ข้อคิดชีวิต...ปิดเทอม

ทางขึ้นเขาใหญ่ คดเคี้ยวหวาดเสียวแต่สวยงาม บนเขาใหญ่ อากาศเย็นสบาย แม่กับลูก ถ่ายรูปกันอย่างมีความสุข พ่อยืนดูหายใจระรวย เหมือนออกซิเจนไม่พอ ทำหน้ายิ้มอิ่มเอมที่เห็นแม่มีความสุข แม่ก็ขอบคุณที่พ่อพามาเที่ยว มีวาสนาได้เห็นเขาใหญ่ดั่งที่ใจใฝ่ฝัน ผ่านไปเกือบสองชั่วโมง ก็ได้เวลากลับสุพรรณบุรี

        ปิดเทอม..ได้โอกาสไปโอนรถจากชื่อผู้ขายมาเป็นชื่อของลูกชายคนโต ซึ่งต่อไปนี้ เราในฐานะผู้เป็นพ่อก็ไม่ต้องส่งงวดรถอีกแล้ว เพราะเขามีเงินเดือนพอที่จะช่วยเหลือตนเองได้

        ออกเดินทางแต่เช้า ถึงโคราชตอนสาย ไม่ถึงเที่ยงวันภาระกิจการโอนรถก็เสร็จสิ้น ตอนบ่ายก็ไปฉลองกันที่บ้านพักของพี่ชาย ที่เป็นอาจารย์ราชภัฎนครราชสีมา เดินทางไกลให้รู้สึกเหน็ดเหนื่อยและหิวพอสมควร  พี่ชายซื้อไส้กรอก ปลาดุกย่าง ไก่ย่าง ส้มตำและอื่นๆอีกมากมาย ให้ได้อิ่มหนำสำราญกัน กินไปคุยไปว่า พรุ่งนี้จะไปเที่ยวที่ไหนกันดี

        บทสรุปก็คือว่า เช้าจะไปเที่ยววังน้ำเขียว มีเพื่อนทำรีสอร์ทที่นั่น กินข้าวเที่ยงแล้วกลับ จากนั้นบ่าย จะไปหาชลัญธร ที่ รพ.พิมาย ชลัญธร บอกให้ไปขนจิ๊กซอร์ของน้องหมวยและชุดลีดเดอร์สวยๆ มอบให้โรงเรียนหลายชุด ด้วยความเกรงใจ..จึงต้องรีบไปเอา..ก่อนที่ชลัญธรจะเปลี่ยนใจ

         ตื่นเต้นจะได้ท่องเที่ยว รีบนอนแต่หัวค่ำ แปลกใจตัวเอง ทำไมนอนไม่หลับ หนังท้องตึงมาก เริ่มปวดมวน ต่อจากนั้นก็ปวดหน่วงๆ เวียนหัว คลื่นไส้ ปวดเมื่อยตามตัวไปหมด ๒ ทุ่ม...เริ่มต้นการถ่ายทำ เป็นระยะ จนอ่อนเพลีย เจ็บในกระเพาะ เหมือนมีใครมาหยิกลำไส้ ถ่ายท้องหลายเที่ยวจนอ่อนเพลีย แปลกใจที่ทุกคนในบ้านไม่มีใครเป็นเหมือนเรา.....อาหารเป็นพิษ

        ภาพวังน้ำเขียว..จนถึงใบหน้าชลัญธร ที่พิมาย ลืมไปหมด ถามตัวเองว่าคืนนี้เราจะรอดไหม ..๕ ทุ่ม..แม่ของลูกบอก พ่อ ไปโรงพยาบาลเถอะ...ใจ นั้นบอกว่าไปแล้ว แต่ปากพูดไม่ออก ได้แต่บอกเบาๆ แม่ ช่วยพาพ่อเข้าห้องน้ำหน่อย แม่ หิ้วปีก พาเราไปถึงยังประตูห้องน้ำ พลันอาการคลื่นไส้อย่างแรงก็ตามมา พร้อมของใหม่ของเก่าในท้อง ก็อาเจียนออกมาหมดอย่างมากมาย เท่าที่ชีวิตตนเองจะเคยเห็น.... ๑๐ นาทีผ่านไปในห้องน้ำ โล่งกายโล่งใจ แต่ไม่มีแรงจะเดินและไม่ต้องไปโรงพยาบาลแล้ว  นอนขมปากเจ็บลำไส้ไปทั้งคืน

