การได้ดูแลพ่อ - แม่

ตั้งแต่ ๓ ปีกว่า ๆ พ่อของฉันป่วยจากโรคอัมพฤกษ์ สุดท้ายก็ตามด้วยโรคอัลไซเมอร์...มา ณ ปัจจุบัน พ่อของฉันอาการไม่ดีขึ้นเลย...ยิ่งถ้าอากาศร้อน ๆ พ่อจะมีอาการแย่มาก ๆ อ่อนเพลีย หมดแรง ลุกเองไม่ได้...บางครั้งก็ไม่ลืมตา...ซึ่งฉันก็ได้ยินจากหมอบอกฉันมาแล้วว่า...ลุงจะมีอาการเป็นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะลืมเราไปในที่สุด...ก็น่าจะจริง...อย่างที่หมอบอก...เพราะเวลาฉันถามอะไร พ่อก็จะไม่คุยกับฉัน...

ช่วงนี้ ฉันต้องป้อนข้าว ป้อนน้ำให้กับพ่อแล้ว เพราะแขนของพ่อก็ไม่มีแรงยก...ดีที่เดือนที่ผ่านมามีการหยุด ฉันจึงได้ดูแลพ่อมากเป็นพิเศษ บางวันที่ฉันลาป่วย ฉันก็จะกลับไปบ้านที่พรหมพิราม เพื่อหาเวลาดูพ่อไปด้วย...แม้ว่า ฉันจะไม่สบาย มันก็ไม่หนักหนาเท่ากับที่พ่อของฉันไม่สบาย ฉันยังทนได้ เพราะพ่อมีอาการที่แย่กว่าฉัน

บางเวลา พ่อทานข้าวไม่ได้เลย ยิ่งกลางวัน พ่อจะทานได้แต่นมกล่อง...แต่ตอนเช้า กับตอนเย็นยังพอทานข้าวได้บ้างแต่ก็ไม่มากเหมือนแต่ก่อน...หน้าร้อนปีนี้ พ่อร่างกายซูบผอมไปมาก ๆ...ตามขาของพ่อมีแต่หนังหุ้มกระดูก เห็นแล้วอดสงสารพ่อไม่ได้...มีอยู่วันหนึ่งฉันป้อนข้าวพ่อซึ่งลุกไม่ได้ ต้องให้พ่อนอนแล้วฉันนั่งป้อน...พ่อเคี้ยวข้าวไปแล้วน้ำตาพ่อก็ไหล...ฉันเห็นแล้วอดรู้สึกสงสารไม่ได้...น้ำตาพาลจะไหล...

ฉันคิดว่า...ชีวิตคนเราก็เท่านี้ มีเกิด แก่ เจ็บ ตาย...มีพบก็มีจาก...เป็นสัจธรรมชีวิตเสียจริง ๆ...พยายามทำใจให้ได้ แต่จนแล้วก็ทำไม่ค่อยจะได้สักที...รู้กระทั่งรู้ว่าอะไรจะต้องเกิดขึ้น...แต่ความเป็นมนุษย์ปถุชนคนธรรมดา ยังอดที่จะปลงชีวิตไม่ได้สิน่า!!!...

เวลาจะนั่งต้องหาที่นั่งที่มีที่พิงหลังให้กับพ่อ ไม่เช่นนั้น พ่อจะล้มหัวขมำทุกครา...มีอยู่มื้อหนึ่งที่ฉันต้องนั่งจับพ่อไว้เพื่อไม่ให้พ่อหัวขมำ...แล้วพ่อเรก็ป้อนข้าวแทน...เจ้าฟ้าครามขึ้นมาเห็น บอกกับฉันว่า..."ฟ้าฯ จะป้อนข้าวตาทวด"...ฉันเลยบอกพ่อเรว่า...ลองให้ฟ้าฯ มันทำสิ...เจ้าฟ้าครามทำได้หลายคำจนหมดจาน...ฉันบอกทุก ๆ คนว่า ฝึกให้เจ้าฟ้าฯ มันทำ...เราทำให้มันดู มันจึงเห็น และจำไปเป็นตัวอย่าง...แม้แต่เวลาให้ยาตาทวด "ฟ้าฯ ก็บอกว่า ฟ้าฯ จะให้เอง เพราะฟ้าฯ เป็นหมอ"...ดูสิ!!! คำว่า "หมอ" มันฝังหัวหนูหรือไงจ๊ะ "แม่ฟ้าคราม"

ถึงแม้ร่างกายของพ่อจะเริ่มอ่อนแรงลงไปเรื่อย ๆ ฉันและทุกคนในบ้าน ก็ไม่ทอดทิ้งท่าน...ดูแล ให้ข้าว ให้น้ำ อาบน้ำให้ท่านตลอด...ฉันคิดเสมอว่า...ฉันมีหน้าที่เป็นลูก สิ่งที่ทำได้ตอนนี้ คือ ทำหน้าที่ของลูกให้ดีที่สุด...ถ้าพ่อเป็นอะไรไปฉันจะได้ไม่มานั่งเสียใจในภายหลัง...ฉันสังเกตดูถ้าอากาศเย็น โดยเฉพาะตอนเช้า พ่อจะกระปรี่กระเปร่า ไม่เหมือนตอนอากาศร้อนจัดจะทำให้พ่อหมดแรงไปเลยทีเดียว...ช่วงนี้ พ่อไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้แล้ว แต่ก็อาศัยได้จาก "น้องเพรียง" ช่วยยกตาเข้า - ออก เพราะฉันไม่สามารถทำได้ เพราะเหตุเกิดจากการผ่าตัด...ส่วนพ่อเรก็ยกไม่ไหว เนื่องจากอายุมากเช่นกัน

นี่คือ ครอบครัว ที่ทุกคนอาจพบเจอกับตัวเอง...

ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติเข้ามาอ่านบันทึกนี้ค่ะ

บุษยมาศ  แสงเงิน

๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๗