สวัสดีครับลูกศิษย์คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ ชาว Blog
โครงการพัฒนาผู้นำเพื่ออนาคตของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รุ่นที่ 2 ได้เข้ามาสู่ช่วงที 3 แล้วระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม - 1 พฤศจิกายน 2557
ผมขอเปิด Blog นี้ เพื่อเป็นคลังความรู้ของพวกเรา และเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนมุมมองของลูกศิษย์ของผมและท่านที่สนใจหวังเป็นอย่างยิ่งว่า Blog นี้จะเป็นประโยชน์สำหรับทุกคนครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์
......................................................................................
ภาพบรรยากาศการเรียนรู้ในช่วงที่ 3
วันพฤหัสบดีที่ 30 ตุลาคม 2557
ช่วงเช้า
Learning Forum & Workshop
หัวข้อ “วัฒนธรรมองค์กร – การบริหารการเปลี่ยนแปลง”
โดย ดร.ศิริลักษณ์ เมฆสังข์ วิทยากรอิสระด้านทรัพยากรมนุษย์
ช่วงบ่าย
Learning Forum & Workshop
หัวข้อ “กลยุทธ์การบริหารการเงินส่วนบุคคล”
โดย อาจารย์นวพร เรืองสกุล กรรมการสภาวิจัยแห่งชาติ สาขาเศรษฐศาสตร์
อาจารย์ประเสริฐ พัชรบุษราคัมกุล รองผู้อำนวยการ ศูนย์บริหารสินทรัพย์ มหาวิทยาลัยมหิดล
วันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม 2557
ช่วงเช้า
Learning Forum & Workshop
หัวข้อ “CEO - HR - Non HR - Stakeholders”
โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
ดร.เกริกเกียรติ ศรีเสริมโภค
ร่วมวิเคราะห์และดำเนินการอภิปรายโดย อาจารย์ทำนอง ดาศรี
ช่วงบ่าย
Learning Forum& Workshop
หัวข้อ ความสมดุลของชีวิต
โดย พล.อ.ต. นพ.บุญเลิศ จุลเกียรติ
พบอาจารย์ที่ปรึกษาติดตามความคืบหน้าของงานโครงการเชิงนวัตกรรมฯ
โดย อาจารย์กิตติ ชยางคกุล
คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย
วันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2557
ช่วงเช้า
Learning Forum & Workshop
“การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพในองค์กร”
โดย ดร.ลักขณา จำปา











.jpg?1414810863)











สรุปการบรรยายหัวข้อ
“วัฒนธรรมองค์กร – การบริหารการเปลี่ยนแปลง”
โดย ดร.ศิริลักษณ์ เมฆสังข์
30 ตุลาคม 2557
ทุกคนต้องมีแนวคิดของการเปลี่ยนแปลง ต้องสร้างความรู้สึกเร่งด่วนของการเปลี่ยนแปลง ต้องเป็นนักสร้างสถานการณ์ ต้องถามตัวเองว่าถ้าเกิดเหตุต่างๆจะเกิดอะไรกับองค์กร
Charles Darwin จากคำกล่าวของชาร์ล ดาร์วิน ข้างต้นหมายความว่าการอยู่รอดของสิ่งที่มีชีวิต ไม่ได้ ขึ้นอยู่กับความฉลาด หรือความแข็งแกร่ง แต่เป็นเรื่องของความสามารถในการปรับตัวให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
Peter Senge (1990) คนทั่วไปไม่ได้ต่อต้านการเปลี่ยนแปลง แต่เขาเหล่านั้นต่อต้านการถูกเปลี่ยนแปลง
ทำไมองค์กรต้องมีการเปลี่ยนแปลง
การขับเคลื่อนของการเปลี่ยนแปลง จะขับเคลื่อนด้วยคน ระบบที่ใช้ใน KPI เป็นระบบพัฒนาคน เพื่อให้ทำงานอย่างบรรลุเป้าหมายและบรรลุ KPIs
หัวหน้าและลูกน้องต้องมีการคุยกันเสมอ
ในปัจจุบันมีการให้ทำ Workshop ในเรื่องของการสื่อสารการโค้ชลูกน้องอย่างมีประสิทธิภาพมาก
ดังนั้น ทุกองค์กร พนักงานทุกคน ต้องปรับตนเองให้เข้าใจสภาพแวดล้อม และสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้ เพราะ……
-ไม่มีผู้ใดหนีการเปลี่ยนแปลงได้
-ไม่มีผู้ใดหยุดยั้งการเปลี่ยนแปลงได้
-ทุกองค์กรต้องการเปลี่ยนแปลงไปสู่ที่ดีกว่า
-ไม่มีคำว่า ดีที่สุดแล้ว คุณภาพไม่มีเส้นชัย
-คุณภาพของ คน และ องค์กร ไม่มีขีดจำกัด
-การเปลี่ยนแปลงที่ต้องเป็นไปอย่างมีระบบ
เราจำเป็นต้องหาทางจัดการกับความเปลี่ยนแปลงด้วยเหตุผลดังนี้
ธรรมชาติของมนุษย์กับการเปลี่ยนแปลง จะมีปฏิกิริยาดังนี้
Group think ในองค์กรมีทั้งบวกและลบ หากคนในองค์กรมีคนที่คิด positive thinking เยอะ จะช่วยทำให้งานในองค์กรมีประสิทธิภาพมากขึ้น
สาย HR ต้องทำงานร่วมกันคนสายงานอื่นๆเพื่อจะทำเรื่องสื่อสารและมุ่งไปถึงผลในอนาคต มีคำถามต่อว่าจะรักษาความมุ่งมั่นของคนในองค์กรอย่างไร และจะรักษาไว้ได้อย่างไร
ผู้มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลง
การเปลี่ยนแปลงใดจะเกิดขึ้น
การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น
การกระตุ้นให้มีพลังร่วมกันในการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
§สร้างความรู้สึกเร่งด่วน (Urgency)
§กำหนดภารกิจที่สร้างแรงบันดาลใจ และมีคุณค่าที่จะทำให้สำเร็จ (Mission)
§กำหนดเป้าหมายที่ท้าทายความสามารถของคน ใช้ความสามารถของคนได้เต็มที่ (Stretch)
§สร้างจิตวิญญาณของทีม (Teamwork)
§สร้างความมั่นใจและความคาดหวังที่สมาชิกในทีมสามารถบรรลุเป้าหมายได้ (Confidenc
การเตรียมความพร้อม สำหรับการเปลี่ยนแปลง
องค์กรจะพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงเมื่อมีลักษณะสามประการ
หัวใจของการเป็นผู้นำ เริ่มต้นที่แนวคิด
องค์กรที่ประสบความสำเร็จ ถูกสร้างขึ้นด้วยแนวคิดที่ชัดเจน
