ผู้ทรงสิทธิในการมีสุขภาพดี

“ไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ” การไม่มีโรคเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนปรารถนาเพื่อที่จะมีสุขภาพดี สามารถมีอายุยืนนาน

สิทธิในสุขภาพ(Right to health) หมายถึงประโยชน์อันพีงได้รับการรับรองและคุ้มครองในการมีสุขภาพอนามัยดีโดยรัฐมีหน้าที่ในการทำให้บุคคลเข้าถึงมาตรฐานในการดูแลสุขภาพอนามัยในสิ่งอำนวยความสะดวกสินค้าบริการตลอดจนเงื่อนไขที่จำเป็นสิทธิดังกล่าวรวมถึงสิทธิในการดูแลสุขอนามัย(Health Care) และสิทธิในการเข้าถึงบริการสาธารณสุข[1]

ซึ่งการที่จะมีสุขภาพดีก็เป็นสิทธิเป็นขั้นพื้นฐานของมวลมนุษยชาติที่ได้รับการรับรองในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน

ข้อ 25[2] ที่ได้บัญญัติว่า

บุคคลมีสิทธิในมาตรฐานการครองชีพที่เพียงพอสำหรับสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีสำหรับตนเองครอบครัวรวมทั้งอาหารเสื้อผ้าที่อยู่อาศัยการรักษาพยาบาลและบริการทางสังคมที่จำเป็นและสิทธิในความมั่นคงในกรณีย์ว่างงานเจ็บป่วยทุพพลภาพเป็นหม้ายวัยชราหรือการขาดปัจจัยในการเลี้ยงชีพอื่นใดในพฤติการณ์อันเกิดจากที่ตนควบคุมได้มารดาและบุตรชอบที่จะได้รับการดูและความช่วยเหลือเป็นพิเศษเด็กทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นบุตรในหรือนอกสมรสย่อมได้รับการคุ้มครองทางสังคมเช่นเดียวกัน

อีกทั้งในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพ.ศ.๒๕๕๐ ก็ได้บัญญัติเกี่ยวกับสิทธิในการมีสุขภาพที่ดีไว้ด้วยดังนี้

ส่วนที่๙สิทธิในการได้รับบริการสาธารณสุขและสวัสดิการจากรัฐ

มาตรา๕๑บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกันในการรับบริการทางสาธารณสุขที่เหมาะสมและได้มาตรฐานและผู้ยากไร้มีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาลจากสถานบริการสาธารณสุขของรัฐโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับการบริการสาธารณสุขจากรัฐซึ่งต้องเป็นไปอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ

บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับการป้องกันและขจัดโรคติดต่ออันตรายจากรัฐอย่างเหมาะสมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายและทันต่อเหตุการณ์

มาตรา๕๒เด็กและเยาวชนมีสิทธิในการอยู่รอดและได้รับการพัฒนาด้านร่างกายจิตใจและสติปัญญาตามศักยภาพในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมโดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนเป็นสำคัญ

เด็กเยาวชนสตรีและบุคคลในครอบครัวมีสิทธิได้รับความคุ้มครองจากรัฐให้ปราศจากการใช้ความรุนแรงและการปฏิบัติอันไม่เป็นธรรมทั้งมีสิทธิได้รับการบำบัดฟื้นฟูในกรณีที่มีเหตุดังกล่าว

การแทรกแซงและการจำกัดสิทธิของเด็กเยาวชนและบุคคลในครอบครัวจะกระทำมิได้เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะเพื่อสงวนและรักษาไว้ซึ่งสถานะของครอบครัวหรือประโยชน์สูงสุดของบุคคลนั้น

เด็กและเยาวชนซึ่งไม่มีผู้ดูแลมีสิทธิได้รับการเลี้ยงดูและการศึกษาอบรมที่เหมาะสมจากรัฐ

