อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมมากมาย จากทั้งโรงเรียนเองและหน่วยงานอื่น ซึ่งดาหน้ากันเข้ามาเบียดแทรกการจัดการเรียนการสอน หรือ ภาระงานอื่นของครูมีมาก จนส่งผลกระทบต่องานสอน ซึ่งเป็นหน้าที่หลัก รวมถึงการนิเทศติดตามประเมินผลที่ไม่ต่อเนื่องจริงจัง ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้ เพราะแนวคิดผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องทั้งหลายในทุกระดับ ยังไม่ตระหนักจริงว่า การจัดการเรียนการสอนต้องเป็นภาระงานสำคัญที่สุดของโรงเรียน

อ่านข่าวนักเรียนจ้างทำการบ้านแล้ว เดิมทีไม่รู้สึกอะไร ขำด้วยซ้ำ ที่ครูผู้สอนปล่อยให้เกิดขึ้นได้ นักเรียนสมัยนี้ก็สุดๆเลยเหมือนกัน ไม่รับผิดชอบ จะเอา(แต่คะแนน)ลูกเดียว ความเจริญก้าวหน้าของสื่อสังคมออนไลน์ด้วย ที่ทำให้สิ่งต่างๆง่ายดายขึ้น จนกระทั่งง่ายเกิน บ่มเพาะให้เป็นคนง่ายๆไป “ไม่ใฝ่เรียนรู้ ไม่สู้งาน"

การจัดการศึกษาซึ่งถูกปรามาสตลอดมานั้น ปัญหามีมากมาย คล้ายทุกคนรู้ ผู้มีหน้าที่ก็รู้ แต่ก็มักแค่พูด ลงมือแก้จริง แก้ที่ต้นตอ ไม่ค่อยเห็น ผลสัมฤทธิ์ถดถอยลงเรื่อย ทั้งในระดับพื้นฐานและอุดมศึกษา ผลสำรวจล่าสุดตามหลังหลายๆประเทศ แม้แต่ในชาติอาเซียน ธรรมดากระมัง ก็ไม่เห็นจริงจังอะไร

การจัดการเรียนการสอนน่าจะสำคัญที่สุด แต่ก็ยังไม่ใช่ กิจกรรมโน่นนี่แทรกเข้ามา ทั้งของโรงเรียนเองและหน่วยงานอื่น โดยเฉพาะใกล้สิ้นปีงบประมาณ เวลาเข้าร่วมกิจกรรมเหล่านี้ของเด็กๆยิ่งจะมีมาก ชั่วโมงเรียนในห้องเรียนปกติจึงลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ภาระงานครูอีก ทั้งงานประจำและงานจร บางครั้งไม่ได้สอนต้องสั่งให้นักเรียนทำงาน ไม่อย่างนั้นงานอื่นก็ทำไม่ทัน สุดท้ายเกิดผลกระทบ เพราะอย่างไรครูก็สอนจบตามหลักสูตรได้ ด้วยกลวิธีต่างๆ รายงาน สรุป แบบฝึกหัด ฯลฯ การบ้านนั่นเอง ที่ครูจำเป็นต้องมอบหมาย สอดคล้องกับหลักสูตรไม่ใช่หรือ? นักเรียนเป็นสำคัญ คิด ค้นคว้า สร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง(ฮา)

การบ้านมากมายจากหลายกลุ่มสาระ ต่างคนต่างสั่ง ประเดประดังจนนักเรียนรับมือไม่ไหว มาจากเหตุนี้ด้วย ไม่ได้สอนก็ใช้วิธีมอบหมายให้ไปเรียนรู้เอง จะว่าไปบูรณาการระหว่างกลุ่มสาระ เพื่อมอบหมายงาน เราคุยกันมาก่อนหน้านี้แล้ว ก็แค่หยิบหลักสูตรมาพิจารณา งานใดครอบคลุมหลายสาระวิชา ก็มอบหมายเสียงานเดียว อย่างเดียว แต่มาถึงวันนี้ ยังพูดซ้ำเดิม “การบ้านนักเรียนมาก เรียนหลายวิชา ครูต่างคนต่างสั่ง" แสดงว่าที่ผ่านมาแค่พูด เพราะรู้ว่าประเดี๋ยวก็เงียบ นอกจากนั้น การที่ปัญหาการบ้านมากยังคงอยู่ ยังเชื่อมโยงให้เห็นอีกเรื่อง การนิเทศติดตามประเมินผล

