต่างๆ ของคนนั้นเป็นจริง ไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับผู้ใด แต่อาจมากน้อยต่างกันไปแล้วแต่ทุนเดิมทางอารมณ์ คงต้องเข้าใจและดูว่าจะสามารถรับการเปลี่ยนแปลงได้เพียงใด การบริหารจัดการการเงินที่ดีต้องมีการวางแผนอย่างเป็นระบบ ปิดท้ายของวันเป็นการพูดถึงหนังสือทำให้เข้าใจหลักการจัดการบรหารคนและองค์กรให้เกิดความสมดุลมีความสุขทั้งระดับบุคคลและที่ทำงาน

    วรณัน สุวรรณภูมิ
    IP: xxx.47.196.32
    เขียนเมื่อ 

    องค์กรที่ปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงได้ถึงจะอยู่รอด โดยผู้นำเป็นกุญแจสำคัญในการนำองค์ก้าวผ่านความเปลี่ยนแปลงและการทำงานเป็นทีม ก้าวไปพร้อมกันของคนภายในองค์กร 

    การออมเงินเป็นสิ่งค้ำประกันการใช้ชีวืตในอนาคตอย่างที่ชีวิตสามารถใช้ได้เหมือนวัยทำงาน  จากหลักการคำนวณของอาจารย์วันนี้ทำให้รู้ว่า เวลาที่เสีนไป ทำให้ชีวิตเสียโอกาสอะไรไปหลายอย่าง การให้เวลากับการคิดวางแผนด้วยความรู้นั้นเป็นสิ่งจำเป็นเสมอในการดำเนินการกิจกรรมทุกอย่าง

    ธัญสินี ศรีเกื้อ
    IP: xxx.109.57.231
    เขียนเมื่อ 

    จากการเรียนวันนี้. PMS จะเกิดประสิทธิภาพจากการใช้งานที่ถูกต้อง และสร้างสรรค์มากขึ้นกว่าที่เคยใช้กันมา ที่สำคัญ เราต้องพร้อมนำและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงขององค์กรให้ทันยุคสมัยอยู่เสมอ

    ช่วงบ่าย เริ่มอยากลองระบบการจัดการเงินเข้าออกของตัวเองซะแล้ว

    ช่วงเย็น จากการบ้านของแต่ละกลุ่ม ทำให้เห็นว่าองค์กรที่ดีต้องประกอบด้วยอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นความสุขในการทำงาน ทิศทางของผู้นำ ที่จะนำไปสู่องค์กรที่ประสบความสำเร็จ

    วรรณฤดี หทัยพิทักษ์
    IP: xxx.53.41.241
    เขียนเมื่อ 

    วันนี้การเรียนรู้จาก อ.ศิริลักษณ์ รู้สึกดีมากค่ะเป็นบรรยากาศการเรียนรู้ที่ดี ทำให้เข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลง ที่จะต้องมีขึ้น การจัดการกับ ผลกระทบต่อบุคคล กับองค์กร การเป็นผู้นำควรทำอย่างไร และจากการืำกิจกรรม กระตุ้นให้คิดวิเคราะห์ตัวเอง(องค์กร) รวมทั้งคิดถึงเป้าหมายขององค์กร

    อาจารย์นวพร เรืองสกุล ได้ให้แง่คิดถึงคุณค่าในสิ่งต่างๆ  ด้วยการมองย้อนกลับมาที่ตัวเอง การมีระเบียบวินัยส่วนตนเอง ช่วยกระตุ้นให้ในแง่ ของการให้คุณค่าของเวลาและชีวิต

    Neerawan singhaset
    IP: xxx.230.109.23
    เขียนเมื่อ 

    สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้.  สิ่งมีชีวิตถึงจะแข็งแกร่ง ฉลาด เพียงใด จะอยู่รอดได้ต้องมีความสามารถในการเปลี่ยนแปลง

    และการวางแผนที่ดี มีอุปกรณ์เครื่องมือพร้อม งานก็จะสำเร็จไปได้ด้วยดี

    เมื่อขาดการวางแผนที่ดี. นกที่เคยพับได้เป็นร้อยๆตัว ก็บินหายไป 

    7คำถามสำหรับ  The way of work.

    ขอบพระคุณอาจารย์ทุกท่านค่ะ

    สรญา สาเหาะ
    IP: xxx.168.205.118
    เขียนเมื่อ 

    วันที่ 30 ตุลาคม 2557

    สิ่งที่ได้เรียนรู้จากช่วงเช้า การเปลี่ยนแปลงไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือหยุดยั้งได้ ต้องเป็นไปอย่างเป็นระบบ และระบบนั้นต้องขับเคลื่อนด้วยคนที่มีคุณภาพ เพื่อองค์กรที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ในการทำการเปลี่ยนแปลงนั้น ๆ ควรมีทีมที่ทำเรื่อง Change Management และหากได้มีการใช้วิธี One on one ในหน่วยงาน มีการสนทนาระหว่างหัวหน้ากับลูกน้อง ทำให้เกิดการเรียนรู้

    กิจกรรมช่วงบ่ายวันนี้ ทำให้รู้ว่า การจะทำการใด ๆ เมื่อเรามีเครื่องมือพร้อมอยู่แล้ว แต่หากขาดการวางแผนและการประเมินสมรรถนะ ก็จะทำให้ผลที่ได้ออกมาไม่ประสบความสำเร็จได้หันมามองตัวเอง คำนวณเวลาการใช้ชีวิต การมองงบการเงินในมุมที่ทำให้เห็นทุนชีวิต ช่วยทำให้ตระหนักคิดการเตรียมพร้อมในการรับมือช่วง Aging society

    สุดท้าย คิดว่า การสนับสนุนให้มี Happy Workplace เกิดขึ้น จะทำให้องค์กรเกิดการเริ่มต้นที่ดี ทำให้มีชัยไปกว่าครึ่ง

    ดวงใจ ก้อนใหม่
    IP: xxx.19.201.16
    เขียนเมื่อ 
    • วันที่ 7 ของการอบรม
      สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้
      ได้เรียนรู้ในเรื่องของวัฒนธรรมองค์กร และ การบริหารการเปลี่ยนแปลง ทำให้ได้รู้เพิ่มเติมว่าการเป็นหัวหน้างานจะต้องใช้ระบบการสื่อสารแบบ one on one เข้าไปเสริมในการพูดคุยกับสมาชิกในทีมอีกทางหนึ่ง เพื่อทำให้เข้าใจสมาชิกในทีมเป็นรายบุคคลเพิ่มขึ้น นอกเหนือไปจากการที่เรามีการพูดคุยกันในทีมแล้ว นอกจากนี้ จะต้องสร้างค่านิยมที่สามารนำไปสู่การปฏิบัติได้จนทำให้กลายเป็นวัฒนธรรมขององค์กรอย่างยั่งยืน การที่จะทำให้เกิดการสร้างวัฒนธรรมองค์กรขึ้นมาได้จะต้องเปลี่ยนที่ผู้บริหารขององค์กรนั้นๆด้วยว่าพร้อมที่จะรับฟังเสียงจากบุคลากรภายในองค์กรด้วยหรือไม่
      ในช่วงบ่าย ได้เรียนรู้ในเรื่อง Personal Financing เกี่ยวกับการบริการจัดการในเรื่องของเงิน จะนำความรู้ที่ได้ในครั้งนี้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ซึ่งทุกๆวันนี้ได้ทำบัญชีรายรับรายจ่ายอยู่แล้ว จะได้ช่วยทำให้เราใช้จ่ายอย่างมีสติมากขึ้นและมองไปในระยะยาวในเรื่องของ Aging Society ว่าเราพร้อมหรือยังไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการออมและทางด้านการดูแลสินทรัพย์ และจะนำไปใช้ในแง่มุมทางการเงินและทางการแพทย์ได้อย่างไร ตรงนี้ถ้าไม่ได้มาเรียนรู้ในครั้งนี้คงจะไม่ได้รับประสบการณ์และเรื่องราวดีดีจากวิทยากรที่เก่งค่ะ
      การวิเคราะห์ประเด็นอ่านหนังสือ The Way of Work
      หนังสือเล่มนี้สอนให้เราเรียนรู้ว่าเราจะทำอย่างไรให้ทุกคนในองค์กร ให้ทำงานอย่างมีความสุข สนุกกับการทำงานสถานที่ทำงานเป็นสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการช่วยทำให้เกิดความสุขในการทำงานอย่างไร ตลอดจนเรื่องของการมีมนุษยสัมพันธ์ในการทำงาน การบริหารทัศนคติ การปรับเปลี่ยนทัศนคติ การเรียนรู้จากความล้มเหลว ซึ่งจะส่งผลทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์แล้วนำไปสู่ความสำเร็จขององค์กรอย่างยั่งยืนต่อไปได้ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคตจะต้องมีการปรับตัวให้สามารถอยู่รอดได้ ถ้าในอนาคตคณะแพทยศาสตร์มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ในฐานะที่เป็นบุคลากรคนหนึ่งก็ต้องสนับสนุนและยอมรับการการเปลี่ยนแปลงนั้นๆ
    ทัศนันท์ ศิริเสถียรรุจ
    IP: xxx.7.248.18
    เขียนเมื่อ 

    สัปดาห์ที่ 3 วันที่ 1 ของการเรียนรู้  

    ช่วงเช้า อ.ศิริลักษณ์ เมฆสังข์ เรื่องการบริหารการเปลี่ยนแปลง ทำให้เข้าใจการอยู่รอดของสิ่งที่มีชีวิตบนโลกนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความฉลาด หรือความแข็งแกร่ง แต่เป็นเรื่องของความสามารถในการปรับตัวให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นและคนไม่ได้ต่อต้านการเปลี่ยนแปลง แต่ต่อต้านการถูกเปลี่ยนแปลง ดังนั้นทุกองค์กร บุคลากรทุกคนต้องปรับตนเองให้เข้ากับสภาพแวดล้อมและสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสม ไม่มีคำว่าดีที่สุดแล้ว คุณภาพไม่มีเส้นชัย การเปลี่ยนแปลงต้องเป็นไปอย่างเป็นระบบ ได้เข้าใจธรรมชาติของมนุษย์เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลง ได้มีการทำworkshop ทำให้เข้าใจง่ายขึ้น

    ในช่วงบ่าย กลยุทธิ์การบริหารการเงิน อ.นวพรและ อ.ประเสริฐ ได้นำเสนอแนวคิดให้เข้าใจได้ง่ายโดยการทำworkshopที่ได้สะท้อนหลายอย่างในการทำงานปัจจุบัน หลักสำคัญต้องให้เวลากับการวางแผน ได้เรียนรู้งานทุกงานสำเร็จได้จากการวางแผนและทำงานที่ถนัด 

    การวิเคราะห์ประเด็นอ่านหนังสือ The Way of Work  แต่ละกลุ่มได้นำเสนอโดยรวมได้เรียนรู้ว่าจะทำอย่างไรให้ทุกคนในองค์กรสามารถทำงานอย่างมีความสุข สนุกกับงาน ผู้นำต้องคุณลักษณะอย่างไร ที่จะช่วยส่งเสริมให้เกิด happy work places ซึ่งจะต้องมาปรับใช้ในบริบทของสงขลานครินทร์ต่อไป

    ขอบพระคุณค่ะ

    คุณากร
    IP: xxx.55.33.152
    เขียนเมื่อ 

    การบริหารการเปลี่ยนเเปลงในองค์กรจะมีผู้นำที่ต้องยอมรับการปรับโครงสร้าง เทคโนโลยีและเพิ่มบทบาทหน้าที่ใหม่นำมาสู่การจัดการความเปลี่ยนแปลงให้ได้   และเรื่องการเงินต้องมีการวางแผนอย่างรอบคอบ มีกลยุทธ์บริหารเงินให้งอกเงย

    สิรินทร์ ศาสตรานุรักษ์
    IP: xxx.19.201.16
    เขียนเมื่อ 

    การบริหารการเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นสำหรับผู้นำ/ผู้บริหาร    เพราะองค์กรต้องมีการเตรียมความพร้อมเสมอในการรับการเปลี่ยนแปลงที่กระทบต่อองค์กร   ผู้เข้ารับการอบรมทุกคนถือเป็นผู้นำของคณะแพทย์ซึ่งบางคนได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงที่คณะแพทย์เปลี่ยนเองหรือบางสิ่งที่เป็นปัจจัยภายนอกที่มากระทบ   สิ่งที่เป็นปัญหาเสมอคือการสื่อสารภายในองค์กรให้ทราบ   ทางผู้บริหารเองก็ทราบประเด็นปัญหาเรื่องนี้และมีการกำหนดเป็นเรื่องสำคัญ   แต่ขณะนี้ก็ยังพบปัญหาเหล่านี้อยู่   อีกประเด็นก็คือการตีความของสิ่งที่ได้รับมาจากการสื่อสารหลายทางซึ่งบางครั้งตีความหมายผิดเพี้ยนไปจากของจริงซึ่งผู้นำต้องรีบเคลียร์

    -การวางแผนการเงินมีความจำเป็น  เห็นด้วยกับอ.จีระว่าเราคงไม่ต้องลงรายละเอียดเท่ากับอ.นวพรไม่อย่านั้นคงเครียด   แต่เราต้องมีการวางแผนการเงินถ้าไม่มีหนี้สินก็จะเป็นการดีที่สุด

    -การบริหารคนเป็นศิลปะอย่างมากต้องอาศัยหลายอย่างในการปฏิบัติ   ผู้นำทุกคนต้องมีการเปลี่ยนแปลงการจัดการและนำองค์กรรวมทั้งต้องมีการใช้ PDCA  ปรับกระบวนทัศน์ในการทำงาน

    ped.supaporn
    IP: xxx.19.201.16
    เขียนเมื่อ 

    เป็นคนหนึ่งที่กลัวการเปลี่ยนแปลง แต่ทุกครั้งทุกเรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิตส่วนตัวและการทำงานที่มีการเปลี่ยนจะสามารถปรับตัวให้อยู่กับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้เสมอ และค่อยๆ มีความสุขกับมัน จนกลายเป็นความเคยชินและเชื่อเสมอว่าชีวิตและจิตใจของเรามีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา    เมื่อมาได้เรียนรู้ศาสตร์ของการเปลี่ยนแลงทำให้เข้าใจมากขึ้น

    การอยู่รอดของสิ่งมีชีวิต ไม่ได้ขึ้นกับความฉลาดหรือความแข็งเกร่ง แต่เป็นเรื่องของความสามารถในการปรับตัวให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนที่เกิดขึ้น           ทุกองค์กร ทุกคนต้องปรับตนเองให้เข้าใจสภาพแวดล้อมและสามารถรับมือกับการเปลี่ยนได้

    การเงินก็เป็นสิ่งหนึ่งที่อยู่ควบคู่กับการดำรงชีวิตของเราตลอดเวลา  เราต้องคิดวางแผนควบคู่ไปกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดอย่างมีมีประสิทธิภาพ

    อำไพ
    IP: xxx.19.201.18
    เขียนเมื่อ 

    ช่วงเช้า อ.ศิริลักษณ์ ได้พูดว่าเมื่อองค์กรมีการเปลี่ยนแปลง  ธรรมชาติของคนจะความรู้สึกความกลัว ไม่สบายใจ รู้สึกหวั่นไหว ว่าตัวเองจะอยู่อย่างไร  มีงานทำหรือไม่  ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องหาทางจัดการกับการเปลี่ยนแปลงนั้นด้วยเหตุผลที่

    - เพื่อสร้างองค์กรแห่งความสุข

    - เพื่อปรับตัวให้ทันเทคโนโลยี

    - เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

    - เพื่อความสามารถในการอยู่รอด

    - เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการดูแลตนเอง

    ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลง  คือ

    1. ผู้อุปถัมภ์การเปลี่ยนแปลง (Change Sponsor)  เป็นผู้ที่จะตัดสินใจว่าการเปลี่ยนแปลงใดจะเกิดขึ้น

    2. ผู้สนับสนุนการเปลี่ยนแปลง ( Change Adovocate ) เป็นผู้ที่จะสนับสนุนในการเปลี่ยนแปลง

    3. ผู้ที่จะต้องเปลี่ยนแปลง ( Change Taget ) เป็นผู้ที่ต้องปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง

    4. ผู้นำการเปลี่ยนแปลง ( Change Agent ) ผู้ที่ช่วยให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น

    ดังนั้นการกระตุ้นให้มีพลังร่วมกันในการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง  ผู้นำจะต้องมี

    1.  ต้องสร้างความรู้สึกเร่งด่วน  โดยใช้เหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่เกิดขึ้น  ชี้ให้เห็นว่าทำไมองค์กรถึงต้องเปลี่ยนแปลง

    2. กำหนดภารกิจที่สร้างแรงบันดาลใจและมีคุณค่าที่จะทำให้สำเร็จ

    3. กำหนดเป้าหมายที่ท้าทายความสามารถของคน  ให้ใช้ความสามารถได้อย่างเต็มที่

    4.  สร้างจิตวิญญาณของทีม 

    5.  สร้างความมั่นใจและความคาดหวังที่สมาชิกในทีมสามารถบรรลุเป้าหมายได้

    ถ้าเราต้องสร้างวัฒนธรรมขององค์กรสักอย่าง  ที่ทำให้การเปลี่ยนแปลงสัมฤทธิ์ผล  ให้ตอบคำถามว่า  -  - ค่านิยมที่กำหนดขึ้น  คืออะไร

    -  ทำไมค่านิยมนี้จึงมีความสำคัญต่อองค์กร

    -  มีพฤติกรรมเชิงบวกอย่างไร

    - มีพฤติกรรมเชิงลบอย่างไร

    - มีความขัดแย้ง (ที่ลงตัว) หรือไม่

          ในช่วงบ่าย  อ.นวพร และอ.ประเสริฐ  ได้ให้ข้อคิดในการทำงานว่า  การทำงานทุกอย่างจะต้องมีการรู้และเข้าใจกติกา  มีการวางแผน  มีการจัดการอย่างเป็นระบบ  ถ้าทำงานโดยไม่มีเข้าใจกติกา  การวางแผน  วางระบบให้ชัดเจน  จะทำให้องค์กรสูญเสียรายได้ เสียเวลาในการทำงาน คนทำงานก็จะเหนื่อย  

    จรูญ แก้วมี (ฝ่าย IT คณะแพทยศาสตร์)
    IP: xxx.19.201.16
    เขียนเมื่อ 

    30 ตุลาคม 2557
    วัฒนธรรมองค์กร – การบริหารการเปลี่ยนแปลง
    โดย ดร.ศิริลักษณ์ เมฆสังข์
      - เมื่อไหร่ที่มีการเปลี่ยนแปลงในองค์กร การทำความเข้าใจ
         การชี้แจงกับบุคลากรในองค์กรจำเป็นต้องทำ เพื่อให้เข้ารู้
         และเข้าใจ และช่วยกันเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน
      - การใช้คนจากภายในนอก เช่น รปภ. , พนักงานทำความสะอาด
        จำเป็นต้องสอนและแนะนำให้เข้ากับการทำงานขององค์กร เพราะ
        เมื่อเขามาอยู่กับองค์กร เขาก็คือส่วนหนึ่งขององค์กร แม้ไม่ใช่
        คนของเราโดยตรง
      - การพูดคุยกับลูกน้อง one on one เป็นสิ่งที่จะทำให้เราได้พูด
        คุยกับลูกน้องและเข้าใจกันมากดีขึ้น

    กลยุทธ์การบริหารการเงินส่วนบุคคล
    โดย อาจารย์นวพร เรืองสกุล และ อาจารย์ประเสริฐ พัชรบุษราคัมกุล
      - การทำงานที่ขาดการวางแผนจะทำให้ไม่ประสบผลสำเร็จสูงครับ
      - การวางแผนการใช้เงินในชีวิตของเราเองมีความสำคัญต่อความ
        มั่นคงทางการเงินมากครับ

    นำเสนองานกลุ่ม : วิเคราะห์ประเด็นที่น่าสนใจและบทเรียนจากหนังสือ
    เรื่อง The Why of Work: How Great Leaders Build Abundant Organizations That Win
       องค์กรยั่งยืนและประสบความสำเร็จได้ขึ้นอยู่ทรัพยากรบุคคลในองค์กร
       ผู้นำต้องใส่ใจและให้ความรักและผลักดัน จะทำให้สถานที่ทำงานดีและ
       ทำอย่างมีความสุข

    พวงผกา บวรลักษณ์
    IP: xxx.19.201.18
    เขียนเมื่อ 

    สิ่งที่ได้เรียนรู้ การเปลี่ยนแปลงจะเกิดอยู่ตลอดเวลา จำเป็นต้องมีการบริหารการเปลี่ยนแปลง หากระดับองค์กร จำเป็นสำหรับผู้นำ/ผู้บริหาร เพราะองค์กรต้องมีการเตรียมความพร้อมเสมอในการรับการเปลี่ยนแปลงที่กระทบต่อองค์กร ซึ่งองค์กร ประกอบด้วยบุคลากรซึ่งเป็นคน/ มนุษย์ เป็นผู้ขับเคลื่อน

    องค์กรต้องมีการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพภายในองค์กรให้บุคลากรทราบ มีการบริหารคนที่มีประสิทธิภาพ

    เงินเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อที่จะหาปัจจัย 4 สำหรับการดำรงชีวิตของคนเรา เราต้องคิดวางแผนควบคู่ไปกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดอย่างมีมีประสิทธิภาพ  และการทำงานทุกอย่างต้องมีการคิดวางแผนที่ดีผลลัพธ์ก็จะออกมาดี

    อัจฉรา จันทร์ช่วย
    IP: xxx.55.108.191
    เขียนเมื่อ 

    ได้เรียนรู้วิธีการจัดการที่ถูกต้อง หากองค์การของเราจะต้องเป็นแปลง ไม่ว่าจะในฐานะผู้นำการเปลี่ยนแปลง หรือแม้กระทั้งผู้ที่จะต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลง ได้แนวคิดที่จะนำไปปรับใช้กับองค์กรของเรา

    จูลี่ ชาญสถาพร
    IP: xxx.19.201.16
    เขียนเมื่อ 

    เราต้องเรียนรู้การเปลี่ยนแปลงและพยายามปรับตัวเพื่อความอยู่รอด

    นงลักษณ์ ว่องวิษณุพงศ์
    IP: xxx.19.201.16
    เขียนเมื่อ 

    วันนี้เราได้เรียนรู้วิธีการก้าวเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง รู้สึกว่ายากจังเลยค่ะ การที่เราจะเป็นผู้นำที่จะนำองค์กรไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้ เรายังต้องทำความเข้าใจหลายๆอย่าง เช่น

