๔๖๖. การได้ดูแลพ่อ - แม่

การได้ดูแลพ่อ - แม่

ตั้งแต่ ๓ ปีกว่า ๆ พ่อของฉันป่วยจากโรคอัมพฤกษ์ สุดท้ายก็ตามด้วยโรคอัลไซเมอร์...มา ณ ปัจจุบัน พ่อของฉันอาการไม่ดีขึ้นเลย...ยิ่งถ้าอากาศร้อน ๆ พ่อจะมีอาการแย่มาก ๆ อ่อนเพลีย หมดแรง ลุกเองไม่ได้...บางครั้งก็ไม่ลืมตา...ซึ่งฉันก็ได้ยินจากหมอบอกฉันมาแล้วว่า...ลุงจะมีอาการเป็นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะลืมเราไปในที่สุด...ก็น่าจะจริง...อย่างที่หมอบอก...เพราะเวลาฉันถามอะไร พ่อก็จะไม่คุยกับฉัน...

ช่วงนี้ ฉันต้องป้อนข้าว ป้อนน้ำให้กับพ่อแล้ว เพราะแขนของพ่อก็ไม่มีแรงยก...ดีที่เดือนที่ผ่านมามีการหยุด ฉันจึงได้ดูแลพ่อมากเป็นพิเศษ บางวันที่ฉันลาป่วย ฉันก็จะกลับไปบ้านที่พรหมพิราม เพื่อหาเวลาดูพ่อไปด้วย...แม้ว่า ฉันจะไม่สบาย มันก็ไม่หนักหนาเท่ากับที่พ่อของฉันไม่สบาย ฉันยังทนได้ เพราะพ่อมีอาการที่แย่กว่าฉัน

บางเวลา พ่อทานข้าวไม่ได้เลย ยิ่งกลางวัน พ่อจะทานได้แต่นมกล่อง...แต่ตอนเช้า กับตอนเย็นยังพอทานข้าวได้บ้างแต่ก็ไม่มากเหมือนแต่ก่อน...หน้าร้อนปีนี้ พ่อร่างกายซูบผอมไปมาก ๆ...ตามขาของพ่อมีแต่หนังหุ้มกระดูก เห็นแล้วอดสงสารพ่อไม่ได้...มีอยู่วันหนึ่งฉันป้อนข้าวพ่อซึ่งลุกไม่ได้ ต้องให้พ่อนอนแล้วฉันนั่งป้อน...พ่อเคี้ยวข้าวไปแล้วน้ำตาพ่อก็ไหล...ฉันเห็นแล้วอดรู้สึกสงสารไม่ได้...น้ำตาพาลจะไหล...

ฉันคิดว่า...ชีวิตคนเราก็เท่านี้ มีเกิด แก่ เจ็บ ตาย...มีพบก็มีจาก...เป็นสัจธรรมชีวิตเสียจริง ๆ...พยายามทำใจให้ได้ แต่จนแล้วก็ทำไม่ค่อยจะได้สักที...รู้กระทั่งรู้ว่าอะไรจะต้องเกิดขึ้น...แต่ความเป็นมนุษย์ปถุชนคนธรรมดา ยังอดที่จะปลงชีวิตไม่ได้สิน่า!!!...

เวลาจะนั่งต้องหาที่นั่งที่มีที่พิงหลังให้กับพ่อ ไม่เช่นนั้น พ่อจะล้มหัวขมำทุกครา...มีอยู่มื้อหนึ่งที่ฉันต้องนั่งจับพ่อไว้เพื่อไม่ให้พ่อหัวขมำ...แล้วพ่อเรก็ป้อนข้าวแทน...เจ้าฟ้าครามขึ้นมาเห็น บอกกับฉันว่า..."ฟ้าฯ จะป้อนข้าวตาทวด"...ฉันเลยบอกพ่อเรว่า...ลองให้ฟ้าฯ มันทำสิ...เจ้าฟ้าครามทำได้หลายคำจนหมดจาน...ฉันบอกทุก ๆ คนว่า ฝึกให้เจ้าฟ้าฯ มันทำ...เราทำให้มันดู มันจึงเห็น และจำไปเป็นตัวอย่าง...แม้แต่เวลาให้ยาตาทวด "ฟ้าฯ ก็บอกว่า ฟ้าฯ จะให้เอง เพราะฟ้าฯ เป็นหมอ"...ดูสิ!!! คำว่า "หมอ" มันฝังหัวหนูหรือไงจ๊ะ "แม่ฟ้าคราม"

