อิ่มใจจัง … ไปกาญจนดิษฐ์

ระหว่างวันที่ 10-13 พฤษภาคม 2557 ผู้เขียนและเพื่อน ๆ ได้ร่วมเดินทางไปกับมูลนิธิศุภนิมิต แห่งประเทศไทย (World Vision Foundation of Thailand) เพื่อเยี่ยมโครงการพัฒนาชุมชนให้เป็นพื้นที่แบบพึ่งพาตนเองและยั่งยืนที่กาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เดินทางโดยรถตู้ 6 คัน จำนวนผู้เดินทางประมาณ 30 คน นั่งแบบสบาย ๆ แวะรับประทานอาหารเช้าที่เขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี ทานอาหารกลางวันที่ริมชายหาด อ.บ้านกรูด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คณะเราพักที่นีด้า ร็อค รีสอร์ท อ.ขนอม 2 คืน และโรงแรมเอสพารา แกรนด์ อ.เมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานีอีก 1 คืน

ทริปนี้นอกจากจะได้เยี่ยมชมกลุ่มงานอาชีพต่าง ๆ ที่มูลนิธิให้การสนับสนุน เช่น ทำกุ้งเสียบ แชมพู ไข่เค็ม การฝึกลิงเก็บมะพร้าว แล้วผู้เขียนยังได้แวะเยี่ยมนักเรียนและครอบครัวที่ให้ความอุปการะ ซึ่งอยู่ในจังหวัดนี้รวม 4 คน เป็นเด็กหญิง 2 คน และเด็กชาย 2 คน

เด็ก ๆ แต่ละคนล้วนมีความเป็นอยู่ที่ลำบากกว่าเด็กทั่วไป มีปัญหาชีวิตตั้งแต่เยาว์วัย บางคนอยู่ในชุมชนที่ห่างไกลจากโรงเรียนมาก บางคนไม่มีที่อยู่เป็นของตนเอง บางคนพ่อแม่แยกทางกัน บางคนไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ แต่อยู่กับญาติพี่น้องหรือตายาย ขาดการติดต่อกับพ่อแม่ ทำให้เขาขาดความอบอุ่น บางคนประสบหลาย ๆ ปัญหารวมกัน

การให้ความช่วยเหลือแบ่งปันให้น้อง ๆ เหล่านี้อย่างต่อเนื่อง จะทำให้เขามีกำลังใจต่อสู้กับอุปสรรคต่าง ๆ มีความหวังว่าเขาจะได้เรียนจนจบตามความสามารถของเขาอย่างแน่นอน เชื่อว่าเขาจะมุ่งมั่นในการเรียนมากขึ้นและมีความสุขมากขึ้น ทุกคนที่ได้คุยด้วย ผู้เขียนบอกกับเขาว่า การศึกษาจะทำให้เขามีโอกาสในชีวิตมากขึ้น มีทางเลือกมากขึ้น มีอาชีพและรายได้สูงขึ้น จะสามารถช่วยเหลือครอบครัวและพ่อแม่ได้มากขึ้น และผู้เขียนหวังว่าเมื่อน้องเติบโตเป็นผู้ใหญ่ หากมีโอกาส น้อง ๆ คงจะได้ช่วยเหลือและแบ่งปันคนอื่น ๆ ที่ขาดแคลน ให้เขาได้รับโอกาสเช่นเดียวกับที่น้อง ๆ ได้รับต่อไป พูดถึงตรงนี้ มีเด็กหญิงคนหนึ่งน้ำตาคลอด้วยความรู้สึกตื้นตันใจ  ต่อไปนี้เป็นรายละเอียดย่อ ๆ ของเด็ก 4  คนที่ได้รับการอุปการะค่ะ

ครอบครัวที่ 1 มีลูก 2 คน พ่อแม่แยกทางกัน ลูกอยู่กับแม่ในบ้านเช่าราคาเดือนละ 300 บาท บ้านพ่อกับภรรยาใหม่อยู่ใกล้ ๆ กับบ้านที่เช่าอยู่ น้องคนนี้พูดน้อย ไม่ร่าเริงเหมือนเด็กทั่วไป มีความเป็นมิตร แต่ไม่กล้าแสดงออก นิ่ง ไม่ค่อยตอบคำถาม การเรียนได้เกรดเฉลี่ย 2.3 ในที่สุดน้องตอบว่าอยากเป็นหมอ เห็นได้ชัดว่าน้องดีใจมากที่พวกเราไปเยี่ยม และให้กำลังใจ เมื่อเยี่ยมเสร็จและเดินทางออกมาจากบ้านน้องสักพัก จึงสังเกตว่าน้องและเพื่อนคนหนึ่งเดินตามมาส่งผู้เขียนอยู่ห่าง ๆ จึงได้หยุดคุยกันระหว่างทาง และถ่ายรูปไว้อีกเป็นที่ระลึก