    ราจำเป็นต้องหาทางจัดการกับความเปลี่ยนแปลงด้วยเหตุผลดังนี้

    -เพื่อสร้างองค์กรแห่งความสุข(Happy Workplace)

    -ปรับตัวในทันตามเทคโนโลยี

    -เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเอง

    -เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน

    และยังต้องทำความเข้าใจกับธรรมชาติของมนุษย์กับการเปลี่ยนแปลง จะมีปฏิกิริยาคือ กังวล เสียใจ โกรธ ต่อต้านดีใจ สับสน ปฏิเสธ

    ช่วงบ่าย ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการวางแผนการใช้เงิน การใช้ชีวิตให้คุ้มค่า ซึ่งค่อนข้างยากแต่ถ้าเราทำความเข้าใจและนำไปใช้ปฏิบัติจะมีประโยชน์มาก

    Learning Forum & Workshop

    หัวข้อ “CEO - HR - Non HR - Stakeholders”

    โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

    ดร.เกริกเกียรติ ศรีเสริมโภค

    ร่วมวิเคราะห์และดำเนินการอภิปรายโดย อาจารย์ทำนอง ดาศรี

    31 ตุลาคม 2557

    ศ.ดร.จีระ: การพัฒนาคนต้องมีการปลูกและเก็บเกี่ยว แต่สิ่งที่ยากคือการทำให้สำเร็จ Execution

    ในเรื่อง HR มีตัวละครอยู่ 4 ตัว

    การกำหนดเรื่องความเป็นเลิศของโรงพยาบาลต้องให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม

    เรื่อง Stakeholder ในครั้งนี้ต้องพูดถึงมาก

    ในห้องนี้ส่วนใหญ่เป็น Non Hr และลูกค้ารุ่นต่อไปก็ต้องมาเป็นแนวร่วมกัน เรียกว่า Co-creation

    แนวโน้มของ HR เน้นไปที่ Intangible ความผูกพันในองค์กร ความจงรักภักดี

    ความสุขในการทำงานบางครั้งอาจจะวัดได้ แต่เป็นการวัดแบบคร่าวๆ

    ในยุคต่อไปมีความแตกต่างระหว่าง Visible และ Invisible ต้องคิดต่อไปว่าสำคัญอย่างไรกับคณะแพทย์

    วันแรกผมเน้น HR คือปลูก เก็บเกี่ยว และ Execution เป็นเรื่องใหญ่มาก การบ้านก็จะเน้นการนำไปปฏิบัติ Get thing done

    วันนี้การนำเอาตัวละคร Shakespeare model มาใช้ก็เพื่อให้เราได้ทำงานร่วมกัน เพราะในห้องนี้มีหมดยกเว้น คนไข้ นักเรียน และผู้นำชุมชน ภาครัฐ และภาคธุรกิจซึ่งผมเรียกว่าเป็น Stakeholders

    -CEO หมายถึง อธิการบดี คณบดี หัวหน้า

    -New HR หมายถึง รองอธิการบดีฝ่าย HR รองคณบดีฝ่าย HR และเจ้าหน้าที่ระดับมหาวิทยาลัย และระดับคณะ เรียกว่า Staff function

    -Non HR หมายถึง อาจารย์ พนักงาน เจ้าหน้าที่ ต้องบริหารแต่ไม่สั่งโดยตรง ก็คือ คนส่วนใหญ่ในห้องนี้กว่า 95% แต่ลึกๆมีความสำคัญอย่างยิ่ง

    Future Research

    ผมสังเกตดูว่าเรื่องที่พูดค่อนข้างใหม่ เพราะต้องการจะให้ทำงานร่วมกัน ส่วนมากจะเห็นแค่ Non HR คือ อยากให้คนในองค์กรไม่ว่าจะทำอะไร เข้าใจ HR แต่ไม่เน้น CEO หรือ Stakeholders และไม่ได้เน้นหน้าที่ และการทำงานร่วมกัน ทั้งโอกาสและอุปสรรค ซึ่งถ้าเราใช้โอกาสในรุ่นที่ 1 และรุ่นที่ 2 ทำให้ดี ก็ก็อาจจะกระเด้งไปที่องค์กรอื่นๆ

    ผมจะมีข้อสังเกต 3-4 ข้อ ดังต่อไปนี้ ที่จะทำให้งานของ HR ของตัวละครเหล่านี้ทำงานร่วมกัน ได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างสูงสุด

    สิ่งแรกที่ตัวละครทุกกลุ่มจะต้องมีร่วมกัน คือ ปรัชญาและความเชื่อเสียก่อนว่า คนคือทรัพยากรที่มีค่าที่สุดขององค์กร

    ศ.ดร.จีระ: จะเห็นว่าท่านพารณมองและทำนายเหตุการณ์ล่วงหน้า ในสังคมมองว่าคนที่อายุมากจะทำงานไม่ได้ แต่จริงๆแล้วคนอายุมากมีประสบการณ์ มีความตั้งใจที่จะทำงาน

    อ.เกริกเกียรติ: gเรื่องคน เรื่อง Stakeholder ขอพูดถึงกรณีศึกษาเกี่ยวกับธุรกิจเครื่องสำอางและเวชสำอาง เน้นเรื่อง 3v แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ

    Reshaping ทำให้สัดส่วนเหมาะสม

    Restructuring การปรับโครงสร้างให้เหมาะสม

    Redesign แบ่งธุรกิจเป็น 3 กลุ่ม

    และมีเรื่อง R&D แยกเป็นหนึ่งบริษัท การขาย แบ่งเป็นอีกบริษัท และมีการทำ HR Transformation เป็นการเปลี่ยนคนที่ยากมาก เพราะคนมักจะติดกับความคิด ช่วงปีแรก ใช้เวลาในการทำความเข้าใจ การสื่อสาร CEO สร้างตัวเอง ให้เป็น Role model มีการทำ CEO พบพนักงาน และใช้สูตร 3 4 5 ใช้ 3 คนทำงาน เหมือนจ่ายคน 4 คน และ productivity เป็น 5

    การอยู่ในธุรกิจ

    • -ต้องเร็วกว่า Faster
    • -ถูกกว่า Cheaper
    • -และดีกว่า Better

    อาชีพ Programmer ศูนย์ IT ใน 10 ปี จะหายไปหมด เพราะตอนนี้ใช้ระบบ Cloud เป็นส่วนใหญ่

    ต้องเปลี่ยนวิธีคิดของคน ซึ่งเป็นวิธีที่ท้าทายมาก กว่าที่ทุกคนจะพร้อมใจ อย่างเช่น บริษัทเครื่องสำอางที่ยกตัวอย่างใช้เวลา 3 ปี

    ความร่วมมือของทุกฝ่ายสำคัญมาก HR ไม่ได้รับผิดชอบฝ่ายเดียว แต่ทำอย่างไรให้ทุกฝ่ายร่วมมือ ทั้ง CEO หัวหน้า บุคลากร ของทุกแผนก เพื่อให้เข้าถึงกันหมด

    สิ่งสำคัญต้องเน้นการศึกษาความล้มเหลวขององค์กรที่ประสบความสำเร็จ เพราะเป็นบทเรียนที่สำคัญ หัวใจขององค์กรคือ การสื่อสารขององค์กร เข้าใจว่าเขาคิดอย่างไร และจะมีวิธีสื่อสารกันภายในองค์กรอย่างไร กิจกรรมที่ให้ทำบ่อย คือ ให้มี Innovation day และบริษัทจะมีรางวัลให้ นำไปสู่การพัฒนางานและพัฒนาธุรกิจต่อไป หลักการสำคัญของ CEO คือ ยึดหลักHR แต่ไร้รูปแบบ ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของตัวเอง เพราะฉะนั้นคณะแพทย์ มอ. ต้องมี Way ของตัวเอง

    • -เน้นลูกค้า
    • -Commit to success
    • -มุ่งสู่ความสำเร็จ
    • CEO กล่าวไว้ว่า The success will begin when you start to do

    สิ่งสำคัญ ที่ท้าทายคณะแพทย์ มอ. คือจะขับเคลื่อนอย่างไร และทำอย่างไรให้คนในคณะสามารถร่วมกันแสดงความคิดเห็นเพื่อให้มีการพัฒนาคณะแพทย์ ไม่เพียงแต่บริการแค่ในพื้นที่ใกล้เคียงเท่านั้น

    โอกาสที่จะทำร่วมกับ AEC มีมาก

    ตั้งคำถามว่า

    มีนักเรียนจาก AEC มาเรียนกับเรามากน้อยแค่ไหน

    เคยมีการทำโครงการร่วมกับ ม.บันดุง จากอินโดนีเซีย มีการแลกเปลี่ยนเชิงวัฒนธรรม มอ.ต้องคิดเพื่อสร้าง Value

    ศ.ดร.จีระ: ประทศเยอรมัน อเมริกา ขาย software ที่ทำเรื่อง HR แต่คนเราต้องมีนวัตกรรม มีความคิดใหม่ๆ ต้องมีตัวละครหลายกลุ่ม กลุ่มแรกคือ CEO / Smart HR

    ทุนมนุษย์ หรือทรัพยากรมนุษย์โดยตัวของมันเองไม่สำเร็จ จะต้องโยงไปกับเป้าหมายขององค์กร

    ในกรณีของโรงเรียนแพทย์ PSU ผมคิดว่าน่าจะเริ่มจาก

    -Ideation เราเกิดมาเป็นโรงเรียนแพทย์เพื่ออะไร

    -Vision เป้าหมายและปรับเป็น Goals

    -Mission ภารกิจสำคัญคืออะไร

    การรวมรุ่น 1 และ 2 ขับเคลื่อนคณะให้อยู่นอก Comfort zone ได้อย่างไร เป็นสิ่งที่ท้าทายมาก ตัวอย่างคือ ทำให้กฟผ.ต่อเนื่องมา 10 ปี แต่ยังไม่สามารถทำให้ Silo base เขาเปลี่ยนได้ เพราะเน้นที่ Quantity

    รุ่น 2 ต้องลองคิดว่า Stakeholder บางกลุ่ม ควรเน้นเรื่องการกระเด้งไปต่างประเทศ ถึงแม้บางคนจะไม่พร้อมก็ต้องไปเพราะเป็น Benchmark ที่สำคัญ

    หนังสือ Dave ulrich ได้พูดไว้หลายปีแล้วในหนังสือ HR Champions ว่า New HR ที่ดีต้องเป็น Strategic Partners กับกลุ่มในองค์กร อย่าทำอะไรโดย Isolation

    การจะศึกษาการพัฒนา HRD ระหว่างประเทศ ผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องเข้าใจ Context (บริบท)ของประเทศเหล่านั้น

    — อีกประเด็นที่สำคัญของ Ulrichต่อทุนมนุษย์ใน ASEAN คือ

    -ผู้ที่ทำงาน HR ทั้งในภาครัฐโดยเฉพาะต้องมีบทบาทที่สำคัญ

    -ประเด็นแรกจะต้องเป็นทั้ง Innovator และ Integrators คือ นวัตกรรมและครอบคลุมบูรณาการหลายๆจุด

    -ต้องบริหารการเปลี่ยนแปลงให้ได้

    -ต้องทำอะไร ทำจริง credible activists ต้องสร้างศรัทธา

    -ต้องเป็น Capability builderโดยเฉพาะ

    -ทำงานร่วมกับ Non-HR

    -ต้องมองทุกอย่างเป็น Strategic positioning โดยเฉพาะมอง Macroว่าอะไรเกิดขึ้นแล้ว จึงมาจัดการพัฒนาทุนมนุษย์ให้เหมาะสม

    -ต้องมี Technology Proponent

    ศ.ดร.จีระ: คณะแพทย์ต้องมีปรัชญาสมเด็จพระบิดา รวมกับความสนใจเรื่องคนต้องเป็นจุดเริ่มต้นสิ่งทีเราทำต้องร่วมกันทั้ง 4 กลุ่ม CEO - HR - Non HR – Stakeholders

    อ.เกริกเกียรติ: วิธีการเช็คความพอใจของ Supplier คือจะมีแบบประเมินให้เลย ต้องมองว่าเขาคือ Supplier ทางธุรกิจ

    Workshop

    กลุ่ม 1

    1.ท่านคิดว่า NON-HR ในคณะของเรา

    -จุดแข็งคืออะไร?

    -จุดอ่อนคืออะไร? ไม่มีส่วนร่วมในการสร้างนโยบาย

    จะแก้จุดอ่อนและพัฒนาจุดแข็งให้ดีขึ้นอย่างไร

    2.ยกตัวอย่างในคณะที่ตัวละครทั้ง 4 กลุ่มหรืออย่างน้อย 3 กลุ่ม ทำงานร่วมกันสำเร็จ เหตุผลที่ล้มเหลว และเหตุผลที่จะปรับปรุงวิธีการร่วมกันอย่างไร?

    การพัฒนาระบบ IT

    • -CEO คณบดี สนับสนุนนโยบาย
    • -SMART-HR รองคณบดี สนับสนุนทรัพยากรทั้งเรื่องคนและอุปกรณ์
    • -Non HR
    • Design program
    • -Stakeholders
    • แพทย์ พยาบาล หน่วยงานสนับสนุนอื่นๆ
    • สปสช. ในการรับข้อมูล

    ความล้มเหลว

    ระบบ refer

    • -เนื่องจากข้อจำกัดเริ่องเตียง
    • -ข้อจำกัด Special ศัลยกรรม อายุรกรรม
    • -รพ.ที่จะรับrefer รู้สึกว่าเราเกี่ยว
    • -นโยบาย 30 บาท

    กลุ่ม 2

    1. ท่านคิดว่า NON-HR ในคณะของเรา

    -จุดแข็งคืออะไร? มีกลุ่มบุคลากรจำนวนมาก พัฒนาโดย Put the right man on the right job

    -จุดอ่อนคืออะไร? มีภาระหนัก ไม่มีการกระจายงาน ความก้าวหน้าน้อย ค่าตอบแทนต่ำ มีเครือข่ายน้อย

    กลุ่ม 3

    1. ท่านคิดว่า NON-HR ในคณะของเรา

    -จุดแข็งคืออะไร? รู้มรรถนะของผู้ร่วมงาน

    -จุดอ่อนคืออะไร? ไม่มีอำนาจการตัดสินใจ

    จะแก้จุดอ่อนและพัฒนาจุดแข็งให้ดีขึ้นอย่างไร กำหนดนโยบายชัดเจน แบ่งบทบาทหน้าที่ชัดเจน

    2.ยกตัวอย่างในคณะที่ตัวละครทั้ง 4 กลุ่มหรืออย่างน้อย 3 กลุ่ม ทำงานร่วมกันสำเร็จ เหตุผลที่ล้มเหลว และเหตุผลที่จะปรับปรุงวิธีการร่วมกันอย่างไร?

    สำเร็จ: การปรับเงินเดือนตามข้อตกลงภาระงาน

    ล้มเหลว: เรื่องการสร้างเครือข่ายร่วมกัน

    ปรับปรุง: กำหนดนโยบายชัดเจน

    กลุ่ม 4

    1. ท่านคิดว่า NON-HR ในคณะของเรา

    -จุดแข็งคืออะไร? บุคลากรมีความรู้ ความสามารถ มีความมุ่งมั่น อุตสาหะ ความรับผิดชอบ การทำงานเป้นทีม

    -จุดอ่อนคืออะไร? มีภาระงานหลากหลาย Non-HR ไม่มีความรู้อย่างแท้จริง

    จะแก้จุดอ่อนและพัฒนาจุดแข็งให้ดีขึ้นอย่างไร ต้องมี Job description ชัดเจน ต้องมี empowerment ต้องปรับกลยุทธ์การสื่อสารในองค์กร

    เสริมจุดแข็ง ส่งเสริมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง มีการให้ Rewars

    2.ยกตัวอย่างในคณะที่ตัวละครทั้ง 4 กลุ่มหรืออย่างน้อย 3 กลุ่ม ทำงานร่วมกันสำเร็จ เหตุผลที่ล้มเหลว และเหตุผลที่จะปรับปรุงวิธีการร่วมกันอย่างไร?

    โครงการรณรงค์ลดอุบัติเหตุจากการจราจร

    CEO: นโยบายในการบริการที่ชัดเจน

    HR: ไม่ชัดเจน

    Non HR: แพทย์ พยาบาล นักกายภาพ นักสังคมสงเคราะห์

    Stakeholder ศูนย์นเรนทร อบต. ตำรวจ ผู้ป่วย ญาติ

    กลุ่ม 5

    1. ท่านคิดว่า NON-HR ในคณะของเรา

    -จุดแข็งคืออะไร? มี Competency ดี

    -จุดอ่อนคืออะไร? ขาดการสื่อสารที่เหมาะสม ขาดทักษะการเป็นผู้นำที่ดี

    จะแก้จุดอ่อนและพัฒนาจุดแข็งให้ดีขึ้นอย่างไร มีการนัดพบและพูดคุยมากขึ้น มีกฎระเบียบใหม่ก็ให้คนในองค์กรรับฟังอย่างทั่วถึง

    2.ยกตัวอย่างในคณะที่ตัวละครทั้ง 4 กลุ่มหรืออย่างน้อย 3 กลุ่ม ทำงานร่วมกันสำเร็จ เหตุผลที่ล้มเหลว และเหตุผลที่จะปรับปรุงวิธีการร่วมกันอย่างไร?

    CEO: มีเป้าหมายชัดเจน ให้มีความก้าวหน้าในสายอาชีพ

    HR: และ Non HR: มีระบบอบรมสื่อสารที่ชัดเจน

    Stakeholder ผู้รับบริการจากเจ้าหน้าที่มีความเชื่อถือ

    จุดอ่อน ในสายอาชีพไม่มีระบบการพัฒนาสายอาชีพอย่างเป็นระบบ ไม่มีระบบพี่เลี้ยง ให้ผู้ที่พัฒนาต่อเนื่อง ในการแก้ปัญหาคือ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการพัฒนางาน เพื่อให้มีเครือข่าย ให้คำแนะนำตามสายงาน

    อ.เกริกเกียรติ: บทบาทของ HR ยังเป็นการทำงาน Admin มากกว่ากลยุทธ์ HR ยังไม่ได้รับการพัฒนาให้สร้างองค์ความรู้ที่ดีในองค์กร ประเด็นสำคัญ คือ กิจกรรมหรืองานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวพันกับทุกส่วน ทั้ง 5 กลุ่ม มีเรื่องราวที่ต่างกัน

    อ.ทำนอง: หากจะขับเคลื่อนองค์กรที่ชัดเจน ต้องดู 7S’s

    1. โครงสร้างขององค์กร (Structure)

    2. กลยุทธ์ขององค์กร (Strategy)

    3. Style รูปแบบการบริหารจัดการ

    4. Staff ต้องมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนองค์กร

    5. Skill ต้องมีทักษะ

    6. System วิธีการปรับกระบวนการ

    7. ค่านิยมร่วม (Shared values)

    ศ.ดร.จีระ: ต้องเรียนรู้ว่า Stakeholders ที่เราจะไปจับมีใครบ้าง Non-HR ต้องเลือกหัวหน้าของ Non-HR ไม่ใช่เป็นทุกคน 

    กาญจนา ฉิมเรือง
    IP: xxx.230.201.22
    เขียนเมื่อ 
    1. กาญจนา ฉิมเรือง
    กาญจนา ฉิมเรือง
    IP: xxx.230.201.22
    เขียนเมื่อ 

    30 ต.ค 57  ได้เรียนรู้ถึงหัวใจของการเป็นผู้นำ ที่ต้องมีแนวคิด กลยุทธ์ เทคนิคการตัดสินใจ ทั้งในอดีต ปัจจุบัน อนาคต เพื่อที่จะนำพาองค์กรไปสู่เป้าหมายที่วางไว้

      เพื่อให้ทุกคนมีความสุข สนุกกับการทำงานในองค์กร 

      ได้เรียนรู้ถึงการบริหารเงินส่วนบุคคล เพราะศักยภาพของแต่ละคนในการหาเงินนั้นไม่เท่ากันทั้งรายรับและรายจ่าย ทำอย่างไรเราถึงจะมีเงินออมไว้ในอนาคต เพราะปัจจุบันรายจ่ายมากกว่ารายรับ สิ่งที่ทำได้คือตัดกิเลสจากการซื้อสิ่งของไม่จำเป็นออกไป

    สรุปการบรรยาย

    หัวข้อ ความสมดุลของชีวิต

    โดย พล.อ.ต. นพ.บุญเลิศ จุลเกียรติ

    สูตรสำเร็จของการสร้างความสมดุลให้ชีวิต ก็คือ การดำเนินชีวิตอย่างถึงพร้อม ด้วย

    • -สติ
    • -ปัญญา
    • -ศรัทธา

    ไหนๆก็เกิดมาโชคดีแล้ว เราน่าจะมีชีวิตที่มีสาระมากกว่าแค่เกิดมาเพื่ออยู่ไปวันๆ

    ทุกคนสามารถตั้งเป้าหมายความสำเร็จของชีวิตได้แต่จะเดินไปถึงความสำเร็จหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องสำคัญเท่า การก้าวเดินไปแต่ละก้าว เราก้าวอย่างอย่างสมดุลหรือไม่เพราะถ้าก้าวไปถึงจุดแห่งความสำเร็จของชีวิตได้ก็ดี แต่ถึงจะก้าวไปไม่ถึง ชีวิตก็ยังสมดุลได้

    ความสมดุล ของชีวิตต้องมี

    • -ความดี
    • -ความจริง
    • -ความงาม

    สาเหตุที่ทำให้โลกเราเต็มไปด้วยปัญหาก็คือ การที่มนุษย์ถูก “โปรแกรมโง่”ครอบงำอยู่อย่างเหนียวแน่น

    ทำไมต้องเน้นเรื่องปัญญา

    nคนดีในโลกนี้มีเป็นจำนวนมากที่ยังจมกองทุกข์

    nมนุษย์สั่งสมความรู้อย่างมากมาย แต่ปัญหายังท่วมโลก

    nทำไมเราจึงขาดปัญญา

    โปรแกรมโง่ คืออะไร

    โลกใบนี้ถูกสร้างขึ้นมาในระบบห่วงโซ่อาหารที่มีความหลากหลายและสมดุล

    “โปรแกรมโง่” เป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อถ่วงสมดุลกับ “โปรแกรมฉลาด”

