เช้าวันนี้ผมไม่ต้องไปส่งเจ้าต้นไม้เพราะ อ.จัน ต้องไปประชุมแต่เช้าเลยออกไปส่งแล้วแวะไปคณะเลย ผมเลยมีโอกาสนั่งเขียนบันทึกถึงประสบการณ์ของการซ้อมเมียเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยที่มีข่าวดาราดังหย่ากับนักการเมืองดังทั้งๆ ที่แต่งงานกันได้แค่ไม่กี่เดือน แล้วก็มีรูปของดาราสาวที่ถูกสามีซ้อมออกมาเป็นข่าวใหญ่โต

มาถึงวันนี้ผมซ้อมเมียมาได้เกือบปีครึ่งแล้วนะครับ ซ้อมเสียสะบักสะบอมมากทีเดียว แต่เดี๋ยวนี้เมียผมดีขึ้นเยอะแล้ว ทนขึ้นเยอะเมื่อเทียบกับช่วงที่ถูกซ้อมแรกๆ

เมื่อวานเมียก็พึ่งมาโชว์ว่ากางเกงที่ใส่ตอนนี้แม้ว่าใส่เบอร์เล็กลงกว่าเดิมก็ยังดูหลวมๆ แต่ช่วงเอวยังไม่ลด

ผมเลยบอกว่าต้องซ้อมให้หนักขึ้น โดยเฉพาะร่างกายช่วงบนที่ไม่ลดถ้าวิ่งอย่างเดียว วันก่อนซื้อนวมและ Hyperflex Strike Bag ของ Everlast มาแล้วจะได้ทั้งเตะทั้งต่อยให้น่วมไปเลย เดี๋ยวนี้อุปกรณ์ซ้อมเมียหาซื้อง่ายขึ้นเพราะกระแส MMA พวก CrossFit มาแรง

นี่ว่าจะซื้อ Punch Mitts มาตบเมียด้วย จะได้เล่นสองคนได้ ให้เมียไว้ใช้ตบลูกด้วยก็น่าจะดี

ตอนแรกๆ ที่ผมซ้อมเมียนั้น คนซ้อมต้องใจเย็น เพราะต้องใช้เวลาเนื่องจากเขาเป็นคนที่ไม่เคยถูกซ้อมมาก่อนในชีวิต แล้วไหนจะถูกฝังหัวจากความเชื่อผิดๆ ของคนที่ไม่เคยซ้อมอีกมากมาย อาทิเช่น "วิ่งมากเข่าเสีย" "ผู้หญิงยกน้ำหนักแขนใหญ่" และอื่นๆ อีกมากมาย

คนที่พูดอย่างนี้น่าจะจับมาห้อยหัวเสียให้หมด ถ้าไม่เรียนรู้เทคนิคทำอะไรก็อันตรายทั้งหมดนั่นล่ะ อย่าว่าแต่เรื่องที่ต้องออกแรงเลย กินปลาทอดแกะก้างไม่เป็นก็ก้างตำคอได้

คนที่เคยผ่านการซ้อมมาแล้วแม้จะห่างหายไปนานเมื่อมาถูกซ้อมใหม่จะมีความทนกว่าคนที่ไม่เคยถูกซ้อมมาก่อน เรื่องนี้เป็นเรื่องของจิตใจ นี่คือสาเหตุที่นอกจากซ้อมเมียแล้วผมเลยพยายามซ้อมลูกด้วย เอาให้ทนมือทนตีนตั้งแต่เด็ก

การซ้อมเมียถ้าจะให้ทนได้นั้นต้องเริ่มช้าๆ และเริ่มซ้อมให้โดนอวัยวะภายในก่อน นั่นคือต้องทำให้ "ปอด" "ตับ" "ไต" ทนมากขึ้น อวัยวะเหล่านี้พอทนแล้วจะทำให้ถูกซ้อมในแบบอื่นๆ ได้ง่ายขึ้น ปอดต้องใหญ่ขึ้นและรับออกซิเจนได้ดีขึ้น ส่วนตับต้องมีความสามารถในการเผาผลาญไขมันเป็นพลังงานเร็วขึ้น เพราะถ้าซ้อมนานๆ แบบเอาให้ทน (Endurance) ร่างกายเราจะใช้ไขมันเป็นหลัก ยิ่งซ้อมกันเป็นหลักหลายชั่วโมงแล้วเป็นเรื่องของการใช้ไขมันล้วนๆ ทีเดียว แต่คนที่ไม่เคยถูกซ้อมจะไม่ค่อยมีความสามารถในการใช้ไขมันเท่าไหร่นัก ใช้น้ำตาลเป็นหลัก พอน้ำตาลหมดก็เข่าทรุด นั่งร้องอ้อนวอนขอความเมตตาแล้ว

พออวัยวะภายในของเมียเริ่มทนต่อการถูกซ้อม เราก็เริ่มสามารถยืดเวลาในการซ้อมได้มากขึ้นเรื่อยๆ และหลังจากนั้นก็เริ่มซ้อมอวัยวะภายนอกและเริ่มซ้อมแรงขึ้นด้วยกิจกรรมที่หลากหลายได้

จะซ้อมเมียจนเห็นได้ชัดว่าผอมก็ตอนที่ "ตี" เมีย (HIIT - High-Intensity Interval Trainning) นั่นคือต้องซ้อมให้หนักจนแทบไม่ไหวในช่วงเวลาสั้นๆ แล้วให้หยุด แล้วก็ซ้อมหนักอีกสลับกันไป

ใช้สูตรซ้อมเมียแบบญี่ปุ่นก็ดี คิดค้นโดยสามีชื่อว่านาย Tabata คือหลังจากอุ่นเครื่องแล้ว ให้ซ้อมให้หนักขนาดหายใจแทบไม่ทัน 20 วินาทีแล้วให้พัก 10 วินาที สลับกันไปทั้งหมดแปดรอบ ใช้เวลาประมาณสี่นาทีถือเป็นหนึ่งเซ็ต หลักจากนั้นพักยาวจนรู้สึกหายเหนื่อยก็เริ่มอีกเซ็ต ทำอย่างนี้ได้สักสามเซ็ต สัปดาห์ละสามครั้งเขาว่ากำลังดี

เดี๋ยวนี้เมียผมทนทานกับการซ้อมมาก เมื่อเทียบกับปีกว่าๆ ที่ผ่านมาแล้วแทบไม่น่าเชื่อว่าเมียจะทนได้ขนาดนี้ จากคนที่ไม่เคยถูกซ้อมมาตั้งแต่เด็ก เดี๋ยวนี้เธอสามารถวิ่งรอบสนามกีฬาสิบรอบโดยไม่หยุดได้สบายๆ ให้วิ่งสิบห้ารอบก็ยังไหว

นี่ว่าจะพาเมียไปโชว์ตามงานวิ่งต่างๆ แต่ตื่นกันไม่ไหวเขาจัดกันเช้าเกินไป ทำไมไม่มีใครจัดงานตอนเย็นไปถึงมืดบ้างก็ไม่รู้

แต่ช่วงนี้พยายามเน้นซ้อมร่างกายช่วงบนของเมียเป็นหลัก ร่างกายช่วงล่างถือว่าทนตีนแล้ว แต่ช่วงบนยังไม่ทนมือ เอาไว้ทนมือทนตีนเต็มที่อาจจะส่งไปงาน CrossFit Games ที่อเมริกาเลย

อาจได้ไปเจอดาราดังที่บอกว่าจะหลบไปพักใจที่อเมริกาพอดี