ครอบครัวที่ 2 พ่อแม่แยกทางกัน มีลูกชาย 1 คน ลูกอยู่กับแม่ น้องคนนี้หน้าตาคมเข้มน่ารัก ดวงตาข้างหนึ่งของน้องบอด เนื่องจากเศษกรวดกระเด็นมาเข้าตาเมื่อ 3 ปีที่แล้ว แม่ของน้องพาไปหาหมอ แต่ไม่ได้รับการรักษาอย่างจริงจัง จากสายตาที่เคยเห็นได้ราง ๆ บัดนี้มองไม่เห็นแล้ว การเรียนได้เกรดเฉลี่ย 2.5 พูดน้อยเหมือนคนแรก ท่าทางเศร้า ๆ แต่ตอบคำถามอย่างมั่นใจว่าอยากเป็นนักฟุตบอลมืออาชีพ ผู้เขียนแจ้งความจำนงกับมูลนิธิว่าอยากให้น้องรักษาตาจนสุดความสามารถ จนหายเป็นปกติหรือจนกว่าจะไม่สามารถรักษาได้แล้ว  อยากให้น้องมีอาชีพเป็นนักกีฬาสมความตั้งใจ มูลนิธิจะให้เครือข่ายในพื้นที่ติดต่อโรงพยาบาลแห่งใหม่เพื่อให้รักษาน้องต่อไป

ครอบครัวที่ 3 ค่อนข้างอบอุ่นกว่าครอบครัวอื่น มีลูกชาย 2 คน พ่อแม่แจ่มใส ดูมีความสุขอยู่พร้อมหน้ากัน น้องเรียนเก่ง เกรดเฉลี่ย 3.6 ร่าเริง ยิ้มง่าย สบตากล้าพูด  ตอบคำถามอย่างมั่นใจว่า "ผมอยากช่วยชาติ อยากเป็นทหารครับ" พี่ชายจบอาชีวศึกษาแต่ขาหักจากอุบัติเหตุ อยู่ระหว่างรักษาตัว ทำงานไม่ได้ ก่อนจากกันครอบครัวนี้ฝากไข่เค็มและมะม่วงงาม ๆ 5 ผลที่เก็บจากต้นที่ปลูกไว้ที่บ้านให้ผู้เขียนมาทานด้วยค่ะ

ครอบครัวที่ 4 พ่อแม่มีลูก 13 คน (ไม่กล้าถามว่ามีภรรยากี่คน) พ่ออารมณ์ดี ร่าเริงแจ่มใส แต่แม่หน้าเศร้ามาก ไม่ค่อยพูด ก้มหน้ามองพื้นตลอดเวลา น้องเป็นเด็กหญิงหน้าตาน่ารัก ผิงพรรณดี ท่าทางเอียงอาย กำลังเข้าสู่วัยรุ่น มีผ้าคลุมผมแบบอิสลามออกมาต้อนรับพวกเรา การเรียนน้องได้เกรดเฉลี่ย 2.4 อยากเป็นครูสอนภาษามลายู ครอบครัวนี้เป็นชาวประมง พอจะมีรายได้มาจุนเจือครอบครัว  วันนั้นแม่และน้องช่วยกันทำโมบายจากหลอดพลาสติกสีสวย ๆ ให้ผู้เขียนมาเป็นที่ระลึก 2 สาย นำมาแขวนไว้ที่บ้านแล้วค่ะ

 หลังจากการเยี่ยมครอบครัวนักเรียนที่อุปการะแล้ว ผู้ร่วมเดินทางทุกคนได้ร่วมกับมูลนิธิทำกิจกรรมสันทนาการกับเด็ก ๆ 120 คน ร่วมบำเพ็ญประโยชน์ในการปรับปรุง ซ่อมแซมอาคารเรียนบ้านท่าโพธิ์ จัดเลี้ยงอาหารกลางวันพร้อมแจกอุปกรณ์การศึกษานักเรียนค่ะ

ทริปนี้ นอกจากความอิ่มใจที่เกิดจากการร่วมกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์กับมูลนิธิแล้ว ผู้เขียนยังมีโอกาสได้ไปนมัสการพระบรมสารีริกธาตุที่วัดเขาสุวรรณประดิษฐ์ (วัดหลวงพ่อจ้อย) ซึ่งห่างจากชุมชนอำเภอดอนสัก ประมาณ 1 กิโลเมตร ได้ไปนมัสการพระบรมสารีริกธาตุที่วัดพระบรมธาตุไชยยา ราชวรวิหาร ตำบลเวียง อำเภอไชยยา ห่างจากอำเภอเมือง ประมาณ 54 กิโลเมตร มีโอกาสไปทำบุญที่วัดสวนโมกขพลาราม หรือวัดธารน้ำไหลในวันวิสาขบูชา ได้รับประทานอาหารอร่อย ๆ ของชาวท้องถิ่น พวกเราบางคนเลือกไปล่องเรือของชาวประมงชมปลาโลมาสีชมพูในท้องทะเลขนอม (ส่วนผู้เขียนกับเพื่อนเลือกไปวัด) ทุกคนได้เดินเล่น ชื่นชมความงามและความสงบเงียบของชายหาดและทิวทัศน์โดยรอบทั้งในยามเช้าและยามเย็นทุกวัน

ขอขอบคุณมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย (The World Vision Foundation of Thailand) ไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