    โปรแกรมโง่มีลูกชายคนโตชื่อ “บริโภคนิยม

    บริโภคนิยมทำให้เราทุจริตคอรัปชั่น ค้ายาเสพติด และค้าอาวุธสงคราม ฯลฯ

    เพราะโลกนี้จะร้างซึ่งมนุษย์ เนื่องจากพวกเราจะพากันเข้า กระแสพระนิพพานกันหมด

    ถ้ามนุษย์ฉลาดสุดๆ จะตระหนักว่า

    —การเกิดเป็นทุกข์

    *การแก่ชราเป็นทุกข์

    —การเจ็บป่วยเป็นทุกข์

    *การตาย การพลัดพรากเป็นทุกข์

    ผู้ที่สร้างเราไม่ต้องการให้เราสูญพันธ์

    -ตัณหา

    - กิเลสความยึดติดในฟากโง่

    - ฉันทะ ความยึดติดในฟากที่ดีงาม

    มนุษย์สามารถหากำไรให้กับชีวิตได้ โดยการลงทุนชีวิตอย่างรู้เท่า และเตรียมทุนสำรองอย่างรู้ทันด้วย

    • —สติ
    • —ปัญญา
    • —ศรัทธา
    • —กุศลกรรม
    • —สายกลาง

    เรื่องที่จะคุยวันนี้ได้จากการผสมผสานของ

    • —วิทยาศาสตร์
    • —ศาสนศาสตร์
    • —แพทยศาสตร์

    หลักฏิบัติที่แท้จริงของพุทธศาสนิกชน

    การละเว้นจากความชั่ว

    การกระทำความดีในทุกโอกาสที่เหมาะสม

    การทำจิตให้บริสุทธิ์เบิกบานด้วยปัญญา

    ปัญญาอันยิ่งใหญ่ที่ทำให้เจ้าชายสิทธัตถได้บรรลุพระบรมสัมมาสัมโพธิญาณ ก็คือปัญญาแห่งการเข้าถึง ไตรลักษณ์

    ไตรลักษณ์ คือลักษณะสามประการของธรรมชาติ ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงพบว่ามีอยู่ในทุกสรรพสิ่ง อันได้แก่ความเป็น

    อนิจจัง (ความไม่เที่ยง)

    ทุกขัง (ความทนสภาพเดิมไม่ได้.....ทุ แปลว่า ยาก ขม (ขะมะ) แปลว่า ทน.........ทุ บวก ขะมะ รวมเป็น ทุกขัง แปลว่า ทนสภาพเดิมไม่ได้

    อนัตตา (ความมิได้มีตัวตนเป็นของตัวเองที่แท้จริง)

    สาเหตุของความทุกข์คือความยึดติดในความเป็นตัวกูของกู

    เราสามารถดับทุกข์ได้ ด้วยการละชั่ว ทำดี และชำระจิตให้บริสุทธิ์ด้วยปัญญาแห่งการเข้าถึงความเป็น อนิจจัง ทุกขัง และอนัตตา ของทุกสรรพสิ่ง เพื่อลดความทุกข์ที่เกิดจากความติดยึดในความเป็นตัวกูของกู

    ความมหัศจรรย์ของพระธาตุ ทำให้ผมเชื่อมั่นในพระรัตนตรัยเต็มร้อย

    ความมหัศจรรย์ของร่างกายมนุษย์ทำให้ผมเชื่อว่าต้องมีผู้ที่เหนือกว่าเราเป็นผู้สร้างเรา

    โลกถูกสร้างขึ้นมาด้วยระบบห่วงโซ่แห่งอาหารที่หลากหลายและสมดุล

    • -ทุกคนที่ถูกสร้างขึ้นมาจะต้องถูกกำหนดให้ทำหน้าที่รับใช้ผู้ที่สร้างเราด้วยหน้าที่เดียวกัน
    • -หน้าที่หลักของมนุษย์ซึ่งถูกสร้างมาให้แตกต่างจากสิ่งมีชีวิตอื่นๆ จึงมิใช่เกิดมาเพื่อแค่ดำรงเผ่าพันธุ์เท่านั้น
    • -5% คนจำนวนหนึ่งจะได้ลูกดีมาก เท่ากับได้รางวัลเป็นการถูกสลากกินแบ่งรางวัลที่หนึ่งถึงที่ห้า
    • -90% คนส่วนใหญ่จะได้ลูกดี เท่ากับถูกรางวัลเลขท้ายสองตัวหรือสามตัว
    • -แต่จะมีส่วนน้อยที่การมีลูก นอกจากจะไม่ถูกรางวัลแล้ว ยังหมดตัวแถมเป็นหนี้ด้วย

    ในสมัยพุทธกาล เคยมีผู้ทูลถามองค์พระบรมศาสดา เกี่ยวกับกำเนิดของโลกและจักรวาล และที่มาของมนุษย์พระบรมศาสดาจึงทรงตอบโดยการเปรียบเทียบปริมาณใบไม้ในอุ้งพระหัตถ์กับสิ่งที่มนุษย์ควรเรียนรู้เพื่อการ ดับทุกข์ นั่นคือการเข้าถึง “อริยสัจสี่”......................

    เมื่อเทียบกับใบไม้ทั้งป่า คือสิ่งที่ถึงรู้ไปก็ไม่ยังประโยชน์ในการนำไปปฏิบัติเพื่อการดับทุกข์ นั่นก็คือ “อจินไตย”

    อจินไตย

    พุทธวิสัยความเป็นมาของพระพุทธเจ้า

    ฌานวิสัย ธรรมชาติของฌาน

    กรรมวิบาก การตอบสนองของกรรม

    โลกจินตา กำเนิดของโลกและชีวิต

    ถ้าเรารับใช้เบื้องบนด้วยการช่วยกันดำรงเผ่าพันธุ์ให้ดีขึ้น เบื้องบนก็จะประทานรางวัลที่ดูเหมือนคุ้มค่าให้เรา

    -การซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลหรือซื้อหวยใต้ดินเป็นการเสี่ยงที่รัฐบาลและเจ้ามือเป็นฝ่ายกำไร

    -การมีลูกเป็นการเสี่ยงที่ดูเหมือนคุ้มมากที่จะเสี่ยง ทั้งนี้ก็เพราะเบื้องบนท่านเมตตาผู้ที่รับใช้ท่านอย่างซื่อสัตย์

    -เราส่วนใหญ่จึงยังคงรับใช้เบื้องบนอยู่ทั้งอย่างรู้ตัวและไม่รู้ตัว

    -และก็ยังมีส่วนน้อยที่รับใช้อย่างซื่อสัตย์ แต่กลับพลาดรับรางวัล

    -ถ้าใครไม่อยากเสี่ยงก็ต้องประกาศอิสรภาพจากการรับใช้

    ไม่ว่าเราจะมีชาติกำเนิดอย่างไร นับถือศาสนาอะไรหรือไม่ อยากเป็นบรรพชิตหรือฆราวาส มีรสนิยมในการดำเนินชีวิตหรือรสนิยมทางเพศอย่างไรถ้าเราดำรงเผ่าพันธุ์ให้ดีขึ้นด้วย สติ ปัญญา ศรัทธา กุศลกรรม และสายกลาง เราจะได้ความสุขมากกว่าทุกข์เป็นรางวัลอย่างแน่นอน

    ปัญญาระดับปุถุชน จะทำให้เราทำใจได้ สำหรับความสูญเสียที่เกิดตามธรรมชาติ

    หากใครสนใจซื้อหนังสือ ติดต่อคุณวันชัย เบอร์ 086-781-5195

    การสร้างเกราะป้องกันความทุกข์จากการสูญเสียผู้เป็นที่รัก

    1. ทำหน้าที่ให้ดีที่สุดกับคนที่เรารัก

    2. สัมผัสกับผู้ที่คุณรักด้วย “ปัญญา”แห่งการการรู้เท่าทันว่าเขาคือความไม่เที่ยง

    3. อธิษฐานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์โดยไม่งมงาย

    4. มุ่งมั่นสร้างสังคมให้ดีขึ้น

    กุศลกรรม คือการละชั่ว และทำความดี

    ละชั่ว ทำดี
    -เอาตัวรอด โดยไม่ทำให้ใครเดือดร้อน -หาความสุขโดยไม่ผิดทำนองคลองธรรม -มีวินัย เป็นพื้นฐานของการดำเนินชีวิต -มีความรักความเมตตา -มีความอ่อนน้อมถ่อมตน

    -มีความกตัญญูกตเวที

    -ไม่ละโมบ ติดวัตถุ

    กฎแห่งกรรมมีจริง

    -ทำดี ความดีเกิด

    -ทำชั่ว ความชั่วเกิด

    แต่ผลดีหรือผลชั่ว จะเกิดขึ้นเมื่อไร ขึ้นกับเหตุและปัจจัย

    นิยาม 5 กฎห้าข้อที่ควบคุมความเป็นไปในโลกนี้

    • -อุตุนิยาม กฎทางเคมี และฟิสิกส์
    • -พีชนิยาม กฎทางชีววิทยา
    • -จิตตนิยาม กฎการทำงานของจิต
    • -กรรมนิยาม กฎแห่งกรรม
    • -ธรรมนิยาม กฎความสัมพันธ์ของทุก ๆ กฎ
    • สิ่งที่จำเป็นสำหรับมนุษย์ทุกคนก็คือสติ ปัญญา ศรัทธา กุศลกรรมและ สายกลาง
    • -สิ่งที่ประพฤติต้องไม่ทำให้ตนเองและผู้อื่นเดือดร้อน
    • -ทำแล้วต้องมีความสุขมากกว่าทุกข์
    • -ได้ประโยชน์แก่องค์รวมคุ้มค่า ไม่ฟุ่มเฟือย ฟุ้งเฟ้อ ไร้สาระ
    • พื้นฐานสำคัญของการคิดเชิงบวก
    • 1.ทุกสรรพสิ่งในโลกนี้ ถูกสร้างขึ้นมาให้มีมากกว่าหนึ่งด้านในตัวของมัน
    • 2.ผู้มีปัญญา และถึงพร้อมด้วยกุศลกรรม จะสามารถดึงเอาด้านดีของทุกสรรพสิ่งมาใช้ และเขี่ยด้านไม่ดีออกไป หรือเอามาใช้ให้เกิดประโยชน์ในแง่อื่น เข้าทำนองเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส หรือเปลี่ยนอุจจาระให้เป็นปุ๋ยได้
    • 3.เราสามารถต่อสู้ทุกปัญหาในโลกนี้ได้ โดยมีปัญญาเป็นอาวุธ มีกุศลกรรมเป็นเกราะ

    ผู้มีปัญญา

    จะไม่แขวนความสุขไว้กับแค่

    -การได้ลาภ

    - การได้ยศ ได้ตำแหน่ง

    - การได้รับการสรรเสริญ

    แต่จะแขวนความสุขไว้กับโอกาสที่จะได้ทำสิ่งที่

    • -ถูกต้อง
    • -ดีงาม
    • -และเหมาะสม 

    nonglak suwalak
    IP: xxx.7.249.57
    เขียนเมื่อ 

    สรุปบทเรียนวันที่ 31 ตุลาคม 2557

    1. ผู้นำต้อสร้างบรรยากาศในการทำงาน ทำให้คนทำงานอยากทำงาน

    2. บริษัทปูนซิเมนต์ เชื่อมั่นในคุณค่าของคน คนเป็นสมบัติที่มีค่าที่สุดขององค์กร ต้องพัฒนาครทุกระดับ

    3. หากผู้บังคับบัญชารักลูกน้อง   ลูกน้องก็จะรักผู้บังคับบัญชา

    4. เราควรศึกษาความล้มเหลวขององค์กรที่ประสบความสำเร็จ

    5. The success will begin when we start to do

    6. การใช้ 7s ในการขับเคลื่อนองค์กร

    7. วินัยคือพื้นฐานในการดำเนินชีวิต

    8. สิ่งที่จำเป็นสำหรับมนุษย์ทุกคนคือ สติ ปัญญา ศรัทธา กุศลกรรมและสายกลาง

    - สิ่งที่ประพฤติต้องไม่ทำให้ตนเองและผู้อื่นเดือดร้อน

    - ทำแล้วต้องมีความสุขมากกว่าทุกข์

    - ได้ประโยชน์แก่องค์รวมคุ้มค่า ไม่ฟุ่มเฟือย ฟุ้งเฟ้อ ไร้สาระ

    9. ทำดี ไม่ได้ดี อาจเป็นเพราะ

    - ทำดีไม่พอ

    - ทำดีไม่ถูกกาละเทศะ ทำดีเอาหน้า ทำดีแล้วคุยโว คบคนไม่ดี

    - ทำดี แต่ไม่สม่ำเสมอและต่อเนื่อง

    10. ผู้มีปัญญา

    - จะไม่แขวนความสุข ไว้กับแค่ การได้ลาภ ยศ ตำแหน่ง และการได้รับการสรรเสริญ

    - แต่จะแขวนความสุขไว้กับโอกาสที่จะได้ทำสิ่งที่ ถูกต้อง ดีงาม และเหมาะสม

    ทัศนันท์ ศิริเสถียรรุจ
    IP: xxx.7.248.51
    เขียนเมื่อ 

    วันที่2 ของสัปดาห์ที่3 ........................................( Halloween day) ....................................................

    ช่วงเช้า ท่าน อ.จีระ และดร.เกริกเกียรติ ศรีเสริมโภค ในหัวข้อ CEO-HR- Non-HR- Stakeholders ได้ทราบถึงกลุ่มบุคคลที่เข้ามามีบทบาทในการบริหารองค์กร ได้แก่ 

    CEO หมายถึง อธิการบดี คณบดี หัวหน้า 

    HR หมายถึง รองอธิการบดีฝ่าย HR รองคณบดีฝ่าย HR และเจ้าหน้าที่ระดับมหาวิทยาลัย และระดับคณะ เรียกว่า Staff function

    Non-HR หมายถึง อาจารย์ พนักงาน เจ้าหน้าที่ ต้องบริหารแต่ไม่สั่งโดยตรง เป็นกลุ่มที่ต้องมีบทบาทที่เหมาะสม สามารถวิเคราะห์จุดอ่อนและต้องพัฒนาตนเอง

    Stakeholders ได้แก่ผู้ป่วย ญาติ ชุมชน ภาคธุรกิจ ภาคเอกชน 

    ได้ทราบแนวคิดในการบริหารคนในระดับองค์กร คือต้องมีความเชื่อ ความศรัทธา มีปัญญา เช่นเชื่อมั่นในคุณค่าของคน คนที่มีค่าที่สุดมากกว่าเครื่องจักรอื่นใด ผู้นำจะต้องลงมาดู มาสัมผัสกับการทำงานของคนระดับปฏิบัติการ ผู้นำต้องทำให้คนในองค์กรสามารถทำงานร่วมกันได้ด้วยความสามัคคี การรักษาคนให้อยู่กับองค์กรด้วยความผูกพัน ได้ทราบเทคนิคการทำงาน 3-4-5 คือใช้คนทำงาน 3 คน จ่ายค่าตอบแทนเท่ากับ4คน แต่ได้ผลผลิตเท่ากับ5คนทำงาน ซึ่งไม่เคยได้ยินมาก่อน  นอกจากนี้ได้ทราบสิ่งที่ต้องทำร่วมกันระหว่างHRและNon- HR คือการสร้างค่านิยมและระบบ ส่วนสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องทำร่วมกันส่วนใหญ่แทบจะไม่มีเพราะต้องเดินไปด้วยกันอยู่แล้ว พึงระวัง HR แย่งบทบาทของNon-HR เพราะอาจคิดว่ารู้มากกว่า

    ในชวงบ่าย พล.อ.ต.นพ.บุญเลิศ จุลเกียรติ ในหัวข้อ ความสมดุลของชีวิต  ธรรมะล้วนๆ คาดว่าจะต้องง่วงแน่ๆ แต่เปล่าเลย อาจารย์คุยสนุก ทุกสาระแห่งธรรมที่ได้ปฏิบัติอยู่แล้ว ทำให้เข้าใจได้ลึกซึ้งขึ้นโดยเฉพาะการลดความเป็นอัตตาลง ให้เอาใจใส่คนที่รักเราให้มากขึ้น  มั่นใจในการทำดีเพราะความดีเกิด หากทำชั่ว ความชั่วย่อมเกิดเช่นกัน

    ยามเย็น อ.กิตติ ชยางคกูล ได้กรุณาวิเคราะห์และติดตามความคืบหน้าของงานโครงการเชิงนวัตกรรมที่แต่ละกลุ่มได้ออกแบบ วาดฝันกันมา ฝันสลายบ้างแต่ต้องพัฒนาต่อค่ะ

    ขอบคุณสำหรับวันนี้นะคะ...................................................................................


    Tippawan Liabsuetrakul
    IP: xxx.19.201.16
    เขียนเมื่อ 

    วันนี้ได้เรียนรู้ทั้งทางโลกและทางธรรม ซึ่งเราต้องนำมาทำให้ชีวิตเราสมดุล ถึงแม้ว่างานเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ต้องพบปะประสานกับบุคคลหลายระดับ ต้องคิดด้วยปัญญา ไม่ติดกับลาภ ยศ ตำแหน่งและการสรรเสริญ ให้ทำภายใต้ความถูกต้อง ดีงาม และเหมาะสม 

    ทัศนา หิรัญสาย
    IP: xxx.46.207.199
    เขียนเมื่อ 

    วันที่30 ตค.2557 

    "วัฒนธรรมองค์กร-การบริหารการเปลี่ยนแปลง"โดย ดร.ศิริลักษณ์ เมฆสังข์

    "กลยุทธ์การบริหารการเงินส่วนบุคคล" โดย อ.นวพร เรืองสุสรรณ อ.ประเสริฐ พัชรบุษราคัมกุล

    เนื้อหาเข้มข้นและน่าสนใจมากๆค่ะ

    การบริหารการเปลี่ยนแปลง การวางแผนที่ดีเป็นสิ่งสำคัญมากๆจะไม่ทำให้เสียเวลาเวลาลงมือปฏิบัติ กระตุ้นสร้างความรู้สึกเร่งด่วน (Urgency)

    การใช้เครื่องมือPMS.(Performance Management System) ถ้าทำได้ดี ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดี

    การใข้กลยุทธ์การสื่อสารกับผู้ร่วมงานทุกคนก็เป็นเครื่องมือที่สำคัญที่ทำให้เกิดผลงานที่ดี และการที่ผู้นำมีจิตวิทยาในการสื่อสารรวมทั้งภาษากายสำคัญมากๆ 

    กลยุทธ์การบริหารการเงินส่วนบุคคล ได้แง่คิดในความละเอียดอ่อนของการใช้เวลา และการใช้เงิน อย่างไรก็ตาม คิดว่าคงต้องให้สมดุลกับสุขภาพ ความสุขในปัจจุบันด้วยค่ะ

    พนิดา เตชะโต
    IP: xxx.49.174.82
    เขียนเมื่อ 

    30ต.ค.57

    ช่วงเช้า วัฒนธรรมองค์กร-การบริหารการเปลี่ยนแปลงโดย อจ.ศิริลักษณ์ได้ข้อ สรุปว่า   ทุกองค์กรต้องมีการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นทุกคนในองค์กรต้องปรับตนเองให้เข้าใจและสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้  องค์กรณ์ที่มีความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงต้องมีผู้นำที่มีความสามารถ  มีความรู้สึกต้องการการเปลี่ยนแปลง และมีโครงสร้างการบริหารที่ไม่เป็นหลายระดับชั้น  CEOเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจเปลี่ยนแปลงและร่วมกับหัวหน้างานในการสื่อสารกับทุกคนในองค์กรให้ทั่วถึงและมีเป้าหมายเดียวกัน  เทคนิคที่จะช่วยให้เกิดผลสำเร็จในการสื่อสารทำความเข้าใจเช่นการพูดคุยแบบone by one การดึงgroup thinkที่คิดpositiveมาช่วยเป็นพี่เลี้ยง

    ช่วงบ่ายอจ.นวพร/อจ.ประเสริฐ ประทับใจการเชื่อมโยงกิจกรรมกับการเรียนรู้และสรุปบทเรียน  เริ่มคิดว่าเราเตรียมพร้อมสำหรับAging Society หรือยัง และปิดท้ายด้วยทุนชีวิตที่ตรงใจ

    The Why of Work มีประเด็นน่าสนใจเรื่องความสุขในการทำงาน  จำได้ในตัวอย่างของgoogle ที่เน้นปรับสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อลักษณะงานที่ต้องการcreative/innovation ที่ส่งผลสำเร็จต่อองค์กร

    สรญา สาเหาะ
    IP: xxx.11.88.75
    เขียนเมื่อ 

    31 ตุลาคม 2557 ...สิ่งที่ได้เรียนรู้

    --ช่วงเช้า-- อาจารย์จีระ ช่วยทำให้สามารถเข้าใจตัวละครทั้ง 4 ได้แก่ CEO - Smart HR - Non HR - Stakeholder จาก เทปสัมภาษณ์คุณพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยาและคุณไกรสิทธิ์ อนุกูลอุทัยวงศ์ ได้อย่างชัดเจนขึ้น

    และการยกตัวอย่างธุรกิจเวชสำอาง โดย อาจารย์เกริกเกียรติ ธุรกิจนี้กว่าจะประสบความสำเร็จได้นั้นต้องใช้เวลาในการปลูกฝังค่านิยมเปลี่ยนวิธีคิดที่ทำให้เกิดความร่วมมือกันของคนในองค์กร

    ทำให้วันนี้การทำ Workshop ของแต่ละกลุ่มเป็นไปด้วยดี สามารถมองภาพบทบาทตัวละครทั้ง 4 ของคณะแพทยศาสตร์ ม.อ. ได้อย่างชัดเจนขึ้น ว่าที่ผ่านมามีปัญหาหรือล้มเหลวในเรื่องใด พร้อมทั้งช่วยกันคิดวิธีปรับปรุงร่วมกัน โดยที่ต้องตระหนักว่าไม่ควรมองข้ามตัวละครกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

    --ช่วงบ่าย--อาจารย์บุญเลิศ รู้สึกประทับใจการบรรยาย ที่อาจารย์ได้มีการนำเอาหลักคำสอนของทุกศาสนา มาทำให้เกิดการมองชีวิตที่ต้องคิดแบบผู้มีปัญญา และอยู่ในพื้นฐานความคิดเชิงบวก

