อาจารย์คณะเกษตรฯ มข. ศึกษาปัญหาราคาพริกสดตกต่ำ ณ จังหวัดนครศรีธรรมราช


ปัญหาราคาพริกตกต่ำเกิดจาก 2 สาเหตุหลักคือ ปีนี้จังหวัดนครศรีธรรมราชและเกือบทุกจังหวัดในประเทศ มีพื้นที่ปลูกพริกเพิ่มมากขึ้น และพริกจากจังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ และชัยภูมิออกสู่ตลาดมากในช่วงเดียวกัน


    คุณธวัตร สมัยและคุณเกรียงศักดิ์ แสงวิรุณทร อำนวยความสะดวกในการเข้าพื้นที่

         ระหว่างวันที่ 4-6 มิถุนายน 2557 อาจารย์วีระ ภาคอุทัย อาจารย์ภาควิชาเศรษฐศาสตร์การเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หัวหน้าโครงการ “การพัฒนาระบบการตัดสินใจ และการจัดการโซ่อุปทานพริกปลอดภัย จังหวัดแพร่ น่าน และชัยภูมิ” รับทุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนงานวิจัย(สกว.) และอาจารย์ ดร.เยาวรัตน์ ศรีวรานันท์ ได้รับการประสานงานจาก คุณณรงค์ คงมาก นักวิจัย สกว. จังหวัดนครศรีธรรมราชเพื่อไปติดตามศึกษาปัญหาราคาพริกสดของจังหวัดนครศรีธรรมราชมีราคาตกต่ำ โดยมีคุณเกรียงศักดิ์ แสงวิรุณทร และคุณธวัตร สมัย สภาเกษตรกร จังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมเดินทางอำนวยความสะดวกในการลงพื้นที่และช่วยประสานงานเกษตรกรในพื้นที่
         คุณณรงค์ คงมาก แจ้งว่า เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2557 เกษตรกรปลูกพริก ขายพริกสดเขียวได้ราคาตกต่ำมาก จากปีที่แล้วเคยขายได้กิโลกรัมละ 40 บาท ปีนี้ขายได้เพียงกิโลกรัมละ 8 บาท เกษตรกรได้รับความเดือนร้อนมาก เพราะค่าจ้างแรงงานเก็บพริกก็กิโลกรัมละ 7 บาทแล้ว โดยคุณณรงค์ได้พยายามแก้ไขปัญหาโดยการหาช่องทางส่งออกพริกไปยังประเทศมาเลเซีย หลังจากนั้น 7-10 วัน ราคาพริกเขียวก็สูงขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 14 บาท ทำให้ปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรเริ่มลดลง จึงอยากทราบสาเหตุที่แท้จริงของราคาพริกเขียวสดที่เกษตรกรขายได้มีราคาตกต่ำนั้นเกิดจากสาเหตุอะไร
         อาจารย์วีระ ภาคอุทัย และอาจารย์ ดร.เยาวรัตน์ ศรีวรานันท์ ได้ใช้วิธีการประเมินสภาวะชนบทอย่างเร่งด่วน(Rapid Rural Appraisal – RRA) พบว่า จังหวัดนครศรีธรรมราช มีการปลูกพริกมากในเขตอำเภอหัวไทร อำเภอเชียรใหญ่ และอำเภอปากพนัง มีพื้นที่ปลูกพริกในปีนี้ประมาณ 7,000 ไร่ โดยสภาพที่ดินมีความอุดมสมบรูณ์ แต่ในบางพื้นที่น้ำจะท่วมหลากพื้นที่ประมาณเดือนพฤศจิกายน-มกราคม เกษตรกรจะเริ่มปลูกพริกตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม เริ่มเก็บพริกเขียวโดยไม่ต้องรอเก็บพริกแดงซึ่งเป็นช่วงเก็บเกี่ยวหรือเด็ดได้ หลังปลูกประมาณ 65-70 วัน ตั้งแต่เดือนเมษายน-มิถุนายน เกษตรกรเก็บพริกเขียวขายเพราะตลาดภาคใต้โดยเฉพาะตลาดพริกที่ส่งไปขายประเทศมาเลเซีย เป็นพันธุ์พริกที่เกษตรกรปลูกเพื่อการส่งออกคือพันธุ์ลูกผสมหรือที่เกษตรกรเรียกว่า “พริกรูด” เนื่องจากเก็บเกี่ยวหรือเด็ดง่าย สามารถหาซื้อพันธุ์พริกได้ในท้องตลาด
