ของดีที่ปากพนัง

ปากพนังที่เราสัมผัสเป็นเมืองเงียบๆ ไม่วุ่นวาย เดินตามถนนไม่ต้องคอยหลบรถ ของกินอุดมสมบูรณ์ และเรายังมีเพื่อนดีๆ อยู่ที่นั่นด้วย

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 ตุลาคม 2557 ผู้อาวุโส (สูงวัย) ชาวมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ 4 คนคือ ศ.ดร. วินัย ประลมพ์กาญจน์ รองอธิการบดีฝ่ายแผนงานและทรัพย์สิน รศ. ทวีพร ประลมพ์กาญจน์ รองคณบดีสำนักวิชาสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์ รศ.ดร.อมรา ช้างทรัพย์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ และดิฉัน ชวนกันไปสำรวจเมืองปากพนัง เผื่อจะพาทีมงานชุดใหญ่ไปสังสรรค์กันบ้าง เรานัดหมาย รศ.ดร.กัลยา ศรีสุวรรณ อดีตคณบดีสำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร ซึ่งเป็นชาวปากพนัง และ รศ.ดร.วีระศักดิ์ ทองลิมป์ ไว้

เมื่อ  2 ปีก่อนดิฉันเคยไปเที่ยวปากพนังกับเพื่อนร่วมรุ่นมาครั้งหนึ่งแล้ว (อ่านที่นี่)

เราเดินทางด้วยรถตู้ ออกจากมหาวิทยาลัยเมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ที่ท่าศาลาดูอากาศแจ่มใส ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง ก็ถึงที่หมายแห่งแรกคือบ้านของอาจารย์กัลยาซึ่งอยู่ริมแม่น้ำ ณ ปากพนังฝั่งตะวันออก บริเวณย่านนั้นมีร่องรอยของฝนตกก่อนหน้านี้ ท้องฟ้าที่ปากพนังมีเมฆครึ้ม

แม่น้ำมีน้ำอยู่สูง สีขุ่น แต่ก็ยังมองเห็นลูกปลาตัวเล็กๆ ในน้ำ และหอยตัวเล็กๆ ที่เกาะอยู่ตามแท่นปูนที่กันน้ำเซาะตลิ่ง


แม่น้ำ และท้องฟ้า ที่ปากพนัง


อาจารย์กัลยาต้อนรับพวกเราด้วยรังนกของแท้ทำเองรสชาติไม่หวาน ผู้ที่ยังไม่เคยมาคืออาจารย์อมราและอาจารย์ทวีพรเข้าไปดูห้องที่นกแอ่นเข้ามาทำรัง เราได้ความรู้เพิ่มเติมว่าการเก็บรังนกตามบ้านนั้น จะรอจนไข่นกเป็นตัวและลูกนกออกจากรังแล้ว ต่างจากการเก็บรังนกสัปทานตามเกาะต่างๆ ที่ถึงเวลาเก็บก็เก็บหมด

อาจารย์กัลยาพาเราไปกินอาหารกลางวันที่ชายทะเล ฝนตกเบาๆ พอดี ลมพัดแรง คลื่นแรง แต่ก็ยังเห็นมีเรือประมงอยู่ใกล้ๆ ฝั่ง อาหารมื้อนี้มีผัดหมี่ปากพนังที่อาจารย์กัลยาให้แม่บ้านผัดให้ มีทั้งที่เป็นก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กและเส้นหมี่ ผัดใส่กุ้งตัวเล็กๆ รสชาดเปรี้ยว หวาน มัน กลมกล่อม อร่อยมากๆ ดิฉันตักกินถึง 4 รอบ อาหารอื่น ได้แก่ ปูม้านึ่งตัวเล็กแต่เนื้อแน่น มีทั้งมันและไข่ กุ้งอบเกลือ ยำไข่ปลากระบอก แกงส้มปลากุเลา ไข่เจียว ผลไม้เป็นส้มโอที่ขึ้นชื่อของปากพนังซึ่งอาจารย์กัลยาซื้อเอาไว้ให้

เรานั่งคุยกันพักใหญ่ ฝนหยุดแล้ว จึงออกจากร้านมุ่งหน้าไปแหลมตะลุมพุก ชาวเราอยากจะไปที่ปลายแหลม รถวิ่งไปตามถนนเล็กๆ ที่สองข้างทางเป็นป่าต้นสน มีทั้งที่กิ่งหักและต้นล้ม ไม่มีใครดูแลตกแต่ง ที่แปลกก็คือตามกิ่งก้านของต้นสนมีใบแห้งๆ ที่ร่วงมาจากส่วนที่สูงขึ้นไปกองอยู่บนนั้นแต่ละต้นก็หลายกิ่ง

รถวิ่งไปจนเกือบถึงที่หมาย แต่ไปต่อไม่ได้เพราะน้ำทะเลขึ้นมาท่วมถนนและพื้นที่ข้างๆ เสียแล้ว จำเป็นต้องถอยรถย้อนกลับ ขากลับแวะเดินชายหาดครู่หนึ่ง แม้จะมีฝนปรอย ก็ยังมีชาวบ้านมาเที่ยวชายทะเลกัน


