เคล็ดลับดูแลผิว

สิวนั้นเป็นโรคทางความงามที่เกิดกับวัยรุ่นไปจนถึงวับกลางคนอาจกล่าวได้ว่า เป็นแล้วต้องเสียเงินรักษาเรื้อรัง และแม้รักษาหายก็ยังทิ้งร่องรอยไว้ให้แก้ไข แต่ก่อนที่จะเป็นปัญหาบานปลายเรามาเซ็คสภาพผิวพร้อมหาวิธีรับมือและรักษาที่ทำได้ด้วยตัวเองกัน

สิวเกิดจากสาเหตุหลักคือ ฮอร์โมนที่ทำให้ต่อมไขมันทำงานมากขึ้น รองลงมาคือความเครียด เครื่องสำอางและอาหาร คนส่วนใหญ่คุ้นชื่อของสิวหลายหลายประเภทก็จริง แต่พอเจ้าเม็ดสิวผุดขึ้นมาบนใบหน้ากลับบอกประเภทสิวไม่ได้ ทำให้การดูแลรักษาไม่ตรงจุด เราจึงนำแบบทดสอบที่จะพาคุณไปหาคำตอบว่าสิวที่กำลังกวนใจคุณอยู่นั้นเป็นสิวประเภทใด แล้วมีวิธีการรักษาให้กับแต่ละแระเภทได้ถูกวิธีอย่างถูกต้องด้วย

แบบสำรวจลักษณะสิวบนใบหน้า

(สามารถตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)

1. ผิวหน้าของคุณมีตุ่มลักษณะเป็นอย่างไร

A. ตุ่มนูนแดง แข็ง เจ็บ เป็นหนอง

B. ตุ่มนูนสีเดียวกับผิว บางตุ่มมีจุดดำตรงกลาง

C. ตุ่มแดงเล็กหัวแหลมหลายๆ ตุ่ม คลำแล้วสากๆ

D. จุดสีดำหลายๆ จุดรวมกับผิว มีเส้นขนเล็กๆ

2. ผิวหน้าของคุณมีลักษณะเป็นอย่างไร

A. ผิวมันมากทั่วๆ ไปหน้า

B. ผิวธรรมดา

C. ผิวแห้ง

D. ผิวผสม มันเฉพาะช่วงทีโซน

3. เวลาที่คุณบีบเค้นหัวสิว สิ่งที่ออกมามีลักษณะเป็นอย่างไร

A. เป็นหนองข้น

B. เป็นเม็ดสีขาวข้น บางครั้งเป็นเม็ดสีมีดำปน

C. เป็นน้ำใส

D. เป็นเม็ดสีขาวข้นเข้มร่วมกับเส้นขนเล็กๆ

4. ตำแหน่งที่มีการกระจายของตุ่มคือ

A. เป็นกลุ่มแค่ 2 – 3 เม้ดกระจายทั่วใบหน้า

B. มักมีมากบริเวณแก้ม คาง และรอบปาก

C. กระจายตามทีโซน

D. มีมากที่จมูกและสองข้างจมูก

5. หลังการโดนแดดแรงๆ ตุ่มที่พบบนใบหน้า

A. ตุ่มนูนแดงเริ่มมีหัวหนอง

B. ตุ่มสีขาวเล็กๆ เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงเล็กน้อยเจ็บ

C. ตุ่มมีสีแดงมากขึ้น รวมถึงปริมาณมากขึ้นด้วย

D. จุดสีดำคงเดิม

6. ช่วงมีใกล้รอบเดือนภายในวันที่ 15 – 20 ของรอบเดือน ตุ่มนั้นเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างไร