         ปัญหาที่สำคัญที่เกษตรกรประสบต่อการดูแลรักษาพริก คือ ปัญหาเรื่องโรคพริกที่เกิดจากเชื้อราและเชื้อแบคทีเรีย เช่น โรคกุ้งแห้ง โรคยอดไหม้ โรคโคนเน่าและอาการใบพริกเหลือง ต้นพริกเหี่ยวแห้งยืนต้นตาย ทั้งนี้เนื่องจากมีฝนตกเกือบทุกวันและการปลูกพริกของเกษตรกรปลูกแบบสภาพพริกไร่ คือ หลังจากไถเตรียมดินแล้วก็ขุดหลุมปลูก ไม่ยกแปลง ระยะปลูกชิดกัน ไม่มีการแต่งกิ่งแขนงใต้ง่ามแรก เมื่อพริกเจริญเติบโต กิ่ง ก้าน ใบพริก ระหว่างต้น ซ้อนทับกันแน่นทำให้ลมพัดผ่านไม่สะดวก แสงแดดส่องไม่ถึงโคนต้น เกษตรกรไม่เก็บพริกที่เป็นโรคหรือแมลงออกจากสวนพริกแล้วนำไปเผาทำลาย ทำให้การแพร่กระจายของโรคและแมลงได้รวดเร็ว เป็นต้น
         การตลาดพริกเขียว ตลาดหลักคือ การส่งพริกออกไปขายที่ประเทศมาเลเซีย โดยมีข้อมูลจากผู้ส่งออกพริกรายใหญ่ที่ตลาดกลางขายส่งผักและผลไม้ตลาดหัวอิฐ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราชว่า มีปริมาณพริกสดที่ส่งออกมากถึงประมาณปีละ 18,000-20,000 ตัน หรือมูลค่าประมาณปีละ 450-600 ล้านบาท โดยมีการส่งออกเกือบทุกวันๆละประมาณ 60 ตัน พริกสดที่ส่งออกส่วนมากมาจากทั่วประเทศ แต่พริกของจังหวัดนครศรีธรรมราชจะออกสู่ตลาดมากเฉพาะเดือนเมษายน-มิถุนายน พริกสดที่ส่งออกไปขายประเทศมาเลเซีย มีหลายประเภท ได้แก่ พริกขี้หนูสวน เช่น พริกแด้หอมหรือพริกขี้หนูหอม ที่มาจากจังหวัดเชียงใหม่ ตาก และตราด เป็นต้น พริกขี้หนูผลใหญ่ เช่น พริกเขียวและพริกแดงพันธุ์ลูกผสม ที่มาจาก จังหวัดศรีสะเกษ นครราชสีมา ชัยภูมิ และลพบุรี เป็นต้น พริกใหญ่หรือพริกชี้ฟ้าหรือพริกยำ พริกยำเขียว พริกยำแดง ที่มาจากจังหวัดแพร่ น่าน เชียงใหม่ ตาก สุโขทัย และหนองคาย เป็นต้น ปัญหาที่สำคัญในการส่งออกคือ คุณภาพของพริกนั้นไม่สามารถเก็บไว้ได้นาน โดยเฉพาะพริกขี้หนูผลใหญ่ พริกแดงที่ส่งไปขายตลาดประเทศมาเลเซียสู้พริกที่มาจากประเทศเวียดนามไม่ได้ เนื่องจากมีขนาดผลเล็กกว่า เก็บได้นานเป็นเดือน แต่พริกสดที่ไปจากประเทศไทยเก็บได้ไม่เกิน 10 วัน
          สำหรับปัญหาราคาพริกที่เกษตรกรขายได้มีราคาตกต่ำนั้น เกิดจากสาเหตุหลัก 2 ประการคือ 1)ในปีนี้จังหวัดนครศรีธรรมราชและเกือบทุกจังหวัดในประเทศ มีพื้นที่ปลูกพริกเพิ่มจำนวนมากขึ้น เพราะว่า ปีที่ผ่านมาเกษตรกรขายพริกได้ราคาสูง และ 2) พริกจากแหล่งที่ผลิตพริกสดพันธุ์ลูกผสมเพื่อการค้าที่สำคัญของประเทศที่ผลผลิตออกในช่วงเดียวกัน คือพริกสด จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งปกติพริกจะออกสู่ตลาดมาก ตั้งแต่เดือน มกราคม-มีนาคม