วิชาพัฒนานิสิต (๒) : หัวใจหลักของการเรียนรู้ 3 มิติ

หัวใจหลักของการเรียนรู้ ๓ มิติ คือ เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (Learner-centered) จัดการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐานการเรียนรู้ (Community-based learning) และจัดการเรียนรู้ผ่านกิจกรรม (Project base learning & Activity Based Learning)

วิชาการพัฒนานิสิต ประกอบด้วยหัวใจหลักของการเรียนรู้ ๓ มิติ คือ เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (Learner-centered) จัดการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐานการเรียนรู้ (Community-based learning) และจัดการเรียนรู้ผ่านกิจกรรม (Project base learning & Activity Based Learning) ดังรายละเอียดโดยสังเขป คือ

๑.ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง :
มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในการออกแบบการเรียนรู้ร่วมกับครูผู้สอน รวมถึงออกแบบการเรียนรู้ร่วมกับผู้เรียนด้วยกันเอง (นิสิตกับนิสิต) รวมถึงการออกแบบการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมกับชุมชน “อาจารย์-นิสิตกับชุมชน"

๒.ชุมชนเป็นฐานการเรียนรู้ (ห้องเรียน) :
มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้นอกชั้นเรียน หรือนอกห้องเรียน โดยห้องเรียนไม่ได้จำกัดอยู่แต่ในเฉพาะชั้นเรียนที่เน้นการบรรยายโดยครูผู้สอน หรือการนำเสนอผลงานในชั้นเรียนที่มีครูผู้สอนกับเพื่อนที่เรียนเป็นผู้ร่วมรับรู้เท่านั้น หากแต่เปิดพื้นที่ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้กับ “ชุมชน" ที่หลากมิติทั้งในทางกายภาพและชีวภาพ ทั้งที่เป็นชุมชนในมหาวิทยาลัย และชุมชนนอกมหาวิทยาลัย (ท้องถิ่น-หมู่บ้าน) ด้วยเหตุนี้ การเรียนรู้ดังกล่าวจึงประกอบด้วยกิจกรรมที่จัดขึ้นโดยมหาวิทยาลัย (มหาวิทยาลัย,องค์กรนิสิต) และกิจกรรมที่จัดขึ้นโดยชุมชน ซึ่งโดยเฉพาะกิจกรรมที่จัดขึ้นโดยชุมชนนั้น จะช่วยให้นิสิตได้เรียนรู้มากกว่าสาระสำคัญของกิจกรรมนั้นๆ หากแต่จะได้สัมผัสกับความเป็นชีวิตอันแท้จริง อันหมายถึง “วิถีวัฒนธรรมชุมชน" ของชุมชนนั้นๆ

๓.เรียนรู้ผ่านกิจกรรม :
มุ่งเน้นให้เกิดทักษะชีวิตผ่านการลงมือทำ หรือ “ปัญญาปฏิบัติ" (ปัญญาที่เกิดจากการลงมือทำ) ซึ่งประกอบด้วยกิจกรรมที่จัดขึ้นโดยผู้อื่น และกิจกรรมที่ผู้เรียนได้จัดขึ้น ทั้งในมิติปัจเจกบุคคล (งานเดี่ยว) และมิติของกลุ่มคน (งานกลุ่ม) โดยมุ่งให้เกิดทักษะการทำงานเป็นทีม การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การบริหารจัดการโครงการและองค์กร ทักษะการเป็นผู้นำบนฐานคิดหลักของการรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม หรือที่เรียกโดยทั่วไปว่า “จิตอาสา" หรือ “จิตสาธารณะ"





ขั้นตอนการจัดกระบวนการเรียนรู้ ๓ มิติในภาคเรียนที่ ๒/๒๕๕๖

การจัดกระบวนการเรียนรู้ของวิชาการพัฒนานิสิต ประจำภาคเรียนที่ ๒/๒๕๕๖ ยึดมั่นหลักคิดหัวใจหลัก ๓ มิติ (ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง,ชุมชนเป็นฐานการเรียนรู้,เรียนรู้ผ่านกิจกรรม) ประกอบด้วยขั้นตอนสำคัญ ๔ ขั้นตอน คือ

