เดือนที่ผ่านมา ไม่ได้เขียนบันทึกเลยค่ะ จากที่ตั้งใจว่าจะเขียนเดือนละ 1 เรื่อง ก็มีอันล้มไป จริง ๆ จะเรียกว่า เขียนอยู่เหมือนกัน แต่ปรากฏว่าพอจะบันทึกข้อมูล ระบบไม่ยอมให้บันทึกซะงั้น พอเขียนครั้งที่ 2 แล้วไม่บันทึกก็ถึงกับหมดความตั้งใจกันเลยทีเดียว หลังจากนั้นก็เกิดอาการขี้เกียจไปซะอย่างนั้น... อันนี้เป็นนิสัยส่วนตัวเลยค่ะ  

        ช่วงที่ผ่านมา เรียกได้ว่า เป็นช่วงไม่ค่อยมีแรงจูงใจเลย สามารถนอนได้ทั้งวัน แต่มันก็ยิ่งทำให้ยิ่งเบื่อนะคะ ก็เลยหาอะไรใหม่ๆ ทำคิดไปคิดมาเลยเริ่มจากไปตามหาร้านนำเข้าสินค้ามือสองจากญี่ปุ่นดีกว่า สาเหตุที่อยากไปเพราะอยากได้โต๊ะทำงาน น้องพนักงานในร้านกาแฟเล่าให้ฟัง มีแบบสวย ๆ เยอะเลย  สุดท้ายก็เดือดร้อนคุณสามีต้องพาไป  ขับรถไปตามทางเรื่อย ๆ  น้องพนักงานบอกว่า เข้าซอยก่อนถึงนิคม  ตอนขับไปก็รู้สึกว่า มันจะหาเจอไหม แบบมันไม่มีป้ายอะไรบอกทางเลยจริงๆ ไม่มีชื่อร้านอีกต่างหาก    เอ้อ ! พอขับไปตามนั้นก็เจอจริง ๆ ค่ะ ขอบอกว่า มันไม่ได้เป็นร้านสวยงามอะไรเลย มันเป็นโกดังใหญ่ มีป้ายธงชาติญี่ปุ่น  มีจักรยานอยู่เต็มหน้าโกดัง ตื่นตาตื่นใจ แต่ไม่กล้าถ่ายรูปอะไรมาเลย เพราะเกรงกลัวเจ้าหน้าที่ที่นั้นนะคะ  จริง ๆ เขาก็ไม่ได้น่ากลัวหรอกค่ะ แต่ด้วยสภาพโกดังที่ร้อนอบอ้าว ข้าวของเยอะแยะไปหมดค่ะ คงไม่มีใครมานั่งยิ้มแย้มอะไรมาก แถมลูกค้าก็มีหลายแบบค่ะ บางท่านก็ไปรื้อตรงที่เขายังไม่อนุญาต ก็เรียกว่า พนักงานที่นี่ต้องดุ ๆ หน่อยค่ะ

         แต่ก็ให้บรรยากาศสนุกตื่นเต้นดีค่ะ มีหลายอย่างให้เลือก มีเด็ก ๆ ไปนั่งเล่นของเล่นเพลินกันไปเลย ไม่หวั่นแม้จะร้อน  เสื้อผ้านี่ก็กองเหมือนภูเขาลูกย่อม ๆ ไปนั่งรื้อ ๆ แป๊บเดี๋ยว ไม่ไหวค่ะ ร้อนมากและคันเล็กน้อย ดีที่มาจากญี่ปุ่นนะคะ ของค่อนข้างสะอาดทีเดียว สงสารก็แต่คุณสามีมากค่ะ เหงื่อไหลโจ๊ก  เลยตัดสินใจไปดูของที่อยากได้ก่อนค่ะ คือ โต๊ะไว้ทำงาาน ดูไปดูมา ไม่เข้าตาเลยสักอัน แบบอยากได้เล็ก ๆ แต่มันจะเป็นไม้และหนัก ซึ่งไม่สามารถแบกขึ้นรถจริงๆ มีตัวหนึ่งอยากได้ ดูเล็กสุด ราคา 3500  พอไปลองยก หนักมากค่ะ  