ทั้งที่ชัดแจ้งทั้งสาเหตุและวิธีการแก้ไข เวลาก็ผ่านมานานพอดูแล้ว ทว่าปัญหายังคงเดิม อาจเพราะสองสามอย่าง หนึ่งที่ผ่านมาไม่ได้ลงมือแก้ไขอะไรเลย สองวิธีแก้ไขที่ทำมาไม่ได้ผล สามไม่รู้ได้ผลหรือไม่ เพราะไม่เคยติดตามประเมินอย่างจริงจัง

การนิเทศติดตามการจัดการเรียนรู้ สอนแล้วนักเรียนรู้มั้ย เป็นไปตามแผนหรือเปล่า ถ้าติดขัดไม่ได้ผล เป็นเพราะเหตุใด ครูผู้สอนต้องปรับแก้อย่างไร ควรสนับสนุนโรงเรียนและครูในเรื่องใด สื่อ วิธีการ หรืออื่นๆ ถ้ากระบวนการนิเทศติดตามเป็นไปด้วยความเข้มแข็งต่อเนื่องเช่นนี้ ปัญหานักเรียนจ้างทำการบ้านคงไม่เกิดหรือไม่อย่างนั้นก็ไม่หมักหมม เพราะมันก็แค่ปัญหาหนึ่งในกระบวนการจัดการเรียนรู้ของครูแต่ละคนในแต่ละรายวิชาเท่านั้น

อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมมากมาย จากทั้งโรงเรียนเองและหน่วยงานอื่น ซึ่งดาหน้ากันเข้ามาเบียดแทรกการจัดการเรียนการสอน หรือ ภาระงานอื่นของครูมีมาก จนส่งผลกระทบต่องานสอน ซึ่งเป็นหน้าที่หลัก รวมถึงการนิเทศติดตามประเมินผลที่ไม่ต่อเนื่องจริงจัง ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้ เพราะแนวคิดผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องทั้งหลายในทุกระดับ ยังไม่ตระหนักจริงว่า การจัดการเรียนการสอนต้องเป็นภาระงานสำคัญที่สุดของโรงเรียน

อีกเรื่องเป็นเรื่องติว เรียนพิเศษ หรือกวดวิชา นับวันแต่จะมากขึ้น บางคนบอกก็ดีกว่าไม่ได้เรียน ผิวเผินก็น่าจะเป็นเช่นนั้น แต่ถ้าพิจารณาให้ถ่องแท้ นี้เป็นอีกเหตุที่ฟ้องถึงความล้มเหลวของการจัดการศึกษา การสอนเพียงเพื่อให้ทำข้อสอบได้ บอกวิธีลัด บอกเทคนิค สรุปเนื้อหาให้ จะได้กากบาทถูก แล้วเมื่อไรเด็กๆจะคิดวิเคราะห์เป็น จะมีศีลธรรมจรรยา หรือจะมีทักษะการดำเนินชีวิตที่ดีเสียที ที่สำคัญความผิดเพี้ยนของการจัดการศึกษานี้ขยายตัวไม่หยุด กลายเป็นธุรกิจใหญ่โต สร้างภาระให้กับผู้ปกครองเป็นเงินจำนวนมหาศาล มิหนำซ้ำผู้มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง ก็มิได้ยืนหยัดต่อความถูกต้อง ระยะหลังการติว การสอนพิเศษ หรือการกวดวิชา ระบาดหนักเข้าไปถึง แม้แต่ในห้องเรียน

ขนาดหลักใหญ่ใจความของพ.ร.บ.การศึกษา พ.ศ. 2542 เน้นนักเรียนเป็นสำคัญ การศึกษาต้องสร้างให้คนคิดเองทำเองเป็น “โรงเรียนต้องให้เบ็ดตกปลา มิใช่จับปลาป้อน" การเรียนการสอนต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบ ครูต้องเป็นเพียงผู้สนับสนุนให้นักเรียนได้เรียนรู้ เพื่อสร้างนักคิดนักวิเคราะห์ ครูจะมาบอกเล่าบรรยายความรู้เหมือนแต่ก่อนไม่ได้แล้ว

สถานการณ์จัดการเรียนรู้ในห้องเรียนปกติก็เช่นกัน ไม่เปลี่ยนไปจากเดิมมากนัก ครูยังสอนคล้ายเดิม ทั้งนี้เพราะการเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย ยังคงคัดเลือกด้วยการทำข้อสอบ โดยเฉพาะแบบเลือกตอบ ซึ่งใช้ทักษะคิดวิเคราะห์น้อยเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว การสอนแบบบรรยายให้รู้เนื้อหา จึงยังคงสอดคล้องกับชีวิตจริง ที่ทุกคนมุ่งเข้าสู่มหาวิทยาลัยที่ดีมีชื่อเสียง เป็นเหตุผลให้ครูหลายๆคน ยังคงสอนด้วยวิธีเดิมๆ