๑.เรียนรู้กิจกรรมจิตสาธารณะตามอัธยาศัย :
มุ่งเน้นให้นิสิตได้เลือกเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ตามอัธยาศัย (เรียนรู้ด้วยตนเอง : Learning by Self-studying) ทั้งกิจกรรมที่จัดโดยมหาวิทยาลัย (มหาวิทยาลัยเพื่อนิสิต) และกิจกรรมที่จัดขึ้นโดยองค์กรนิสิต (นิสิตเพื่อนิสิต) อย่างน้อยกิจกรรม ๒ กิจกรรม และการเลือกทำกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์เพื่อปลุกฝังจิตอาสา หรือจิตสาธารณะในท้องถิ่น-ชุมชน (หมู่บ้าน) ซึ่งสามารถเลือกเข้าร่วมได้ทั้งในระดับส่วนบุคคลและระดับกลุ่ม โดยกิจกรรมดังกล่าว ได้แฝงกระบวนการเรียนรู้ของนิสิตไว้ลึกๆ กล่าวคือมุ่งให้นิสิตได้ลงพื้นที่เรียนรู้จากสถานการณ์จริงตามความสนใจของนิสิต เสมือนการให้นิสิตได้ “สำรวจพื้นที่และประเด็นการทำกิจกรรม" เพื่อเตรียมจัดทำโครงการในระดับกลุ่มในช่วงปลายเรียนไปในตัว

๒.เขียนโครงการจิตสาธารณะตามอัธยาศัย :
มุ่งเน้นให้นิสิตแต่ละคนได้ฝึกเขียนโครงการเพื่อการพัฒนานิสิตตามความสนใจของตนเอง เสมือนการเปิดพื้นที่ให้นิสิต “ได้คิด" และ “ได้ออกแบบกิจกรรม" ที่อยากทำด้วยตนเอง โดยเน้นกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ หรือจิตอาสา-จิตสาธารณะเป็นหัวใจหลัก

๓.ระดมความคิดสร้างโครงการจิตสาธารณะ :
มุ่งเน้นให้นิสิตแต่ละคนได้นำโครงการที่เขียนขึ้นของแต่ละคนมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ หรือการแบ่งปันกันในกลุ่ม เพื่อคัดเลือก หรือออกแบบโครงการที่จะไปจัดกระบวนการเรียนรู้กับชุมชน ซึ่งกระบวนการในขั้นตอนนี้ เน้นการสื่อสารผ่านการเล่าเรื่อง (Storytelling) การสนทนา (Diaiogue) การฟังแบบฝังลึก (Deep Listening) เพื่อยึดโยงไปสู่การวินิจฉัย (Directing) จัดทำโครงการร่วมกันในลักษณะของกลุ่ม หรือ “ทีม"

๔.เรียนรู้กิจกรรมจิตสาธารณะผ่านการลงมือทำ :
มุ่งเน้นให้นิสิตแต่ละกลุ่มจัดกิจกรรมจิตสาธารณะร่วมกับชุมชนบนฐานคิดของการ “เรียนรู้คู่บริการ" หรือการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม (Participatory Learning Process) ระหว่างนิสิตกับนิสิต และนิสิตกับชุมชน ซึ่งเป็นไปตามหลักคิดของการเรียนรู้จากการลงมือทำ (Learning by Doing) และการเรียนรู้จากคนรอบข้าง (Learning by Others) โดยทั้งปวงนั้นได้เน้นทักษะการบริหารจัดการโครงการ การทำงานเป็นทีม หรือแม้แต่การเรียนรู้ในมิติผู้นำ (Leader) และผู้ตาม (Follower) ไปพร้อมๆ กัน






“บวร : ภาพรวมของกระบวนการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นห้องเรียน"


ภาคเรียนที่ ๒/๒๕๕๖ นิสิตในรายวิชาการการพัฒนานิสิต ได้จัดโครงการเพื่อการพัฒนานิสิต โดยมุ่งเน้นการใช้ชุมชนเป็นฐาน หรือชุมชนเป็นห้องเรียน จำนวน ๑๙ โครงการ ครบตามแนวคิดของ “บวร" ที่ประกอบด้วย “บ้าน-วัด-โรงเรียน (ส่วนราชการ) หากแต่มีทั้งการบูรณาการครบมิติ (บวร) ในหนึ่งโครงการและการแยกส่วนตามบริบท หรือข้อจำกัดของพื้นที่ หรือข้อจำกัดของกิจกรรมนั้นๆ ดังนี้

๑.บ้าน (ชุมชน) :
เป็นการจัดกิจกรรมในลักษณะของ “ค่ายอาสาพัฒนา" เชิงบูรณาการ หรือสหกิจกรรม ณ ห้วยป่าไร-ภูมะตูม บ้านวังมน ต.กุดหว้า อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ประกอบด้วยกิจกรรมสำคัญๆ คือการสร้างฝายชะลอน้ำ รวมถึงการปรับภูมิทัศน์ในโรงเรียนและการเรียนรู้วิถีวัฒนธรรมชาวภูไท (ผู้ไท) และนอกจากนั้นยังเรียนรู้เรื่องพันธุ์ไม้และสมุนไพรในภูมะตูม ส่วนอีกโครงการเป็นกิจกรรมการมอบกล้าไม้และร่วมปลูกกล้าไม้ในหมู่บ้าน โรงเรียน และวัด ณ บ้านป่าขี ต.นาเมือง อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด โดยกล้าไม้ที่นำไปจัดกระบวนการเรียนรู้ก็คือ “มะนาว" และ “ขี้เหล็ก"


๒.วัด :
เป็นการจัดกิจกรรมบูรณาการระหว่างการบำเพ็ญประโยชน์กับการทำนุบำรุงศาสนา ครอบคลุมพื้นที่การดำเนินงานในชุมชนอำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม ประกอบด้วยวัดสำคัญๆ ในเทศบาลตำบลขามเรียง คือ วัดป่ากู่แก้วและวัดศรีสุข (บ้านดอนหน่อง) วัดป่าดอนหนาด (บ้านดอนนา) วัดชัยจุมพล (บ้านขามเรียง) และวัดในชุมชนเทศบาลตำบลศรีเวียงชัย ซึ่งกิจกรรมหลักๆ ที่จัดขึ้นจะมีลักษณะคล้ายคลึงกัน อาทิ ปลูกต้นไม้ภายในวัด ปรับภูมิทัศน์ ซ่อมแซมห้องสุขา ทำความสะอาดอุโบสถ ติดป้ายสุภาษิตคติธรรม ถวายภัตตาหารและสังฆทาน รวมถึงการฟังธรรมเทศนา และการเรียนรู้ประวัติศาสตร์การตั้งถิ่นฐานของชุมชนอันเป็นที่ตั้งของวัด


๓.โรงเรียน (สถานศึกษา) :
ประกอบด้วยพื้นที่การจัดกิจกรรม ๓ พื้นที่ คือ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม,ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และโรงเรียนในชุมชน (หมู่บ้าน) ดังรายละเอียดโดยสังเขปต่อไปนี้

๓.๑ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม :
ประกอบด้วยกิจกรรมการส่งเสริมจิตสำนึกเรื่องประชาธิปไตยในสถานศึกษา ด้วยการรณรงค์การเลือกตั้งองค์กรนิสิต (องค์การนิสิต,สภานิสิต,สโมสรนิสิตคณะ) นอกจากนั้นเป็นกิจกรรมการทำความสะอาดห้องน้ำในอาคารราชนครินทร์ ซึ่งเป็นอาคารเรียนรวมของสำนักศึกษาทั่วไป โดยนอกจากการทำความสะอาดห้องน้ำแล้วยังมีการจัดทำสติ๊กเกอร์รณรงค์ไปในตัว อีกทั้งขยายพื้นที่การจัดกิจกรรมไปสู่ห้องน้ำบริเวณ “ตลาดน้อย" อันเป็นพื้นที่ที่นิสิตไปใช้ชีวิตร่วมกันจำนวนมาก นอกจากนี้ยังรวมถึงกิจกรรมรณรงค์เรื่อง “จักรยานเพื่อสุขภาพ" โดยมุ่งเน้นให้ใช้จักรยานเพื่อสร้างเสริมสุขภาพและลดภาวะโลกร้อน โดยขับเคลื่อนร่วมกันระหว่างนิสิตกับเครือข่ายบุคลากร หรือแม้แต่เครือข่ายภายนอกมหาวิทยาลัย

๓.๒ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านเขียบ :
เป็นการจัดกิจกรรมในชุมชนเทศบาลตำบลขามเรียง (อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม) ประกอบด้วยกิจกรรมสำคัญๆ คือการมอบอุปกรณ์การเรียนรู้ และจัดกิจกรรมเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างกระบวนการพัฒนาของเด็กก่อนวัยเรียนร่วมกับครูพี่เลี้ยง และคณะกรรมการศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก

๓.๓ โรงเรียนในชุมชน :
เป็นการจัดกิจกรรมในลักษณะค่ายอาสาพัฒนาเชิงบูรณาการ ครอบคลุมพื้นที่การทำงานในจังหวัดมหาสารคาม (อำเภอกันทรวิชัย อำเภอวาปีปทุม) ประกอบด้วยกิจกรรมสำคัญๆ เช่น การทาสีรั้ว กำแพง และซ่อมแซมอุปกรณ์ในสนามเด็กเล่น ทาสีประตูฟุตบอล ทาสีสนามกีฬา (วอลเลย์บอล) จัดบอร์ดวิชาการ วาดภาพการ์ตูนการเรียนรู้เรื่องประชาคมอาเซียนบนกำแพงโรงเรียน กิจกรรมตอบปัญหาชิงรางวัล มอบอุปกรณ์การเรียนและกีฬา




เหนือสิ่งอื่นใดกิจกรรมจำนวน ๑๙ โครงการนั้น ล้วนจัดขึ้นบนฐานคิดการออกแบบของนิสิตเป็นที่ตั้ง มีกระบวนการสำรวจพื้นที่การทำงาน มีการมอบหมายภารกิจในกลุ่มสมาชิก มีการออกแบบกิจกรรมให้สอดคล้องกับบริบทของชุมชน มีการประสานชุมชน และที่สำคัญคือมีการจัดกิจกรรมที่มุ่งเน้นการ “เรียนรู้คู่บริการ" อันหมายถึงการจัดกิจกรรมเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมระหว่างนิสิตกับนิสิตและนิสิตกับชุมชน โดยยึดบริบทชุมชนเป็นที่ตั้งว่าเกี่ยวข้องกับใครบ้าง ซึ่งมีทั้งที่ครบองค์ของความเป็น “บวร" และไม่ครบองค์ของความเป็น “บวร" แต่ทั้งปวงนั้นก็สะท้อนให้เห็นว่านิสิตได้เพียรพยายามในการสร้างกระบวนการแห่งการเรียนรู้เพื่อให้ตนเองเป็นคนที่ “กล้าคิด-กล้าทำ-กล้ารับผิดชอบ" ทั้งต่อตนเองและสังคมได้อย่างน่าชื่นชม



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน pandin



ความเห็น (11)

เขียนเมื่อ 

มาเรียนรู้กับสหาย สุดยอด คับท่านแผ่นดิน

เขียนเมื่อ 

ครับ อ.JJ

มีมากโขเลยครับที่เรียนรู้มาจากอาจารย์ฯ และทีมงาน
เก็บเล็กผสมน้อยไปเรื่อยๆ ครับ

วิชาการพัฒนานิสิต เป็นส่วนหนึ่งในหมวดศึกษาทั่วไป พัฒนาต่อยอดมาจาก "กิจกรรมนิสิต" ครับ

เขียนเมื่อ 

.... พื้นที่เป็นฐาน

      บริการทุกภาคส่วน

        สร้างกระบวนการเรียนรู้

            สู่วิถีชุมชน  


ขอบคุณค่ะ



อีกมิติหนึ่งของการปฏิรูปการศึกษาอย่างมีส่วนร่วมของผู้เรียน ลงสู่การปฏิบัติที่เป็นแบบอย่างดีๆเช่นนี้...เป็นกำลังใจให้ค่ะ

เขียนเมื่อ 

และต่อด้วยให้เจ้าของชุมชนพัฒนาเองต่อไป  เยี่ยมาก ๆ ค่ะ

เรียนท่านอาจารย์ แผ่นดิน

ปฎิรูปการศึกษา ที่ทำมาก่อนที่เขาคิดและพูดกัน

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ พี่อาจารย์ Dr. Ple

นิสิตที่ลงเรียนวิชานี้ ส่วนใหญ่เป็นนิสิตใหม่  และไม่ใช่กลุ่มทำกิจกรรม  การได้เรียนวิชานี้ จึงน่าจะกระตุ้นให้พวกเขาสนใจที่จะเรียนรู้ผ่านกิจกรรมต่างๆ มากขึ้นไปในตัว  และหากสามารถเข้าไปเป็นผู้นำ-สมาชิกองค์กรใดองค์กรหนึ่งในอนาคต ผมก็เชื่อว่า การเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริงในวิชานี้ จะทำให้นิสิตทำงาน และเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ...

ขอบพระคุณครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ พี่ใหญ่ นงนาท สนธิสุวรรณ

จุดแข็งของการเรียนรู้ผ่านรายวิชานี้คือการเตรียมการก่อนลงชุมชนครับ  มีการสอนเขียนโครงการ - ฝึกการเขียนโครงการเชิงเดี่ยวและกลุ่ม  และการสอนเรื่องเทคนิคลงชุมชน หรือจัดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกับชุมชน  

ิสิ่งเหล่านี้  เป็นการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมภายใต้ชุมชนเป็นฐานและกิจกรรมเป็นเครื่องมือดีๆ นั่นเอง ครับ

เขียนเมื่อ 

ครับ  พี่หมอ ทพญ.ธิรัมภา

ทุกอย่างจะไม่มีประโยชน์เลย หากชุมชนไม่สามารถยืนอยู่ หรือเดินต่อด้วยตนเอง...
นั่นคือที่มาที่ไปคือ "เรียนรู้คู่บริการ" ...
ทั้งให้และรับไปพร้อมๆ กัน ครับ

เขียนเมื่อ 

ครับ พี่วอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei--

ปฏิรูปการเรียนรู้โดยใช้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
และขยายห้องเรียนให้มากกว่าห้องเรียนในมหาวิทยาลัย....

เพื่อให้นิสิต ได้สัมผัสกับความจริง สถานการณ์จริงของสังคม ครับ

เขียนเมื่อ 

กระบวนทัศน์ กระบวนการ และผลลัพธ์ ชัดในระดับที่ควรสร้างรายวิชาแบบนี้เพื่อสร้างคนดีให้กับสังคมมากๆ ครับ ... ขอบคุณครับ