นำเสนองานกลุ่ม : วิเคราะห์ประเด็นที่น่าสนใจและบทเรียนจากหนังสือ
เรื่อง The Why of Work: How Great Leaders Build Abundant Organizations That Win
(Group Assignment 2)
30 ตุลาคม 2557
กลุ่ม 1
เน้น 3 เรื่อง
- -Making meaning in the workplace.เป็นการคิดเพื่อหาคำตอบ ว่าเราทำเพื่ออะไร และมีแรงให้ไปถึงเป้าหมายนั้น เช่น การทำงานนั้น ต้องรู้ว่าทำงานเพื่ออะไร ให้ผลอะไรกับองค์กร เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ซึ่งผู้นำสำคัญที่สุด ที่จะสร้างความหมายให้เกิดกับลูกจ้างว่าทุกวันนี้มาทำงานเพื่ออะไร โดยจะทำให้เกิดแรงบันดาลใจและบรรลุเป้าหมาย
- -Creating value for your employees, your customers, your company, and yourself.คนเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร ทำให้ทุกคนเกิดแรงบันดาลใจและเกิด Value ถ้าทุกคนเห็นคุณค่าของงานของตัวเอง
- -Building Hope for the future by building “the abundant organization.”
- Disciplines Contributing to the Concept of Abundance
- 1. Positive psychology
- 2. Social responsibility หากองค์กรหวังแต่ผลกำไรอย่างเดียวก็จะไม่ประสบความสำเร็จ ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมด้วย ๆ
- 3. high performing teams การทำงานเป็นทีมเป็นสิ่งสำคัญ
- 4. Employee engagement ความผูกพันของลูกจ้าง
- 5. Culture and positive work environment การสร้างวัฒนธรรมและสร้างบรรยากาศให้ดี
- 6. Growth ,learning ,resilience dการเติบโต การเรียนรู้ และ การทนทาน
- 7. Civility and Happiness
- questions that drive abundance
- 1. What am I known for? (Identity)
- 2. Where am I going? (Purpose and motivation)
- 3. Whom do I travel with? (Relationships and Teamwork)
- 4. How do I build a positive work environment? (Effective work culture or setting)
- 5. What challenges interest me? (Personalizing and contributing work)
- 6. How do I respond to disposability and change? (Growth, learning, and resilience)
- 7. What delights me? (Civility and happiness)
กลุ่ม 2
บทที่ 3 และบทที่ 4
ต้องมีการค้นหาอัตลักษณ์ของตัวเอง มี 5 วิธี
1. ช่วยค้นหาและส่งเสริมจุดแข็งของบุคลากร
2.กำหนดความสามารถขององค์กรสู่ความสำเร็จ
3. ผสมผสานจุดแข็งส่วนบุคคลและความสามารถขององค์กร
4.เข้าใจความคาดหวังของผู้รับบริการและผู้สนับสนุนทางการเงิน
5. ผสมผสาน
ผู้นำ ต้อง
- หาจุดที่เหมาะสมสำหรับส่งเสริมเป้าหมายของบุคลากรและองค์กรโดยรวม
- สมดุลทั้งสี่ทิศทาง โดยต้องเรียนรู้ในการจัดลำดับความสำคัญและผลลัพธ์ของทั้งสี่ทิศทาง
- ต้องเข้าใจลักษณะของบุคลากรในสี่ทิศทาง
- เชื่อมโยงแรงจูงใจของบุคลากรให้ตรงกับงานในองค์กร
- สร้างเป้าหมายขององค์กรที่เป็นความรับผิดชอบต่อสังคม และเชื่อมโยงกับการกระทำของบุคลากร
- ช่วยบุคลากรจัดลำดับความสำคัญของงานสำหรับงานที่ทำพอประมาณกับงานที่ต้องทำให้ดีเยี่ยม
ViktorFrankl กล่าวว่า:
กลุ่ม 3
Friendship at work ทำให้เกิด
-Satisfy customers
-Get more done in less time
-Get more fun on the job
-Fewer accidents at work
-Innovate and share ideas more
-Simply show up more consistently
Effective leaders
-Helping subordinates make friends
-Build strong teams
-Resolve conflicts
-Get along with customer
-Build relationships of trust support
5 skill for “abundant relationships”
1.Make and respond to bids
2.Listen and self-disclose
3.Navigate proximity
4.Resolve conflict
5.Make amends
Leaders should demonstrate consistently and Skill fully in.
1.Empathic listening
2.Emotional Trustworthiness
3.Appropriate humor
4.Encouragement of others
5 skill for “abundant relationships”
1.Make and respond to bids
2.Listen and self-disclose
3.Navigate proximity
4.Resolve conflict
5.Make amends
“จะสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่เป็นบวก ได้อย่างไร”
1. Attitude Toward Success : ทัศนคติต่อความสำเร็จ ความเย่อหยิ่ง vs ความถ่อมตน
-สิ่งสำคัญของภาวะผู้นำ คือ การเป็นคนธรรมดา รู้จักถ่อมตน
-ความถ่อมตน จะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมทางบวกในการเรียนรู้ การบริการ ความประทับใจ และความเจริญได้
2. Attitude Toward Value and Values : ทัศนคติ ต่อมูลค่า และค่านิยม
ซ่อนเร้น vs ชัดเจน
ผู้นำที่มีความพร้อม นำองค์กรสู่ความ อุดมสมบูรณ์ได้นั้น ต้องสร้างทั้งมูลค่า และค่านิยมที่ชัดเจนให้กับพนักงาน/ ลูกค้า/นักลงทุน และชุมชน
3. Attitude Toward Service : ทัศนคติต่อการบริการ
ประโยชน์ตน vs ส่วนรวม
การสร้างองค์กรสู่ความก้าวหน้านั้น คนในองค์กร
ต้องไม่เห็นแก่ตัว เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม
ผู้นำต้องสนับสนุนให้คนในองค์กร ไม่เห็นแก่ตัว
จะช่วยให้มีความเคารพ ไว้วางใจ และเป็นมิตรต่อกัน
4. Attitude Toward Ideas : ทัศนคติต่อความคิด
ถูกวิพากษ์วิจารณ์ vs ได้รับการยอมรับ
สิ่งแวดล้อมในการทำงานด้านบวก ผู้นำส่งเสริมได้
ด้วยการเปิดใจรับฟังความคิดเห็นใหม่ๆ จากพนักงาน โดยไม่ตำหนิ
5. Attitude Toward Connections : ทัศนคติต่อความสัมพันธ์
ส่วนรวม vs ส่วนตน
ผู้นำจะช่วยสร้างความความผูกพันที่พนักงานมีต่อองค์กรได้โดย การให้รางวัล/แรงเสริม เมื่อพนักงานทำสิ่งดีๆ และช่วยเหลือ ให้กำลังใจ เมื่อพนักงานพบเจอเรื่องร้ายๆในชีวิต
6. Attitude Toward Involvement : ทัศนคติ
ต่อการมีส่วนร่วม
เชิงรุก vs เชิงรับ
ผู้นำควรมีการลงไปศึกษาหน้างานในการ
ปฏิบัติงานจริงของพนักงาน เพื่อค้นหา
ข้อบกพร่อง และเพื่อการปรับปรุงต่อไป
7. Attitude Toward Accountability : ทัศนคติต่อความรับผิดชอบ
ทำให้อ่อนแอ vs เสริมพลัง
เมื่อเกิดความผิดพลาด ผู้นำต้องทำให้พนักงานเรียนรู้จากความผิดพลาดนั้น โดยช่วยให้เข้าใจในสิ่งที่ถูกต้อง/ให้ข้อมูล และจะช่วยแก้ปัญหากันอย่างไร
8. Attitude Toward Communication:
ทัศนคติต่อการสื่อสาร
เพื่มขึ้น vs ลดลง
การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ต้องเป็นการสื่อสาร 2 ทาง
ให้อารมณ์ และความรู้สึกร่วม และต้องทำซ้ำๆ
9. Attitude Toward Conflict : ทัศนคติต่อความขัดแย้ง
วิ่งหนี vs วิ่งเข้าหา
ผู้นำจะขจัดความขัดแย้งในองค์กรได้ โดยการจัดให้พนักงานมีกิจกรรมต่างๆร่วมกัน เช่น การสังสรรค์ (party) การประชุม พบปะพูดคุย ซึ่งจะช่วยให้เกิดสภาพแวดล้อมในการทำงานที่เป็นบวก
10. Attitude Toward Physical Space : ทัศนคติ ต่อการจัดพื้นที่ทางกายภาพในที่ทำงาน
วางตามอำเภอใจ vs จัดอย่างดี
การจัดสถานที่ทำงาน ต้องคำนึงถึงการทำงานร่วมกันด้วยความสะดวก รวมถึงการใช้สี แสงสว่าง เก้าอี้ที่นั่ง และตำแหน่งของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกัน
สรุป : ผู้นำสามารถทำให้เกิดสภาพแวดล้อมในการทำงานเป็นบวกได้โดย
มีความตั้งใจจริงในการจะทำให้เกิดสภาพแวดล้อมในการทำงานเป็นบวก
อ.ทำนอง: บทนี้เป็นการแยกแยะการบริหารเรื่องทัศนคติ ทำอย่างไรให้คนคิดบวก บวก ทั้งเจ้านายและลูกน้อง
อ.จีระ: บทนี้เป็นการบริหารจัดการผ่านผู้นำ การขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำ ต้องมีการฝึกให้เป็นผู้นำ Happy at work เป็นแนวคิดของผม แต่ Happiness workplace มีคนทำเยอะ สิ่งสำคัญตัวเองต้องมี Passion กระเด้งตัวเอง สู่ความเป็นเลิศ
กลุ่ม 4
บทที่ 7 และบทที่ 8
สิ่งท้าทายใดที่ทำให้ฉันสนใจ
คนที่มีภาวะเป็นผู้นำจะสามารถจัดการเพื่อให้ลูกน้องได้มีส่วนร่วมในการทำงาน จะต้อง
เราจะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างไร
เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง กิจกรรมของผู้นำเพื่อช่วยให้เกิดการเรียนรู้ เติบโต และ ความสามารถในการกลับมาหยัดยืน ได้แก่
การมีมุมมองแง่บวกเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง โดยต้องมั่นใจว่าเราสามารถเรียนรู้จากการเปลี่ยนแปลงนั้นและสามารถกลับมาหยัดยืนเมื่อเจอสถานการณ์ (Mind set)
การเรียนรู้ว่าเราสามารถคิดหรือสร้างสรรค์ไอเดียได้จาก
- การสะท้อนตัวเอง
- การลงมือทำ
- การทำงานข้ามกรอบหรือสายงาน
- การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
- การนำความสามารถไปใช้แบบข้ามสายงาน
- การแลกเปลี่ยนข้อมูลข้ามสายงาน
- การสร้างแรงจูงใจเพื่อกระตุ้นให้เกิดการแลกเปลี่ยน
- การรู้จักทำให้สิ่งที่พูดยากพูดได้
- การเปลี่ยนจากสิ่งที่รู้ไปสู่สิ่งที่ทำ
- การเปลี่ยนสิ่งที่ทำหรือเหตุการณ์เป็นครั้งๆให้เป็นรูปแบบที่ทำอย่างต่อเนื่อง
กลุ่มที่ 5: บทที่ 9-10
What delights me?
Implications for executives, human resources, and individuals
สถานที่ทำงานที่ดี เช่น Google มีผลต่อการทำงาน
ซึ่งอะไรจะเกิดขึ้น หากทำงานแบบคนเดียว ไม่สนใจกัน
องค์กรยั่งยืนและประสบความสำเร็จได้ขึ้นอยู่ทรัพยากรบุคคลในองค์กร ผู้นำต้องใส่ใจและให้ความรักและผลักดัน จะทำให้สถานที่ทำงานดีและทำอย่างมีความสุข