บุคคลวิกลจริตย่อมได้รับความช่วยเหลือที่เหมาะสมจากรัฐ

พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติพุทธศักราช๒๕๕๐

มาตราบุคคลมีสิทธิในการดำรงชีวิตในสิ่งแวดล้อมและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ

บุคคลมีหน้าที่ร่วมกับหน่วยงานของรัฐในการดำเนินการให้เกิดสิ่งแวดล้อมและสภาพแวดล้อมตามวรรคหนึ่ง

มาตราสุขภาพของหญิงในด้านสุขภาพทางเพศและสุขภาพของระบบเจริญพันธุ์ซึ่งมีความจำเพาะซับซ้อนและมีอิทธิพลต่อสุขภาพหญิงตลอดช่วงชีวิตต้องได้รับการสร้างเสริมและคุ้มครองอย่างสอดคล้องและเหมาะสม

สุขภาพของเด็กคนพิการคนสูงอายุคนด้อยโอกาสในสังคมและกลุ่มคนต่างๆที่มีความจำเพาะในเรื่องสุขภาพต้องได้รับการสร้างเสริมและคุ้มครองอย่างสอดคล้องและเหมาะสมด้วย

กรณีศึกษาน้องผักกาดเกิดที่โรงพยาบาลเเม่สอดในปีพ.ศ. 2549 มีบุพการีเป็นคนเมียนม่าร์น้องผักกาดมีความพิการมาตั้งเเต่กำเนิดคือศีรษะของน้องบวมเเละใหญ่มากซึ่งคือเป็นโรคสมองบวมน้ำอาการหนักมากไม่สามารถลุกไปไหนได้จากอาการดังกล่าวส่งผลให้น้องไม่สามารถพูดและเดินได้เหมือนเด็กปกติทั่วไปซึ่งจากอาการป่วยดังกล่าวของน้องบุพการีจึงทอดทิ้งน้องไว้ที่โรงพยาบาลพบพระตั้งเเต่เกิดโดยไม่ได้มีการเเจ้งเกิดแต่อย่างใดและเนื่องจากไม่มีใครคิดว่าน้องจะสามารถมีชีวิตรอดอยู่ได้ทางโรงพยาบาลจึงไม่มีการออกหนังสือรับรองการเกิดเนื่องจากน้องไม่ได้ถูกแจ้งเกิดแต่อย่างใดน้องจึงยังไม่ได้รับการรับรองสถานะบุคคลในทะเบียนราษฎรของรัฐใดเลยน้องจึงเป็นคนไร้รัฐไร้สัญชาติ

แต่อย่างไรก็น้องควรจะได้รับการรักษาพยาบาลตามสิทธิในการมีสุขภาพดีที่เป็นสิทธิมนุษยชนที่มนุษย์ทุกคนควรจะได้รับและมีสิทธิในหลักประกันยามพิการอีกทั้งน้องผักกาดอยู่ในประเทศไทยซึ่งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพ.ศ.๒๕๕๐และพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติพุทธศักราช๒๕๕๐ได้มีการรับรองสิทธิในสุขภาพไว้โดยใบมาตราต่างๆนั้นใช้คำว่าบุคคลซึ่งหมายถึงบุคคลทุกคลไม่ได้ระบุว่าบุคคลที่มีสัญชาติไทยเท่านั้นดังนั้นน้องผักกาดจึงมีสิทธิได้รับบริการสาธารณสุขตามรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติสุขภาพของประเทศไทยด้วย


[1] สิทธิในการเข้าถึงบริการสาธารณสุขของคนต่างด้าวที่นายจ้างคนไทยควรต้องรู้ เข้าถึงได้จาก http://therama.info/?p=173

[2] ปฏิญญาสากลว่าด้วยเรื่องสิทธิมนุษยชน เข้าถึงได้จาก http://www.oknation.net/blog/print.php?id=159532

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน HR-LLB-TU-2556-TPC



ความเห็น (0)