ชายหาด คลื่นค่อนข้างแรง


คลื่นซัดเปลือกหอยขึ้นมามากมาย


คณะของเราจากซ้าย รศ. ดร. วีระศักดิ์ รศ.ดร. กัลยา รศ.ดร.อมรา รศ.ทวีพร และ ศ.ดร.วินัย


เจอต้นนี้ที่ชายป่าสน


ป่าสนใกล้ชายหาด มีลูกสนเล็กๆ ร่วงอยู่เกลื่อนพื้น

เรากลับเข้าเมือง ดิฉันต้องการซื้อของที่ขึ้นชื่อที่ตลาดปากพนัง ค้นทางเว็บไซต์มาล่วงหน้าแล้วพบว่าของดีที่ปากพนังคือปลาบอกร้าและไข่ปลากระบอก ได้ชื่อร้านลุงไข่ป้าอองมาด้วย เราเดินเข้าตลาดไปหยุดที่ร้านเล็กๆ ร้านหนึ่ง เงยหน้าเห็นป้ายชื่อร้านตรงกับที่หาอยู่พอดี ดิฉันได้ปลาบอกร้าไซส์ใหญ่สุดของวันนั้นมาหนึ่งกิโล ไข่ปลากระบอก 1 ถุง (มีแค่นั้น) อาจารย์อมราซื้อปลาบอกร้าขนาดย่อมลงไป 2 กิโล


ปลาบอกร้าจากร้านลุงไข่ป้าออง


เราเดินเข้าไปในตลาดต่อ ช่วงบ่ายแก่ๆ มีแม่ค้ามาขายของทะเลทั้งสดและแห้งมากมาย เสียดายที่ไม่ได้ถ่ายรูปเอาไว้ ชอบใจปลากระบอกสดๆ คละขนาด กั้งเป็นๆ กิโลละร้อยกว่าบาท ฯลฯ อาจารย์กัลยาบอกว่าราคาต่อรองได้ วันนี้ยังไม่สะดวกที่จะซื้อของสด จึงได้แต่เดินชม (ตลาด)

ออกจากตลาดอาจารย์กัลยาพาไปซื้อขนมเปี๊ยะและขนมหวาน มีร้านรถเข็นขายขนมหวานไทยๆ มีลูกค้าอยู่หน้าร้านหลายคน อาจารย์วินัยซื้อข้าวเหนียวดำมีหน้าหลายห่อ อาจารย์อมราซื้อขนมกวนหน้าขี้มัน ขนมมันหน้ากะทิ ดิฉันซื้อ (ใช้เงินของอาจารย์วินัย) ขนมที่จำชื่อไม่ได้แล้ว ทำด้วยแป้งเหนียวๆ เป็นชิ้นคล้ายขนมถ้วยหน้ามีกลิ่นหอมเจียว เราไปนั่งกินขนมที่ซื้อและผลไม้ที่ร้านของลูกชายอาจารย์กัลยา พร้อมน้ำชาจีนร้อนๆ

เกือบเย็นแล้วแต่ไม่มีใครหิว ตอนแรกกะว่าจะกินอาหารเย็นกันที่ร้านอภิชาติ เลยเปลี่ยนแผนเป็นไปซื้ออาหารใส่ถุงกลับกัน ผู้หญิง 4 คนพากันเดินไปที่ร้านอภิชาติ สั่งอาหารกันไม่กี่เมนูแต่หลายถุง ที่มากที่สุดคือเส้นปลาราดหน้า 10 ชุด (แยกเส้นและน้ำ) ของดิฉัน 5 ชุดเอาไปฝากน้องๆ ที่ทำงาน (ทุกคนบอกว่าอร่อยมาก) นอกจากนี้ดิฉันยังซื้อขาหมูตุ๋น แฮ่กึ้นสดทอด แกงส้มปลากะพงผักรวม และปลาดุกกรอบผัดเผ็ด รวมแล้วถุงใหญ่มาก


เส้นปลาราดหน้าจากร้านอภิชาติ


ได้เวลาเย็นพอดี เราร่ำลาอาจารย์กัลยาเดินทางกลับมหาวิทยาลัย ตั้งใจว่าจะไปกันอีก อาจารย์กัลยาชวนให้ไปค้างที่บ้านจะได้ไปดูตลาดเช้าด้วย ความจริงถ้าอยู่เย็นอีกหน่อยก็จะมีขนมหวานเจ้าอร่อย (เป็นถ้วยๆ) อีกด้วย

ปากพนังที่เราสัมผัสเป็นเมืองเงียบๆ ไม่วุ่นวาย เดินตามถนนไม่ต้องคอยหลบรถ ของกินอุดมสมบูรณ์ และเรายังมีเพื่อนดีๆ อยู่ที่นั่นด้วย วันหน้าจะต้องไปอีกแน่นอน


วัลลา ตันตโยทัย

บันทึกเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2557 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน งานที่วลัยลักษณ์



ความเห็น (2)

ปากพนัง เมื่ออารธรรมทางน้ำของประวัติศาสตร์ลุ่มน้ำ

มาเพิ่มเติมข้อมูลว่าทอดปลาบอกร้าแล้ว ใส่หอมแดง พริก มะนาว อร่อยมาก