คำถามด้านเทคนิกที่ว่าทำ AI หรือพัฒนาองค์กรด้วยแนวคิด Appreciative Inquiry จำนวนคนที่มีส่วนร่วมเท่าไหร่จึึงจะเหมาะสม
คำตอบ: จากประสบการณ์ในกลุ่ม AI ที่ทำโครงการรวมกันมาประมาณ 400 cases อาจตอบได้ดงนี้ครับ
ต้องย้อนกลับมาดูที่หลักการการทำ OD (Organization Development) เพราะ AI เป็น OD ประเภทหนึ่ง ที่ถือว่าการมีส่วนร่วมสำคัญมากๆ ดังนั้นจึงตอบได้ว่า 100 % คือมีคน 100 คนในองค์กรก็ชักชวนกันมาทำให้หมดครับ เพราะเสียงทุกเสียงมีค่า
แต่ทุกเสียงนั้นต้องเต็มใจด้วย ไม่ใช่ถูกบังคับมา
ดังนั้นต้องกรองอีกชั้นด้วยหลักของความเต็มใจ ดังนั้นมีคน 100 คนแต่ดูกระตือรือร้นแค่ 10 คน ก็เอาเท่านั้นพอ..กระตือรือร้น 1 คนก็เอา 1 คน
แต่โดยทั่วไปในระยะแรก
มักไม่ค่อยมีใครเต็มใจ เพราะไม่รู้จักว่ามันคืออะไร ก็สามารถขอร้องให้มาลองกันก่อน เช่นมาฝึกอบรมกันก่อน คุยกันดีๆ ที่สุดเนื่องจาก AI เป็นการตั้งคำถามเชิงบวกที่มักดึงเรื่องดีๆ ออกมาได้ ทำให้บรรยากาศดีขึ้น คนที่เดิมอาจไม่เคยกระตื้อรือร้นเลยก็มักจะเร่มเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้นเรื่อย.. บริษัทชั้นนำแห่งหนึ่งที่ผมเคยทำให้... “พี่เสี่ยงนะ ปรกติใช้แต่ทีมงานของ..(มหาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง) ..เอ๊าแต่ลองดู แต่น้องไปทำระดับหัวหน้างานนะ...” นี่ครับตอนแรกก็กล้าๆกลัวๆ ทำไปทำมาลูกน้องชอบ เลยขยับให้ทำมาในระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ จนถึงตอนหลังก็ไปถึงผู้บริหารระดับสูง ระยะหลังเป็นนโยบายไปแล้วใคนจะเป็นผู้บริหารต้องมาทำโครงการ AI ก่อนก็มีครับ
จึงกลายเป็นเรื่องของเวลาอีกครับ
ยังไม่พอยังอยู่ที่กำลัง ทรัพยากรของคนทำเองว่ามีเวลาเท่าไหร่ ทีมมีความสามารถเท่าไหน โดยทั่วไปคนทำ AI อย่างผม (AI Practitioner) ทำมาเยอะมากๆ นี่ถ้าจะดูแลอย่างไกล้ชิดเลย ชนิิดเป็น Coach เลยนี่อย่างเก่งก็ประมาณ 10 คนต่อปี จาก 10 คนก็จะได้ซูเปอร์แมนสองสามคน นี่ก็จะบรรเจิดแทบเป็นอาจารย์ได้เลย แต่ถ้ามากกว่านี้ก็ต้องมีทีมซึ่งกว่าจะจูนกันได้อีกก็ต้องใช้เวลา เพราะคนเก่งมากๆ เขาจะสร้างหนทางของเขาเอง ก็ยากอีก เพราะฉะนั้นก็ต้องมีตัวช่วยเช่นการให้คนข้างในช่วยเป็น Change Agent ที่ก็อาจช่วยได้มากขึ้น ก็ต้องมีโครงการฝึกกันอีกส่วนใหญ่ก็จะประมาณสามเดือน แต่เนื่องจากคนจำนวนมากไม่มีเวลามากนักเนื่องจากภารกิจรัดตัวอยู่แล้ว ก็ต้องค่อยๆพัฒนากันไป
สุดท้ายคือเงื่อนไข ขีดจำกัดของลูกค้าเอง ที่แม้เต็มใจแต่ "อาจารย์ ชอบนะอาจารย์สอนแต่ไม่มีเวลาเลย" นี่ครับ โหดสุด ตรงนี้ต้องอาศัยประสบการณ์ของที่ปรึกษา AI แล้ว.. อย่างที่ผมทำก็จะบอกว่า.. งั้นคุณต้องทำโครงการ แต่ห้ามทำ..หมายถึงคิดโครงการแล้วหาคนช่วย ตรงนี้ผมจะสอนเพิ่มให้ดึง Maven Connector และ Salesman มาช่วย (ดูรายละเอียดที่นี่ http://www.gotoknow.org/posts/539174 ) ตรงนี้ต้องอาศัยศาสตร์และศิลป์ช่วย
สรุปเรื่องคนที่เข้าร่วมหรือทำได้กี่คนในการพัฒนาองค์กรแบบ AI นั้น
เป้าหมายคือ "ทุกคน"
แต่นั่นคืออุดมคติ จึงต้องเริ่มจาก
“คนกระตือรือร้น" อย่างตำ่สุด 1 คน ให้เริ่มทำจริงขยายผลจริง ก็จะเพิ่มขึ้นตามเวลา แต่ก็จะถูกจำกัดด้วยเวลา ขีดความสามารถ ของ AI Practioner เอง และเวลา ขีดจำกัดของลูกค้า ซึ่งต้องอาศัยประสบการณ์ของ AI Practioner ค่อยๆคิดค่อยๆทำ เรียนรู้จากผู้อื่นบ้างจากประสบการณ์ตัวเองบ้าง การมีส่วนร่วมจะมากขึ้นเรื่อยๆ เรียกว่าทำงานน้อยได้ผลมาก และงานได้ผลคนเป็นสุขในที่สุดแต่อาจใช้เวลาหน่อย