- แนวคิดที่ใช้ในกำหนดทิศทางสำหรับทุกคน
-แนวคิดที่เป็นกลยุทธ์ โครงสร้าง และการนำไปปฏิบัติ
ผู้นำต้องมั่นใจว่า แนวคิดที่มีอยู่เป็นปัจจุบัน และมีความเหมาะสม
- ผู้นำต้องประเมินถึงความเป็นจริงที่เปลี่ยนแปลง และปรับแนวคิดหากจำเป็น
-แนวคิดนำมาซึ่งคุณค่าที่สำคัญ
แนวคิดเป็นกรอบการปฏิบัติของทุกระดับ
- แนวคิดนำมาซึ่งข้อมูลในการตัดสินใจ
- แนวคิดกระตุ้นให้ทุกคนมุ่งหน้าไปสู่เป้าหมายเดียวกัน
แนวคิดการเปลี่ยนแปลงองค์กร
-พิจารณาว่าองค์กรควรสร้างคุณค่าอะไรเพิ่มเติม และเพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในธุรกิจ (ระบุแนวคิดที่ชัดเจนว่าต้องเปลี่ยนอะไร)
-การนำไปสู่การปฏิบัติ และปรับปรุงผลการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง (ระบุแนวทางในการนำไปสู่การปฏิบัติที่ชัดเจน และเกิดผลสำเร็จ)
หากจะทำเรื่องการสื่อสาร ต้องหาเหตุที่ทำให้คนได้รับข้อมูลไม่เหมือนกัน และอะไรเป็นเหตุที่ทำให้คนไม่อยากฟัง
กลุ่ม 1
นวัตกรรม, การเรียนรู้ในองค์กร ฯลฯ)
กลุ่ม 4
กลุ่ม 5
-ค่าตอบแทน เช่น หัวหน้างานค่าตอบแทนลดลง ในเรื่องค่าเวร ค่าขาดแคลน
-ความก้าวหน้าในอาชีพ
-ขาดแรงจูงใจในการอยากเป็นหัวหน้างาน
<p></p><p></p><p></p><p></p><p></p><p></p><p></p><p></p><p></p><p></p><p>กลุ่ม 3</p><table> <tbody><tr> <td>ประเด็นที่ต้องพิจารณา</td> <td>ความเป็นจริงในปัจจุบัน(Form)</td> <td>อนาคต(To)</td> </tr> <tr> <td>1(ก) สภาพแวดล้อม(ลูกค้า ตลาด ช่องทาง การจัด จำหน่าย การแข่งขัน</td> <td>ลูกค้าจำนวนมากขึ้น ไม่ได้ทำการตลาด ช่องทางการบริการไม่พอ</td> <td>จัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศ</td> </tr> <tr> <td>1(ข) ความสามารถในการดำเนินงานขององค์กร</td> <td></td> <td>นำเสนอแนวคิดแก่ทีมบริหารคณะ สื่อสารไปยังศูนย์ความเป็นเลิศ และประชาสัมพันธ์ให้คนทั้งองค์กร </td> </tr> </tbody></table><p>กลุ่ม 2</p><table> <tbody><tr> <td>ประเด็นที่ต้องพิจารณา</td> <td>ความเป็นจริงในปัจจุบัน(Form)</td> <td>อนาคต(To)</td> </tr> <tr> <td>1(ก) สภาพแวดล้อม(ลูกค้า ตลาด ช่องทาง การจัด จำหน่าย การแข่งขัน <p>1(ข) ความสามารถในการดำเนินงานขององค์กร</p></td> <td>ข้อจำกัดในการเข้าหาเพื่อพัฒนาสุขภาพของประชาชนในชุมชนเชิงรุกหรือความเข้าใจความต้องกาด้านการบริการสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่</td> <td>การริเริ่มการพัฒนาองค์ประกอบของการเข้าถึงสุขภาพแบบองค์รวมในจังหวัดภาคใต้จึงมีความสำคัญและเป็นหน้าที่รับผิดชอบตามพันธกิจของคณะแพทยศาสตร์ที่มีความพร้อมทั้งองค์ความรู้และบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญและมีศักยภาพ </td> </tr> <tr> <td>จากปัจจัยที่กล่าวถึงข้างต้นจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเรื่องใด</td> <td></td> <td></td> </tr> <tr> <td>ทำให้ผู้คนในองค์กรเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร</td> <td>ยังขาดการสื่อสาร</td> <td>การมีส่วนร่วมของผู้บริหาร แพทย์ พยาบาล </td> </tr> <tr> <td>ความสามารถในการเปลี่ยนแปลงในการทำธุรกิจ</td> <td>มีความจำเป็นที่จะต้องหาเครือข่ายในการทำงาน </td> <td>ทำให้ภาพพจน์ของคณะดีขึ้น โดยการเพิ่ม 3 v </td> </tr> </tbody></table>ศ.ดร.จีระ: ในอนาคตถ้าจะทำโครงการ Value diversity ต้องร่วม ASEAN+3 ด้วย และจะต้องทำให้เป็น Harmony <p>ความหลากหลายห้องนี้แบ่งเป็น 2 ระดับคือ ในระดับประเทศ เรียกว่า Internal diversity และ ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นกิจกรรมที่เกี่ยวกับการแพทย์ก็น่าสนใจอย่างยิ่ง </p><p> อ.ศิริลักษณ์: ผู้นำกับการสร้างวัฒนธรรมองค์กร </p><p>ต้องคิดว่า คนในองค์กรตอนนี้เป็นอย่างไร </p><p>ถามว่า ในแต่ละกลุ่มต้องการให้คณะแพทยศาสตร์มีวัฒนธรรมและค่านิยมสู่การปฏิบัติร่วมกันอย่างไร และทำให้เกิดอยู่อย่างยั่งยืนในระดับหนึ่ง</p><p>กลุ่ม 1</p><table> <tbody><tr> <td>ค่านิยม</td> <td>ความมั่นคงในชีวิต</td> </tr> <tr> <td>คืออะไร </td> <td>เรื่องของสวัสดิการที่ยืนยงในอนาคต เช่น องค์กรสามารถสนับสนุนเลี้ยงดูตลอดชีพ</td> </tr> <tr> <td>ทำไมจึงมีความสำคัญต่อองค์กร </td> <td>มีแรงจูงใจในการพัฒนา ขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวหน้าและสร้างความผูกพัน</td> </tr> <tr> <td>พฤติกรรมเชิงบวก </td> <td>ทำให้เกิดความทุ่มเททำงานให้องค์กรเต็มที่</td> </tr> <tr> <td>พฤติกรรมเชิงลบ</td> <td>ทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม </td> </tr> <tr> <td>ความขัดแย้ง (ที่ลงตัว) </td> <td>ไม่มีความขัดแย้ง</td> </tr> </tbody></table><p>กลุ่ม 2</p><table> <tbody><tr> <td>ค่านิยม</td> <td>ความรับผิดชอบต่อสังคม</td> </tr> <tr> <td>คืออะไร </td> <td>การสร้าง Mindset ของบุคคลในองค์กร</td> </tr> <tr> <td>ทำไมจึงมีความสำคัญต่อองค์กร </td> <td>1. องค์กรจะยืนอยู่ต้องมีความสัมพันธ์ดับสังคมรอบข้าง 2.