        เช้าขึ้นมา..ลูกชายทั้งสองคน หัวเราะชอบใจ ที่พ่อมีอาการแปลกๆอยู่คนเดียว ...แนะนำให้พ่อไปตรวจลำไส้ อาหารพื้นบ้านธรรมดาๆ พ่อไม่น่าจะเป็นได้ขนาดนี้ ตกลงที่ว่าจะไปเที่ยว กลับกลายเป็นนอนพักผ่อนทั้งวัน กินอะไรไม่อร่อยอีกต่างหาก

        ผ่านไป ๒ คืน เช้าวันอาทิตย์เดินทางกลับ...จำได้ว่า แม่ของลูกพูดหลายครั้ง ว่าตั้งแต่เกิดมา เรียนหนังสือจนจบเป็นครู และจนใกล้จะเกษียณแล้ว ยังไม่เคยเห็น "เขาใหญ่" วันนี้บอกลูกพวกเราจะทำเซอร์ไพรส์แม่กัน โดยจะไม่กลับทางสีคิ้ว โชคชัย จะกลับทางวังน้ำเขียวเลี้ยวซ้ายขึ้นเขาใหญ่ แต่พอรถวิ่งผ่านปักธงชัยเท่านั้น ความก็เลยแตก เพราะแม่จำได้ว่าผิดทาง

        ทางขึ้นเขาใหญ่ คดเคี้ยวหวาดเสียวแต่สวยงาม บนเขาใหญ่ อากาศเย็นสบาย แม่กับลูก ถ่ายรูปกันอย่างมีความสุข พ่อยืนดูหายใจระรวย เหมือนออกซิเจนไม่พอ ทำหน้ายิ้มอิ่มเอมที่เห็นแม่มีความสุข แม่ก็ขอบคุณที่พ่อพามาเที่ยว มีวาสนาได้เห็นเขาใหญ่ดั่งที่ใจใฝ่ฝัน ผ่านไปเกือบสองชั่วโมง ก็ได้เวลากลับสุพรรณบุรี

        ตลอดการเดินทางกลับ ไม่รู้สึกหิว อาจเป็นเพราะร่างกายยังไม่ต้องการที่จะรับอะไรทั้งสิ้น ส่วนแม่กับลูกๆ ก็มีของขบเคี้ยว กินเล่นกันมาในรถ จนถึงห้าโมงเย็น รถวิ่งถึงอ่างทองลูกชายคนเล็กบอก อยากเข้าร้านอาหารหรูๆ กินของอร่อยๆ จะได้ไม่ต้องหิ้วท้องไปถึงสุพรรณ

        ลูกชายคนโต ที่เป็นพลขับ ขานรับและมองหาร้านมีชื่อ จากนั้นก็ขับรถเข้าไปจอดในทันใด ใจกลางเมืองอ่างทอง ซึ่งมีคนนั่งอยู่เต็มร้าน สั่งอาหารอย่างรวดเร็ว ผู้เป็นพ่อรู้สึกหูอื้อ อยากพักผ่อนเป็นที่สุด ลูกจะสั่งอะไรตามใจลูกเถอะ....เท่าที่เห็นก็มี ปลาเผา กุ้งชุบแป้งทอด ทอดมันปลากราย และพุงปลาไข่ต้มยำ

        กินข้าวไปสองคำกับกุ้งหนึ่งตัว เท่านั้นจริงๆ ตามันจะหลับให้ได้ ได้ยินเสียงแม่บอกลูก..คืนนี้แม่จะนอนที่หอพักลูกที่สุพรรณนะ.. พรุ่งนี้จะได้พาพ่อตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาล....