ต่อจากนั้นพริกจากจังหวัดชัยภูมิโดยเฉพาะอำเภอเกษตรสมบูรณ์ พริกจะออกสู่ตลาดมากตั้งแต่เดือน มีนาคม-มิถุนายน แต่ปีนี้ จังหวัดศรีสะเกษบางอำเภอมีการปรับช่วงปลูกพริกช้าลงเพราะฝนตกหนักช่วงเดือนธันวาคม ช่วงเก็บเกี่ยวจึงล่าช้าออกไปอีก 1-2 เดือน ทำให้พริกจาก 3 จังหวัดออกสู่ตลาดมากในช่วงเดียวกันคือ เดือนเมษายน-พฤษภาคม ราคาพริกเขียวและพริกแดงของประเทศไทยจึงมีราคาตกต่ำ ซึ่งเป็นปัญหาที่เคยเกิดซ้ำมาแล้วหลายครั้ง
         อาจารย์วีระ ภาคอุทัย กล่าวว่า ปัญหาราคาพริกตกต่ำเป็นตัวอย่างที่ให้เห็นถึงการขาดการประสานข้อมูลระดับพื้นที่ ที่จะนำข้อมูลมาประกอบการวางแผนการผลิตเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาพริกล้นตลาด ราคาพริกสดที่เกษตรกรขายจะได้ไม่ตกต่ำ ตลอดทั้งสามารถแข่งขันได้ในตลาดต่างประเทศ และเกษตรกรควรรู้จักการเรียนรู้ที่จะปรับวิธีคิดจาก การทำการเกษตรในปัจจุบันให้เป็นการทำธุรกิจการเกษตร
         อาจารย์วีระ กล่าวต่ออีกว่าการทำธุรกิจการเกษตรคือ การศึกษาหาความรู้ใหม่ที่เหมาะสม และข้อมูลที่เป็นปัจจุบันเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจก่อนที่จะทำการผลิต ทั้งข้อมูล การผลิต การตลาด คุณภาพมาตรฐานสินค้า กฎระเบียบทางการค้า ความเคลื่อนไหวของราคา การแข่งขัน การกีดกันทางการค้า การจัดการกลุ่มเกษตรกร การประสานความร่วมมือระหว่างกลุ่มเกษตรกรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากราคาและภัยทางธรรมชาติ พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเต็มรูปแบบในปี พ.ศ.2558 ที่กำลังจะมาถึงนี้

         อาจารย์วีระ ภาคอุทัย ข้อมูลข่าว/ภาพ
         กิตติศักดิ์ สิงหา วิเคราะห์ สังเคราะห์และเผยแพร่


                       การปลูกพริกสภาพไร่ไม่ขึ้นแปลง


                           คุณธวัตร สมัย กำลังดูพริกพันธุ์เขียวหัวไทร


                            ดร.เยาวรัตน์สอบถามเกษตรกรเก็บพริกยอดสน


                                                      ตากพริกส้ม


                                              พริกแกงที่ตลาดสดหัวอิฐ


                                              พริกปอ็ปหรือพริกส้มสั้น


                                          พริกปีหรือพริกส้มยาว


                                  พริกเป็นโรคโดนเน่าที่เกิดจากเชื้อรา


                             พริกยอดสน อ.หัวไทร

               
                       พริกแห้งพันธุ์พื้นเมืองเขียวหัวไทร


                                        สภาพพื้นที่ปลูกพริก อ.หัวไทร

หมายเลขบันทึก: 570695เขียนเมื่อ 19 มิถุนายน 2014 14:36 น. ()แก้ไขเมื่อ 19 มิถุนายน 2014 14:36 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี