ผมมีความเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่า

เราล้วนเกิดมาเพียงเพื่อค้นหาความรัก
และเกิดมาเพียงเพื่อให้ความรักได้ค้นหา
นั่นจึงเป็นที่มาที่ไปของแก่นคิดหลักในทำนอง
"การตามหาใครสักคนคือความรื่นรมย์ของชีวิต"


การออกเดินทางตามหาใครสักคนในมิติคิดของผม
มีสองกรณีเป็นที่ตั้ง-
นับตั้งแต่อยู่คนเดียวเปลี่ยวเปล่า เหงา-โสด
จึงใช้ชีวิตเพียงเพื่อตามหา- ค้นหาใครสักคนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
และอีกกรณีคือ สภาวะของการ
พลัดพราก
พลัดพรากทั้งที่ยังรัก และพลัดพรากแบบเลิกร้าง
(แต่ตัดใจไม่ได้ จึงทำทุกอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่ขาดหายคืนกลับมา)


...


ผมเขียนลำนำท่อนนี้ในปีเกือบๆ ปลายปี ๒๕๕๓
เขียนในสภาวะแห่งใจของการตามความฝันที่มันหล่นหายไปจากชีวิต
สารภาพว่าเป็นการตามหาด้วยอารมณ์หม่นมัว เทาๆ ทึบๆ
แต่ก็สุขใจ และมีพลังกับการ "ตามหา" เพียงเพราะรู้สึกว่า
สิ่งที่กำลังตามหานั้น มีตัวตน และยังอาทรต่อเราไม่แพ้กัน

ครับ, มุมคิดเฉกเช่นนี้ ผมถือเป็นพลังบวก
เป็นพลังคิดในมุมบวก
ช่วยให้ชีวิตไม่แห้งแล้งปราศจากความหวัง และสิ้นหวัง

ในทำนองเดียวกันนี้
การตามหาสิ่งที่ว่านั้น
ก็มิได้หยัดยืนว่าต้องตามหาเพื่อให้ได้คืนกลับมาเสียทั้งหมด
หากแต่หมายถึงการตามหาเพื่อให้รู้ข่าวคราว-ความเป็นไป
ให้ได้รับรู้ว่าความฝันที่หล่นร่วงไปนั้น บัดนี้อยู่ที่ใด ในสถานะใด
ยังคงอยู่ หรือแตกดับไปแล้ว....

ชีวิต มันมีหลากมุมเสมอ
ได้ ไม่ได้, พบ ไม่พบ, คืน ไม่คืน ฯลฯ
ผมมองควบคู่ไปพร้อมๆ กันเสมอ
แต่ทั้งปวงคือการต้องลงมือทำ -
ส่วนผลพวงแห่งการลงมือทำจะเป็นใด นั่นเป็นอีกเรื่อง
ด้วยเหตุนี้ ผมจึงตามหา และตามหา




แน่นอนครับ ผมเองก็เชื่อว่าการรอคอยเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
เป็นส่วนหนึ่งของการตามหาความฝัน หรือสิ่งอันเป็นที่รัก

กล่าวคือ-
บางขณะเรารอคอยผ่านการเดินทาง
บางขณะเรารอคอยผ่านการนิ่งเงียบอยู่ ณ มุมใดมุมหนึ่ง
และการรอคอยก็มิได้หมายถึงการรอเพื่อให้ได้สิ่งใดสิ่งหนึ่งเสมอไป
หากแต่เป็นรอเพียงพอรับรู้ความเป็นไป
หรือกระทั่งไม่มีเหตุผลใด
เพราะหลายต่อหลายเรื่องของหัวใจ
ก็ล้วนปราศจากซึ่งเหตุผล




ผมหลงรักการตามหาสิ่งอันเป็นที่รักเสมอ
ตามหาผ่านการเดินทาง ใช้ชีวิต เคลื่อนตัวออกไปจากมุมแห่งการพักพิงในแต่ละวัน
พอๆ กับการตามหาผ่านการรอคอย
ซึ่งมีทั้งที่รอคอยผ่านการเดินทางและนิ่งงันอยู่กับที่

ผมเชื่อว่าหลายชีวิตมีความสุขกับการตามหาใครสักคน
หรือตามหาสิ่งบางสิ่งไม่แพ้ผม
ถึงแม้การตามหาที่ว่านั้นจะถูกฉาบแต่งห่มคลุมไปด้วยกลิ่นอายอันเปลี่ยวเปล่า เหงาหงอยอยู่บ้าง

แต่อารมณ์เช่นนั้น มันกลับทำให้ชีวิตมีพลังที่จะขับเคลื่อนการใช้ชีวิตอย่างเหลือเชื่อ
ตรงกันข้าม หากรื้อถอนมันทิ้ง ไม่ยินดียินร้ายกับการตามหา
นั่นต่างหากคือการประกาศตนในมิติของการยุติการใช้ชีวิต

ครับ, การตามหาใครสักคน คือความเปลี่ยวเหงาอันรื่นรมย์ของชีวิต"
ล้วนเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับผม
เกิดขึ้นที่หัวใจแ่ละดำเนินไปที่หัวใจอย่างไม่รู้จบ
ทุกวันนี้ก็เถอะ ผมก็ยังเดินทางตามหาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

...

ต้นยางริมท้องถนน..สารภี
ทางคดเคี้ยวบนเขาลำปาง-ลำพูน
ปลายฝนต้นหนาว ๒๕๕๓