การที่รับมาแต่แบบสำเร็จรูป ในห้องเรียนครูก็สอนแบบบรรยาย ยิ่งมีกิจกรรมแทรกเข้ามามาก เวลาเรียนน้อย ครูยิ่งจะสอนให้รู้แค่เนื้อหา ตามมาด้วยการมอบหมายการบ้าน การบ้านมากๆเข้า ครูตรวจไม่ทันเอง งานอื่นที่โรงเรียนมีมากเป็นอีกเหตุผลหนึ่ง ครูบางคนบอกแค่ลงลายมือชื่อว่าตรวจแล้วก็ใช้เวลาโขอยู่ ครูบางคนซื้อตราประทับเอาเลย แล้วจะน่าแปลกใจอะไร ถ้าเด็กๆจะจ้างใครก็ไม่รู้ทำการบ้านมาส่ง

การที่การเรียนกวดวิชาตามสถาบัน หรือแม้แต่การติวหรือเรียนพิเศษในโรงเรียนเอง ต่างก็เน้นสอนเพื่อให้ทำข้อสอบได้ ด้วยการยัดเยียดเนื้อหา บอกวิธีลัด พื้นฐานที่มาไม่ต้องรู้ก็ได้ เทคโนโลยี เว็บไซต์ ครูกูเกิ้ล ทำให้ชีวิตหรือภาระงานของเด็กๆง่ายขึ้น เรียนรู้อะไรก็สะดวก ค้นคว้าความรู้ก็ง่าย อาการติดสบายจึงเกิดและสะสม สุดท้ายกลายเป็นคนง่ายๆ ไม่รับผิดชอบ แค่ทำข้อสอบได้ แค่ให้ได้คะแนน หรือแค่ประโยชน์ตัวเองเป็นพอ คุณธรรมจริยธรรมลดลงกับการดำเนินชีวิตเยี่ยงนี้

รู้สึกบอกไม่ถูก เมื่อผู้รับผิดชอบจัดการศึกษาระดับชาติ ให้แนวปฏิบัติแก่โรงเรียนหรือครู เกี่ยวกับการให้การบ้านนักเรียน ได้แก่ ให้อย่างเหมาะสม ไม่ยากและไม่มากเกินไป ให้ทำงานเป็นกลุ่มมากขึ้น เพื่อโอกาสในการทำงาน และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ฯลฯ (ที่มา http://www.kruthai.info) ที่รู้สึกบอกไม่ถูก เพราะต่อไปมิต้องละเอียดลึกซึ้งกว่านี้ล่ะหรือ? อาทิ เกณฑ์พิจารณาอนุญาตให้นักเรียนเข้าห้องน้ำ , แนวคิดการจัดป้ายนิเทศ , แนวปฏิบัติในการขีดเส้นคั่นหน้าในสมุดแบบฝึกหัด ฯลฯ เป็นต้น

ผู้รับผิดชอบจัดการศึกษาถึงในระดับชาติแล้ว พิจารณาเฉพาะเรื่องใหญ่ๆ หรือ เรื่องที่สำคัญกว่านี้จะดีไหม? อาทิ การจัดการเรียนสอนต้องเป็นงานสำคัญที่สุด และต้องเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ , การติวหรือสอนพิเศษ ที่เน้นเพียงการทำข้อสอบได้ จะทำอย่างไร? เพราะประเด็นเหล่านี้ครอบคลุมอีกสารพันปัญหาการศึกษา ซึ่งสังคมมักวิพากษ์ จ้างทำการบ้านนี้ก็ด้วย อีกนัยหนึ่ง หากระดับนโยบายมัวสนใจแต่เรื่องย่อยๆ แล้วเพิกเฉยเรื่องใหญ่ ซึ่งเป็นต้นตอหรือเป็นที่มาที่ไป เช่นนั้นแล้ว ปัญหาก็ยากจะสำเร็จหรือยั่งยืน

สำหรับเรื่องการบ้านหรือเรื่องเล็กๆน้อยๆ ให้ผู้ปฏิบัติคิดเองทำเองบ้างเถอะ จะได้เป็นตัวอย่างให้โรงเรียนหรือครูด้วย ว่าการจัดการเรียนรู้ โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญนั้น ควรเปิดโอกาสให้นักเรียนคิดเองทำเอง อย่างไร?

(ภาพประกอบ : ปฏิบัติการเรียนรู้โครงสร้างหัวใจ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/1)