ถึงแม้ร่างกายของพ่อจะเริ่มอ่อนแรงลงไปเรื่อย ๆ ฉันและทุกคนในบ้าน ก็ไม่ทอดทิ้งท่าน...ดูแล ให้ข้าว ให้น้ำ อาบน้ำให้ท่านตลอด...ฉันคิดเสมอว่า...ฉันมีหน้าที่เป็นลูก สิ่งที่ทำได้ตอนนี้ คือ ทำหน้าที่ของลูกให้ดีที่สุด...ถ้าพ่อเป็นอะไรไปฉันจะได้ไม่มานั่งเสียใจในภายหลัง...ฉันสังเกตดูถ้าอากาศเย็น โดยเฉพาะตอนเช้า พ่อจะกระปรี่กระเปร่า ไม่เหมือนตอนอากาศร้อนจัดจะทำให้พ่อหมดแรงไปเลยทีเดียว...ช่วงนี้ พ่อไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้แล้ว แต่ก็อาศัยได้จาก "น้องเพรียง" ช่วยยกตาเข้า - ออก เพราะฉันไม่สามารถทำได้ เพราะเหตุเกิดจากการผ่าตัด...ส่วนพ่อเรก็ยกไม่ไหว เนื่องจากอายุมากเช่นกัน

นี่คือ ครอบครัว ที่ทุกคนอาจพบเจอกับตัวเอง...

ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติเข้ามาอ่านบันทึกนี้ค่ะ

บุษยมาศ  แสงเงิน

๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๗

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่าของ "บุษยมาศ"



ความเห็น (10)

เขียนเมื่อ 


ขอบคุณค่ะ ... สอน  เตือนสติได้ดีมากค่ะ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะ หมอเปิ้ล 

เขียนเมื่อ 

ขอขอบคุณสำหรับดอกไม้กำลังใจด้วยค่ะ

* มาร่วมเป็นกำลังใจ และชื่นชมในความเป็นลูกกตัญญูเช่นนี้ค่ะ...

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะ พี่นงนาท 

เขียนเมื่อ 

ขอร่วมเป็นกำลังใจให้ด้วยคนนะครับ ผมมีแม่ยายซึ่งเริ่มอ่อนแรงและขับถ่ายยาก

จึงขออนุญาตแนะนำเสริมอีกด้วยว่า ผู้สูงอายุมักมีปัญหาทานได้น้อยทำให้อ่อนแรง

ซึ่งหากการเปลี่ยนเมนูใหม่ๆยังไม่ได้ผล ก็ควรหาผงเวย์โปรตีนชงให้ดื่มเพื่อให้ร่างกายได้รับโปรตีนเพียงพอครับ

ส่วนปัญหาขับถ่ายยากขึ้นควรลองให้เหน็บแท่งกลีเซอรีนเพื่อช่วยให้ถ่ายง่ายขึ้น

ควรเลี่ยงการทานยาถ่ายเพราะจะทำให้ลำไส้ไม่ทำงานเองครับ

เขียนเมื่อ 

...พ่อแม่มีลูก... แต่ไม่ใช่ว่าลูกทุกคนจะได้มีโอกาสดูแลพ่อแม่...ลูกคนไหนได้ดูแลพ่อแม่...นับเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่สูงสุดในชีวิตนะคะ...ด้วยความชื่นชม และเป็นกำลังใจค่ะ

เขียนเมื่อ 

เป็นกำลังใจลูกกตัญญูค่ะ 

เขียนเมื่อ 

ขอขอบคุณทุก ๆ ท่านค่ะ

เขียนเมื่อ 

ขอแสดงความยินดีด้วยครับ..กับการได้ดูแลพระพุทธที่บ้านอย่างแท้จริง..ความเจริญรุ่งเรืองเกิดขึ้นไม่ต่ำกว่าสามชาติ ห้าชาติข้างหน้า ลูกหลานที่เกิดมาก็มีแต่ความเจริญรุ่งเรื่องตลอดไป