    --ช่วงเย็น--อาจารย์กิตติ มาช่วยวิเคราะห์และติดตามความคืบหน้าของงานโครงการเชิงนวัตกรรม ซึ่งให้แต่ละกลุ่มบอกปัญหาและที่มาของการคิดจะทำโครงการดังกล่าว ซึ่งอาจารย์ได้ช่วยดันความคิด โดยอาจารย์ตั้งคำถาม พร้อมเสนอแนวทาง ความเป็นไปได้ในการทำโครงการ ซึ่งบางมุมของความคิดช่วงแรกนั้น บางทีเราอาจมองข้าม หรือคาดไม่ถึง ว่าทำแล้วจะมีนวัตกรรมอะไรเกิดขึ้นตามมาหรือไม่

    ทัศนา หิรัญสาย
    IP: xxx.46.207.199
    เขียนเมื่อ 

    วันที่ 31ตค.2557

    CEO-HR-Non HR-Stakeholders โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์, ดร.เกริกเกียรติ ศรีเสริมโภค

    วันนี้ทำให้เข้าใจมากขึ้นกับคำว่า "มนุษย์เป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุดขององค์กร" และ ตั่งแต่CEO  ต้องมีความรู้สึกอย่างนั้นจริงจัง จนผู้ร่วมงานสัมผัสได้ รู้สึกได้ การให้คุณค่าที่มาจากใจ ย่อมเกิดความผูกพัน ตามด้วยการทำงานอย่างจงรักภักดี ได้เห็นบทสัมภาษณ์ ตย.ของบริษัทปูนซิเมน การเล่าเรื่องตย.บริษัท เครื่องสำอาง ต้องใช้เวลา3ปีในการสื่อสารให้ไปในทิศทางเดียวกัน ผ่านการล้มเหลวมาหลายครั้ง รู้สึกยอดเยี่ยม... ผู้นำมีความอึด เข้มแข็ง และมีบารมี อดทนในการรอคอยความสำเร็จ

    ความสมดุลของชีวิต 

    โดย พล.อ.ต.นพ.บุญเลิศ จุลเกียรติ

    อ.ทำให้ กระตุ้นสิ่งที่เคยรับรู้จนบางครั้งก็เกือบลืมไปบ้าง ในสิ่งมหัศจรรย์ การได้ยิน การได้เห็น การได้สัมผัส.... การตื่นขึ้นมาแล้วยังลุกเดินได้ตามปกติ 

    มนุษย์จะหลุดพ้นจากความทุกข์ได้ เมื่อเจอเหตุการณ์ ต้องมีสติก่อน ไม่ยึดติด ความทุกข์เกิดขึ้นได้ เราต้องรู้ตัวว่ากำลังรู้สึกทุกข์เห็นความทุกข์ ต้องดับทุกข์ได้ด้วยความคิดบวก ทุกอย่างในโลกนี้ไม่มีอะไรเที่ยง ในที่สุดเราจะรู้สึกเบิกบาน  ไม่ง่ายเลย ต้องฝึกค่ะ จากประสบการณ์การทำงานพยาบาลในวาระสุดท้ายของคนที่รักกำลังจะจากไป ต้องบอกให้มีสติ จึงจะรู้ตัว เพื่อให้คนที่รักไปอย่างสงบ

    ชอบการบรรยายธรรมะของพระพุทธเจ้าค่ะ เป็นวิทยาศาสตร์ขั้นสูง

    คุณากร
    IP: xxx.55.173.107
    เขียนเมื่อ 

    1. HR-Non HRในองค์กรมีการสื่อสารกันและกำหนดทิศทางร่วมกันก็จะเกิดคุณค่ามากๆ  2. ความสมดุลชีวิตทำให้เราเข้าใจโลก ความจริง ธรรมชาติ และความไม่แน่นอน  ให้เราอยู่อย่างเป็นสุขได้

    ดวงใจ ก้อนใหม่
    IP: xxx.19.201.16
    เขียนเมื่อ 

    วันที่ 8 ของการเรียน 31 ตุลาคม 2557

    วันนี้ได้เรียนรู้ เรือง CEO - HR - Non HR – Stakeholders โดยท่านอาจารย์จีระ ได้ให้เรียนรู้จากวีดีโอร่วมกับการบรรยาย ร่วมการวิเคราะห์โดยอาจารย์เกริกเกียรติ ศรีเสริมโภคและอาจารย์ทำนอง ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการบริหารคนว่าทุกคนในองค์กรมีความสำคัญและมีคุณค่าที่จะนำพาองค์กรได้ขับเคลื่อนไปข้างหน้าและจะทำอย่างไรให้องค์กรมีคุณค่าเพิ่มขื้น ให้กระเด้งไปสู่ 3V ให้ได้ ได้ทำ workshop ทำให้เห็นมุมมองในส่วนของคณะแพทย์ว่าจุดแข็งจุดด้อยของบุคลากรส่วนใหญ่ ซึ่งเป็น Non HR เป็นอย่างไร แล้วเราจะเชื่อมโยงตัวละครทั้ง 4 ตัวได้อย่าง จะสร้างแรงบันดาลใจอย่างไรทื่ทำให้องค์กรเกิดนวัตกรรมให้มากขึ้นนำไปสู่ความเป็นเลิศให้ได้

    ช่วงบ่ายเรียนเรื่อง ความสมดุลของชีวิต โดยท่านอาจารย์หมอบุญเลิศ จุลเกียรติ อาจารย์สอนสนุกมากค่ะ

    ได้เรียนรู้สูตรของการทำงานให้ได้ผลและคนมีความสุข จะต้องประกอบไปด้วย สติ ปัญญา ศรัทธา กุศลกรรม สายกลางและต้องรู้จักการคิดเชิงบวกให้เป็น เราควรมีความรัก ความเมตตาต่อคนอื่นๆ

    วิชาสุดท้ายสำหรับวันนี้ พบอาจารย์กิตติ ชยางคกุล เพื่อติดตามความก้าวหน้าของโครงการเชิงนวัตกรรม อาจารย์ ได้ให้แต่ละกลุ่มปรึกษาหารือกันว่า สิ่งที่เราทำนั้น ปัญหาของมันคืออะไร ปัญหานั้นๆเกิดจากอะไร แล้วเราจะแก้ไขอย่างไร ต้องขอบคุณอาจารย์ที่ทำให้แต่ละกลุ่มได้ก้าวหน้าไปอีกขั้นหนึ่งค่ะ

    ขอบพระคุณอาจารย์ทุกท่านเป็นอย่างสูงค่ะ จะนำความรู้ที่ได้รับในวันนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ให้มากที่สุดค่ะ

    พวงผกา บวรลักษณ์
    IP: xxx.53.61.52
    เขียนเมื่อ 

                  31 ตุลาคม 2557

                  ช่วงเช้า ได้เรียนรู้

                  • การทำงานร่วมกันของ CEO-HR-Non HR-Stakeholders
                  • การทำงานร่วมกันของ HR-Non HR
                  • การขับเคลื่อนองค์กรที่ชัดเจน ต้องดู 7S’s
                    1. โครงสร้างขององค์กร (Structure)
                    2. กลยุทธ์ขององค์กร (Strategy)
                    3. Style รูปแบบการบริหารจัดการ
                    4. Staff ต้องมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนองค์กร
                    5. Skill ต้องมีทักษะ
                    6. System วิธีการปรับกระบวนการ
                    7. ค่านิยมร่วม (Shared values)

                  ช่วงบ่าย ได้เรียนรู้

                  • ความสมดุลของชีวิต
                  • มนุษย์สามารถหากำไรให้กับชีวิตได้ โดยการลงทุนชีวิตอย่างรู้เท่า และเตรียมทุนสำรองอย่างรู้ทันด้วย

                    • —สติ
                    • —ปัญญา
                    • —ศรัทธา
                    • —กุศลกรรม
                    • —สายกลาง

                    หลักฏิบัติของพุทธศาสนิกชน
                    การละเว้นจากความชั่ว
                    การกระทำความดีในทุกโอกาสที่เหมาะสม
                    การทำจิตให้บริสุทธิ์เบิกบานด้วยปัญญา

                  • 2.ผู้มีปัญญา และถึงพร้อมด้วยกุศลกรรม จะสามารถดึงเอาด้านดีของทุกสรรพสิ่งมาใช้ และเขี่ยด้านไม่ดีออกไป หรือเอามาใช้ให้เกิดประโยชน์ในแง่อื่น เข้าทำนองเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส หรือเปลี่ยนอุจจาระให้เป็นปุ๋ยได้
                  • การสร้างเกราะป้องกันความทุกข์จากการสูญเสียผู้เป็นที่รัก
                    1. ทำหน้าที่ให้ดีที่สุดกับคนที่เรารัก
                    2. สัมผัสกับผู้ที่คุณรักด้วย “ปัญญา”แห่งการการรู้เท่าทันว่าเขาคือความไม่เที่ยง
                    3. อธิษฐานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์โดยไม่งมงาย
                    4. มุ่งมั่นสร้างสังคมให้ดีขึ้น

                  • พื้นฐานสำคัญของการคิดเชิงบวก

                  1. ทุกสรรพสิ่งในโลกนี้ ถูกสร้างขึ้นมาให้มีมากกว่าหนึ่งด้านในตัวของมันง
                  2. ผู้มีปัญญา และถึงพร้อมด้วยกุศลกรรม จะสามารถดึงเอาด้านดีของทุกสรรพสิ่งมาใช้ และเขี่ยด้านไม่ดีออกไป หรือเอามาใช้ให้เกิดประโยชน์ในแง่อื่น เข้าทำนองเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส หรือเปลี่ยนอุจจาระให้เป็นปุ๋ยได้
                  3. เราสามารถต่อสู้ทุกปัญหาในโลกนี้ได้ โดยมีปัญญาเป็นอาวุธ มีกุศลกรรมเป็นเกราะ
                  • ผู้มีปัญญา
                    จะไม่แขวนความสุขไว้กับแค่
                    -การได้ลาภ
                    - การได้ยศ ได้ตำแหน่ง
                    - การได้รับการสรรเสริญ
                    แต่จะแขวนความสุขไว้กับโอกาสที่จะได้ทำสิ่งที่

                    • -ถูกต้อง
                    • -ดีงาม
                    • -และเหมาะสม 

                    ช่วงเย็น อ.กิตติ ชยางคกูล ได้กรุณาอ.กิตติ ชยางคกูล ได้กรุณาวิเคราะห์และติดตามความคืบหน้าของงานโครงการเชิงนวัตกรรมที่แต่ละกลุ่มได้คิดกันมา  ขอบคุณ คณบดี  ทีมงานคณะแพทย์ที่จัดโครงการนี้ขึ้นมา ขอบคุณ อ.จีระ ท่านวิทยากรและทีมงานทีมาให้ความรู้

    จรูญ แก้วมี (ฝ่าย IT คณะแพทยศาสตร์)
    IP: xxx.53.80.85
    เขียนเมื่อ 

    31 ตุลาคม 2557
    CEO - HR - Non HR - Stakeholders
    โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ และดร.เกริกเกียรติ ศรีเสริมโภค
      - มีความเข้าใจบทบาท CEO,HR,Non HR ที่ต้องทำงานไปด้วยกัน
         อย่างลงตัว รู้ชัดในหน้าที่ของแต่ละคน
      - บุคลากรในองค์กร ถือเป็นสินทรัพย์ ไม่ใช่ค่าใช้จ่าย จริงดั่งว่า เพราะ
         ความรู้ความสามารถเข้าสร้างรายได้ให้องค์กร และเราต้องคอยเติม
         เต็มให้เขามีความสามารถเพิ่มขึ้น
      - ทุนทางบัญชี สินทรัพย์หมุนเวียน เป็นตัวทำรายได้และกำไร แต่ทุน
         มนุษย์ วิสัยทัศน์ คือสินทรัพย์หมุนเวียน ซึ่ง CEO ต้องเป็นผู้มีสายตา
         กว้างไกล มี Connection กับบุคคลอื่นทั้งภายในภายนอก เพื่อความ
         ได้เปรียบในการนำองค์สู่ความก้าวหน้า และผลกำไรที่ดี
    หัวข้อ ความสมดุลของชีวิต
    โดย พล.อ.ต. นพ.บุญเลิศ จุลเกียรติ
      - อาจารย์อธิบายเรื่อง อนิจจัง,ทุกขัง, อนัตตา ให้เข้าใจง่าย สรุปคำสอน
         พระพุทธองค์ ทำดี ละชั่ว ทำจิตใจให้ผ่องใสรอวันดับแห่งจิต และชอบ
         ชื่อหนังสืออาจารย์มากครับ ใครจิกหัวกู
      - ความสุขเกิดและดับ ความทุกข์เกิดและดับ สิ่งทั้งหลายไม่เที่ยง
         เกิดขึ้นเปลี่ยนแปลงและสลายไป ถ้าเราไปยึดถือว่าสิ่งใดเป็นของเรา
        ความทุกข์ก็มาเยือน การปล่อยวาง การวางจิต ทุกอย่างเป็นสมมุติ จน
         จิตเข้าถึงความว่างอย่างแท้จริง ณ ที่นั่นไม่เหลือแม้ความคิด ก็หลุดพ้น
        ไม่ทุกข์ใจ ผมก็ฝึกจิตด้านนี้อยู่เช่นกัน ทำบ่อยเท่าที่ทำได้ครับ แต่
        อาจารย์เป็นคนสอนเรื่องยากเรื่องง่วงให้สนุกและไม่ว่วงเลย เก่งจริงๆครับ

    วรรณฤดี หทัยพิทักษ์
    IP: xxx.19.201.16
    เขียนเมื่อ 

    “วัฒนธรรมองค์กร – การบริหารการเปลี่ยนแปลง”

    โดย ดร.ศิริลักษณ์ เมฆสังข์

    30 ตุลาคม 2557

    ความตระหนักถึง การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นได้แนวคิดว่าความสามารถในการปรับตัวให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

    การบริหารการเปลี่ยนแปลงนั้น ให้เข้าใจว่า คนทั่วไปไม่ได้ต่อต้านการเปลี่ยนแปลง แต่เขาเหล่านั้นต่อต้านการถูกเปลี่ยนแปลงการสื่อสารการโค้ชลูกน้องอย่างมีประสิทธิภาพมากดังนั้นพนักงานทุกคนในองค์กรต้องปรับตนเองให้เข้าใจสภาพแวดล้อม เพื่อสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้

    แนวทางจัดการกับความเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างองค์กรแห่งความสุข(Happy Workplace)เพื่อการปรับตัวในทันตามเทคโนโลยีเพิ่มขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเอง และความสามารถในการแข่งขัน

    การกระตุ้นให้มีพลังร่วมกันในการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

    ทำโดย สร้างความรู้สึกเร่งด่วน (urgency)กำหนดภารกิจที่สร้างแรงบันดาลใจ และมีคุณค่าที่จะทำให้สำเร็จ (Mission)กำหนดเป้าหมายที่ท้าทายความสามารถของคน ใช้ความสามารถของคนได้เต็มที่ (Stretch)สร้างจิตวิญญาณของทีม (Teamwork)และสร้างความมั่นใจและความคาดหวังที่สมาชิกในทีมสามารถบรรลุเป้าหมายได้ (Confidence)

    พล.อ.ต. นพ.บุญเลิศ จุลเกียรติ

    สูตรสำเร็จของการสร้างความสมดุลให้ชีวิต ก็คือ การดำเนินชีวิตอย่างถึงพร้อม ด้วย

    • -สติ
    • -ปัญญา
    • -ศรัทธา

    ความยึดติดในความเป็นตัวกูของกูช่วยเป็นแนวทางในการปรับตัวกับการเป็นผู้นำที่ถ่อมตนเพื่อการทำสิ่งแวดล้อมด้านบวกในที่ทำงาน และช่วยในการเรียนรู้ของหน่วยงานและยึดแนวทางปฏิบัติคือ ความ ถูกต้องดีงาม และเหมาะสม

    อำไพ
    IP: xxx.19.201.18
    เขียนเมื่อ 

    คน คือทรัพยากรที่สำคัญที่สุดในองค์กร

    อ.พารณ  ได้กล่าวว่า  

    -  การจะทำสิ่งใดได้ต้องมีความเชื่อมั่นและศรัทธาก่อน  และงานทั้งหลายที่ทำจึงจะสำเร็จได้ด้วยคน  การให้ความสำคัญไม่ใช่ให้ความสำคัญเฉพาะคนภายในองค์กรเท่านั้น  จะต้องให้ความสำคัญสำหรับคนภายนอกองค์กรด้วย

    -  การที่จะรักษาคนในองค์กร  ต้องดูแลตั้งแต่เข้าจนออกจากองค์กร  ต้องสร้างความผูกพัน โดย ให้คนในองค์กรมีส่วนร่วมในการบริหารตัดสินใจ  , มีความก้าวหน้าในงาน , มีการพูดคุยระหว่างผู้บังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชา

    อ. เกริกเกียรติ  ให้หลักคิดให้การบริหารคน ว่า  ให้ใช้คนทำงาน  3  คน  องค์กรจะต้องจ่ายค่าแรงเท่ากับ  4  คน  เพื่อให้ได้ผลผลิตเท่ากับ  5  คน  ในการทำ HR  องค์กรจะต้องเน้น  ลูกค้า , ทีม Work , Commitment 

    ประเด็นสำคัญของ HR คือ  

    1.  ทำอย่างไรให้มีการเชื่อมโยงระหว่าง  HR , Non-HR , CEO , Stakeholder  

    2.  บทบาทของ HR ส่วนใหญ่แน้นการทำงานแบบ Admin  มากกว่าเป็น partner

    3.  HR ได้สร้างกระบวนการเรียนรู้ในองค์กรมากน้อยแค่ไหน

    ในช่วงบ่าย  อ.บุญเลิศ  ได้มาพูดถึงความสมดุลของชีวิต  ได้ให้คำแนะนำในการดำรงชีวิตให้อยู่อย่างสมดุลอย่างไร  โดย

    1. ต้องมีสติ

    2. เมื่อมีสติแล้ว  ปัญญาก็จะเกิด

    3. ต้องมีความศรัทธา

    4.  กุศลกรรม

    5.  สายกลาง

    พื้นฐานสำคัญที่ทำให้เกิดปัญญาก็คือ  สมาธิและสติ

    พื้นฐานสำคัญของสมาธิก็คือ  การรักษาศีลและวินัย

    Surapong Chatpun
    IP: xxx.19.201.16
    เขียนเมื่อ 

    Today (October 31, 2014), I have learnt about "CEO-HR-Non HR-Stakeholder" who play a role in the orgainzation. There are 2 video clips that are interesting and useful. In this video clips, Dr.Paron told us that human is a very important resource. Human can create productivity and has value added if we give them an opportunity and development. He cared about his employee. Then, we have workshop about this topic but look at our own situation in the PSU medicine. 

    In the afternoon, we have mini-research discussion. We discuss 3-4 questions that Ajarn Kitti asks. He suggest us to think in the detail how to make innovation from our project.

    Finally, we get the new book for assignment #3, "How Google Works".

    ped.supaporn
    IP: xxx.19.201.16
    เขียนเมื่อ 

    ทุนมนุษย์ไม่ใช้ต้นทุนของธุรกิจอีกต่อไป  แต่เป็นทรัพย์สินที่สามารถเพิ่มมูลค่าให้แต่ธุรกิจได้มหาศาล ถ้าธุรกิจบริหารจัดจัดการได้อย่างเป็นระบบ ร่วมกันฝัน ร่วมกันทำ ร่วมกันมีความสุขในความสำเร็จ

    ความสมดุลของชีวิต เกิดจากความดี ความงาม ความจริงที่จะเกิดขึ้นในใจเราที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว

    มนุษย์สามารถหากำไรชีวิตได้ด้วยสติ ปัญญา ศรัทธา กุศลกรรม และยึดสายกลาง โดยใช้หลักปฏิบัติที่แท้จริงของพุทธศาสนิกชน คือ การละเว้นจากความชั่ว การกระทำความดี และการทำจิตให้บริสุทธิ์

    เราสามารถเลือกที่จะยึดติด เพื่อสร้างสรรพัฒนาและอิ่มเอม 

    และเลือกที่จะปล่อยวาง เพื่อจะไม่ทุกข์ ไม่น้อยและแค้นใจ...ได้ด้วย

    อัจฉรา จันทร์ช่วย
    IP: xxx.19.201.16
    เขียนเมื่อ 

    รู้สึกเข้าใจธรรมชาติมากยิ่งขึ้น วิทยากรมีความสามารถในทุกด้าน เรียนแล้วรู้สึกมีความสุขค่ะ

    จูลี่ ชาญสถาพร
    IP: xxx.19.201.16
    เขียนเมื่อ 

    วันที่ 31 ได้รู้ว่าทรัพยากรมนุษย์เป็นสินทรัพย์ ยิ่งนานวันยิ่งมีมูลค่า  วิชาความสมดุลของชีวิตได้มุมมองในการใช้ชีวิตมากขึ้น  ส่วนวิชาของ อ.กิตติ ทำให้เข้าใจวิธีการทำโครงการมากขึ้น

    วรณัน
    IP: xxx.19.201.16
    เขียนเมื่อ 

    CEO+HR+Non-HR+Stakeholder เป็นส่วนสำคัญในการดำเนินงาน การวางแผนการดำเนินงานจึงต้องสอดคล้องและดำเนินการไปพร้อมๆกัน 

    สมดุลของชีวิต ต้องดำเนินชีวิตด้วย สติ ปัญญา ศรัทธา กุศลกรรม และ สายกลาง 

    หัวข้อ การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพในองค์กร

    โดย อาจารย์ลักขณา จำปา
    1 พฤศจิกายน 2557

    สื่อสาร...สำคัญต่อผู้นำอย่างไร ?

