ระบบนี้เป็นเครื่องมือให้คนได้ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมพัฒนา ไปด้วยกัน ได้เรียนรู้ร่วมกันตลอด

ตอนที่ 1 และ 2

เวลาประมาณเที่ยงกว่าเล็กน้อย คณะของเราเดินทางไปถึงศูนย์แพทย์ทางเลือกขัวมุง พื้นที่กว้างใหญ่ มีต้นไม้ร่มรื่น มีอาคารชั้นเดียวเป็นหลังๆ ทั้งที่เป็นอาคารแข็งแรงและเป็นซุ้มๆ


ภายในบริเวณศูนย์แพทย์ทางเลือกขัวมุง


ซุ้มที่ให้บริการ


เรารับประทานอาหารกลางวันที่นี่ อาจารย์วิลาวัณย์บอกว่าเป็นเมนูที่ทีม อสม. ทำขึ้น มีหลายอย่าง ได้แก่ แกงผักเชียงดากับปลาย่าง แกงจืดแตงกวากับหมู ลาบคั่ว ห่อหมกปลา ไส้อั่ว น้ำพริกปลา ผักต้ม อีกอย่างจำไม่ได้ว่าเป็นต้มยำอะไร เพราะดิฉันกินแกงผักเชียงดา ไส้อั่ว น้ำพริกปลาและผักต้มเป็นหลัก


อาหารกลางวัน


ต่อจากนั้นเรารับฟังการทำงานของพื้นที่จากคุณขวัญฟ้า ทาอิ่นคำ หัวหน้า รพ.สต. อาจารย์วิลาวัณย์ เตือนราษฎร์ (กล้วย) อาจารย์พยาบาลที่รับผิดชอบพื้นที่ และทีม อสม. หัวหน้า รพ.สต. ผ่านการฝึกเป็นวิทยากรกระบวนการและ Coaching อสม.ก็ฝึกการเป็นวิทยากรกระบวนการด้วย ก่อนเริ่มรายการก็มีผู้มานำให้เรายืดเส้นยืดสายและทำกิจกรรมฝึกสมองกันเล็กน้อย


คุณขวัญฟ้า ทาอินคำ

ตอนเริ่มมีปัญหาเรื่องข้อมูลที่ได้จาก สอ. และ รพ. ไม่ตรงกัน ถ้าจะเก็บเองจากแบบสอบถามจะมีค่าใช้จ่ายสูง จะทำงานต้องรู้สถานการณ์สุขภาพ มีอาจารย์พยาบาลรับผิดชอบคนละพื้นที่ กระบวนการพัฒนาชุดแบบสอบถาม มีตั้งแต่การช่วยกันออกแบบ ถามคนในพื้นที่ ทดลองนำร่อง เวลาไปเก็บข้อมูลให้เยาวชนจับคู่กับ อสม. เยาวชนใช้ Smart phone เป็น แต่ไม่กล้าเข้าไปถาม ในขณะที่ อสม. เข้าหาชาวบ้านได้ (คู่หูบัดดี้) ตอนหลัง อสม. ก็ใช้เป็น เก็บข้อมูลแล้วเยาวชนได้รู้จักชุมชนมากขึ้น เก็บข้อมูลได้ 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ มีการคืนข้อมูลระดับอำเภอ 1 ครั้ง พื้นที่ 1 ครั้ง ดูข้อมูลแล้วอาจารย์ช่วยถามนำ เกิดแผนผู้สูงอายุ แผนเยาวชน “ชุมชนเป็นสุข ผู้สูงอายุเป็นศรี เยาวชนเป็นคนดี นี่คือขัวมุง”

คุณขวัญฟ้าและอาจารย์วิลาวัณย์ (กล้วย) ช่วยกันเล่าว่าใช้ข้อมูลอย่างไร ได้ทำอะไรบ้าง และจะทำอะไรต่อไป

เกิดแผนชุมชนเป็นสุข มีการพัฒนา อสม. เช่น การเจาะ capillary BG มีการติดตามผู้เป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ให้ความรู้แก่ผู้สูงอายุได้ เกิดจิตอาสาที่ไม่ใช่เฉพาะ อสม. มีการพัฒนานวัตกรรมสุขภาพชุมชน เช่น สื่อปฏิทินสุขภาพชุมชน ที่มีสาระความรู้ ได้รับรางวัลชนะเลิศไข้เลือดออกระดับอำเภอ พัฒนา อสม.ในการดูแลผู้สูงอายุ โครงการชุมชนปลอดบุหรี่ชีวีปลอดภัย แผนเยาวชน มีการพัฒนาแกนนำ พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ

การเก็บข้อมูล ใช้การสัมภาษณ์ การสังเกต หนึ่งคู่เก็บข้อมูลหนึ่งหมู่ ซื้อ Smart phone ให้ บางทีก็ใช้โน๊ตบุ๊คเสียบแอร์การ์ด มีอาจารย์ทำหน้าที่เป็น Call center คอยแก้ปัญหาเวลาเก็บข้อมูล บางพื้นที่ก็ใช้วิธีเก็บข้อมูลมาแล้วจึงคีย์เข้าระบบ

ข้อดีของระบบคือเข้าดูที่ไหนก็ได้ ไม่ต้องขอข้อมูล กำลังพัฒนาระบบ alert ที่โรงเรียนและศูนย์เด็กเล็ก แต่ละพื้นที่สนใจข้อมูลไม่เหมือนกัน มีการลงข้อมูลผิดเหมือนกัน แต่ชาวบ้านไม่ว่า ชาวบ้านตื่นเต้นที่เห็นบ้านของตัวเองบน Google map เก็บข้อมูลเสร็จเป็นหน้าๆ แล้ว save ได้

จากประสบการณ์พบว่าเจ้าหน้าที่เก็บข้อมูล error มาก เพราะไม่อ่านคู่มือ เยาวชนไม่รู้ก็จะดูคู่มือและกล้าถาม เยาวชนและ อสม. ไปด้วยกันดี มีการถามเพิ่มเติม บริษัท TRUE ให้ voice call และ Sim card


คณะผู้มาเรียนรู้


ผู้ฟังมีคำถามว่าข้อมูลที่มี อสม.ใช้ประโยชน์อย่างไร คำตอบคือช่วยให้การทำงานทันสมัยขึ้น ช่วยให้พยาบาลมีข้อมูล เยาวชนได้รู้ข้อมูลทั้งหมู่บ้าน หัวหน้า รพ.สต. บอกว่าได้เห็นข้อมูลในภาพรวม เกิดเครือข่ายสุขภาพในชุมชน ใช้ทำงานได้ Link กับท้องถิ่นผ่านการทำงานกับอำเภอ ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน ท้องถิ่นบางแห่งก็ส่งบุคลากรฝ่ายสาธารณสุขเข้ามาร่วม ให้งบประมาณมาทำงาน


ทีม อสม. เล่าการทำงานและการใช้ข้อมูลได้อย่างดีมากทุกคน


ทีม อสม. เล่าว่าตำบลมี อสม. 100 คน อสม.ต้องมีข้อมูลในมือที่เป็นปัจจุบัน ข้อมูลคือรายละเอียดของหมู่บ้าน ถ้ารู้จะดีเพราะเมื่อมีคนมาถามจะตอบได้ทันที ง่ายต่อการทำงาน ทำงานได้รวดเร็วขึ้น ชัดเจนขึ้น ถูกต้องขึ้น สื่อสารได้ตรงกัน ทำให้เป็น อสม. ที่ทันสมัยขึ้น ถ้าไม่มีอาจหลงลืมบ้าง จิ้มดูได้ เห็นข้อมูลหมู่อื่นด้วย แต่ก่อนรู้แต่หมู่เรา ทำให้มีความเป็นชุมชนมากขึ้น

ผญบ. มีข้อมูลที่แม่นยำ เอาไปจ่ายเบี้ยยังชีพ

ระบบนี้เป็นเครื่องมือให้คนได้ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมพัฒนา ไปด้วยกัน ได้เรียนรู้ร่วมกันตลอด เยาวชนรู้เร็ว เช่น เรื่องไข้เลือดออก (เยาวชนเรียนรู้เร็ว พอได้เก็บข้อมูลแล้วรู้) แต่ก่อนเยาวชนเอาแต่ติดเกม เกิดความผูกพันกับชุมชน นำเพื่อนเข้ามา


วัลลา ตันตโยทัย

บันทึกเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2557