เมื่อมีโอกาสได้คุยกับมนุษย์ลุง

ยามดึกของคืนวาน ผมชอบดูข่าวในยามก่อนนอน พบข่าวจากสนุกกรณีมีผู้โดยสารโวยวายบนเครื่องบิน โดยระบุแฟนเพจเอาไว้อย่างชัดเจน คือ Pitraiwa ผมเลยตามไปเข้าไปอ่านความคิดเห็นอีกมุมหนึ่งของมนุษย์ลุง ผมว่า ประชาชนชาวไทยแม้แพ้ชาติใดในโลก กรณีการถล่มเพจ ดูอย่างถล่มเพจของสโมสรอัลเมเรีย เพจของเอเชียนเกมส์ เป็นต้น กรณีนี้ก็เช่นเดียวกัน แต่ละคนล้วนเข้าไปด่าทอความเขลาของมนุษย์ลุงผู้นี้ แต่ผมเข้าไปเตือนสติมนุษย์คนนี้ ดังนี้

“ผิดกฎการบินชัดเจนครับ ถือเป็นภัยคุกคามต่อความปลอดภัยของอากาศยานและผู้โดยสาร โดยเฉพาะเรื่องโยนกระเป๋าลงจากเครื่องและใช้วาจาเสียงดัง อันแสดงถึงสมรรถนะในการควบคุมอารมณ์ตนเองครับ กัปตันมีสิทธิตัดสินใจเชิญผู้โดยสารลงจากเครื่องบินได้ และจริงๆแล้วผู้โดยสารท่านนั้นจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายของประเทศปลาย ทาง(กรณีบินระหว่างประเทศ) เพราะเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อธุรกิจและความเชื่อมั่นของสายการบิน ผมค่อนข้างมั่นใจว่า เรื่องนี้ แอร์เอเชียไม่จบแน่นอน เพราะคุณทำให้ภาพลักษณ์ของเขาเสียหาย เป็นคดีแพ่งครับ เตรียมทนายเก่งๆไว้ได้ แต่ถ้าเขาไม่ฟ้อง คุณโชคดีมากที่เขากรุณา กลับไปดูนะครับ email ตอบกลับเวลาคุณจองตั๋ว เขาเขียนไว้อย่างไรบ้าง แล้วคุณจะเข้าใจมาตรฐานการบริการของสายการบิน โชคดีครับ"

:: คุณเลือกสายการบิน สายการบินไม่ได้เลือกคุณ เอาใจช่วยครับ ::

และประโยคนี้

พระพุทธองค์สอนว่า ธรรมที่มนุษย์ควรจะมีประกอบด้วย 4 ประการคือ

๏ สัจจะ ความจริง ความจริงคือน้ำหนักกระเป๋าพี่เกิน ส่วนจะเอาออกมาใส่เป้ หรือขามาได้ ขากลับไม่ได้ นั่นเรียกเหตุผล

๏ ทมะ ข่มใจ ข้อนี่พี่ขาดเลย ปัญหาเกิดตั้งแต่กระแทกกระเป๋าที่ตาชั่งล่ะ พี่ผิดกฎการบินตั้งแต่ตอนนั้นแหละ
๏ ขันติ อดทนอดกลั้น พี่ว่าแอร์มายั่วอารมณ์พี่ กรณีนี้ เข้าข่ายต้องอดทนครับ เท่าที่ดู ผมว่า แอร์ทำถูกแล้วครับ

๏ จาคะ คือ ให้ เสียสละ พี่มาสำนึกตอนหลังมันช้าไป เขาถึงด่าพี่ทั่วประเทศ พี่ต้องให้ตัวเองก่อน คือ ให้อภัย

ทั้ง 4 ข้อของฆราวาสธรรม 4 พี่ขาดทุกข้อเลย


๏ พี่เป็นลูกค้าของสายการบินนี้มีรายการยาวมาแสดง แต่ไม่รู้กฎข้อบังคับการบิน แปลก
๏ พี่บอกไม่รู้กฎ แอร์พูดภาษาอังกฤษ แล้วทำไมไม่ขอคำอธิบายเป็นภาษาไทย แปลก
๏ พี่ทำเพจของตนเอง แต่เอาเพจคนอื่นไปอ้าง แล้วบอกว่า พูดเร็ว แปลก
๏ พี่งัดกล้องมาถือส่องหน้าเขา ข่มขู่เขา เขาปกป้องตนเอง พี่ว่า เขายิ้มเยาะ แปลก
๏ พี่ขอโทษผู้โดยสารท่านอื่น ทั้งรู้ว่า ทำให้เขาเสียเวลา แปลก
๏ ขาไป เขาเอากระเป๋าลงใต้ท้องให้ฟรี พี่ไม่เอะใจ ลงเครื่องซื้อน้ำหนัก 315 บาท ไว้สบายใจ แต่เลือกจะเสี่ยงดวง แปลก
๏ อยากอธิบาย เปิดเผยเรื่องราว แต่ใช้นามสมมติออกทีวี แปลก
๏ คิดว่า คนอื่นจะเข้าข้างตนเอง ปรากฎผิดคาด เลยขออกสื่อหลัก แปลก

:: พี่แปลกดี โชคดีครับ พี่ไม่ใช่ขยะสังคมหรอก คนเราพลาดกันได้ ผิดกันได้ อยู่ที่พี่จะสำนึกผิดตามที่ออกรายการจริงๆหรือเปล่าเท่านั้นแหละ ผมเอาใจช่วย ::

ผมได้รับคำตอบจากมนุษย์ลุงว่า ผมคิดไปเอง มโนไปเอง ผมเลยตอบไปว่า จะมโนไปเองได้อย่างไรในเมื่อคุณพี่ไปออกรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ 22 นาที ผมดูตั้ง 3 รอบ ถ้าพี่ยังดื้อดึง พี่เตรียมทนายเก่งๆไว้สูคดีได้เลย

สิ่งที่ผมพยายามชี้ให้มนุษย์ลุงเห็นคือ การจงใจทำลายชื่อเสียงของสายการบิน เพราะเขา
๏ ทิ้งกระเป๋า-ควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ได้

๏ ถ่ายคลิป-เจตนาคุกคามชัดเจน

๏ แอบอ้างเป็นเจ้าของเพจดัง-ข่มขู่

๏ ชี้หน้าด่าเขา-ดูหมิ่น


:: พฤติกรรมเป็นเครื่องส่อเจตนา ::

"กฎและระเบียบการบินของกรมการบินพลเรือน ฉบับที่ 54 ระบุไว้ว่า หากผู้โดยสารก่อเหตุวุ่นวาย ใช้ถ้อยคำที่มีลักษณะเป็นการข่มขู่ คุกคาม เป็นอันตรายหรือดูหมิ่นต่อลูกเรือ หรือมีพฤติกรรมที่มีลักษณะข่มขู่ คุกคาม เป็นอันตราย ดูหมิ่น ไม่เป็นระเบียบต่อลูกเรือ หรือมีเจตนารบกวนการปฏิบัติหน้าที่ของลูกเรือ ผู้โดยสารจะต้องถูกควบคุมตัว หรือถูกเชิญลงจากเครื่องบิน และดำเนินคดีตามกฎหมาย"

นั่นแสดงว่า มนุษย์ลุงผิดเต็มๆโอกาสในการชนะคดีความไม่มีเลย สายการบินสามารถทำการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย เพราะทำให้ตารางการบินล่าช้า เครื่องที่ล่าช้าต้องไปบินในตารางการบินอื่นๆ และข่มขู่คุกคามผู้ปฏิบัติงานอย่างชัดเจน แค่ผู้โดยสารที่ต้องต่อเครื่องตกเครื่องบิน เขาเหล่านั้นรวมตัวฟ้องร้องค่าเสียหาย ผมประมาณการไว้ไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท งานนี้ คงต้องไกล่เกลี่ยกันก่อนตามระเบียบ นี่คือประเด็นที่ผมสื่อสารผ่านหน้าแฟนเพจของเขาจากเวลาตีสองจนถึงตีสี่

และในเย็นวันเดียวกัน ข่าวมนุษย์ลุงเดินทางไปขอขมาสายการบินก็เกิดขึ้น จากข่าวลือที่จะเป็นจดหมาย แต่กลายเป็นการเดินทางไปขอขมาด้วยตนเอง

“ดอกไม้ ช่อนี้เป็นการแสดงความสำนึกผิดของมนุษย์ลุง หลังจากพิจารณาแล้ว เขาคงคิดได้ว่า ถ้ายังดันทุรังต่อไป เขาต้องถูกฟ้องดำเนินคดีทางแพ่งอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะสำนึกได้จริงหรือไม่จริง เขาก็ได้ทำในสิ่งที่ควรจะทำแล้ว และเป็นการกระทำที่ฉลาดที่สุดของมนุษย์ลุงคนนี้”

:: ไม่ต้องเปลี่ยนใครครับ เปลี่ยนที่ตนเองนั่นแหละ มนุษย์ลุง ::

ไม่รู้ว่า มนุษย์ลุงจะเปลี่ยนใจจากการที่คุยกับผมหรือไม่ ไม่สำคัญ คงมีหลายคนที่คุยกับเขาคล้ายคลึงผม เขาดื้อรั้นพอสมควร และน่าสงสารที่เขามองเห็นปัญหาของคนอื่น แต่มองไม่เห็นปัญหาของตนเอง สิ่งที่ผมได้บทเรียนจากกรณีนี้คือ จงยึดมั่นในหลักฆราวาสธรรม 4 และสัปปุริสธรรม 7 ให้เป็นนิจสัย เพื่อไม่ให้ตนประมาทจากการคิด พูดและทำ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สุดปฐพี เวียงสี



ความเห็น (0)