ในฐานะที่เราเป็นสถาบันที่มีองค์ความรู้ต้องสร้างบุคลากรรู้สึกช่วยเหลือผู้อื่น </td> </tr> <tr> <td>พฤติกรรมเชิงบวก </td> <td>1. ทำเพื่อผู้อื่น 2, ให้บริการอย่างมีความสุข 3. เป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ </td> </tr> <tr> <td>พฤติกรรมเชิงลบ</td> <td>งานเพิ่ม เหนื่อย</td> </tr> <tr> <td>ความขัดแย้ง (ที่ลงตัว) </td> <td>เหนื่อยกายสบายใจ</td> </tr> </tbody></table>กลุ่ม 3<table> <tbody><tr> <td>ค่านิยม</td> <td>Positive thinking</td> </tr> <tr> <td>คืออะไร </td> <td>การมองสิ่งต่างๆอย่างสร้างสรรค์ คิดบวก</td> </tr> <tr> <td>ทำไมจึงมีความสำคัญต่อองค์กร </td> <td> <ul><li>-คนในองค์กรมีความสุขในเรื่องงานและส่วนตัว</li> <li>-องค์กรพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง </li></ul> </td> </tr> <tr> <td>พฤติกรรมเชิงบวก </td> <td>ไม่มีการต่อต้าน</td> </tr> <tr> <td>พฤติกรรมเชิงลบ</td> <td>ขาดความคิดสร้างสรรค์</td> </tr> <tr> <td>ความขัดแย้ง (ที่ลงตัว) </td> <td>มีความคิดหลากหลาย</td> </tr> </tbody></table><p>กลุ่ม 4 </p><table> <tbody><tr> <td>ค่านิยม</td> <td>ความตระหนักด้านความเสี่ยงและปลอดภัย</td> </tr> <tr> <td>คืออะไร </td> <td></td> </tr> <tr> <td>ทำไมจึงมีความสำคัญต่อองค์กร </td> <td>บริบทองค์กรให้บริการผู้ป่วยทีมีความซับซ้อนสูง</td> </tr> <tr> <td>พฤติกรรมเชิงบวก </td> <td> <ul><li>-Incident report</li> <li>-AAR</li></ul> </td> </tr> <tr> <td>พฤติกรรมเชิงลบ</td> <td> <ul><li>-ทัศนคติต่อการเขียนรายงาน</li> <li>-การลงโทษ</li></ul> </td> </tr> <tr> <td>ความขัดแย้ง (ที่ลงตัว) </td> <td>มาตรฐาน และ ความรวดเร็ว </td> </tr> </tbody></table>กลุ่ม 5<table> <tbody><tr> <td>ค่านิยม</td> <td>Respect fullness</td> </tr> <tr> <td>คืออะไร </td> <td> <ul><li>-การยอมรับซึงกันและกัน</li> </ul> </td> </tr> <tr> <td>ทำไมจึงมีความสำคัญต่อองค์กร </td> <td>- การยอมรับซึงกันและกัน ทำให้คนในองค์กรมีความสามัคคี ไม่ทะเลาะกัน - เกิดความคิดสร้างสรรค์</td> </tr> <tr> <td>พฤติกรรมเชิงบวก </td> <td> <ul><li>-การรับฟัง</li> <li>-การให้เกียรติ</li> <li>-การเห็นคุณค่าของคนในองค์กร</li></ul> </td> </tr> <tr> <td>พฤติกรรมเชิงลบ</td> <td>มี Ego สูง ทำให้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมยาก</td> </tr> <tr> <td>ความขัดแย้ง (ที่ลงตัว) </td> <td>ระบบ Seniority ผู้น้อยให้เกียรติผู้ใหญ่ทั้งๆที่บางเรื่องมีความขัดแย้ง ไม่กล้าแสงออก </td> </tr> </tbody></table><p>อ.ศิริลักษณ์ : สังคมไทยเป็นสังคมที่ขี้เกรงใจ หลีกเลี่ยงความขัดแย้ง และการรักษาหน้า ถ้าทั้ง 3 ปัจจัยมีมากเกินไปก็ไม่ดี</p><p></p>
สรุปการบรรยายหัวข้อ
“กลยุทธ์การบริหารการเงินส่วนบุคคล”
โดย อาจารย์นวพร เรืองสกุล
อาจารย์ประเสริฐ พัชรบุษราคัมกุล
30 ตุลาคม 2557
อาจารย์ประเสริฐ : กิจกรรมวันนี้ขอให้เริ่มเล่นเกมส์เพื่อให้เกิดความผ่อนคลาย โดยมีกติกาจัดกลุ่มโดยไม่จำกัดจำนวน แต่ละกลุ่มกี่คนก็ได้
อุปกรณ์ คือ กระดาษ A4 โดยกำหนดให้แต่ละกลุ่ม ซื้อกระดาษอย่างน้อย 10 แผ่น
ราคาขายสินค้า
สิ่งสำคัญ
- เพื่อให้รู้ศักยภาพของตัวเอง เนื่องจากศักยภาพของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ควรแบ่งหน้าที่ให้ชัดเจน
อาจารย์นวพร: ให้รู้ว่าต้องให้เวลาตอนวางแผน แต่คนเราชอบให้เวลาเฉพาะตอนทำ การที่จะวางแผนเป็นเรื่องสำคัญ คนส่วนใหญ่มีความฝัน หากฝันไม่ถึงก็ถอยลงมาแต่ต้องพยายามก่อน
หากเราไปอยู่ในหน่วยงานที่ว่างงาน เราจะมีวิธีที่จะเฉลี่ยคนอย่างไร คนมีหลายทักษะ มีหลายวัตถุดิบ
เขียนหนังสือเรื่องเล่มแรกเรื่องออมก่อน รวยกว่า หลังจากนั้นเขียนเรื่อง ทำเงินให้งอกเงย และหลังจากนั้นเขียนเรื่อง ออมไว้ในหุ้น และ ออกหนังสือเรื่อง ทุ่งดอกเบี้ย เพิ่งออกมาแต่ยังไม่ได้วางจำหน่าย และมีการออกหนังสือเรื่องหน้ากากเงิน สัปดาห์หน้าจะวางตลาด
การแบ่งรายจ่าย
จ่ายเพื่อการดำรงชีพตน และ ครอบครัว (รวมบิดามารดา และ คนในปกครอง)
การแบ่งเงินรายได้
ทรัพย์มีสี่ส่วนไซร้ ปูนปัน
ภาคหนึ่งพึงเกียดกัน เก็บไว้
สองส่วนเบ็ดเสร็จสรร ภารกิจ ใช้นา
ยังอีกส่วนควรให้ จ่ายเลี้ยงตัวตน
รายจ่ายในการหาเงิน
โทรศัพท์ น้ำมันรถอาหารที่กินนอกบ้าน
ค่าหมอ
ค่าเที่ยว
ฯลฯ
รายได้สุทธิ
1) รายได้ทั้งหมด / เดือน
2) รายจ่ายเกี่ยวกับการหาเงิน
1) – 2) = รายได้สุทธิ
คุณใช้เวลากี่ชั่วโมงในการหาเงิน
1. เวลาทำงานตามเงื่อนไขการจ้างงาน
2. เวลาที่ใช้ไปเกี่ยวกับงาน
เดินทางไป-กลับ
หาซื้อผ้าเพื่องาน
กิจกรรมสังคม ฯลฯ
1) + 2) = เวลาที่ใช้ไปในการหาเงิน
เวลา=ชีวิต
ใช้ชีวิต 1 ชั่วโมง หาเงินได้ XXX บาท
ใช้เงิน 1000 บาท ใช้ชีวิตไป 1000 ชั่วโมง/XXX
คนรายได้สูงซื้อของแพงใช้ เปลืองเวลาในชีวิตน้อยกว่าคนรายได้ต่ำ
Aging Society เราพร้อมหรือยัง
ดูแลเอง
Aging Society รัฐพร้อมหรือยัง ?
ระบบที่พึงมี
- การบริหารจัดการทรัพย์สิน
- สุขภาพ
- ที่อยู่อาศัย และ การดำรงชีวิตประจำวัน
ในทุกสังคมอยากให้คนแก่อยู่ในครอบครัว ไม่ใช่ให้คนแก่อยู่บ้านพักคนชรา
บทบาทของรัฐ
ผู้มีเงิน
ผู้ไม่มีเงิน
งบการเงิน เหมือนงบบริษัท
นำเสนองานกลุ่ม : วิเคราะห์ประเด็นที่น่าสนใจและบทเรียนจากหนังสือ
เรื่อง The Why of Work: How Great Leaders Build Abundant Organizations That Win
(Group Assignment 2)
30 ตุลาคม 2557
กลุ่ม 1
เน้น 3 เรื่อง
กลุ่ม 2
บทที่ 3 และบทที่ 4
ต้องมีการค้นหาอัตลักษณ์ของตัวเอง มี 5 วิธี
1. ช่วยค้นหาและส่งเสริมจุดแข็งของบุคลากร
2.กำหนดความสามารถขององค์กรสู่ความสำเร็จ
3. ผสมผสานจุดแข็งส่วนบุคคลและความสามารถขององค์กร
4.เข้าใจความคาดหวังของผู้รับบริการและผู้สนับสนุนทางการเงิน
5. ผสมผสาน
ผู้นำ ต้อง
- หาจุดที่เหมาะสมสำหรับส่งเสริมเป้าหมายของบุคลากรและองค์กรโดยรวม
- สมดุลทั้งสี่ทิศทาง โดยต้องเรียนรู้ในการจัดลำดับความสำคัญและผลลัพธ์ของทั้งสี่ทิศทาง
- ต้องเข้าใจลักษณะของบุคลากรในสี่ทิศทาง
- เชื่อมโยงแรงจูงใจของบุคลากรให้ตรงกับงานในองค์กร
- สร้างเป้าหมายขององค์กรที่เป็นความรับผิดชอบต่อสังคม และเชื่อมโยงกับการกระทำของบุคลากร
- ช่วยบุคลากรจัดลำดับความสำคัญของงานสำหรับงานที่ทำพอประมาณกับงานที่ต้องทำให้ดีเยี่ยม
ViktorFrankl กล่าวว่า:
กลุ่ม 3
Friendship at work ทำให้เกิด
-Satisfy customers
-Get more done in less time
-Get more fun on the job
-Fewer accidents at work
-Innovate and share ideas more
-Simply show up more consistently
Effective leaders
-Helping subordinates make friends
-Build strong teams
-Resolve conflicts
-Get along with customer
-Build relationships of trust support
5 skill for “abundant relationships”
1.Make and respond to bids
2.Listen and self-disclose
3.Navigate proximity
4.Resolve conflict
5.Make amends
Leaders should demonstrate consistently and Skill fully in.
1.Empathic listening
2.Emotional Trustworthiness
3.Appropriate humor
4.Encouragement of others
5 skill for “abundant relationships”
1.Make and respond to bids
2.Listen and self-disclose
3.Navigate proximity
4.Resolve conflict
5.Make amends
“จะสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่เป็นบวก ได้อย่างไร”
1. Attitude Toward Success : ทัศนคติต่อความสำเร็จ ความเย่อหยิ่ง vs ความถ่อมตน
-สิ่งสำคัญของภาวะผู้นำ คือ การเป็นคนธรรมดา รู้จักถ่อมตน
-ความถ่อมตน จะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมทางบวกในการเรียนรู้ การบริการ ความประทับใจ และความเจริญได้
2. Attitude Toward Value and Values : ทัศนคติ ต่อมูลค่า และค่านิยม
ซ่อนเร้น vs ชัดเจน
ผู้นำที่มีความพร้อม นำองค์กรสู่ความ อุดมสมบูรณ์ได้นั้น ต้องสร้างทั้งมูลค่า และค่านิยมที่ชัดเจนให้กับพนักงาน/ ลูกค้า/นักลงทุน และชุมชน
3. Attitude Toward Service : ทัศนคติต่อการบริการ
ประโยชน์ตน vs ส่วนรวม
การสร้างองค์กรสู่ความก้าวหน้านั้น คนในองค์กร
ต้องไม่เห็นแก่ตัว เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม
ผู้นำต้องสนับสนุนให้คนในองค์กร ไม่เห็นแก่ตัว
จะช่วยให้มีความเคารพ ไว้วางใจ และเป็นมิตรต่อกัน
4. Attitude Toward Ideas : ทัศนคติต่อความคิด
ถูกวิพากษ์วิจารณ์ vs ได้รับการยอมรับ
สิ่งแวดล้อมในการทำงานด้านบวก ผู้นำส่งเสริมได้
ด้วยการเปิดใจรับฟังความคิดเห็นใหม่ๆ จากพนักงาน โดยไม่ตำหนิ
5. Attitude Toward Connections : ทัศนคติต่อความสัมพันธ์
ส่วนรวม vs ส่วนตน
ผู้นำจะช่วยสร้างความความผูกพันที่พนักงานมีต่อองค์กรได้โดย การให้รางวัล/แรงเสริม เมื่อพนักงานทำสิ่งดีๆ และช่วยเหลือ ให้กำลังใจ เมื่อพนักงานพบเจอเรื่องร้ายๆในชีวิต
6. Attitude Toward Involvement : ทัศนคติ
ต่อการมีส่วนร่วม
เชิงรุก vs เชิงรับ
ผู้นำควรมีการลงไปศึกษาหน้างานในการ
ปฏิบัติงานจริงของพนักงาน เพื่อค้นหา
ข้อบกพร่อง และเพื่อการปรับปรุงต่อไป
7. Attitude Toward Accountability : ทัศนคติต่อความรับผิดชอบ
ทำให้อ่อนแอ vs เสริมพลัง
เมื่อเกิดความผิดพลาด ผู้นำต้องทำให้พนักงานเรียนรู้จากความผิดพลาดนั้น โดยช่วยให้เข้าใจในสิ่งที่ถูกต้อง/ให้ข้อมูล และจะช่วยแก้ปัญหากันอย่างไร
8. Attitude Toward Communication:
ทัศนคติต่อการสื่อสาร
เพื่มขึ้น vs ลดลง
การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ต้องเป็นการสื่อสาร 2 ทาง
ให้อารมณ์ และความรู้สึกร่วม และต้องทำซ้ำๆ
9. Attitude Toward Conflict : ทัศนคติต่อความขัดแย้ง
วิ่งหนี vs วิ่งเข้าหา
ผู้นำจะขจัดความขัดแย้งในองค์กรได้ โดยการจัดให้พนักงานมีกิจกรรมต่างๆร่วมกัน เช่น การสังสรรค์ (party) การประชุม พบปะพูดคุย ซึ่งจะช่วยให้เกิดสภาพแวดล้อมในการทำงานที่เป็นบวก
10. Attitude Toward Physical Space : ทัศนคติ ต่อการจัดพื้นที่ทางกายภาพในที่ทำงาน
วางตามอำเภอใจ vs จัดอย่างดี
การจัดสถานที่ทำงาน ต้องคำนึงถึงการทำงานร่วมกันด้วยความสะดวก รวมถึงการใช้สี แสงสว่าง เก้าอี้ที่นั่ง และตำแหน่งของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกัน
สรุป : ผู้นำสามารถทำให้เกิดสภาพแวดล้อมในการทำงานเป็นบวกได้โดย
มีความตั้งใจจริงในการจะทำให้เกิดสภาพแวดล้อมในการทำงานเป็นบวก
อ.ทำนอง: บทนี้เป็นการแยกแยะการบริหารเรื่องทัศนคติ ทำอย่างไรให้คนคิดบวก บวก ทั้งเจ้านายและลูกน้อง
อ.จีระ: บทนี้เป็นการบริหารจัดการผ่านผู้นำ การขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำ ต้องมีการฝึกให้เป็นผู้นำ Happy at work เป็นแนวคิดของผม แต่ Happiness workplace มีคนทำเยอะ สิ่งสำคัญตัวเองต้องมี Passion กระเด้งตัวเอง สู่ความเป็นเลิศ
กลุ่ม 4
บทที่ 7 และบทที่ 8
สิ่งท้าทายใดที่ทำให้ฉันสนใจ
คนที่มีภาวะเป็นผู้นำจะสามารถจัดการเพื่อให้ลูกน้องได้มีส่วนร่วมในการทำงาน จะต้อง
เราจะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างไร
เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง กิจกรรมของผู้นำเพื่อช่วยให้เกิดการเรียนรู้ เติบโต และ ความสามารถในการกลับมาหยัดยืน ได้แก่
การมีมุมมองแง่บวกเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง โดยต้องมั่นใจว่าเราสามารถเรียนรู้จากการเปลี่ยนแปลงนั้นและสามารถกลับมาหยัดยืนเมื่อเจอสถานการณ์ (Mind set)
การเรียนรู้ว่าเราสามารถคิดหรือสร้างสรรค์ไอเดียได้จาก
- การสะท้อนตัวเอง
- การลงมือทำ
- การทำงานข้ามกรอบหรือสายงาน
- การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
- การนำความสามารถไปใช้แบบข้ามสายงาน
- การแลกเปลี่ยนข้อมูลข้ามสายงาน
- การสร้างแรงจูงใจเพื่อกระตุ้นให้เกิดการแลกเปลี่ยน
- การรู้จักทำให้สิ่งที่พูดยากพูดได้
- การเปลี่ยนจากสิ่งที่รู้ไปสู่สิ่งที่ทำ
- การเปลี่ยนสิ่งที่ทำหรือเหตุการณ์เป็นครั้งๆให้เป็นรูปแบบที่ทำอย่างต่อเนื่อง
กลุ่มที่ 5: บทที่ 9-10
What delights me?
Implications for executives, human resources, and individuals
สถานที่ทำงานที่ดี เช่น Google มีผลต่อการทำงาน
ซึ่งอะไรจะเกิดขึ้น หากทำงานแบบคนเดียว ไม่สนใจกัน
องค์กรยั่งยืนและประสบความสำเร็จได้ขึ้นอยู่ทรัพยากรบุคคลในองค์กร ผู้นำต้องใส่ใจและให้ความรักและผลักดัน จะทำให้สถานที่ทำงานดีและทำอย่างมีความสุข
This is the third week for this course. Today, I have attened only morning session that I have learnt about "Change" which is related to our organization. The KPI is just only a part of Performance Management System (PMS) that can be useful to drive the organization to the goal. Furthermore, "feedback" process is an important activity which can use to develop people in the organization as well as communication. We have done 2 workshops about "Change" which are 1) change in the organization: now and future and 2) value for change.
Also, I know about the behaviors which occur when a change happens. Finally, I knew more how to deal with a change.
สรุปบทเรียนวันนี้
1. เหตุผลที่ต้องมีการจัดการกับความเปลี่ยนแปลง คือ
- เพื่อสร้างองค์กรแห่งความสุข
- ให้ทันกับเทคโนโลยี
- เพิ่มขีดความสามรถในการพึ่งพาตนเอง
- เพื่อความอยู่รอด
- เพื่อการแข่งขัน
2. เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง มนุษย์ จะ มีการตอบสนองดังนี้ กังวล เสียใจ โกรธ ต่อต้าน ดีใจ สับสน ปฏิเสธ
3. ผู้มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลง ได้แก่
- ผู้อุปถัมภ์การเปลี่ยนแปลง : ผู้ที่จะตัดสินว่าการเปลี่ยนแปลงใดจะเกิดขึ้น
- ผู้สนับสนุนการเปลี่ยนแปลง
- ผู้นำการเปลี่ยนแปลง : ผู้ที่ทให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
- ผู้ที่จะต้องเปลี่ยนแปลง : ต้องปรับตัว
4. หัวใจของการเป็นผู้นำเริ่มต้นที่แนวคิด
5. กระบวนการ การเปลี่ยนแปลง มี 4 ระยะ
6. การทำงานใดๆ ก็ตามต้องมีการวางแผนก่อนเสมอ และต้องมีการแบ่งงานกันทำ
7. ต้องมีการวางแผนการเงินเพื่ออนาคตของตัวเองและครอบครัว
วันนี้ได้เรียนรู้ว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นสัจธรรมของชีวิต แต่การตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงระดับต่างๆ ของคนนั้นเป็นจริง ไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับผู้ใด แต่อาจมากน้อยต่างกันไปแล้วแต่ทุนเดิมทางอารมณ์ คงต้องเข้าใจและดูว่าจะสามารถรับการเปลี่ยนแปลงได้เพียงใด การบริหารจัดการการเงินที่ดีต้องมีการวางแผนอย่างเป็นระบบ ปิดท้ายของวันเป็นการพูดถึงหนังสือทำให้เข้าใจหลักการจัดการบรหารคนและองค์กรให้เกิดความสมดุลมีความสุขทั้งระดับบุคคลและที่ทำงาน
องค์กรที่ปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงได้ถึงจะอยู่รอด โดยผู้นำเป็นกุญแจสำคัญในการนำองค์ก้าวผ่านความเปลี่ยนแปลงและการทำงานเป็นทีม ก้าวไปพร้อมกันของคนภายในองค์กร
การออมเงินเป็นสิ่งค้ำประกันการใช้ชีวืตในอนาคตอย่างที่ชีวิตสามารถใช้ได้เหมือนวัยทำงาน จากหลักการคำนวณของอาจารย์วันนี้ทำให้รู้ว่า เวลาที่เสีนไป ทำให้ชีวิตเสียโอกาสอะไรไปหลายอย่าง การให้เวลากับการคิดวางแผนด้วยความรู้นั้นเป็นสิ่งจำเป็นเสมอในการดำเนินการกิจกรรมทุกอย่าง
จากการเรียนวันนี้. PMS จะเกิดประสิทธิภาพจากการใช้งานที่ถูกต้อง และสร้างสรรค์มากขึ้นกว่าที่เคยใช้กันมา ที่สำคัญ เราต้องพร้อมนำและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงขององค์กรให้ทันยุคสมัยอยู่เสมอ
ช่วงบ่าย เริ่มอยากลองระบบการจัดการเงินเข้าออกของตัวเองซะแล้ว
ช่วงเย็น จากการบ้านของแต่ละกลุ่ม ทำให้เห็นว่าองค์กรที่ดีต้องประกอบด้วยอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นความสุขในการทำงาน ทิศทางของผู้นำ ที่จะนำไปสู่องค์กรที่ประสบความสำเร็จ
วันนี้การเรียนรู้จาก อ.ศิริลักษณ์ รู้สึกดีมากค่ะเป็นบรรยากาศการเรียนรู้ที่ดี ทำให้เข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลง ที่จะต้องมีขึ้น การจัดการกับ ผลกระทบต่อบุคคล กับองค์กร การเป็นผู้นำควรทำอย่างไร และจากการืำกิจกรรม กระตุ้นให้คิดวิเคราะห์ตัวเอง(องค์กร) รวมทั้งคิดถึงเป้าหมายขององค์กร
อาจารย์นวพร เรืองสกุล ได้ให้แง่คิดถึงคุณค่าในสิ่งต่างๆ ด้วยการมองย้อนกลับมาที่ตัวเอง การมีระเบียบวินัยส่วนตนเอง ช่วยกระตุ้นให้ในแง่ ของการให้คุณค่าของเวลาและชีวิต
สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้. สิ่งมีชีวิตถึงจะแข็งแกร่ง ฉลาด เพียงใด จะอยู่รอดได้ต้องมีความสามารถในการเปลี่ยนแปลง
และการวางแผนที่ดี มีอุปกรณ์เครื่องมือพร้อม งานก็จะสำเร็จไปได้ด้วยดี
เมื่อขาดการวางแผนที่ดี. นกที่เคยพับได้เป็นร้อยๆตัว ก็บินหายไป
7คำถามสำหรับ The way of work.
ขอบพระคุณอาจารย์ทุกท่านค่ะ
วันที่ 30 ตุลาคม 2557
สิ่งที่ได้เรียนรู้จากช่วงเช้า การเปลี่ยนแปลงไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือหยุดยั้งได้ ต้องเป็นไปอย่างเป็นระบบ และระบบนั้นต้องขับเคลื่อนด้วยคนที่มีคุณภาพ เพื่อองค์กรที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ในการทำการเปลี่ยนแปลงนั้น ๆ ควรมีทีมที่ทำเรื่อง Change Management และหากได้มีการใช้วิธี One on one ในหน่วยงาน มีการสนทนาระหว่างหัวหน้ากับลูกน้อง ทำให้เกิดการเรียนรู้
กิจกรรมช่วงบ่ายวันนี้ ทำให้รู้ว่า การจะทำการใด ๆ เมื่อเรามีเครื่องมือพร้อมอยู่แล้ว แต่หากขาดการวางแผนและการประเมินสมรรถนะ ก็จะทำให้ผลที่ได้ออกมาไม่ประสบความสำเร็จได้หันมามองตัวเอง คำนวณเวลาการใช้ชีวิต การมองงบการเงินในมุมที่ทำให้เห็นทุนชีวิต ช่วยทำให้ตระหนักคิดการเตรียมพร้อมในการรับมือช่วง Aging society
สุดท้าย คิดว่า การสนับสนุนให้มี Happy Workplace เกิดขึ้น จะทำให้องค์กรเกิดการเริ่มต้นที่ดี ทำให้มีชัยไปกว่าครึ่ง
สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้
ได้เรียนรู้ในเรื่องของวัฒนธรรมองค์กร และ การบริหารการเปลี่ยนแปลง ทำให้ได้รู้เพิ่มเติมว่าการเป็นหัวหน้างานจะต้องใช้ระบบการสื่อสารแบบ one on one เข้าไปเสริมในการพูดคุยกับสมาชิกในทีมอีกทางหนึ่ง เพื่อทำให้เข้าใจสมาชิกในทีมเป็นรายบุคคลเพิ่มขึ้น นอกเหนือไปจากการที่เรามีการพูดคุยกันในทีมแล้ว นอกจากนี้ จะต้องสร้างค่านิยมที่สามารนำไปสู่การปฏิบัติได้จนทำให้กลายเป็นวัฒนธรรมขององค์กรอย่างยั่งยืน การที่จะทำให้เกิดการสร้างวัฒนธรรมองค์กรขึ้นมาได้จะต้องเปลี่ยนที่ผู้บริหารขององค์กรนั้นๆด้วยว่าพร้อมที่จะรับฟังเสียงจากบุคลากรภายในองค์กรด้วยหรือไม่