          ในที่สุดแล้ว ก็ตามประสาแม่บ้านนะคะ ชวนสามีหาของใช้ ของแต่งบ้าน มีแต่ของสวย ๆ น่ารัก ๆ เต็มไปหมดเลย ตัดใจซื้อมา 6-7 ชิ้น เอาที่คิดว่า จะได้ใช้นะคะ  กลับมาบ้านนี่ต้องรีบไปอาบน้ำก่อนนะคะ ขอบอกว่า เหนียวและคันตัวกันทีเดียว  แต่ก็สนุกดีนะคะ การได้รื้อ ๆ ค้น ๆ เนี่ย หลังจากนั้นก็ตั้งใจถ่ายรูป และลองฝึกย่อรูปดูค่ะ กะเอามาลงในบันทึก  ตั้งใจกันขนาดนั้นเลยทีเดียว 

วันนี้ได้เลยเอารูปมาลงดูค่ะ 

 

  กาน้ำชาค่ะ เป็นลายดอกไม้สีชมพู หวานแหววมาก ๆ

ตั้งใจว่า จะใช้ชงชาดื่มช่วงหน้าหนาวนี้ค่ะ ตอนนี้ก็ล้างเก็บไว้ก่อน จะได้ไม่เกะกะบ้าน

  แก้วชาค่ะ  สามีเป็นคนเลือก น่ารัก คิขุมาก

รูปมืดมากค่ะ ปรับแสงไม่เป็น หาวิธีใน Google แล้วก็ยังทำไม่ได้ ^^

อันนี้ก็ถ้วยชาค่ะ

รูปมืดสนิทเช่นกัน                

รูปนี้เป็นรูปแรกที่ฝึกย่อรูปค่ะ จริง ๆ ไม่มีอะไรยากเลยจริง ๆ ดีใจที่ย่อรูปเป็นสักที

  โถข้าว อันนี้เลือกเองค่ะ เพิ่งรู้ว่า เป็นคนชอบสไตล์แบบนี้ ลายดอกไม้สีชมพู!!!

จริง ๆ ที่บ้านมีโถข้าวแล้ว และคาดว่า ยังใช้ได้อีกนาน อืม... ซื้อเอามาสลับกับอันเก่าแล้วกันค่ะ (ปลอบใจตัวเอง)

 แจกันค่ะ สีฟ้า มีลวดลายเป็นเส้นโค้ง  รูปมืดอีกเช่นเคย ^^

ตั้งใจจะหาต้นไม้น้ำมาใส่ จนผ่านมากลางเดือน มิ.ย. ก็ยังไม่ได้ไปดูต้นไม้สักทีค่ะ

ชิ้นสุดท้าย

  เลือกเองค่ะ เห็นแล้วชอบเลย

มันคือ แจกันดอกไม้ เก๋มากค่ะ  คล้าย ๆ ตระกร้าที่ไม่มีหูหิ้ว อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน ตอนนี้ใช้ปักดอกไม้ทุกวันค่ะ เอาวางไว้บนโต๊ะอาหาร ที่ใช้เป็นโต๊ะทำงานไปด้วยค่ะ 

        จริง ๆ มีถ้วยอีก 2 ใบ แต่ไม่ได้ถ่ายมา เอาไว้ใส่ก๋วยเตี๋ยว อาหารพวกเส้นค่ะ ดูน่ากินดี  ทั้งหมดนี้ หมดเงินไป 700 บาท  ถ้าไปซื้อตามห้าง คุณภาพและดีไซส์แบบนี้ก็คงซื้อเยอะมากขนาดนี้ไม่ได้แน่นอน 

        สุดท้ายของสุดทายของกิจกรรมอันนี้คือ ซื้อของมาก็ต้องหาเรื่องใช้ค่ะ  ตั้งใจว่า ต้องไปตามหาต้นไม้น้ำอะไรสักอย่างมาใส่แจกันสีฟ้าให้ได้ค่ะ  คิดว่าน่าจะเป็นไม้ที่คล้ายใบบัวบก หรือที่เป็นไม้น้ำต้นสูง ๆ ก็น่าจะเข้ากับทรงแจกันดี คิด ๆ ไว้หลายอย่างค่ะ ไว้เดี๋ยวไปร้านต้นไม้ก็คงจะคิดออกเองนะคะว่าจะเป็นอะไรดี 

        บางทีการหาอะไรทำใหม่ ๆ ก็ทำให้เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับสถานที่เราอยู่และได้มีโอกาสพัฒนาทักษะบางอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ นะคะ นอกจากนี้ก็ทำให้ชีวิตของเรามีสีสันมากขึ้นด้วยค่ะ กิจกรรมหนึ่งอย่างของเรา ก็สามารถต่อยอดเป็นกิจกรรมอะไรได้อีกเยอะได้  ที่นี้ก็หายเบื่อแล้วค่ะ ^^

บาย บ๊ายค่ะ