    หน่วยงานหรือองค์กรใดที่มีข้อมูลมากและสื่อสารได้รวดเร็ว จะทาให้การบริหารงานก้าวหน้าจนเป็นผู้นำของสังคม

    • -ผู้ที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นาที่ดีได้จะต้องมีทักษะของการสื่อสารข้อมูลที่ดีเยี่ยม
    • -ทั้งการพูดในที่ประชุม การประชุม การอภิปราย การสัมภาษณ์ การจัดรายการแสดงต่าง ๆ การเป็นพิธีกร จัดรายการวิทยุ รายการทีวี ตลอดจนการสื่อสารด้วยระบบคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีที่สมัยใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    เครื่องมือสื่อสาร

    • -On-line
    • -Off-line
    • -OHM-Out of Home Media
    • -Event/Experience
    • -One-to-One

    การใช้สื่อ On-line

    ใช้เครื่องมือต่างๆ เช่น โทรทัศน์ วิทยุ อีเมล เวปไซต์

    ภาพยนตร์โฆษณา- โทรทัศน์

    เทคนิคการใช้เครื่องมืในการสื่อสารเพื่อสร้างความสัมพันธ์

    โทรศัพท์

    • -ใช้ถ้อยคาสุภาพ ไม่แสดงน้ำเสียงไม่พอใจ ไม่พูดยกตนข่มท่าน
    • -มีน้ำใจ ไม่คิดว่าไม่ใช่หน้าที่ ไม่จาเป็นต้องพูดดี

    เครื่องขยายเสียง

    • -พูดไพเราะ นาเสียงมีเมตตา ไม่พูดสิ่งที่ทาให้เสียบรรยากาศ
    • -พูดชี้แจงเป็นระยะ ๆ เกี่ยวกับขั้นตอนการติดต่อกับเจ้าหน้าที่

    เสียงตามสาย

    • -ใช้อธิบายขั้นตอนการติดต่อเพื่อการลงทะเบียน หรือแจ้งข่าวสารภายใน

    ทีวี วิดีโอ

    • -ใช้เปิดให้ผู้ที่รอการบริการ ได้ดูข่าวสารและบันเทิง เพื่อให้การรอคอยไม่น่าเบื่อ
    • -ใช้เปิดวิดีโอให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องราวที่เป็นประโยชน์ หรือ โรคต่าง ๆ สาเหตุการเกิดโรค การป้องกันรักษา ฯลฯ
    • -อาจเปิดวิดีโอการปฏิบัติงานหรือกิจกรรมประชาสัมพันธ์ของหน่วยงาน

    คอมพิวเตอร์

    • -สร้างเว็บไซต์ใช้ในการประชาสัมพันธ์หน่วยงานได้กว้างขวาง
    • -สามารถนาเสนอเรื่องราวทั้งหมดของหน่วยได้มาก
    • -ผู้ที่เกี่ยวข้อง / จะมาใช้บริการสามารถศึกษาข้อมูลมาก่อนด้วยตนเองได้

    เทคนิคการสื่อสารโดยอีเมล์

    คำนึงถึงผู้รับ

    ใครคือกลุ่มเป้าหมายหลักและ ใครคือเป้าหมายรอง

    • -คุณต้องการอะไรจากผู้อ่าน
    • -"แล้วฉันจะได้อะไร ?"

    อย่าลืม... พื้นฐานเบื้องต้นของการสื่อสาร

    • -ใช้ข้อความที่สั้น กระชับ และตรงประเด็น KISS
    • -เลือกใช้หัวเรื่องที่สื่อความหมายกับผู้อ่าน
    • - ใช้ศัพท์มาตรฐาน หรือ เทมแพลตที่มีในองค์กร

    เทคนิคการใช้ Power point อย่างมืออาชีพ

    • -ให้คุณเป็นผู้เล่าเรื่องราวโดยใช้สไลด์เป็นตัวประกอบ
    • -เลือกใช้สีอักษรตัดกับสีพื้น(Contrast)
    • -หลีกเลี่ยงการใช้ข้อความมากเกินจำเป็น (จะทำให้ตัวอักษรเล็กมองไม่เห็น)
    • -ใช้ภาพแทนข้อความหรือตัวเลข
    • -มีขึ้นต้น แล้วก็ลงท้าย
    • -ฝึกซ้อม ฝึกซ้อม และฝึกซ้อม

    การร่างหนังสือขอรับการสนับสนุน หรือขอความอนุเคราะห์ ควรประกอบด้วย

    • -เหตุทีมีหนังสือมา
    • -ยกย่องหน่วยงานที่จะขอความร่วมมือ
    • -เรื่องราวที่ต้องการขอความร่วมมือ

    ควรประกอบด้วย

    • -เหตุที่มีหนังสือมา
    • -ความจำเป็นและเรื่องที่จะขอความร่วมมือ
    • -เรื่องราวที่ต้องการขอความร่วมมือ
    • -ตั้งความหวังที่จะได้รับความร่วมมือ

    - ขอบคุณ

    - เมื่อได้รับการสนับสนุน การอนุเคราะห์ แล้ว ควรมีหนังสือไปขอบคุณหน่วยงานนั้น ๆ เสมอ เพื่อสานความสัมพันธ์ไว้สาหรับโอกาสต่อไป

    Event/Experience

    Press Conference Exhibition Booth Project/Product Launching

    Seminar

    Incentive Trip การเดินทางเพื่อสร้างแรงจูงใจ เพื่อให้รางวัล

    Press Tour/Trip เชิญสื่อมวลชนไปเที่ยว

    Concert

    Debate / Protest การตั้งกระทู้ ต่อต้าน เป็นการสื่อสาว่าองค์กรของเรามีจุดยืนตรงไหน Concert Protest

    Sale Promotion

    Etc.

    การประชุม การสัมมนา การฝึกอบรม

    • -ประธานควรสร้างบรรยากาศการประชุมที่ดี ควบคุมการประชุมให้ตรงประเด็น ไม่เด็ดขาดเกินไป ไม่โลเลเกินไป ไม่พูดนอกเรื่องมากเกินไป
    • -ผู้ร่วมประชุม ควรกล้าแสดงความ คิดเห็น และเสนอแนะเชิงสร้างสรรค์
    • -การสัมมนา ควรนาผลสรุปมาใช้ให้เป็น รูปธรรม
    • -การฝึกอบรม ไม่ควรเน้นวิชาการมากเกินไป ควรเน้นเรื่องที่นามาปฏิบัติได้จริง

    การสื่อสารระหว่างบุคคล One-to-One

    บุคคลในหน่วยงาน VS ผู้บังคับบัญชา

    • -รับคำสั่งให้เข้าใจ จดบันทึกในกระดาษหรือสมุดโน้ตทันที
    • -กล้าซักถามว่าเราเข้าใจถูกต้องหรือไม่
    • -กล้าเสนอแนะเมื่อท่านเปิดโอกาส
    • -เคารพการตัดสินใจของท่าน เมื่อท่านตกลงใจแล้ว

    เทคนิคการสื่อสารที่ดีเพื่อความพึงพอใจทั้งสองฝ่าย

    • -Smile: จาไว้ว่า การยิ้มคือเครื่องมือการเข้าสังคมที่ทรงพลังที่สุด
    • -Listen: รู้จักฟัง เป็นผู้ฟังที่ดี ผู้ที่ฟังจะเป็นผู้ควบคุมผลลัพธ์การสนทนา
    • -Speak: พูดคุยในสิ่งที่เป็นที่สนใจของคู่สนทนา ท่านจะพบความเป็นคนพิเศษของเขา
    • -Question: ถามคำถามที่เรารู้คำตอบอยู่แล้ว เพื่อที่จะหยั่งความคิดของฝ่ายตรงข้ามได้ Assignment: มอบหมายงานให้ลูกน้องด้วยความศรัทธาและเชื่อมั่นในตัวเขา
    • - Request/ no Order: จงขอความร่วมมือเสมอ อย่าออกคำสั่ง (ใช้ได้เฉพาะกับคนรับผิดชอบ)
    • -Role Model: ปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างที่ดี ทั้งพฤติกรรมและทัศนคติ
    • -Training Development: พัฒนาความสามารถในการสอนงาน
    • -Respect: แสดงความนับถือต่อผู้อื่นเสมอ เช่น ตรงต่อเวลา  Response: ตอบจดหมายหรือโทรศัพท์ทันที

    เทคนิคการพูดจูงใจ

    เชื่อ เข้าใจ

    • -ตรงกับความรู้
    • -ตรงกับความรู้สึก
    • -ตรงกับประสบการณ์

    เครื่องมือในการทำประชาสัมพันธ์

    Press Conference

    Press Release

    Video Clip Release

    Audio News Release

    Optimized press release

    Publicity events or Publicity Stunts

    Books and other writings

    Media Relations

    Direct communication with, e.g., newsletters – in print and e-letters.

    Speeches to constituent groups and professional organizations; receptions; seminars, and other events; personal appearances.

    Integrated P.R. Tools

    Contests

    Walkathons

    Art exhibitions

    Event sponsorship

    Arrange a speech or talk

    Make an analysis or prediction

    Conduct a poll or survey

    Issue a report

    Workshop การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ

    กลุ่ม 1

    1. การสื่อสารภายใน/ กิจกรรม ที่มีอยู่แล้ว

    ข้อบกพร่อง

    - การสื่อสารไม่ทั่วถึง

    - การสื่อสาร ข่าวถึงช้า

    - ผู้รับไม่ตอบสนอง

    วิธีแก้ไข ช่องทางใหม่

    - เพิ่มการส่ง sms ถึงรายบุคคล ตามระดับความสำคัญ นอกเหนือจากเสียงตามสาย

    - เพิ่มช่องทาง Line ของกลุ่ม

    2. การสื่อสาร ภายนอก

    ข้อบกพร่อง

    - การสื่อสารไม่ทั่วถึง

    - ข่าวสารถึงช้า

    - ผู้รับไม่ตอบสนอง

    3. วิธีแก้ไข

    - เพิ่มสื่อสิ่งพิมพ์ youtube facebook

    -เพิ่มสื่อทาง TV

    กลุ่ม 2

    1. การสื่อสาร/ กิจกรรม ที่มีอยู่แล้ว

    ข้อดี

    - มีการสื่อสารหลายช่องทาง

    - มีหน่วยงานรับผิดชอบชัดเจน

    2. ข้อจำกัด

    - ไม่สามารถเข้าถึงบุคลากรทุกระดับ

    - มีสื่อจำกัด

    - ขาดทักษะความสามารถในการเข้าถึงสื่อ

    - ไม่เห็นความสำคัญ

    - ลักษณะงานไม่เมาะสมกับการเข้าสื่อ

    - สื่อสารของดีของคณะไปสู่ภายนอกยังน้อยเกินไป

    3. การแก้ไข

    - การเข้าถึงบุคลากรทุกระดับ โดยการเพิ่มช่องการการสื่อสารแบบพูดคุยหรือเข้าถึงโดยตรงเพิ่มขึ้น

    - การอบรมและการส่งเสริมการใช้สื่อ

    - ให้หน่วยประชาสัมพันธ์จัดการสอนให้เห็นความสำคัญของการสื่อสารจากผู้เชี่ยวชาญ/ ส่งสารหลายช่องทาง

    - มีคนส่งข่าวเมื่อมีเรื่องด่วน เช่น โทรศัพท์ประจำห้อง

    - หน่วยประชาสัมพันธ์ทำงานเชิงรุกมากขึ้น

    กลุ่ม 3

    1. การสื่อสาร/ กิจกรรม ที่มีอยู่แล้ว

    - ข่าวออนไลน์/อิเล็กทรอนิกส์

    - Med TV

    - หนังสือเวียนแจ้ง

    - Line กลุ่ม

    - เสียงตามสาย

    2. ข้อบกพร่อง

    - ผู้รับสื่อมีการเข้าถึงต่างกัน

    - เสียงตามสาน บางหน่วยงานมีเสียงรบกวน ไม่สมบูรณ์

    - ผู้บริหารไม่คุ้นชินกับสื่อใหม่ๆ ชอบสื่อกระดาษ

    - ส่งข่าวสารทุกระดับ ข่าวสารไม่เกี่ยวจ้องเยอะเกินไป ไม่แยกงาน แยกคน

    - ช่องทางหลากหลาย จนต้องเข้าไปดู เสียเวลา

    3. แนวทางแก้ไข

    - เลือกสื่อสารตามกลุ่มงานบุคคล จัดระบบการสื่อสารให้เป็นในรูปแบบเดียวกันในหน่วยงานเพื่อความสะดวกและความเข้าใจตรงกัน

    - ส่งเรื่องตามงานที่รับผิดชอบ

    - ทำความเข้าใจ หาวิธีช่องทางรับฟังและปรับตัว

    - จำกัดกลุ่มข่าวสาร

    4. แนวทางใหม่ๆในการสื่อสาร

    - ติดป้ายประกาศตามสถานที่ที่ผู้รับสื่อได้อย่างทั่วถึง

    - ทำการติดต่อหัวหน้าเพื่อประสานงาน

    - จัดประชุม เยี่ยมชมหน่วยงานเพื่อสื่อสารให้เป็นเป้าหมายเดียวกัน

    - จัดเสียงตามสานของผู้บริหาร สัปดาห์ละ 1 ครั้งๆ 10นาที

    กลุ่ม 4

    ข้อบกพร่อง

    • -หลายรูปแบบแต่อยู่ในวงจำกัด
    • -ผู้รับสานไม่ให้ความสำคัญ
    • -รูปแบบการสื่อสารไม่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย

    แก้อย่างไร

    • -เปิดเป็น Public
    • -สื่อสารหลายช่องทาง หลายรูปแบบ
    • -เลือกรูปแบบการสื่อสารให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย

    แนวทางใหม่

    • -จัดเคมเปญ ศูนย์ความเป็นเลิศ
    • -สื่อภายนอก LED Board
    • -Online
    • -วิทยุ FM 88 (มอ)

    กลุ่ม 5

    1. ช่องทางการสื่อสาร

    - กระดานข่าวอภิปราย

    - mail all unit

    - ข่าวคณะแพทย์

    - ประชุมหัวหน้าหน่วยงาน

    - สายตรงคณบดี

    2. ปัญหา

    - บุคลากรรู้มั่วถึง

    - วัตถุประสงค์ไม่ชัด

    3. การสื่อสารที่อยากให้มี

    ป้าย cut out หน้ารพ.

    การประชาสัมพันธ์เชิงรุก

    • -งานแถลงข่าว
    • -หนพื้นที่สื่อทีวีในช่วงเวลา ในช่วงเวลา prime time
    • -วางแผนประชาสัมพันธ์เป็นรายปี

    อาจารย์ลักขณา:

    กลุ่ม 1 sms แจ้งข่าวสาร ซึ่ง sms มีค่าใช้จ่าย จึงควรคิดวิธีปรับเปลี่ยน เพราะตอนนี้มีสื่อที่ใช้ฟรี ซึ่ง SMS ควรบอกเฉพาะเรื่องด่วน และเลือกส่งให้ผู้รับผิดชอบ

    สื่อ ควรแบ่งแบกประเภท

    เฟสบุค ใช้ส่งกิจกรรม เพราะมันไม่ลบออกไป

    ไลน์ มีข้อจำกัด เป็นเรื่องด่วน เรื่องเร็ว สิ่งใดที่รู้แล้วต้องเก็บ เช่น ภาพถ่าย

    ทุกอย่างต้องมีการจัดลำดับ แยกแยะภาพบรรยากาศของแต่ละวัน

    ปัญหา คือ บางคนได้รับบางคนไม่ได้รับ หากคนที่ไม่ได้ดูก็สามารถเข้าดูใน Agenda นั้นๆ รวมถึงเรื่องราวต่างๆเฉพาะ

    จุดอ่อนของคนไทย คือ ไม่มีการจัดหมวดหมู่ ต้องจัดไฟล์ ต้องมีข้อตกลงว่าเรื่องนี้ต้องไปช่องไหน

    กลุ่ม 2 Youtube หากใครจะเข้ามาคลิ๊ก หัวข้อที่จะอัพโหลดต้องมีคำว่ามอ. เพื่อจัดระเบียบให้เป็น segment เดียวกัน

    คนที่ไม่เห็นความสำคัญของการใช้สื่อ ต้องมีการจัดอบรม หรือผู้บริหารระดับสูงไม่เข้าใจ ก็ต้องอบรม และฝึกให้ผู้บริหารใช้

    เรื่องบริจาค จ่ายค่าสื่อ ขอแนะนำว่าการทำสื่อต้องทำเป็นรายการสดในการขอรับบริจาค ประมาณ ชั่วโมงละ 1 แสนบาท

    กลุ่ม 3 การนำไลน์มาอยู่บนคอมทำให้ง่ายขึ้น

    ส่วนเรื่อง Off line เช่น บริษัท บีกริม มอบหมายบุคลากรให้ทำเรื่องสื่อสารทำเรื่องนี้โดยเฉพาะ ให้ข้อมูลสอดคล้องกันกับเฟสบุค ไลน์ และนำข้อมูลเหล่านั้นมาติดในห้องน้ำ

    ทางเดิน ลิฟท์ ต้องมีประกาศติด และให้คนรับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง

    กลุ่ม 4 กลุ่ม 5 แบ่งกลุ่มเป้าหมายว่าควรจะเป็นกลุ่มไหน แบ่งแยกกลุ่มเป็นอัลบั้ม

    แผนระยะยาวมีความสำคัญต้องมีดารระดมสมอง และต้องแยกแยะว่าเป็นกิจกรรมอะไร ทั้งเรื่องฝึกอบรม นวัตกรรม ทำออกมาเป็นตาราง และคิดว่าจะทำเรื่องใหม่ๆอะไรบ้าง

    บางครั้งมีของดี แต่สื่อเข้าไปไม่ได้ ต้องติดต่ออาจารย์หมอให้เขียนคอลัมภ์ ที่สำคัญได้เนื้อหาเผยแพร่ให้คนภายนอกได้รับรู้ 

    สรุปการบรรยายหัวข้อBrand Management”

    โดย อาจารย์ลักขณา จำปา

    1 พฤศจิกายน 2557

    แบรนด์ คืออะไร

    • -สัญลักษณ์
    • -อัตลักษณ์
    • -จุดเด่น ความสามารถขององค์กร

    วิธีการคิดสร้าง Branding คือ ต้องคิดต่าง ต้องมีอัตลักษณ์เป็นของตัวเอง

    Strategic Planning ต้องมีการวางแผน ต้องมีกลยุทธ์ และทำอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีคนจดจำได้ (Brand Awareness) เพื่อให้จดจำแล้วอยู่ในใจ

    Strategic Planning

    • -Differentiate สร้างความแตกต่าง
    • -โดนใจ

    การทำอะไรต้องมีเป้าหมาย (Goal) เช่น อ.เฉลิมชัย สร้างวัดร่องขุ่น สีขาวไม่เหมือนใคร และสร้างวัดรัชกาลที่ 9 แสดงถึงความพอเพียง โบสถ์เล็กๆพอเพียง

    วัตถุประสงค์และเป้าหมาย คือ ให้อยู่อย่างต่อเนื่อง

    Differentiate ทำให้แบรนด์แตกต่าง จึงจะทำให้เด่นดังขึ้นมาได้ ต้องมีความกล้า ต้อง Stand out from the crowd เด่นออกมานอกกลุ่มฝูงชน

    วิธีทำให้ตราสินค้าเป็นที่รู้จัก

    • -สร้างความเด่นในตราสินค้าและตรายี่ห้อ
    • -ใช้คำขวัญหรือเสียงเพลง (Involve slogan or jingle) เช่น MCOT ใช้รูปตา สื่อว่าเป็นสังคมอุดมปัญญา
    • -การใช้สัญลักษณ์ (symbol exposure)
    • -กล้าที่จะทำไม่เหมือนคนอื่น?
    • -บุคลิกของตัวเอง ก็เป็น Branding
    • -ความสามารถ
    • กล้าที่จะทำไม่เหมือนคนอื่น?
    • ต้องรู้ว่าเราเป็นใคร
    • ทำอะไร
    • ทำเมื่อไหร่
    • ที่ไหน
    • อย่างไร
    • Find out: Unique Selling Point : ต้องหาจุดเด่นของเรา ว่าเราเก่งเรื่องอะไร
    • จอมยุทธการตลาด และจอมยุทธอาเซียน เป็นรายการวิทยุที่อ.ลักขณา จัดรายการทุกวัน 11.00-12.00 คลื่น FM 100.5
    • รายการสังคมดีไม่มีขาย ช่วงสัมภาษณ์ คนดังพลังบวก
    • ถ้าหาจุดขายของตัวเองไม่เจอ ก็ต้องสร้างจุดขายขึ้นมา Create Unique Selling Point แต่ต้องขึ้นอยู่กับความเป็นไปได้ โดยการศึกษา การเรียนเพิ่มเติม
    • Disclose กระจายข่าวออกไป โดยการจัดกิจกรรมต่างๆสู่สาธารณะชน
    • กิจกรรมสู่สาธารณชน
    • -เชิญนักข่าวมาสัมภาษณ์
    • -ปฏิทินข่าว
    • -Gossip
    • -Business & social tidbits
    • -บทความ
    • -วีดีโอลง You tube
    • กิจกรรมพิเศษ
    • -Press conference
    • -นิทรรศการ
    • -แฟชั่น โชว์
    • -Theme Parties
    • -การจัดPress trip

    อ.ทำนอง: personnel ของหมอและพยาบาลคืออะไร

    อ.ลักขณา: บุคลิกของพยาบาลต้องช่วยเหลือ ยิ้มแย้มแจ่มใส ต้องรวดเร็ว กระแบกระเฉง

    แพทย์ ต้องมีบุคลิกหน้าเชื่อถือ ทั้งการพูด การยืน การแสดงความคิดเห็น

    รพ.บำรุงราษฎร์ ให้ความรู้สึกไม่เหมือนรพ. แต่เหมือนโรงแรมมากว่า แต่ละชั้นจะมี Floor manager

    ผู้เข้าอบรม : สื่อทางทีวีที่บอกบุคลิกชอบให้พยาบาลถือชาร์ตตามหมอ แต่จะไม่เห็นบทบาทว่าพยาบาลมีความโอบอ้อมอารี

    Workshop

    หาจุดขายของเรา

    สร้างตัวเราเป็นใคร ใช้อะไรเป็นสัญลักษณ์

    กลุ่ม 5


    Green Hearth Magnet Hospitality

    แม่เหล็กดึงดูดผู้ให้บริการ และยังดึงดูดพนักงาน

    สีเขียว ไม่เลือกฐานะ บ่งบอกถึงธรรมชาติ หัวใจของผู้ให้บริการ และรับบริการ

    อ.ลักขณา: จุดเด่นของกลุ่มนี้คืออะไร

    - การให้บริการที่เป็นมิตร และประทับใจ

    - และเป็นชื่อโครงการที่จะทำวิจัย

    อ.ลักขณา: สื่อสารอย่างไร

    - คิดถึงคนที่ดึงดูดผู้ใช้บริการ

    อ.ลักขณา: คนภายนอกและกลุ่มเป้าหมายคิดอย่างไร

    - ใช้รพ.เป็นเครื่องมือ และใจของคนองค์กรดูแล

    อ.ลักขณา: สื่ออย่างไรเพื่อสร้างแบรนด์

    - ประชาสัมพันธ์หน้าโรงพยาบาล ออกบู๊ท ทำข่าว เพื่อให้รู้เรื่องการบริการของเรา

    กลุ่ม 4


    ปลาโลมาสีเขียว

    เป็นสัญลักษณ์ของผู้ช่วยชีวิต ใจดี มีเมตตาเป็นสัตว์ที่ช่วยเหลือชีวิตมนุษย์ พร้อมเรียนรู้ พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง

    ช่องทางการสื่อสาร

    จัดกิจกรรมตลอดปีเพื่อประชาสัมพันธ์แบรนด์ เช่น กิจกรรมเพื่อเด็กปากแหว่งเพดานโหว่ กิจกรรมวันมหิดล

    โลโก้สติ๊กเกอร์ของ Line

    อ.ลักขณา: ในการจัดกิจกรรม ต้องเอาปลาโลมามาเกี่ยวข้อง ทำเป็นตัว Mascot ซึ่งจะเป็นตัวแทนในการจัดกิจกรรมพิเศษ

    กลุ่ม 3 Smile and fun


    เพิ่มแบรนด์ สร้างสื่อ ดึงศักยภาพ เน้นผลงาน

    รอยยิ้มที่ดี ต้องมีฟันสวย

    สื่อสารอย่างไร: มีรูปฟันติดไว้ที่แผนก มีการประชาสัมพันธ์ที่วิทยุมอ.

