การดำรงชีพของมนุษย์ การเรียนรู้คือ "หัวใจในการเอาตัวรอด" ส่วนในวิชาการการศึกษาของมนุษย์ การเข้าใจสหวิทยาการแล้วนำมาประกอบหลอมและวิเคราะห์คือ "หัวใจของการรอบรู้" การใช้ความรู้ให้เป็นศิลปะคือ การใช้ศักยภาพขององคาพยพทั้งหมดของร่างกาย และจิตใจ อย่างมีศิลปะ ดังนั้น การรู้ทั้งมวลจะตกอยู่ในแอ่งที่เป็นแหล่งของจิต ซึ่งเป็นที่รับรองของโลกชีวิตๆหนึ่งที่อุบัติมาบนโลก
ความรู้ ความคิด คำพูด คำกล่าวและการกระทำที่แสดงออกมา เป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลจิตที่สะสมมาหลายปี จนกลายเป็นเอกลักษณ์หรือกลายเป็นคุณสมบัติของมนุษย์ที่ต่างจากสัตว์ ซึ่งเด็กๆยังไม่อาจเข้าใจในหลักการที่ลุ่มลึกเท่าผู้ใหญ่ แต่พวกเขากลับมีเชื้อผ่าเหล่าแอบซ่อนอยู่ในทุกรุ่น
อย่างไรก็ตาม เมื่อเรารวบรวมสหวิทยาการจากสหวิชา มารังสรรค์โดยสร้างกระบวนการคิด การกระทำ ให้ตกผลึกภายใน จนสามารถหลอมสหวิชาการไปเป็นแรงงานของความคิด จนกลายเป็นพลังผลักดัน กลายเป็นศิลปะแห่งการดำรงชีวิตบนโลกได้อย่างกลมกลืนและเหมาะสมกับสถานการณ์ของโลก สังคมและสิ่งแวดล้อมได้
กระนั้น ความรู้เหล่านั้น ก็นำพามนุษย์ไปอย่างไม่ฝืดเคืองในการดำรงชีพเท่านั้น ยังมีเอกวิทยาแห่งอุดมคติของชีวิตอีกมุมหนึ่งคือ ความหลุดพ้นแห่งภาวะโลกวิสัยและวัฏกาลของการเกิด-ดับแห่งชีวิตควบคู่ไปด้วย แต่มีคนน้อยนักที่จะตระหนักรู้ แหล่งเรียนรู้ที่จะไปสู่ปรุดมคติ (ปร+อุดมคติ) คือ "จิตวิถี"
ปัจจุบัน มนุษย์ยุ่งยากอยู่กับอยากมากไป จนละเลยการแสวงหาความหลุดพ้นแห่งจิตวิถีไป "จิต" คือ แหล่งกำเนิดแห่งพลังวิทยาการของโลก สรรพวิชาการ ล้วนล้นมาจากจิตทั้งหมด หากชีวิตขาดจิต ชีวิตก็หมดทางรู้สรรพวิชาโลกด้วย การรู้เนื้อหาของจิต คือ การรู้เนื้อหาโลกอยู่ในโลกแคบๆ เล็กๆ ที่เรียกว่า "คูหจิต" แต่กลับมีพลังมหาศาลเหมือนดั่งหลุมดำหรือจักรวาล
----------------------------<๒๑/๕/๕๗>------------------------------
บางทีๆๆเราอาจจะ..เข้าใจ..อัลสตายล์..น้อยไปกว่า..พุทธวิธี..ด้วย..กระมังนะ..หลุมมืดที่มีพลังลบ..เลยกลบหน้ามนุษย์มนา..มา..จนทุกวันนี้..แลหนอ...
ชอบคำและบันทึกนี้มากครับ ขอบพระคุณมากครับผม