A. มีการปวด บวม แดง มากขึ้น บางครั้งพบว่าเป็นอหนอง

B. เปลี่ยนจากตุ่มสีขาวเป็นสีแดงและเริ่มบวมเจ็บ

C. ตุ่มมีลักษณะเหมือนเดิม

D. เห็นจุดสีดำเด่นชัดขึ้น

7. หลังการอาบน้ำอุ่น อาบไอน้ำ หรืออบซาวน่า ผิวหน้าของคุณเป็นอย่างไร

A. ผิวมันเหมือนเดิม ตุ่มนูนแดงเท่าเดิม

B. ผิวแห้งลง ตุ่มสีขาวไม่มีการเปลี่ยนแปลง

C. ผิวหน้าแดงมากขึ้นโดยเฉพาะทีโซน

8. นอกจากใบหน้า คุณมีตุ่มหรือผื่นที่ผิวบริเวณใด

A. ใต้คาง

B. คอ หน้าผาก และแผ่นหลัง

C. หนังศีรษะ

D. ไม่มีบริเวณอื่นร่วมด้วย

9. หลังจากตุ่มหรือผ่านบนใบหน้ายุบลงแล้วเกิดรอยใดตามมา

A . รอยหลุมตื้นลึกสลับกัน

B. รอยดำเล็กๆ

C. ไม่มีรอยใดๆ

D. เห็นรูขุมขนกว้าง

10. หากคุณใช้เครื่องสำอางทาผิว คุณเคยมีอาการอยน่างไร

A. เกิดตุ่มแดงบวมเป็นจำนวนมาก

B. ตุ่มขาวมีปริมาณมากขึ้นที่แก้มและคาง

C. มีอาการคัดนยุบยิบเวลาทาครีม

D. ผิวนุ่มขาวใสตามสมบัติของครีมที่ใช้

ตอบข้อA มากที่สุด สิวอัดเสบ ตอบข้อC มากที่สุด สิวผด

ตอบข้อB มากที่สุด สิวอุดตัน ตอบข้อ D มากที่สุด สิวเสี้ยน

เมื่อทราบแล้วว่าสิวที่คุณเป็นอยู่จัดในประเภทไหน ก็ถึงเวลาที่จะรักษาสิวด้วยวิธีง่ายๆ ดังนี้

- สิวอักเสบ เป็นสิวที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ทำให้อักเสบรุนแรง สิวประเภทนี้มีอาการบวมแดงและเป็นหนองการรักษาจึงต้องกินวิตามินเอร่วมกับยาทากลุ่ม Clindamycin เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เมื่อเป็นสิวประเภทนี้ควรงดอาหารประเภทแป้งน้ำตาล และผลิตภัณฑ์จากนม ซึ่งช่วยกระตุ้นการอักเสบมากยิ่งขึ้น

– สิอุดตัน เป็นสิวที่พบมากประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ของคนที่เป็นสิว ได้แก่ สิวหัวขาว สิวหัวดำ เกิดจากการอุดตันของต่อมไขมัน ฮอร์โมนช่วงใกล้ประจำเดือน ความเครียด แพ้เครื่องสำอาง วิธีการรักษาควรทายากลุ่ม Tretinoin (Retin-A) เพื่อลดการละคายเคือง ควรล้างหน้าก่อนทายา 10 – 15 นาที ส่วนยากินจะเป็นกลุ่ม Retioids เช่น Roaccutane , Isotretionoin ช่วยลดปัญหาผิวมันและละลายสิวอุดตันได้ดี ข้อควรจำอีกอย่างของคนที่เป็นสิวประเภทนี้คือ ไม่ควรแกะสิวหรือล้างหน้าบ่อยเกิน 2 ครั้งต่อวัน เพราะจะยิ่งกระตุ้นให้สิวติดเชื้อ ลุกลามเป็นสิวอักเสบต่ไป

- สิวผดหรือสิวเทียม เป็นสิวเม็ดเล็กๆ ไม่มีหัวสิว พบมากในบริเวณทีโซน เกิดจากความร้อน แสงแดด และเครื่องสำอางข้อควร ข้อควรปฏิบัติสำหรับคนที่เป็นสิวประเภทนี้คือ ไม่ควรรวกวนสิวด้วยการล้างหน้า ถู แกะ เกา เพราะสิวผดจุยุบในเวลา 5 – 6 ชั่วโมง แต่สำหรับคนที่มีสิวผดมากอาจใช้ยากลุ่ม Benzoyl Peroxide ความเข้ทมข้น 2.5 % ทาทิ้งไว้ 5 – 20 นาที แล้วทารงออกหรือทายากลุ่ม Tretinoin (Retin-A) ชะช่วยลดสิงผดได้

- สิ้วเสี้ยน การรักษาสิวเสี้ยนอาจใช้แผ่นลอกสิวที่มีสานยึดติดผิวชั้นหนังกำพร้า และส่วนผสมของกรดซาลิไซลิก ทำให้สิ่งอุดตันและหนังกำพร้าบริเวณนั้นลอกหลุดได้ง่ายขึ้น หลังจากลอกสิวเสี้ยนคุณอาจสังเกตรูขุมขนกว้าง แต่อาการนี้จะเกิดเพียงชั่วคราวและรูขุมขนผิวหน้าจะกลับสู่สภาพเดิมในที่สุด

เนื่องจากผิวหน้าของเรามีต่อมไขมันอยู่มาก เมื่อมีแผลเป็นจากสิว ผิวหน้าของเรามีต่อมไขมันอยู่มาก เมื่อมีแผลเป็นจากสิว ผิวหน้าจะเยียวยาตัวเองจนรอยสิวจางลง หากแต่ต้องใช้เวลานาน การทาผลิต๓ณฑ์ที่มีส่วนผสมของวิตามินเอ วิตามินซี ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้รอยสิวลบเลือนเร็วขึ้นได้

การใช้ยารักษาสิวนี้เหมาะสมกับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ คนที่มีผิวแพ้ง่ายหรือกำลังตั้งครรภ์ควรอยู่ในการดูแลของแพทย์

ที่มา : วารสาร HEALT & CUISINE

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เคล็ดลับดูแลสิว



ความเห็น (0)