    อ.ลักขณา: ยังดูไม่มีคอนเซป ค่อนข้ากระจัดกระจาย จุดขายของแผนกคืออะไร เช่น มีเครื่องมือ มีห้องแล็ป มีบุคลากรที่เชี่ยวชาญ หรือทำได้เร็วกว่าคนอื่น ต้องสัมผัสได้มากกว่านี้

    เรื่องการสื่อสารต้องดูว่าพอได้จุดแข็ง แล้วต้องสื่อสารผ่านสื่อด้วย

    กลุ่ม 2


    SMRC มั่นใจทุกย่างก้าว

    ช่วยเหลือผู้ป่วยในการเดิน เป็นรูปหุ่นยนต์

    สีแต่ละสีมีความหมาย

    สีเขียว คณะแพทย์

    สีม่วง พระเทพ

    อ.ลักขณา สีที่อยู่ในโลโก้ไม่ควรเกิน 3 สี และแต่ละสีต้องมีความหมาย

    เรื่องการสื่อสารเป็นเรื่องสำคัญ สิ่งที่ควรทำอย่างยิ่งคือต้องลงทุนและไปออกรายการ เพื่อให้คนทั้งประเทศได้รับรู้ ออกสื่อที่มีคนดูเยอะ และต้อง Follow up สัมภาษณ์งานต่างๆ

    ถ้ามีเวปไซด์ ก็ให้ลงด้วยเช่น อยู่สถานที่ต่างๆ เพื่อให้เป็นการตอบโจทย์อย่างชัดเจนว่ามั่นใจทุกย่างก้าว เพื่อเป็นการทำให้คนจดจำ และต้องมีการสัมภาษณ์และมี Event อย่างต่อเนื่อง

    กลุ่ม 1


    SU

    S= SCOPY

    U=UNIT

    Slogan: Faster Better Cheaper

    ช่องทางประชาสัมพันธ์: หนังสือพิมพ์ อีเมล เดินประชาสัมพันธ์ในสถานที่ต่างๆ มี Gift voucher ให้ผู้รับบริการ มี Presentation ใน Youtube

    เชิญให้คนสำคัญมาเปิด Event

    อ.ลักขณา: ความคิดดี แต่หากจะทำจริงๆต้องออกแบบใหม่ Faster Better Cheaper ต้องบอกความหมายมากกว่านี้หากจะทำจริงๆ

    Logo แบบนี้คนข้างนอกไม่รู้ เพราะฉะนั้นต้องมีภาษาไทยกำกับก่อน เพื่อบอกให้เข้าใจ 

    วรณัน
    IP: xxx.47.168.175
    เขียนเมื่อ 

    การสื่อสารต้องวิเคราะห์ทั้งสิ่งที่ต้องการสื่อ รวมถึงผู้ส่ง ผู้รับสาร และช่องทาวการสื่อสารเพื่อให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพ

    การสร้างแบรนด์ ต้องคำนึงถึงอัตลักษณ์ของตนเอง ความหมาย selling pointที่ต้องการสื่ออกมาเพื่อให้ภายนอกเข้าใจ และจดจำ

    พวงผกา บวรลักษณ์
    IP: xxx.53.61.103
    เขียนเมื่อ 

    1 พฤศจิกายน 2557 ได้เรียนรู็ เรื่องการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพในองค์กร เทคนิคการสื่อสารต่างๆ  การประชาสัมพันธ์ เครื่องมือการประชาสัมพันธ์ ก่อนนี้เคยมีความคิดต่อต้านการประชาสัมพันธ์ หลังจากฟังได้เรียนรู้อีกมุมมองของการประชาสัมพันธ์ การสร้าง Branding รู้และเข้าใจว่างานทุกอย่างต้องเชิงรุก

    พนิดา เตชะโต
    IP: xxx.207.176.113
    เขียนเมื่อ 

    31 ต.ค.57ช่วงเช้าCEO- HR- non HR -Stakeholders ได้เห็นภาพท่านพารณCEOที่่มีvisionเรื่องบุคลากรชัดเจน(ตั้งแต่20ปีที่แล้ว) และสามารถบริหารนำพาองค์กรของไทยสู่ความสำเร็จ  เป็นสิ่งพิสูจน์ว่าทรัพยากรบุคคลเป็นทรัพสินที่มีค่าที่สุดขององค์กรจริง และต้องประกอบกับผู้นำที่มีความสามารถในการบริหารจัดการ เชื่อมั่นในศักยภาพของคน ดุแลคนของเราด้วยใจ จึงจะได้ความจงรักภักดี ความมุ่งมั่น ทุ่มเท จากคนในองค์กร   

    ตัวอย่างการปรับเปลี่ยนองค์กรสู่ความสำเร็จของอจ.เกริกเกียรติ  แสดงถึงการให้ความสำคัญกับคน คนต้องเข้าใจและมีส่วนร่วมในการร่วมออกความคิดและมีเป้าหมายร่วมกัน  จึงจะได้รับความร่วมมือ  สุตร3 4 5 น่าสนใจมาก เมื่อคนให้ความทุ่มเท ควรได้ค่าตอบแทนที่คุ้มค่าเหมาะสมกับผลงานที่เกินค่าตอบแทน

    ช่วงบ่ายได้ข้อคิดจากธรรมะและสัจจธรรมจากอจ.บุญเลิศ ที่ฟัง คิดตาม เข้าใจง่าย แต่จะปฏิบัติได้มากน้อยเพียงใด ก็ขึ้นอยู่กับตัวเองและกุศลกรรม  ได้เห็นมาแล้วทุกภาพที่ห้องฉุกเฉินเช่นเดียวกับอจ. เพราะอยู่มาเกือบ30ปี .....ทั้งเกิดแก่ เจ็บ ตาย ,เกิด ยังไม่แก่ เจ็บตาย,เกิด ตาย....

    nonglak suwalak
    IP: xxx.7.249.155
    เขียนเมื่อ 

    สรุปบทเรียน วันที่ 1 พฤศจิกายน 2557

    1. ปัจจุบันเป็นยุคของข้อมูล ใครมีข้อมูลมาก สื่อสารได้รวดเร็ว ก็จะได้เปรียบ

    2. การสื่อสาร คือ การนำสารจากคนหนึ่งสู่คนหนึ่ง หรือจากกลุ่มสู่อีกกลุ่มหนึ่ง

    3. เทคนิคการสื่อสารเพื่อความพึงพอใจทั้ง 2 ฝ่าย

    - smile

    - listen

    - speak

    - question

    - assignment

    - request/ no order

    - role model

    - training development

    - respect

    - response

    4. การสร้างแบรนด์ ต้องทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อการจดจำ เข้าไปอยู่ในใจ โดยใช้กลยุทธ์ คือ

    - แตกต่าง

    - โดนใจ

    - เด่น ดัง

    5. หาจุดเด่นของเรา อย่ากลัวที่จะแตกต่าง ถ้าหาไม่เจอให้สร้างขึ้นมา แล้วจึงเปิดเผย

    ทัศนันท์ ศิริเสถียรรุจ
    IP: xxx.7.248.14
    เขียนเมื่อ 

    วันสุดท้ายของสัปดาห์ที่3  (1 พฤศจิกายน 2557)

    วันนี้วิทยากรผู้งามสง่า อาจารย์ลักขณา จำปา เหมาคนเดียวทั้งวันเลย แม้สุขภาพกายจะไม่อำนวยสักเท่าไร แต่ใจของท่านอาจารย์มีความตั้งใจเกินร้อย นับถือจริงๆค่ะ

    ช่วงเช้า“การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพในองค์กร” ได้เรียนรู้เทคนิคการสื่อสารในการสร้างความสัมพันธ์ สร้างความพึงพอใจ สร้างความเข้าใจ ทราบถึงวิธีและช่องทางการสื่อสารที่มีมากมายที่ในการประชาสัมพันธ์ในการบริหารงานหรือองค์กรให้มีความก้าวหน้าจนเป็นผู้นำในสังคมได้อย่างชาญฉลาด พร้อมการทำworkshopที่เข้าใจง่าย

    ช่วงบ่าย What is Branding? ได้เรียนรู้วิธีการทำให้เกิด branding ให้เป็นที่รู้จักได้โดยวิธีการที่สร้างความโดดเด่น กล้าที่จะแตกต่าง วิเคราะห์ค้นหาจุดอ่่อน จุดแข็งขึ้นมา หากไม่สามารถค้นพบได้ก็ให้สร้างสัญญลักษณ์ความน่าจะเป็นขึ้นมาเป็น branding ของตนเองหรือองค์กร เมื่อได้แล้วต้องมีการเปิดเผยต่อสาธารณชน โดยการประชาสัมพันธ์ล่วงหน้าและต่อเนื่องด้วยวิธีการที่หลากหลายตามศักยภาพของหน่วยงาน ได้ทำworkshop ด้วยเช่นกันแต่ด้วยระยะเวลาที่จำกัดอาจทำให้เห็นภาพยังไม่ชัดเจนนัก

    อีกสองสัปดาห์กว่าจะได้เจอกัน แต่ท่านได้ฝากงานไว้ให้เยอะมากมายจนหายคิดถึง...

    ------------------------------------------ขอบคุณค่ะ--------------------------------------

    อัจฉรา จันทร์ช่วย
    IP: xxx.55.77.179
    เขียนเมื่อ 

    สำหรับวันนี้ได้เรียนรู้ เรื่องวอธีการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ ว่าควรทำหรือควรจะเป็นอย่างไร และต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้าง ถึงจะทำให้การสื่อสารทั้งภายใน และภายนอกนั้น ประสบความสำเร็จ และได้เรียนรู้เรื่อง What ' s the Brand? ทำให้ได้เรียนรู้การจัดทำ Brand เรียนรู้แนวคิด และวิธีการจัดทำ Brand ที่ถูกต้อง และท่านวิทยากรมีความสามารถ และดูดีมากค่ะ

    สรญา สาเหาะ
    IP: xxx.90.18.176
    เขียนเมื่อ 

    1 พฤศจิกายน 2557

    เริ่มต้นเดือนใหม่แต่เป็นวันสุดท้ายของสัปดาห์ที่ 3 ของโครงการฯ

    สำหรับสิ่งที่ได้รับในวันนี้

    --ช่วงเช้า-- อาจารย์ลักขณาได้ถ่ายทอดเทคนิคในการใช้เครื่องมือ/ช่องทางในการสื่อสารที่มีอยู่ในปัจจุบัน และได้ให้ร่วมกันวิเคราะห์การสื่อสารที่มีอยู่และข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นจริง ทั้งภายในและภายนอกองค์กร พร้อมทั้งการเพิ่มช่องทางในการสื่อสาร ทั้งนี้ อาจารย์ลักขณา ได้เสนอแนะว่าควรจะมีการจัดลำดับความสำคัญ การจัดลำดับที่ถูกต้อง ในการใช้เครื่องมือ/ช่องทางในการสื่อสารที่ถูกต้อง เหมาะสม ถูกกาลเทศะ และต้องได้รับการตอบสนอง สร้างความพึงพอใจทั้งผู้ส่งสารและผู้รับสาร

    --ช่วงบ่าย-- อาจารย์ลักขณา ได้ให้ร่วมกันคิดวิธีการสร้าง Branding หาจุดเด่น จุดขาย ทำสัญลักษณ์ เพื่อสื่อสารให้คนภายนอก/ผู้ใช้บริการ เห็นแล้วเข้าใจพร้อมจดจำ อาจารย์ลักขณาได้เน้นย้ำเรื่องการใช้ช่องทางการสื่อสาร การลงทุนในการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่ามีเวลาในการทำ workshop ไม่เพียงพอ แต่ได้แนวคิดมากมายจากอาจารย์ลักขณา ที่สามารถจะนำไปดำเนินการต่อ

    ______ขอขอบคุณ อาจารย์ลักขณา จำปา และขอชื่นชม ถึงอาจารย์จะไม่สบาย แต่สปิริตสูงมากค่ะ_______

    พนิดา เตชะโต
    IP: xxx.206.152.84
    เขียนเมื่อ 

    1พ.ย.57วันสุดท้ายของช่วงที่3 อจ.ลักขณา จำปา มืออาชีพตัวจริงเกี่ยวกับงานสื่อสาร ใจเกินร้อย แม้จะไม่ค่อยสบายผู้นำมีความสำคัญต่อความเจริญก้าวหน้าขององค์กรโดยเฉพาะผู้นำที่มีทักษะในการสื่อสารที่ดี..ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารมาได้รวดเร็วหลายช่องทาง องค์กรใดสื่อสารได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพกว่าจะได้เปรียบคู่แข่งตย.ของคุณตัน โออิชิที่พลิกวิกฤติเป็นโอกาส สื่อสารรวดเร็ว ใช้ช่องทางที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย รู้จักหาพันธมิตรที่มีสื่ออยู่ในมือ ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้.....ส่วนช่วงบ่าย เรื่องของการสร้างBrand..เราที่อยู่ในองค์กรบริการสุขภาพภาครัฐไม่สันทัดเรื่องนี้ เคยคิดว่าไม่จำเป็นแต่พอมาฟังก็ทำให้มองเห็นว่า องค์กรเราควรเผยแพร่ผลงาน/ประชาสัมพันธ์เรื่องราวให้มากกว่านี้ โดยเฉพาะช่องทางการรับบริการ...กิจกรรมที่อจ.ให้ทำและวิเคราะห์ให้ฟังทำให้เข้าใจและเห็นภาพชัดเจนค่ะคิดว่าได้นำไปใช้ต่อยอดกับงานได้...ขอบคุณอจ.อีกครั้งค่ะ

    จูลี่ ชาญสถาพร
    IP: xxx.19.201.16
    เขียนเมื่อ 

    1 พย.57 การสื่อสารเป็นเรืองสำคัญในการพัฒนาองค์กร ก่อนที่เราจะสื่อสารให้บุคคลภายนอกเข้าใจสิ่งที่เราต้องการ เราต้องสื่อสารให้คนในองค์เข้าใจถูกต้องและตรงกันก่อน

    Tippawan Liabsuetrakul
    IP: xxx.19.201.16
    เขียนเมื่อ 

    วันนี้ได้เรียนรู้การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่องค์กรเรายังขาดทั้งภายในและภายนอก การสื่อสารมีหลายช่องทางและหลายวิธี มีการนำเสนอที่แตกต่าง แต่นำไปสู่การสร้าง Brand ที่เข้าใจได้เร็วและมีจุดเด่น คงต้องฝึกฝนให้มากขึ้น

    นุสรา
    IP: xxx.53.5.229
    เขียนเมื่อ 

    สรุปการเรียน 3 วัน

            วันแรกได้เรียนรู้ว่าทุกองค์กรต้องปรับตัวให้เข้าใจสภาพแวดล้อมและสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้เพราะไม่มีใครหนีการเปลี่ยนแปลงได้และไม่มีผู้ใดสามารถหยุดยั้งการเปลี่ยนแปลงได้ ช่วงบ่ายเรื่องกลยุทธ์การบริหารการเงินส่วนบุคคล ทำให้เรากลับมาย้อนคิดว่าการใช้จ่ายของเราระหว่างรายรับกับรายจ่ายได้สมดุลแล้วหรือยัง

            วันที่สองบทสัมภาษณ์ระหว่างดร.จึระกับ ดร.พารณ เป็นบทสนทนาที่คลาสสิคมากเพราะเป็นเรื่องที่ยังทันสมัยตลอดกาลและปัญหาเหล่านั้นก็ยังเกิดอยู่ในปัจจุบัน ทำให้เห็นว่าคนเป็นตัวละครที่สำคัญ  ตามด้วยเรื่องความสมดุลของชีวิต  สอนให้รู้ว่าสูตรสำเร็จของการสร้างความสมดุลของชีวิตก็คือ การดำเนินชีวิตอย่างถึงพร้อมด้วย สติ ปัญญา ศรัทธา กุศลกรรม เดินสายกลางและต้องคิดเชิงบวกให้เป็น

            วันที่สามการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพเทคนิคสำคัญคือKISS( Keep it short and simple) ได้เรียนรูัเทคนิคการนำเสนอpower point ทีดี เทคนิคการสื่อสารที่ดีพึงพอใจทั้งสองฝ่ายสามารถเอามาใช้ประโยชน์ในการทำงานได้เป็นอย่างดี รวมถึงทำให้เข้าใจกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ต้องสร้างความแตกต่าง ต้องโดนใจและต้องมีเป้าหมายชัดเจน

    ทัศนีพร สร้อยสน
    IP: xxx.49.100.185
    เขียนเมื่อ 

    วันที่ 30 ตค.57 

          เริ่มในสัปดาห์ที่3 รู้สึกสนุกกับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆมากขึ้น.  ต่างจากงานประจำที่ทำอยู่ที่ทุกวันต้องฝึกฟื้นฟูสภาพผู้ป่วย.  มาเข้าอบรมครั้งนี้ทำให้ได้มีเวลาคิดและอยู่กับตัวเองมากขึ้นว่าเรามีอะไรที่ต้องเรียนรู้มากมายจริงๆ. เหมือนจะรู้แต่ก็ไม่ชัดเจน    วันนี้ได้เรียนเกี่ยวกับวัฒนธรรมขององค์กร.  การบริหารการเปลี่ยนแปลงและทำไมองค์กรต้องมีการเปลี่ยนแปลง  นอกจากนี้ในช่วงบ่ายของวันเดียวกันยังได้ทราบถึงกลยุทธ์การบริหารการเงินส่วนบุคคล  เข้าใจมากขึ้นเพราะถ้าเราไม่มีการวางแผนการออม การใช้จ่ายที่เหมาะสม. จะทำให้เกิดมีหนี้สินได้ 

          มีการสรุปเนื้อหาในหนังสือที่แต่ละกลุ่มได้รับมอบหมาย. เรื่อง Why of Work. ได้รู้ว่าผู้นำที่ดีต้องเป็นอย่างไร จึงจะทำให้องค์กรเกิดการพัฒนา ต้องทราบเป้าหมายขององค์กร รู้ศักยภาพ  อัตลักษณ์ตัวบุคคลและควรสนใจผู้รับบริการจากภายนอกด้วยว่าเค้าต้องการอะไร. ควรผสมผสานกัน

    Surapong Chatpun
    IP: xxx.19.201.16
    เขียนเมื่อ 

    On Saturday (November 1, 2014), I have learnt about effective communication skill and branding from Ajarn Luckana. There are many ways or methods about communication inside and outside organization. Communication is an important thing that can make people in the organization understand. Smile, listen and speak are three important technique for communication. Nowadays, online communication becomes popular but the offline communication is still necessary. 

    About branding, it is the thing that make other people know and remember. The branding should have the differences and strategy to process. There are a classic way to make the differences by asking "what", "when", "where", "why", "who" and "how". When we have a brand, the imporatant thing to do is to make the other know about this by communicating to them.

    Three workshops were related to these topics which make me learn and know more about communication and branding.

    จริพร โตรุ่งนิพัทธ์
    IP: xxx.19.201.18
    เขียนเมื่อ 

    30 ต.ค.57  การบริหารการเปลี่ยนแปลง คนทั่วไปไม่ได้ต่อต้านการเปลี่ยนแปลง แต่เขาเหล่านั้นต่อต้านการถูกเปลี่ยนแปลงการสื่อสาร พนักงานทุกคนในองค์กรต้องปรับตนเองให้เข้าใจสภาพแวดล้อม เพื่อสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้ แนวทางจัดการกับความเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างองค์กรแห่ง ความสุข เพื่อการปรับตัวให้ทันตามเทคโนโลยี เพิ่มขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเองและความสามารถในการแข่งขัน และทำให้เข้าใจว่า ไม่มีผู้ใดหนีการเปลี่ยนแปลงได้ และไม่มีผู้ใดหยุดยั้งการเปลี่ยนแปลงได้

    31 ต.ค.57 ความสมดุลของชีวิต  อ.บุญเลิศ จุลเกียรติ  ทำให้เข้าใจชีวิตที่งดงาม เรียบง่าย ซับซ้อน ยุ่งเหยิง คละเคล้าด้วยสุข ทุกข์ มุ่งมั่น เหนื่อยหน่าย ผิดหวังและสมหวัง สามารถย่อให้จบได้ และหลักปฏิบัติที่แท้จริงของมนุษย์ คือ การละเว้นความชั่ว ทำความดีในทุกโอกาสที่เหมาะสม การทำจิตให้บริสุทธิ์เบิกบาน 

    1 พ.ย.57 การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ การสื่อสารมีความสำคัญต่อหน่วยงานหรือองค์กร การเป็นผู้นำที่ดีจะต้องมีทักษะของการสื่อสารทั้งการพูดในการแสดงออกต่าง ๆ ตลอดจนการสื่อสารด้วยระบบคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  การสื่อสารที่ดีรวมไปถึงการพูดไพเราะ น้ำเสียงมีเมตตา ไม่พูดในสิ่งที่ทำให้เสียบรรยากาศ มีรอยยิ้ม และรู้จักเป็นผู้ฟังที่ดี  การสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก ต้องมีความเด่น ดึงดูด แตกต่างและโดนใจ การสร้างแบรนด์ต้องต่อเนื่องและเป็นที่จดจำได้ง่าย

    กาญจนา ฉิมเรือง
    IP: xxx.19.201.16
    เขียนเมื่อ 

    วันที่ 31 ต.ค 57 ได้เรียนรู้คำว่าผู้ที่มีปัญญาจะไม่ยึดติดกับความสุขไว้แค่ 3 ประการ คือการได้ลาภ ยศ การได้รับคำยกย่องชมเชย แต่จะแขวนความสุขไว้กับสิ่งที่ทำเท่านั้น

    ได้เรียนรู้ สูตรสำเร็จของการสร้างสมดุลให้กับชีวิต ประกอบด้วย สติ ปัญญา ศรัทธา ที่จะทำให้ทุกคนสามารถตั้งเป้าหมายความสำเร้จของชีวิตได้จะก้าวไปถึงหรือไม่ถึงเป้าหมายขึ้นอยู่กับตัวเราเอง

    กาญจนา ฉิมเรือง
    IP: xxx.19.201.16
    เขียนเมื่อ 

    ได้เรียนรู้การใช้เทคนิคต่างๆ เพื่อปรับมาใช้ในชีวิตประจำวัน ได้มากเลยทีเดียว ที่หาความรู้จากที่อื่นไม่ได้ เช่น

    * เครื่องมือสื่อสาร

    - การใช้สื่อ on line

    - เทคนิคการใช้เครื่องมือในการสื่อสารสร้างความสัมพันธ์

    - เทคนิคการสื่อสารด้วยอีเมลล์

    - เทนนิคการใช้ Power point อย่างมืออาชีพ

    - เทคนิคการสื่อสารที่ดีเพื่อความพอใจทั้ง 2 ฝ่าย

    - เทคนิคการพูดจูงใจ

    siriporn Ratanalert
    IP: xxx.19.201.16
    เขียนเมื่อ 

    30  ต.ค 57  

    - วัฒนธรรมองค์กร การบริหารการเปลี่ยนแปลง

    - กลยุทธ์การบริหารการเงินส่วนบุคคล

    ทั้ง 2 หัวข้อมีความสำคัญต่อการเป็นผู้นำที่ดี ต้องรู้ถึงวัฒนธรรมขององค์กร ที่มีการบริหารการปรับตัวที่พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงกับปัญหาต่างๆทั้งใหญ่และเล็กที่เข้ามาในชีวิตประจำวัน และสามารถเผชิญกับปัญหาและแก้ไขกับปัญหา ควรต้องมี

    ต้องหาทางจัดการกับความเปลี่ยนแปลงด้วยเหตุผลดังนี้

    -สร้างองค์กรแห่งความสุข(Happy Workplace)

    -ปรับตัวในทันตามเทคโนโลยี

    -เพิ่มขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเอง

    -เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน

    31 ต.ค 57

    ชอบสูตรสำเร็จของการสมดุลในชีวิต เพื่อให้ดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข ต้องมี..

    - สติ  ปัญญา  ศรัทธา  

    การขับเคลื่อนองค์กร ต้องใช้ 7 S's เพื่อทำให้องค์กรบรรลุถึงเป้าหมาย

    1.Structure  โครงสร้างขององค์กร 

    2.Strategy   กลยุทธ์ขององค์กร 

    3. Style      รูปแบบการบริหารจัดการ

    4. Staff      ต้องมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนองค์กร

    5. Skill       ต้องมีทักษะ

    6. System    วิธีการปรับกระบวนการ

    7. Shared values   ค่านิยมร่วม 

    1 พ.ย 57

    วิธีคิดสร้าง Branding  คือ ต้องคิดต่าง ต้องมีอัตลักษณ์เป็นของตัวเองโดยใช้  Strategic Planning ต้องมีการวางแผน ต้องมีกลยุทธ์ ที่ดี

    -(Strategic Planning)

    -Differentiate  สร้างความแตกต่าง

    -โดนใจ  

    ทำให้เรารู้ว่า การมี Branding ที่ดีทำให้ลูกค้าสนใจและให้ความสำคัญกับรายละเอียดมากขึ้น

    เทคนิคการสื่อสารที่ดีเพื่อความพึงพอใจทั้งสองฝ่าย

    -Smile: จาไว้ว่า การยิ้มคือเครื่องมือการเข้าสังคมที่ทรงพลังที่สุด

    -Listen: รู้จักฟัง เป็นผู้ฟังที่ดี ผู้ที่ฟังจะเป็นผู้ควบคุมผลลัพธ์การสนทนา

    -Speak: พูดคุยในสิ่งที่เป็นที่สนใจของคู่สนทนา ท่านจะพบความเป็นคนพิเศษของเขา

    -Question: ถามคำถามที่เรารู้คำตอบอยู่แล้ว เพื่อที่จะหยั่งความคิดของฝ่ายตรงข้ามได้ Assignment: มอบหมายงานให้ลูกน้องด้วยความศรัทธาและเชื่อมั่นในตัวเขา

    - Request/ no Order: จงขอความร่วมมือเสมอ อย่าออกคำสั่ง (ใช้ได้เฉพาะกับคนรับผิดชอบ)

    -Role Model: ปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างที่ดี ทั้งพฤติกรรมและทัศนคติ

    -Training Development: พัฒนาความสามารถในการสอนงาน

    -Respect: แสดงความนับถือต่อผู้อื่นเสมอ เช่น ตรงต่อเวลา  Response: ตอบจดหมายหรือโทรศัพท์ทันที 

    ควรนำไปใช้ในชีวิตประจำวันต่อการทำงาน เพื่อความพึงพอใจต่อกัน

      

    สิรินทร์ ศาสตรานุรักษ์
    IP: xxx.19.201.16
    เขียนเมื่อ 

    ครั้งนี้ขอส่งการบ้านรวมทีเดียว 2วันคือวันที่ 31 ตุลาคมและวันที่1 พฤศจิกายน เนื่องจากติดภารกิจสำคัญหลายอย่าง

    1.เรื่อง CEO-HR-Non HR - Stakeholder  ในปัจจุบันมีความสำคัญและต้องคิดถึงให่้มาก  เดิมเรามักนึกถึงแต่องค์กรเราเพียงอย่างเดียว   แต่ขณะนี้เป็นไปไม่ได้ที่จะอยู่คนเดียว   ในฐานะนักบริหารยุคใหม่ต้องมีการดึง Stakeholder  ที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยในการดำเนินการตั้งแต่เริ่มต้น   ของคณะแพทย์เองก็มีการดึงองค์กรส่วนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วม นอกจากนี้ยังคำนึงถึงชุมชนในมหาวิทยาลัย  เครือข่ายที่เกี่ยวข้อง  แต่ยังทำได้ค่อนข้างน้อยจะต้องเตรียมและพูดคุยให้มากขึ้นกว่านี้          CEO ต้องวางแผนและร่วมมือกับ HR ในการพัฒนาบุคลากรในองค์กรตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงการ Maintain คน

    -HR ของคณะแพทย์ยังไม่มีชัดเจน เรามีแต่งานการเจ้าหน้าที่ซึ่งเล่นบทบาทเป็น HRD มากกว่า  ถ้าถามความเห็นส่วนตัวในอนาคตน่าจะต้องมีฝ่ายนี้ทำบทบาท HR ให้ตรง

    2.ความสมดุลของชีวิตสรุปประเด็นได้สั้น  ๆ ต้องมีสติ เดินสายกลาง ทำความดี เราในฐานะผู้บริหารจะต้องปรับชีวิตให้ได้เพื่อเป็นแบบอย่างแก่ลูกน้อง  เพราะหากเรายังทำไม่ได้ก็จะนำผู้อื่นได้อย่างไร

    3.ความคืบหน้าโครงการชอบอ.กิตติ พูดตรง ชี้ประเด็นชัด

    4.แบรนด์  เป็นเรื่องสำคัญแต่พอให้เราบอกว่าจะทำแบรนด์เราให้เป็นที่น่าสนใจอย่างไร   พวกเราต้องคิดกันนาน เพราะปกติไม่เคยต้องทำ เรายกหน้าที่ว่าประชาสัมพันธ์ต้องทำ   แต่คิดว่าคงไม่ใช่หน่วยงานเดียวทำ  เราทุกคนคงต้องมีส่วนร่วม  โดยใช้ช่องทางการสื่อสารหลาย ๆ อย่างที่อ.ลักขณาพูดถึง  พวกเรารู้สึกว่ายังไกลตัวเราอยู่  แต่คิดว่าในยุคสมัยที่ออกนอกระบบ  การแข่งขันสูงมากขึ้นคงได้ใช้อย่างแน่นอน

    ทัศนีพร สร้อยสน
    IP: xxx.19.201.16
    เขียนเมื่อ 

    วันที่ 31 ตค.57

    เรียนรู้เกี่ยวกับ CEO - HR - Non HR - Stakeholders แต่ละสถานะมีบทบาทที่ช่วยในการพัฒนาองค์กร. ซึ่งต้องทำงานเป็นทีมเดียวกัน ต้อง Shared Value , Shared Benefits ทำให้นำไปสู่ความสำเร็จ

    ช่วงบ่ายเรียนเรื่อง ความสมดุลของชีวิต

    ทำให้ทราบว่า มนุษย์สามารถดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขได้ โดยการลงทุนชีวิตอย่างรู้เท่า และเตรียมทุนสำรองอย่างรู้ทันด้วย - สติ

    - ปัญญา

    - ศรัทธา

    - กุศลกรรม

    - สายกลาง

    ชั่วโมงสุดท้ายของวัน แต่ละกลุ่มนำเสนอเกี่ยวกับโครงการเชิงนวัตกรรม ซึ่งได้รับข้อเสนอแนะที่แต่ละกลุ่มต้องไปคิดกันต่อเพื่อให้ได้นวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้และเป็นประโยชน์. และได้รับการบ้านต่อว่าต้องเตรียมกรณีศึกษาที่น่าสนใจในโครงการที่จะทำ

    Kattiya Aroonphan
    IP: xxx.19.201.16
    เขียนเมื่อ 

    30 ตุลาคม2557

    หัวข้อ "วัฒนธรรมองค์กร การบริหารการเปลี่ยนแปลง" ได้เรียนรู้ว่าผู้นำที่ดีต้องเป็นผู้นำแบบประสาน ร่วมมือ ร่วมใจ การเปลี่ยนแปลงย่อมเกิดขึ้นได้เสมอในชีวิตของคนเรากับการทำงานไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหน เราต้องปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นพร้อมที่จะรับมือและนำสิ่งเหล่านี้ไปใช้ให้เกิดประสิทธิภาพในองค์กรหรือคณะแพทย์ของเรา

    หัวข้อ "กลยุทธ์การบริหารการเงินส่วนบุคคล" ได้เรียนรู้การวางแผนทั้งคนและต้นทุน ต้องตั้งสติใน การคิด และแจกจ่ายงานตามถนัดของแต่ละบุคคล นอกจากนี้อาจารย์ได้กล่าวว่าคนทำให้เราโกรธ เราไม่ควรจะไปโกรธด้วยเพราะจะทำให้เวลาชีวิตเราหายไป ต้องทำให้ชีวิตมีความสุข

    นำเสนองานกลุ่ม เรื่อง "Why of Work" ได้เรียนรู้ถึงผู้นำการหาจุดที่เหมาะสมสำหรับส่งเสริมเป้าหมายของบุคลากรและองค์กรโดยรวมความสมดุลโดยต้องเรียนรู้ในการจัดลำดับความสำคัญและผลลัพธ์ ต้องเข้าใจลักษณะของบุคลากร เชื่อมโยงแรงจูงใจของบุคลากรให้ตรงกับงานในองค์กร สร้างเป้าหมายขององค์กรที่เป็นความรับผิดชอบต่อสังคม และเชื่อมโยงกับการกระทำของบุคลากร และช่วยบุคลากรจัดลำดับความสำคัญของงานสำหรับงานที่ทำพอประมาณกับงานที่ต้องทำให้ดีเยี่ยม

    31ตุลาคม2557

    หัวข้อ "CEO - HR - Non HR - Stakeholders" ได้เรียนรู้ว่างานทั้งหลาย ทั้งปวงสำเร็จได้ด้วยคน การบริหารงานบุคคลเป็นหัวใจหลัก คนในองค์กรต้องมีความสามัคคี ถ้าองค์กรมีการบริหารคนที่ดีองค์กรนั้นก็จะประสบความสำเร็จ และจะต้องมีการพัฒนาฝึกอบรมคนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ด้วย

    หัวข้อ "ความสมดุลของชีวิต" ได้เรียนรู้ถึงสัจธรรมของชีวิต สติมา ปัญญาเกิด ถ้าเราสามารถนำ ฉันทะ มาใช้ใช้การดำเนินชีวิตและไม่ปล่อยให้กิเลสมาครอบงำ เราก็จะได้สัมผัสสิ่งที่มนุษย์ทุกคนต้องการ นั้นก็คือกำไรชีวิต

    หัวข้อ "พบอาจารย์ที่ปรึกษาติดตามความคืบหน้าของงานโครงการเชิงนวัตกรรมฯ ครั้งที่ 1" ได้เรียนรู้ถึงการมองปัญหาที่คิดออกมาเพราะอะไร มีปัญหาอะไรถึงทำสิ่งนี้ และต้องเกิดขึ้นเพราะอะไร และต้องแก้อย่างไร

    วันที่ 1พฤศจิกายน 2557

    หัวข้อ "เทคนิคการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพในองค์กร" ได้เรียนรู้ว่า การสื่อสารมีความสำคัญซึ่งจะทำให้องค์กรบรรลุเป้าหมาย เกิดความร่วมมือ เกิดบรรยากาศที่ดี สร้างภาพพจน์ที่ดี และสร้างความพึงพอใจให้กับผู้รับบริการ

    หัวข้อ "Brand Management" ได้เรียนรู้ว่า Brand นั้นหมายถึงอะไร วิธีการสร้าง Brand ให้เป็นอัตลักษณ์ของตัวเอง ต้องมีกลยุทธ์ และต่อเนื่องเพื่อจะได้จดจำได้นาน เกิดการรับรู้ และเข้าอยู่ในใจของผู้รับบริการ มีความแตกต่างไม่เหมือนคนอื่น ต้องโดนใจและการที่จะทำอะไรต้องมีเป้าหมาย อาจารย์ได้ยกตัวอย่าง อ.เฉลิมชัย ซึ่งเห็นภาพได้ชัดเจนมาก และที่สำคัญคือจะต้องกล้าด้วย สามารถนำเป็นไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันและองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    จรญ แก้วมี (ฝ่าย IT)
    IP: xxx.19.201.16
    เขียนเมื่อ 

    1 พฤศจิกายน 2557
    หัวข้อ การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพในองค์กร
    โดย อาจารย์ลักขณา จำปา
      - ความสำคัญของการสื่อสารภายในและภายนอกองค์กร และ
        ช่องทางต่างๆในการสื่อสาร
      - ความสำคัญอยู่ที่เราจะสื่อสารอะไรกับใคร และเลือกเครื่องมือ
        และช่องทางไหนในการสื่อสารที่เหมาะสม
    สรุปการบรรยายหัวข้อ Brand Management
    โดย อาจารย์ลักขณา จำปา
      - แบรนด์ (สัญลักษณ์,อัตลักษณ์,จุดเด่น)การสร้างแบรนด์
        ให้เป็นที่รู้จัก เป็นเรื่องยากที่เริ่มต้นต้องมีจุดเด่นน่าสนใจ และ
        มีการประชาสัมพันธ์เพื่อให้คนรู้จัก แต่ไม่ยากเท่าให้แบรนด์
       นั้นเป็นที่รู้จักกันยาวนานตลอดไป นั่นแปลว่าเราต้องทำอย่าง
       ต่อเนื่อง และมีการประชาสัมพันธ์เป็นระยะเพื่อความต่อเนื่อง

    ped.supaporn
    IP: xxx.19.201.16
    เขียนเมื่อ 

    ผู้ที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นาที่ดีได้จะต้องมีทักษะของการสื่อสารข้อมูลที่ดีเยี่ยม                                                         ทั้งการพูดในที่ประชุม การประชุม การอภิปราย การสัมภาษณ์ การจัดรายการแสดงต่าง ๆ การเป็นพิธีกร จัดรายการวิทยุ รายการทีวี ตลอดจนการสื่อสารด้วยระบบคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีที่สมัยใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    แบรนด์ คือ สัญลักษณ์  อัตลักษณ์  จุดเด่น ความสามารถขององค์กร

    วิธีการคิดสร้าง Branding คือ ต้องคิดต่าง ต้องมีอัตลักษณ์เป็นของตัวเอง

    Strategic Planning ต้องมีการวางแผน ต้องมีกลยุทธ์ และทำอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีคนจดจำได้ (Brand Awareness) เพื่อให้จดจำแล้วอยู่ในใจ

    คุณากร
    IP: xxx.19.201.18
    เขียนเมื่อ 

    การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพในองค์กรจะต้องเข้าถึงกับบุคลากรได้ง่ายและสะดวกในการรับสื่อจากเทคโนโลยีทันสมัยในปัจจุบัน

    การสร้าง Brand ให้แก่องค์กรต้องมีจุดขายที่เด่น มีสัญลักษณ์สื่อความหมายได้ เพื่อเป้าหมายที่สำคัญ 

    ทัศนีพร สร้อยสน
    IP: xxx.49.111.223
    เขียนเมื่อ 

    วันที่ 1 พย.57

    เช้านี้เรียนเกี่ยวกับ Effective Communications

    การสื่อสารมีช่องทางการสื่อสารหลายอย่าง แต่การจะนำเอามาใช้ ควรเลือกให้เหมาะสมในการที่จะสื่อสาร จึงจะทำให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์ในการใช้งาน

    ช่วงบ่ายเรียนเรื่อง Brand Management

    การสร้างแบรนด์ต้องมีการวางแผนในการสร้าง สร้างในแบบเฉพาะตัวเอง ต้องให้มีความแตกต่างและโดนใจ " Don't be afraid to stand out from the crowd "

    " Will you dare to be different? "

    และ อ.ลักขณา ได้ให้ทำ Workshop ออกแบบแบรนด์สินค้า แต่ละกลุ่มช่วยกัน Creative งานออกมาอย่างเต็มที่เพื่อจะนำเสนอแบรนด์

    โสมนัส นาคนวล
    IP: xxx.207.179.102
    เขียนเมื่อ 

    อ.ศิริลักษณ์ เมฆสังข์ สอนเรื่องการบริหารการเปลี่ยนแปลง ประทับใจ อาจารย์ที่สอนให้เรารู้ว่าคนเรามีความสามารถในการปรับตัวให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และคนไม่ได้ต่อต้านการเปลี่ยนแปลง แต่ต่อต้านการถูกเปลี่ยนแปลง ดังนั้นทุกองค์กร บุคลากรทุกคน ต้องปรับตนเองให้เข้าใจสภาพแวดล้อม และสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้ เพราะ……

    -ไม่มีผู้ใดหนีการเปลี่ยนแปลงได้

    -ไม่มีผู้ใดหยุดยั้งการเปลี่ยนแปลงได้

    -ทุกองค์กรต้องการเปลี่ยนแปลงไปสู่ที่ดีกว่า

    -ไม่มีคำว่า ดีที่สุดแล้ว คุณภาพไม่มีเส้นชัย

    แต่การเปลี่ยนแปลงต้องเป็นไปอย่างเป็นระบบ

    ในช่วงบ่าย กลยุทธิ์การบริหารการเงินอ.นวพรและ อ.ประเสริฐ ได้แนะนำ แนวคิดโดยการทำ workshop ที่ได้สะท้อนหลายอย่างในการทำงานปัจจุบัน หลักสำคัญต้องให้เวลากับการวางแผน เพื่อให้งานไปสู่เป้าหมาย

    การวิเคราะห์ประเด็นอ่านหนังสือ The Way of Work กลุ่มได้นำเสนอโดยรวมได้เรียนรู้ว่าจะทำอย่างไรให้ทุกคนในองค์กรสามารถทำงานอย่างมีความสุข สนุกกับงาน ผู้นำต้องคุณลักษณะอย่างไร ที่จะช่วยส่งเสริมให้เกิด happy work places ซึ่งทุกคนต้องเอื้อเฟื้อต่อกัน ให้เกียรติซึ่งกันและกัน รู้จักฟังคนอื่น ถ้าทุกคนร่วมกัน สร้าง happy work places ของตน สงขลานครินทร์จะเป็นโรงพยาบาลที่ดึงดูดใจคนทำงาน และผู้ป่วย

    อุกฤษฎ์ มากมณี
    IP: xxx.19.201.16
    เขียนเมื่อ 

    30 ต.ค. 57

    วัฒนธรรมองค์กรและการเปลี่ยนแปลง

    องค์กรต้องเปปลี่ยนแปลงเพราะว่า

    1 ต้องมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างขององค์กร

    2 เพื่อให้ทันเทคโนโลยี่สมัยใหม่

    3 องค์กรเพิ่มบทบาท หน้าที่และมีบริการแบบใหม่

    4 เมื่อมีการเปลี่ยนผู้นำ

    และเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงจะไม่มีสิ่งทีดีที่สุดจะต้องมีการพัฒนาอยู่เรื่อยๆและมีเครื่องมือทีใช้ในการตรวจสอบ คือ PDCA และผู้นำที่ดีต้องเป็นผู้นำแบบประสาน ร่วมมือ ร่วมใจไม่ใช่มีแต่วิสัยทัศน์ และทุกคนต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้เสมอถึ่งจะเพิ่มงานมากขึ้นก็ตามเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในองค์กรของเราซึ่งผู้นำจะต้องกระตุ้นให้ทุกคนมีส่วนร่วมดังนี้

    1 สร้างความรู้สึกเร่งด่วน (urgen)

    2 กำหนดภารกิจที่สร้างแรงบันดาลใจ

    3 กำหนดเป้าหมายที่ท้าทายตามความสามารถของคน

    4 สร้างจิตวิญญานของทีม (team work)

    5 สร้างความมั่นใจและความหวังที่สมาชิกในทีมสามารภบรรลุเป้าหมายได้

    กลยุทธ์การบริหารการเงินส่วนบุคคล

    บริหารการเงินส่วนบุคคล เป็นอีกวิชาที่ประทับใจมากทำให้รู้ค่าของเงินมากขึ้น จากเมื่อก่อนใช้จ่ายอย่างเดียวไม่มีการวางแผนเกี่ยวกับการเงินเลย ว่าจะใช้จ่ายอย่างไรกับสิ่งใด สมควรจะจ่ายหรือไม่ แต่ละเดือนต้องออมต้องเก็บเท่าใด ดั้งนั้ต้องกลับมาคิคใหม่แล้วครับ


    อุกฤษฎ์ มากมณี
    IP: xxx.19.201.16
    เขียนเมื่อ 

    31 ต.ค. 2557

    หัวข้อ CEO-Non HR-HR- Stakeholder

    ทำอย่างไรให้ความขับเคลื่อนขององค์กรอให้มีมูลค่าเพิ่มมากกว่าที่มีซึ่งจะต้องมองไปในระดับนานาชาติไม่ใช่เฉพาะพื้นที่ ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของ CEO-Non HR-HR- Stakeholder ซึ่งจะต้องให้ความสำคัญกับคน และเปลี่ยนวิธีคิค

    หัวข้อ ความสมดุลของชีวิต ได้เรียนรู้การใชีชีวิตซึ่งประกอบด้วย สติ ปัญญา ศรัทธา กุศลกรรม สายกลาง ถ้าเราสามารถนำมาใช้ก็จะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างไม่ประมาท และช่วยให้ปลงกับชีวิตยอมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ไม่ว่ากับตัวเองและญาติพี่น้อง

    ณัฐภาส เพ็ชรมงคล
    IP: xxx.19.201.16
    เขียนเมื่อ 

    วันพฤหัสบดี ที่ 30 ตุลาคม 2557 สิ่งที่ได้เรียนรู้

    ในทุกองค์กร พนักงานทุกคน ต้องปรับตนเองให้เข้าใจสภาพแวดล้อม และสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้

    -ไม่มีผู้ใดหนีการเปลี่ยนแปลงได้

    -ไม่มีผู้ใดหยุดยั้งการเปลี่ยนแปลงได้

    -ทุกองค์กรต้องการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่า

    -ไม่มีคำว่า ดีที่สุดแล้ว คุณภาพไม่มีเส้นชัย

    -คุณภาพของ คน และ องค์กร ไม่มีขีดจำกัด

    -การเปลี่ยนแปลงที่ต้องเป็นไปอย่างมีระบบ

    เราจำเป็นต้องหาทางจัดการกับความเปลี่ยนแปลง

    -เพื่อสร้างองค์กรแห่งความสุข

    -ปรับตัวในทันตามเทคโนโลยี

    -เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเอง

    -เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน

    ธรรมชาติของมนุษย์กับการเปลี่ยนแปลง จะมีปฏิกิริยา : กังวลเสียใจ โกรธต่อต้าน ดีใจสับสน ปฏิเสธ

    องค์กรจะต้องพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงเมื่อมีลักษณะสามประการ

    -มีผู้นำที่มีความสามารถได้รับการยอมรับ

    -มีความรู้สึกต้องการการเปลี่ยนแปลง

    -มีโครงการสร้างการบริหารที่ไม่เป็นหลายระดับชั้น

    "ทุกองค์กร ทุกคนต้องปรับตนเองให้เข้าใจสภาพแวดล้อมและสามารถรับมือกับการเปลี่ยนได้

    เพื่อความอยู่รอด"

    "กลยุทธ์การบริหารการเงินส่วนบุคคล"

    การทำงานทุกอย่างจะต้องมีความรู้ มีความเข้าใจ มีการวางแผน และ มีการจัดการอย่างเป็นระบบ

    การเงินก็เป็นสิ่งหนึ่งที่อยู่ควบคู่กับการดำรงชีวิตของเราตลอดเวลา เราต้องคิดวางแผนควบคู่ไปกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ

    วันศุกร์ ที่ 31 ตุลาคม 2557 สิ่งที่ได้เรียนรู้

    สูตรสำเร็จของการสร้างความสมดุลให้ชีวิต ก็คือ การดำเนินชีวิตอย่างถึงพร้อม ด้วย สติ ปัญญา ศรัทธา

    ทุกคนสามารถตั้งเป้าหมายความสำเร็จของชีวิตได้แต่จะก้าวไปถึงหรือไม่ถึงเป้าหมายขึ้นอยู่กับตัวเราเอง

    ผู้ที่มีปัญญาจะไม่ยึดติดกับความสุขไว้แค่ 3 ประการ คือการได้ลาภ ยศ การได้รับคำยกย่องชมเชย แต่จะ

    แขวนความสุขไว้กับสิ่งที่ทำเท่านั้น (ความดีความจริง ความงาม)

    สาเหตุที่ทำให้โลกเราเต็มไปด้วยปัญหาก็คือ การที่มนุษย์ถูก "โปรแกรมโง่"ครอบงำอยู่อย่างเหนียวแน่น

    (กุศลกรรม คือการละชั่ว และทำความดี)

    วันเสาร์ ที่ 1พฤศจิกายน 2557สิ่งที่ได้เรียนรู้

    การสื่อสารมีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ทั้งการทำงานและชีวิตส่วนตัว ซึ่งจะทำให้บรรลุ

    เป้าหมาย เกิดความร่วมมือ เกิดบรรยากาศที่ดี สร้างภาพพจน์ที่ดี และสร้างความพึงพอใจ ล้วนแต่สำคัญยิ่ง

    แบรนด์ คืออะไรสัญลักษณ์ อัตลักษณ์จุดเด่นขององค์กร

    วิธีการคิดสร้างแบรนด์ คือ ต้องคิดต่าง ต้องมีอัตลักษณ์เป็นของตัวเอง และทำอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีคนจดจำได้ เพื่อให้จดจำแล้วอยู่ในใจ

    อุกฤษฎ์ มากมณี
    IP: xxx.19.201.16
    เขียนเมื่อ 

    1 พฤศจิกายน 2557


    การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพในองค์กร

    การสื่อสารภายในและภายนอกองค์กร มีความสำคัญซึ่งจะทำให้หน่วยงานประสบความสำเร็จ เกิดความร่วมมือ มีความพร้อมเพรียง และสร้างความพึงพอใจให้กับผู้รับบริการ การเป็นผู้นำที่ดีจะต้องมีทักษะของการสื่อสารที่ดีในด้านการพูดและการแสดงออกและสามารถสื่อสารด้วยระบบคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีทีทันสมัยได้และ ที่สำคัญอยู่ที่เราจะสื่อสารอย่างไร อะไรกับใคร ช่องทางไหน และเลือกเครื่องมือให้เหมาะสม

    Brand Management

    แบรนด์ขององค์กรเป็นส่วนสำคัญมากในการใว้วางใจ ความเชื่อถือของผู้มาใช้บริการ ดั้งนั้นต้องมีการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก แตกต่าง มีลักษณะเฉพาะของตน จึงจะประสบความสำเร็จได้และต้องมีการพัฒนาเรื่อยๆและยอมรับการเปลี่ยนแปลง



    ชนิศา
    IP: xxx.53.3.251
    เขียนเมื่อ 

    เช้ามาในวันแรก อ.จีระ นำวีดีโอดีๆ คำสัมภาษณ์ของคุณพารณ จากบริษัทปูนซีเมนต์มาให้ฟัง ทุกคำพูดที่ออกมาเรื่อง HR เป็นอะไรที่สามารถเข้าใจและนำไปใช้ได้ในการบริหารพัฒนาคนให้เกิดคุณค่าต่อองค์กร การเรียนสามวันในอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้เกิดการเรียนรู้ทั้งศาสตร์และศิลป์ อ.ศิริลักษณ์ สอนให้รู้จักการเปลี่ยนแปลงมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยมันเป็นเรื่องจริงที่มีจริงในองค์กรในหน่วยงานต่างๆ ที่เคยได้ยินได้เห็นมา ความรู้ที่ได้จะทำให้เราปรับตัวและรู้จักการแก้ไขสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างชาญฉลาดและเกิดผลดีต่อองค์กร มีความคิดบวกและอยู่กับสิ่งใหม่ๆ ให้มีความสุข ไม่ใช่ทุกข์ทำงานไปวันๆ แต่วิชาเศรษฐศาสตร์มันละเอียดมากจนทำให้เครียดได้ ถ้าคิดทุกอย่างละเอียดไปหมดชีวิตคงไม่มีความสุขกระมั้ง ขอหยาบๆ เก็บบ้างใช้บ้างเกินสักนิดบางโอกาสนะคะ ยังมีกิเลสอยู่นิดๆ พอมาเจอวิชาความสมดุลของชีวิต ทำให้ปล่อยวางบ้างอาจารย์บอกว่าให้เดินทางสายกลาง อย่ากลัวความตาย ให้มีความสุข อยู่อย่างมีสติ บนพื้นฐานของความจริง ความดี และความงาม จะทำให้ชีวิตเกิดความสมดุล สาธุ สาธุ จะจำไว้ปฏิบัติให้เกิดความสมดุลในชีวิต อีกวันหนึ่งเจอผู้หญิงเก่ง สาวมั่นอย่างอาจารย์ลักขณา แม้อาจารย์จะบอกว่า สว. แต่อาจารย์ดูดีและเก่งมีความรู้ความสามารถในการถ่ายทอดสิ่งที่เรียนรู้มาและประสบการณ์ต่างๆ ให้ฟังได้อย่างไม่เบื่อ ชอบมากค่ะ อยากจะเขียนอะไรที่ได้อีกมากมายแต่ด้วยชีวิตยังยุ่งเหยิงกับงาน หน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบหลายอย่างไว้โอกาสหน้าค่อยสรุปบทเรียนที่ได้รับต่อไปนะคะ

    ธรรมนันท์
    IP: xxx.7.249.138
    เขียนเมื่อ 

    วันแรก 30 ตค 57

    ได้เรียนรู้เรื่องการเปลี่ยนแปลง ที่เราไม่สามารถหลบเลี่ยงได้ เราต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลง ปรับตัวให้ได้ ต้องรักษาสมดุลปรัชญาไทยๆ 3 เรื่อง ได้แก่ เกรงใจ หลีกเลี่ยงความขัดแย้ง การรักษาหน้า

    ช่วงบ่าย ทำกิจกรรมพับนก เครื่องบิน เรือ สอนให้รู้จักวางแผน-คิด ก่อนลงมือทำ, เวลา=ชีวิต

    วันที่สอง 31 ตค 57

    ปรัชญาของปูนซิเมนต์ไทย " คน คือ ทรัพยากรที่มีค่าที่สุดในองค์กร "

    ฟังเทป.อ..พารณ สรุปได้ว่า

    1. เชื่อมั่นในคุณค่าของคน คนยิ่งอยู่นาน ยิ่งมีค่ามากขึ้น ไม่เหมือนเครื่องจักร

    2.ต้องพัฒนาคนทุกระดับ ไม่ใช่เฉพาะหัวหน้า

    3.ทำงานอย่างมีคุณธรรม ผู้ใหญ่ในองค์กรต้องทำตนเป็นแบบอย่างที่ดี

    4.ใช้หลักศาสนาพุทธ ธรรมะย่อมรักษาผู้ปฏิบัติธรรม เป็นต้น

    5. สร้างความผูกพัน ความรัก ให้เกิดกับองค์กร กินข้าวกับลูกน้องบ้าง

    IRPC นำ "พันธกิจ-ปรัชญาการทำงาน" มาปักที่เสื้อทำงาน แปะให้ทั่งองค์กร

    สูตรสำเร็จของการสร้างสมดุลในชีวิต ได้แก่ สติ ปัญญา ศรัทธา กุศลกรรม เดินทางสายกลาง

    วันที่สาม 1 พย 57

    พื้นฐานเบื้องต้นของการสื่อสาร คือ KISS = keep it short and simple

    จงจำไว้ว่า ผู้ที่ฟังจะเป็นผู้ควบคุมผลลัพธ์การสนทนา

    การสื่อความที่สร้างความเข้าใจ 4C = Complete Correct Clear Concise(กระชับ)


    บุปผา ส่งศรีบุญสิทธิ์
    IP: xxx.53.54.127
    เขียนเมื่อ 

    ในวันแรกของการเรียนครั้งที่ 3 พวกเราได้เรียนรู้เรื่องราวของผู้นำกับการบริหารการเปลี่ยนแปลง ซึ่งต้องมียุทธวิธีต่างๆที่สามารถนำมาใช้โน้มน้าว ผลักดัน และทำให้คนในองค์กรคล้อยตามและยินดีที่จะเปลี่ยนแปลงหรือถูกเปลี่ยนแปลง เนื่องด้วยตามปกตินั้นน้อยคนที่จะยอมรับการเปลี่ยนแปลง และการมีทัศนคติที่เป็นบวกต่อการเปลี่ยนแปลงนับเป็นสิ่งดี แต่เป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับผู้นำเป็นอย่างยิ่งที่จะทำให้คนในองค์กรมีทัศนคติเป็นบวกเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับตนเองหรือองค์กร แต่ถามว่าไม่เปลี่ยนแปลงได้ไม๊ คำตอบคือไม่ได้ เพราะเมื่อเราหยุดนิ่งเราก็จะถูกทิ้ง เพราะทุกสิ่งมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นเราจึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่น หรือสถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาได้เป็นอย่างดี

    ในช่วงบ่ายพวกเราได้เรียนรู้ถึงการวางแผนคิดคำนวนผลลัพธ์ในการลงทุนที่พวกเราไม่เคยถูกฝึกให้คิด หรือมองข้ามไปเมื่อจะลงทุนทำสิ่งใดๆ เมื่อท่านอาจารย์ได้แนะนำ ชี้ชวนให้พวกเราคิดตาม สิ่งหนึ่งที่เป็นคำถามก็คือพวกเราได้ทำอะไรที่คุ้มต่อการที่เราลงทุนลงแรงเรียนมา การที่เราเป็นเรามีประสบการณ์ความสามารถมากมายเฉพาะด้านทางการแพทย์แล้วรึยัง เราเป็น the right man on the right job แล้วจริงหรือ

    นอกจากนี้พวกเรายังได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับเนื้อหาเรื่องราวในหนังสือที่พวกเราช่วยกันแปลและนำเสนอเกี่ยวกับผู้นำที่นำองค์กรโดยใช้กลยุทธในการรวมพลังความคิด ความเข้มแข็งและจุดเด่นของคนในองค์กร หลอมเข้ากับจุดเด่นจุดขายขององค์กรอย่างพอเหมาะพอควร เพื่อทำให้องค์กรกระเด้งไปข้างหน้าอย่างสง่างาม

    ในวันที่สองของการเรียนCEO - HR - Non HR - Stakeholders ซึ่งสิ่งที่เราควรใส่ใจให้ความสำคัญคือ ทุกกลุ่มจะต้องมีปรัชญาและความเชื่อเสียก่อนว่า คนคือทรัพยากรที่มีค่าที่สุดขององค์กร และต่อจากนั้นเราก็ต้องรู้ว่าจุดแข็งจุดด้อยเราเป็นอย่างไร เรามี stakeholders แบบไหน ต้องการอะไรจากเรา และ HR เน้นไปที่ Intangible ความผูกพันในองค์กร ความจงรักภักดี และต่างก็ต้องมีความเหมาะสมในบทบาทของตัวเองจึงจะทำให้องค์กรก้าวต่อไปอย่างมั่นคง

    ในช่วงบ่ายพวกเราก็ได้สนุกสนานอย่างมีสาระกับอาจารย์พล.อ.ต.นพ.บุญเลิศ จุลเกียรติ ในเรื่องสมดุลย์ชีวิตที่มีพื้นฐานในการคิดถึงมนุษย์ที่สามารถหากำไรให้กับชีวิตได้ โดยการลงทุนชีวิตอย่างรู้เท่า และเตรียมทุนสำรองอย่างรู้ทันด้วย สติ ปัญญา ศรัทธา กุศลกรรม สายกลาง และ เกิดในพื้นฐานการผสมผสานของวิทยาศาสตร์ ศาสนศาสตร์ และแพทยศาสตร์ และพึงปฏิบัติดังนี้ ละเว้นจากความชั่ว กระทำความดีในทุกโอกาสที่เหมาะสม และทำจิตให้บริสุทธิ์เบิกบานด้วยปัญญา

    สุดท้ายเราก็นำเสนอผลงานที่พวกเราช่วยกันคิด และรับการสะท้อนกลับในด้านความคิดและรับคำชี้แนะจากอาจารย์กิตติ เพื่อนำไปปรับให้เข้าที่เข้าทางต่อไป

    วันที่สามของช่วงที่3 นี้ พวกเราได้เรียนรู้เกียวกับช่องทาง วิธีการสื่อสารให้ถึงผู้รับ หรือเป้าหมายที่เราต้องการให้ได้รับข้อมูล รวมถึงการสร้างแบรนด์ขององค์กร ตลอดจนตนเองว่าเราต้องการให้คนอื่นจดจำเราในแบบใด มีเอกลักษณ์อย่างไร

    Neerawan Singhaset
    IP: xxx.230.105.203
    เขียนเมื่อ 

    31ต.ค.57:-

    CEO-HR-NonHR -Stakeholders.....ควรศึกษาความล้มเหลวขององค์กรที่ประสบความสำเร็จอเพื่อมาเป็นบทเรียนขององค์กรเรา. การสื่อสารภายใน ภายนอกองค์กรยังคงเป็นประเด็นของคณะแพทย์ฯที่ต้องพัฒนา

    ความสมดุลของชีวิต...ภายใต้ สติ ปัญญา. ศรัทธา สร้างกุศลกรรม แบะเดินทางสายกลาง คิดดี ทำดี มองโลกมองสิ่งรอบข้างในแง่ดี.

    1พ.ย.57:-

    การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพในองค์กร :- การสื่อสารที่ดีต้องให้เกิดความพึงพอใจทั้งสองฝ่าย. โดยใช้เทคนิคเครื่องมือต่างๆที่เหมาะสมกับสถานการณ์นั้นๆ

    Brand management :- จะทำอย่างไรให้คนจดจำได้. ต้องมีกลยุทธ์ Dif &โดนที่สำคัญต้อง กล้า. และมีความต่อเนื่อง

    ขอบคุณค่

    ทัศนา หิรัญสาย
    IP: xxx.46.129.37
    เขียนเมื่อ 

    เทคนิคการสื่อสารอย่างมีแระสิทธิภาพ

    Effective Comunication โดย อ.ลักขณา จำปา

    อ.เน้นการสื่อสารมีความสำคัญต่ผู้นำอย่างมากในยุคนี้และอนาคต การสื่อสารทางกายเป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้ เครื่องมือสื่อสารมีมากมาย มีทั้งon line และ off-line ประโยชน์ของเครื่องมือแต่ละชนิด ต้องรู้จักใช้ให้เกิดประโยชน์ ำด้เรียนรู้การสร้างแบรนด์ กลยุทธ์การประชาสัมพันธ์ เทคนิคการสื่อสารที่ดี:Smile Listen Speak(พูดคุยฝนสิ่งที่เป็นที่สนใจของคู่สนทนา) Question Assignment Reqest/no Order(ใช้ได้เฉพาะกับคนรับผิดชอบ Role Model TrainingDevelopment Respect Response ได้เรียนรู้เทคนิคการพูดจูงใจ การทำP.R. และสุดท้ายคือทักษะการสื่อสารสำหรับผู้นำค่ะ

    อำไพ
    IP: xxx.19.201.16
    เขียนเมื่อ 

    วันที่1 พย.57 ได้รู้ว่าการสื่อสารนั้นมีความสำคัญมาก. ใคมีข้อมูลมาก สื่อสารได้อย่างรวดเร็ว จะทำให้การบริหารงานก้าวหน้าได้ การสื่อสารควรสื่อสารให้

    - กระชับ

    - ตรงประเด็นที่จะสื่อ

    - สั้นและเข้าใจง่าย

    ในองค์กรจะมีวิธีการสื่อสารอย่างไรให้คนในองค์กรได้รับทราบอย่างทั่วถึง ซึ่งเป็นความท้าทายขององค์กรเป็นอย่างมาก


    พรนิตย์ วรรธนพิสิฐกุล
    IP: xxx.19.201.18
    เขียนเมื่อ 

    30 ต.ค.57

    - วัฒนธรรมองค์กร - การบริหารการเปลี่ยนแปลง โดย ดร.ศิริลักษณ์ เมฆสังข์

    - การนำการเปลี่ยนแปลง ต้องมี ผู้นำประสาน คือ cooperative leadership

    - ผู้บริหารที่ดี ต้องมี Idea of Change

    - ควรมี change management team และกระตุ้นให้มีพลังร่วมกันของคนในองค์กรเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

    - ผู้นำการเปลี่ยนแปลง ต้องมี แนวคิดที่ชัดเจน เหมาะสม เป็นกรอบปฏิบัติของทุกระดับ

    - Personal Finace กลยุทธ์การบริหารเงินส่วนบุคคล โดย อ.นวพร เรื่องสกุล

    - สิ่งที่เกี่ยวข้องคือ การออม การทำบัญชีครัวเรือน การบริหารหนี้สิน

    - จากกิจกรรมพับกระดาษ สรุปได้ว่า ในชีวิตจริง เรามักไม่ให้เวลากับการวางแผน การจัดการต้นทุนและวัตถุดิบ

    - วิจารณ์หนังสือ Why of work? โดยท่าน อ.จิระ

    - การทำงานต้องมี passion , meaning, purpose

    - การทำงานต้องมีความอึด "resiience"

    - การทำงานต้องมี Growth mindset กล้าเรียนรู้จากความล้มเหลว ต้องเรียนรู้ข้ามศาสตร์ และต้องเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง


    31 ต.ค. 57

    - CEO - HR - Non HR - Stakeholders โดย ดร. เกริกเกียรติ ศรีเสริมโภค

    - ความล้มเหลวในอดีตขององค์กรอื่นที่ประสบความสำเร็จ เป็นสิ่งที่เราต้องเรียนรู้ เพื่อการพัฒนา

    - คน คือ ทรัพยากร ที่มีค่ามากที่สุดในองค์กร

    - ปูนซีเมนต์ไทย ให้ความสำคัญกับทุนมนุษย์ เชื่อมั่นและศรัทธาในคุณค่าของคน พัฒนาคนทุกระดับ ใช้หลักคุณธรรมและ นำหลักศาสนาพุทธมาใช้ รวมทั้งสร้างสัมพันธภาพที่ดีของคนในองค์กร

    - ความสมดุลของชีวิต โดย พล. อ. ต. นพ.บุญเลิศ จุลเกียรติ

    - สติ ปัญญา ศรัทธา กุศลกรรม การเดินสายกลาง คิดดี พูดดี ทำดี จะทำให้เกิดสมดุลของชีวิต


    1 พ.ย. 57

    - Brand management

    - การสร้าง brand ต้องต่อเนื่อง เพื่อให้คนจดจำได้ ที่สำคัญ ต้องสร้างความแตกต่างให้โดดเด่น

    - ต้องมี differentiate และ โดนใจ

    - การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพในองค์กร

    - เครื่องมือในการสื่อสารมีหลากหลายช่องทาง ต้องเลือกอย่างเหมาะสม เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย

    - การสื่อสารที่ดี ต้อง กระชับ ชัดเจน