        คืนนั้น..หลับไปพักใหญ่ รู้สึกตัว เมื่อห้องนอนแคบๆของลูกชายดูจะวุ่นวาย คนโตถ่ายท้องนอนคลำพุง คนเล็กอาเจียนไม่หยุดง่ายๆ แม่ต้องคอยปลอบและลูบหลัง โชคดีที่หยูกยาเตรียมมาพร้อม อาการลูกทั้งสองจึงพอทุเลาลงบ้าง มาหนักอีกทีก็ตอนเช้ามืด ขณะที่พ่อเตรียมแต่งตัวไปตรวจสุขภาพ ลูกชายคนเล็กปวดท้องอย่างรุนแรงขึ้นมาอีก ปวดมวนและเจ็บกระเพาะ มีอาการปวดหัวเวียนหัวมาก จึงรีบพาส่งโรงพยาบาลพรชัย ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเอกชนมีชื่อเสียงของสุพรรณบุรี..เรื่องตรวจสุขภาพของพ่อพักไว้ก่อน

        ปิดเทอมครั้งแรกของปีนี้..จึงได้ข้อคิดและบทเรียนมากมาย เริ่มตั้งแต่..การออกนอกบ้าน การกินอะไรก็ควรระมัดระวัง และรู้จักตนเองให้มากพอว่า ร่างกายเคยเป็นอย่างไร มีสติรู้ตัว จะได้กินอย่างพอเพียง ตลอดจนการตระหนักถึงพิษภัย ของร้านอาหารสมัยนี้ มักจะขาดเรื่องความสะอาดและสุขอนามัย คนกินต้องสังเกตและเลือกให้ดี ที่สำคัญพุงปลาช่อน ไม่ควรซื้อมากินเป็นอาหาร แม้ว่าจะปรุงสุกแล้วก็ตาม เนื่องจากพุงปลาเป็นที่เก็บของเน่าเสียอยู่แล้ว และถ้าไม่ใช่ของสด ให้สุกอย่างไร..ก็จะเกิดเหตุวุ่นวายในครอบครัว ถึงกับต้องนอนพักให้น้ำเกลือ ๑ คืน จ่ายไป ๗ พันกว่าบาท..สบายไป

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๒๓  ตุลาคม ๒๕๕๗

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บ้านหนองผือ...สถานศึกษาพอเพียง



ความเห็น (4)

เขียนเมื่อ 

สมัยนี้คนมุ่งแต่หาเงิน ไม่คํานึงถึงผู้ใข้หรือผู้กินแล้ว จะเป็นอย่างไรระวังตัวยากขึ้นครับอาจารย์

เขียนเมื่อ 

อาหารสมัยนี้ไว้ใจยากมากเรื่องคสามสะอาด

ไว้มาเที่ยวพิมายนะชิมฝีมือชลัญ

รับรองนอนรพ.ยสว อิ อิ 

_สวัสดีครับ...

_เคยเข้านอนรักษาตัวที่ รพ.ครั้งแรกก๋เพราะเหตุนี้...

_จำได้ว่า...เพลียสุดๆเกือบไม่รอด...

_ประสบการณ์นี้....ต้องจดจำ...

_ดีที่ไม่เป็นอะไรมากนะครับท่าน..

_ขอบคุณครับ..

เขียนเมื่อ 

เข้าใจว่าอาหารข้างทางไม่ปลอดภัย

ผมและวิทยากรที่เดินทางไปจังหวัดหนึ่ง

โดนเหมือนกัน

แต่ผมไม่ได้ทานมากเลยไม่เป้นอะไร

วิทยากรท่านนั้นทานมาก

ตอนเช้าทำงานไม่ได้

แถมต้องพาไปโรงพยาบาลด้วยครับ

ขอให้หายไวๆ ขอบคุณมากๆที่เขียนเตือนกันเรื่องดีๆครับ