เมื่อคุณพ่อมีอาการบวม

ในระยะนี้คุณพ่อไม่ค่อยสบายไม่ค่อยมีแรงไม่สามารถออกไปที่นาที่อยู่ใกล้บ้านได้  สืบเนื่องมาจากยาที่รักษาอาการชามือ  เมื่อต้นเดือนมีนาคมคุณพ่อได้ยามาเพิ่มขนานหนึ่งชื่อว่ายาGabapentin ไปดูหนังสือยาบอกว่าเป็นยากันชักและใช้แก้ปวดจากการเป็นงูสวัสก็สงสัยว่าพ่อก็ไม่ได้ชักสักหน่อยและก็ไม่ได้เป็นงูสวัสแล้วหมอจ่ายยาตัวนี้ให้ทำไมเลยยังไม่ให้พ่อกินจึงถามหมอก็เลยได้รูว่าให้มารักษาอาการชาที่มือ  พอพ่อกินยาซึ่งกินวันละเม็ด(400mg.) ก็มีอาการง่วงเหงาหาวนอนอยากจะนอนแต่ก็ยังออกไปทำงานที่ที่นาได้ บอกว่าออกไปทำงานที่ที่นาแล้วหายง่วงถามพ่อว่าอาการชามือดีขึ้นไหมถ้าดีขึ้นก็กินต่อถ้าไม่ดีขึ้นก็ไม่ต้องกินพ่อก็บอกว่าดีขึ้นก็เลยกินต่อมาทุกวันจนถึงเมษาซึ่งช่วงนี้ดูขาท่านบวมทุกวันท่านก็ว่าเมื่อก่อนบวมก็ยังยุบแต่นี่บวมตลอดไม่ยุบเลยก็ชั่งมัน พ่อว่าท่านสบายดีอยู่บวมแต่ขาแต่ยังเจริญอาหารอยู่ช่วงนี้เห็นหนังตาท่านบวมนิดๆก็กังวลอยู่เกรงว่าไตท่านจะเสื่อมลงอีกท่านบวมๆอยู่ก็สบายใจว่าใกล้ถึงเวลานัดแล้วเมื่อ30เมษาก็ไปหาหมออีกคราวนี้ท่านได้ยาGabapentinมาอีกคราวนี้ได้กินเช้าเย็นและความดันยังสูงหมอจึงเพิ่มยาamlodipinที่เคยกินวันละ5mg.มาเป็น10mg.และเพิ่มยาhydralazine25mg.จากวันละ1เม็ดเป็นวันละ2เม็ด หลังกินยาท่านก็มีขาบวมและตาบวมจนวันที่12พค.ท่านบอกว่าไม่มีแรงออกไปนาไม่ได้ ขาท่านก็บวมมากตาก็บวมจนจะปิดชวนไปหาหมอก็ไม่ไปบอกว่าไม่เป็นไรแต่ดูท่านเบื่ออาหารจนวันที่16จึงถามท่านว่าตอนนี้ที่ชามือนั้นหายชาไหมท่านก็ว่าก็งั้นๆแหละเลยว่าถ้ามันไม่หายชาพ่อลองหยุดกินยาgabapentinดูไหมตาบวมนี่อาจจะเป็นจากยาก็ได้ท่านงดยาตั้งแต่เช้าวันที่16วันที่17ก็ยังบวม วันที่18หนังตาไม่บวมแล้วส่วนขาก็บวมลดลง หลานมาหาจึงพาไปหาหมอ หมอว่าไม่น่าจะเป็นจากgabapentinน่าจะบวมจากamlodipine น้องที่คลินิคโรคความดันโลหิตสูงบอกว่าบวมจากamlodipineจะบวมแต่ขาตาจะไม่บวมจะบวม  ซึ่งหมอก็เห็นแต่ขาบวมตาไม่บวมจึงว่าน่าจะบวมจากamlodipineจึงให้งด  amlodipine แล้วให้กินgabapentinต่อ แล้วเย็นวันที่18พ่อก็กินgabapentinต่อ รุ่งเช้าวันที่19 พ่อก็มีขาบวมและตาบวมจึงว่าหยุดกินเถอะ  พอกลางวันพ่อขาบวมเป่งและหนังตาบวมกว่าตอนเช้าก็แปลกใจว่าทำไมบวมกว่าตอนเช้า มารู้คำตอบตอนเย็นตอนพ่อจะกินยาตอนเย็นพ่อจะกินgabapentinอีกเลยว่าอย่ากินเลยพ่อพ่อก็บอกว่ายาวิตามินแก้มือชาถ้าไม่กินกลัวจะชามากขึ้นก็เลยถามว่าเมื่อเช้าพ่อก็กินหรือท่านเลยว่ากิน(มิน่าตาถึงบวมมากเมื่อตอนกลางวันอีกทั้งยังง่วงนอนแต่เช้าด้วย) จึงบอกท่านว่ายานี้ไม่ใช่วิตามินมันเป็นยากันชักและแก้ปวดท่านก็เลยตกลงไม่กินอีกเช้าวันที่20เท้าก็ยังบวมหนังตาบวมน้อยลงแต่ยังเบื่ออาหาร  ตาก็มัวๆ(อาจจะเป็นจากยานี้)วันที่21ขายังบวมตาไม่บวมแล้วแต่ยังมองไม่ค่อยชัดจึงไปขอยามาหยอดตา  ด้วยความสงสัยจึงเข้าไปค้นดูยาgabapentinว่ามีside effectอะไรบ้างจากgoogleจึงได้รู้ว่าอาจทำให้ตาพร่ามัวได้อาจมีมือเท้าบวมและตาบวมได้อาจทำให้ง่วงซึมได้ อาจทำให้เบื่ออาหารได้ อาจทำให้น้ำหนักเพิ่มได้ อาจทำให้ความดันโลหิตสูง จึงพอจะบอกได้ว่านี่พ่อเป็นโรคหมอทำเข้าแล้ว

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สุภัทรา



ความเห็น (8)

ขอให้คุณพ่อหายเร็วๆครับ

เขียนเมื่อ 

...เป็นกำลังใจนะคะ...

เขียนเมื่อ 

ได้ความรู้มากมายจากคุณพ่อของพี่นะครับ จะได้ไปสังเกตดูคนไข้แล้วครับ...ขอให้หายเร็วๆ นะครับ

เขียนเมื่อ 

ขอให้คุณพ่อหายไวๆนะครับ

แพ้ยาหรือครับ

เขียนเมื่อ 

ขอเอาใจช่วยให้คุณพ่อหายไวๆ นะครับ

เขียนเมื่อ 

ขอให้คุณพ่อหายไวๆ นะครับ

ขอบคุณทุกท่านค่ะตอนนี้คุณพ่อดีขึ้นแล้วค่ะเริ่มทานอาหารได้แล้วค่ะ

คุณพ่อจากไปแล้วเมื่อวันที่๓มีนาคม๒๕๖๐