ในช่วงบ่าย ได้เรียนรู้ในเรื่อง Personal Financing เกี่ยวกับการบริการจัดการในเรื่องของเงิน จะนำความรู้ที่ได้ในครั้งนี้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ซึ่งทุกๆวันนี้ได้ทำบัญชีรายรับรายจ่ายอยู่แล้ว จะได้ช่วยทำให้เราใช้จ่ายอย่างมีสติมากขึ้นและมองไปในระยะยาวในเรื่องของ Aging Society ว่าเราพร้อมหรือยังไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการออมและทางด้านการดูแลสินทรัพย์ และจะนำไปใช้ในแง่มุมทางการเงินและทางการแพทย์ได้อย่างไร ตรงนี้ถ้าไม่ได้มาเรียนรู้ในครั้งนี้คงจะไม่ได้รับประสบการณ์และเรื่องราวดีดีจากวิทยากรที่เก่งค่ะ
การวิเคราะห์ประเด็นอ่านหนังสือ The Way of Work
หนังสือเล่มนี้สอนให้เราเรียนรู้ว่าเราจะทำอย่างไรให้ทุกคนในองค์กร ให้ทำงานอย่างมีความสุข สนุกกับการทำงานสถานที่ทำงานเป็นสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการช่วยทำให้เกิดความสุขในการทำงานอย่างไร ตลอดจนเรื่องของการมีมนุษยสัมพันธ์ในการทำงาน การบริหารทัศนคติ การปรับเปลี่ยนทัศนคติ การเรียนรู้จากความล้มเหลว ซึ่งจะส่งผลทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์แล้วนำไปสู่ความสำเร็จขององค์กรอย่างยั่งยืนต่อไปได้ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคตจะต้องมีการปรับตัวให้สามารถอยู่รอดได้ ถ้าในอนาคตคณะแพทยศาสตร์มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ในฐานะที่เป็นบุคลากรคนหนึ่งก็ต้องสนับสนุนและยอมรับการการเปลี่ยนแปลงนั้นๆ
สัปดาห์ที่ 3 วันที่ 1 ของการเรียนรู้
ช่วงเช้า อ.ศิริลักษณ์ เมฆสังข์ เรื่องการบริหารการเปลี่ยนแปลง ทำให้เข้าใจการอยู่รอดของสิ่งที่มีชีวิตบนโลกนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความฉลาด หรือความแข็งแกร่ง แต่เป็นเรื่องของความสามารถในการปรับตัวให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นและคนไม่ได้ต่อต้านการเปลี่ยนแปลง แต่ต่อต้านการถูกเปลี่ยนแปลง ดังนั้นทุกองค์กร บุคลากรทุกคนต้องปรับตนเองให้เข้ากับสภาพแวดล้อมและสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสม ไม่มีคำว่าดีที่สุดแล้ว คุณภาพไม่มีเส้นชัย การเปลี่ยนแปลงต้องเป็นไปอย่างเป็นระบบ ได้เข้าใจธรรมชาติของมนุษย์เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลง ได้มีการทำworkshop ทำให้เข้าใจง่ายขึ้น
ในช่วงบ่าย กลยุทธิ์การบริหารการเงิน อ.นวพรและ อ.ประเสริฐ ได้นำเสนอแนวคิดให้เข้าใจได้ง่ายโดยการทำworkshopที่ได้สะท้อนหลายอย่างในการทำงานปัจจุบัน หลักสำคัญต้องให้เวลากับการวางแผน ได้เรียนรู้งานทุกงานสำเร็จได้จากการวางแผนและทำงานที่ถนัด
การวิเคราะห์ประเด็นอ่านหนังสือ The Way of Work แต่ละกลุ่มได้นำเสนอโดยรวมได้เรียนรู้ว่าจะทำอย่างไรให้ทุกคนในองค์กรสามารถทำงานอย่างมีความสุข สนุกกับงาน ผู้นำต้องคุณลักษณะอย่างไร ที่จะช่วยส่งเสริมให้เกิด happy work places ซึ่งจะต้องมาปรับใช้ในบริบทของสงขลานครินทร์ต่อไป
ขอบพระคุณค่ะ
การบริหารการเปลี่ยนเเปลงในองค์กรจะมีผู้นำที่ต้องยอมรับการปรับโครงสร้าง เทคโนโลยีและเพิ่มบทบาทหน้าที่ใหม่นำมาสู่การจัดการความเปลี่ยนแปลงให้ได้ และเรื่องการเงินต้องมีการวางแผนอย่างรอบคอบ มีกลยุทธ์บริหารเงินให้งอกเงย
การบริหารการเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นสำหรับผู้นำ/ผู้บริหาร เพราะองค์กรต้องมีการเตรียมความพร้อมเสมอในการรับการเปลี่ยนแปลงที่กระทบต่อองค์กร ผู้เข้ารับการอบรมทุกคนถือเป็นผู้นำของคณะแพทย์ซึ่งบางคนได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงที่คณะแพทย์เปลี่ยนเองหรือบางสิ่งที่เป็นปัจจัยภายนอกที่มากระทบ สิ่งที่เป็นปัญหาเสมอคือการสื่อสารภายในองค์กรให้ทราบ ทางผู้บริหารเองก็ทราบประเด็นปัญหาเรื่องนี้และมีการกำหนดเป็นเรื่องสำคัญ แต่ขณะนี้ก็ยังพบปัญหาเหล่านี้อยู่ อีกประเด็นก็คือการตีความของสิ่งที่ได้รับมาจากการสื่อสารหลายทางซึ่งบางครั้งตีความหมายผิดเพี้ยนไปจากของจริงซึ่งผู้นำต้องรีบเคลียร์
-การวางแผนการเงินมีความจำเป็น เห็นด้วยกับอ.จีระว่าเราคงไม่ต้องลงรายละเอียดเท่ากับอ.นวพรไม่อย่านั้นคงเครียด แต่เราต้องมีการวางแผนการเงินถ้าไม่มีหนี้สินก็จะเป็นการดีที่สุด
-การบริหารคนเป็นศิลปะอย่างมากต้องอาศัยหลายอย่างในการปฏิบัติ ผู้นำทุกคนต้องมีการเปลี่ยนแปลงการจัดการและนำองค์กรรวมทั้งต้องมีการใช้ PDCA ปรับกระบวนทัศน์ในการทำงาน
เป็นคนหนึ่งที่กลัวการเปลี่ยนแปลง แต่ทุกครั้งทุกเรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิตส่วนตัวและการทำงานที่มีการเปลี่ยนจะสามารถปรับตัวให้อยู่กับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้เสมอ และค่อยๆ มีความสุขกับมัน จนกลายเป็นความเคยชินและเชื่อเสมอว่าชีวิตและจิตใจของเรามีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เมื่อมาได้เรียนรู้ศาสตร์ของการเปลี่ยนแลงทำให้เข้าใจมากขึ้น
การอยู่รอดของสิ่งมีชีวิต ไม่ได้ขึ้นกับความฉลาดหรือความแข็งเกร่ง แต่เป็นเรื่องของความสามารถในการปรับตัวให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนที่เกิดขึ้น ทุกองค์กร ทุกคนต้องปรับตนเองให้เข้าใจสภาพแวดล้อมและสามารถรับมือกับการเปลี่ยนได้
การเงินก็เป็นสิ่งหนึ่งที่อยู่ควบคู่กับการดำรงชีวิตของเราตลอดเวลา เราต้องคิดวางแผนควบคู่ไปกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดอย่างมีมีประสิทธิภาพ
ช่วงเช้า อ.ศิริลักษณ์ ได้พูดว่าเมื่อองค์กรมีการเปลี่ยนแปลง ธรรมชาติของคนจะความรู้สึกความกลัว ไม่สบายใจ รู้สึกหวั่นไหว ว่าตัวเองจะอยู่อย่างไร มีงานทำหรือไม่ ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องหาทางจัดการกับการเปลี่ยนแปลงนั้นด้วยเหตุผลที่
- เพื่อสร้างองค์กรแห่งความสุข
- เพื่อปรับตัวให้ทันเทคโนโลยี
- เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
- เพื่อความสามารถในการอยู่รอด
- เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการดูแลตนเอง
ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลง คือ
1. ผู้อุปถัมภ์การเปลี่ยนแปลง (Change Sponsor) เป็นผู้ที่จะตัดสินใจว่าการเปลี่ยนแปลงใดจะเกิดขึ้น
2. ผู้สนับสนุนการเปลี่ยนแปลง ( Change Adovocate ) เป็นผู้ที่จะสนับสนุนในการเปลี่ยนแปลง
3. ผู้ที่จะต้องเปลี่ยนแปลง ( Change Taget ) เป็นผู้ที่ต้องปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง
4. ผู้นำการเปลี่ยนแปลง ( Change Agent ) ผู้ที่ช่วยให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น
ดังนั้นการกระตุ้นให้มีพลังร่วมกันในการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ผู้นำจะต้องมี
1. ต้องสร้างความรู้สึกเร่งด่วน โดยใช้เหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ชี้ให้เห็นว่าทำไมองค์กรถึงต้องเปลี่ยนแปลง
2. กำหนดภารกิจที่สร้างแรงบันดาลใจและมีคุณค่าที่จะทำให้สำเร็จ
3. กำหนดเป้าหมายที่ท้าทายความสามารถของคน ให้ใช้ความสามารถได้อย่างเต็มที่
4. สร้างจิตวิญญาณของทีม
5. สร้างความมั่นใจและความคาดหวังที่สมาชิกในทีมสามารถบรรลุเป้าหมายได้
ถ้าเราต้องสร้างวัฒนธรรมขององค์กรสักอย่าง ที่ทำให้การเปลี่ยนแปลงสัมฤทธิ์ผล ให้ตอบคำถามว่า - - ค่านิยมที่กำหนดขึ้น คืออะไร
- ทำไมค่านิยมนี้จึงมีความสำคัญต่อองค์กร
- มีพฤติกรรมเชิงบวกอย่างไร
- มีพฤติกรรมเชิงลบอย่างไร
- มีความขัดแย้ง (ที่ลงตัว) หรือไม่
ในช่วงบ่าย อ.นวพร และอ.ประเสริฐ ได้ให้ข้อคิดในการทำงานว่า การทำงานทุกอย่างจะต้องมีการรู้และเข้าใจกติกา มีการวางแผน มีการจัดการอย่างเป็นระบบ ถ้าทำงานโดยไม่มีเข้าใจกติกา การวางแผน วางระบบให้ชัดเจน จะทำให้องค์กรสูญเสียรายได้ เสียเวลาในการทำงาน คนทำงานก็จะเหนื่อย
30 ตุลาคม 2557
วัฒนธรรมองค์กร – การบริหารการเปลี่ยนแปลง
โดย ดร.ศิริลักษณ์ เมฆสังข์
- เมื่อไหร่ที่มีการเปลี่ยนแปลงในองค์กร การทำความเข้าใจ
การชี้แจงกับบุคลากรในองค์กรจำเป็นต้องทำ เพื่อให้เข้ารู้
และเข้าใจ และช่วยกันเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน
- การใช้คนจากภายในนอก เช่น รปภ. , พนักงานทำความสะอาด
จำเป็นต้องสอนและแนะนำให้เข้ากับการทำงานขององค์กร เพราะ
เมื่อเขามาอยู่กับองค์กร เขาก็คือส่วนหนึ่งขององค์กร แม้ไม่ใช่
คนของเราโดยตรง
- การพูดคุยกับลูกน้อง one on one เป็นสิ่งที่จะทำให้เราได้พูด
คุยกับลูกน้องและเข้าใจกันมากดีขึ้น
กลยุทธ์การบริหารการเงินส่วนบุคคล
โดย อาจารย์นวพร เรืองสกุล และ อาจารย์ประเสริฐ พัชรบุษราคัมกุล
- การทำงานที่ขาดการวางแผนจะทำให้ไม่ประสบผลสำเร็จสูงครับ
- การวางแผนการใช้เงินในชีวิตของเราเองมีความสำคัญต่อความ
มั่นคงทางการเงินมากครับ
นำเสนองานกลุ่ม : วิเคราะห์ประเด็นที่น่าสนใจและบทเรียนจากหนังสือ
เรื่อง The Why of Work: How Great Leaders Build Abundant Organizations That Win
องค์กรยั่งยืนและประสบความสำเร็จได้ขึ้นอยู่ทรัพยากรบุคคลในองค์กร
ผู้นำต้องใส่ใจและให้ความรักและผลักดัน จะทำให้สถานที่ทำงานดีและ
ทำอย่างมีความสุข
สิ่งที่ได้เรียนรู้ การเปลี่ยนแปลงจะเกิดอยู่ตลอดเวลา จำเป็นต้องมีการบริหารการเปลี่ยนแปลง หากระดับองค์กร จำเป็นสำหรับผู้นำ/ผู้บริหาร เพราะองค์กรต้องมีการเตรียมความพร้อมเสมอในการรับการเปลี่ยนแปลงที่กระทบต่อองค์กร ซึ่งองค์กร ประกอบด้วยบุคลากรซึ่งเป็นคน/ มนุษย์ เป็นผู้ขับเคลื่อน
องค์กรต้องมีการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพภายในองค์กรให้บุคลากรทราบ มีการบริหารคนที่มีประสิทธิภาพ
เงินเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อที่จะหาปัจจัย 4 สำหรับการดำรงชีวิตของคนเรา เราต้องคิดวางแผนควบคู่ไปกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดอย่างมีมีประสิทธิภาพ และการทำงานทุกอย่างต้องมีการคิดวางแผนที่ดีผลลัพธ์ก็จะออกมาดี
ได้เรียนรู้วิธีการจัดการที่ถูกต้อง หากองค์การของเราจะต้องเป็นแปลง ไม่ว่าจะในฐานะผู้นำการเปลี่ยนแปลง หรือแม้กระทั้งผู้ที่จะต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลง ได้แนวคิดที่จะนำไปปรับใช้กับองค์กรของเรา