Semeo-Voctech ไปทางนี้จ้ะ

ไม่อยากจะบอกเลยว่าสะสมความเครียดไว้มากมายแค่ไหนในการเดินทางเพื่อเข้าอบรมหลักสูตร Conduct A F.R.E.S.H Research in VTET Context ซึ่งกว่าจะเคลียร์งาน โดยเฉพาะเอกสารนำเสนอ Country Report ได้ก็ตกเวลาตี 3 พอดี กะว่าจะนอนเอาแรงสักเล็กน้อย แต่นอนไม่หลับเอาเสียอย่างนั้นแหละ ลุกขึ้นจัดการกับธุรกิจส่วนตัว ออกจากบ้านเมื่อเวลา 05.20 น. ถึงสนามบินดอนเมือง 05.50 น. โทรศัพท์หาเพื่อนเดินทาง เธอชื่ออาจารย์เบญจา ซึ่งก็เพิ่งเคยพบกันครั้งแรกในชีวิตทั้งคู่ เธอเป็นอาจารย์จากวิทยาลัยเกษตร และมีบุคลิกภาพสมกับเป็นอาจารย์ทางเกษตร รูปร่างสูงใหญ่ ผิวสองสี และมีรอยยิ้มที่เป็นมิตรอยู่เสมอ Check-in ด้วยสายการบิน BI 043 แล้วได้ที่นั่ง 44 K และ 44 H กำหนดเวลาบินของเครื่องบินคือเวลา 07.50 น. แต่กว่าจะได้บินออกจากประเทศไทยก็ตกเอาเวลา 08.20 น. ถึงสนามบินบรูไน เวลา 11.30 น. (เวลาท้องถิ่นของบรูไน) อยากจะเล่าให้ฟังว่าบนสนามบินของสายการบิน Royal Brunei แอร์โฮสเตสจะแต่งตัวด้วยชุดประจำชาติ ชาย-หญิง คล้ายกับบ้านเรา การสาธิตถึงวิธีการใช้เครื่องป้องกัน จะใช้ผู้ชายสาธิตทั้ง 2 คน การเสริ์ฟอาหารเริ่มเมื่อเครื่องบินไปได้ประมาณ 40 นาที เริ่มต้นที่เราพากันบ่นพึมพำว่ากลิ่นอะไรน่ะยังกับปลาหมึกปิ้งรถเข็นบ้านเรา เลย แอร์โฮสเตสเดินบริการอาหาร กว่าจะถึงเราทั้งคู่ก็เหลืออาหารจานหลักรายการเดียวคือ ข้าวผัดเนื้อผสมกับผักต่างๆ เช่น เม็ดถั่วลันเตา ข้าวโพด มันฝรั่ง ข้าวก็คล้ายๆกับข้าวหอมมะลิของไทย นอกจากนั้นยังมีขนมปังเนย-แยม เค้กและผลไม้ถ้วยเล็กๆ ประกอบด้วย มะละกอ สับปะรด และแคนตาลูป อย่างละ 1 ชิ้น ชา-กาแฟ น้ำผลไม้ จะให้เลิศหรูอลังการ เหมือนสายการบินแห่งชาติ (ไทย) ได้อย่างไร

เข้าแถวเพื่อรอการเข้าประเทศที่เคาเตอร์ Immigretion รับกระเป๋า แล้วมีเจ้าหน้าที่ขอเปิดกระเป๋าผู้โดยสารทุกคนเพื่อตรวจสอบ ดูเหมือนจะโดนเหมือนกันหมด พอมาถึงเราสองคนหญิงสาวผู้ทำหน้าที่ตรวจขอสุ่มตรวจ 1 ใบ เปิดออกมาก็เจอแต่อาหารการกินทั้งนั้น อาทิ ปลาสลิดทอดบะหมี่สำเร็จรูป น้ำพริก ผู้ตรวจยิ้ม ถามว่าจะไปไหน บอกเขาว่า “Go to Training at Semeo Voctech” เท่านั้นแหละเธอบอกคำเดียวสั้นๆ “OK“

ออกจากประตูสนามบินเจอพรรคพวกร่วมชะตากรรม ประกอบด้วย ชาวลาว 1 นาย สาวสวยชาวเวียตนาม หนุ่มจาก Cambodia รวมกับเรา 5 ชีวิต มีเจ้าหน้าที่ของศูนย์ Voctech หน้าตาน่ารัก จ้ำม่ำดี อัธยาศัยดีมากๆ มารับด้วย อยู่บนรถเธอก็จะร้องเพลงคลอตามเสียงเพลงที่คนขับรถเปิด โชคดีนะที่เสียงดี! ประมาณ 5 นาทีก็ถึง International House ฉัน Check-in ได้ห้อง 210 Roomate คือชาวมาเลเซีย ชื่อ Rohana ส่วนอาจารย์เบญจาได้สาวเวียตนามเป็นเพื่อน ชื่อเล่นเรียกเธอว่า ฮัง ( Hang ) อายุ 30 ปี ลูกชาย 2 แล้วนะคะ สอนภาษาอังกฤษ ปัจจุบันทำงานด้านวิจัยหลังจากนั้นเข้าห้องพักผ่อน

เวลา 15.00 น. ได้รับเชิญให้เข้าร่วมพิธี Closing Ceremony ของหลักสูตรรุ่นพี่ที่อบรมเสร็จสิ้นไปแล้ว ชื่อหลักสูตร Response of VTET Curriculum to the Changing Nature of Work หลังจากได้มีการฟัง Speech จาก Mr. Noorhaizandin ซึ่งเป็น Centre Director แล้วต่อด้วย Dr. Corazon Dauz Sampang ผู้รับหน้าที่ Co-ordinator ของหลักสูตร ต่อด้วยประธานกลุ่ม และตัวแทนกลุ่มผู้เข้าอบรม ปิดท้ายด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการของบรูไนขึ้นกล่าว เป็นที่น่าสังเกตว่าในการกล่าวให้โอวาท หรือปิดการอบรม หรือแม้แต่รายงานการดำเนินงานจะใช้เวลาค่อนข้างนาน และมีรายละเอียดมากกว่าที่เคยได้พบเห็นในประเทศไทย หลังคำกล่าวอันน่าประทับใจ ตามมาด้วยการแจกใบประกาศนียบัตร ของผู้เข้ารับการอบรม และเลี้ยงอาหาร รายการอาหารคือ หมี่ซึ่งคล้ายๆ เส้นบะหมี่สำเร็จรูป ผัดกับผักต่างๆ มีรสชาติเผ็ด เค็ม คล้ายๆ บ้านเรา ขนมกะหรี่พัพฟ์ (ต้องเรียกว่าอย่างนี้เนื่องจากเหมือนมาก เพียงแต่ไส้จะมีกลิ่นฉุนของเครื่องเทศและคล้ายๆ จะผัดกับเครื่องน้ำพริกแกงด้วย) นอกจากนี้ยังตบท้ายด้วย เค้กศิลาลาย ชา-กาแฟ พบอาจารย์ของวิทยาเขตพระนครใต้ ดีใจมากๆ ที่ได้เจอคนไทย


ความร่มรืนบริเวณที่พัก

คนไทย จาก 2 หลักสูตร หลักสูตรก่อนหน้า คือ 2 คนตรงกลาง หลักสูตรผู้เขียน อยู่ 2 ข้าง

ตอนเย็นเพื่อนๆ ชาวลาวเป็นไกด์พาไปชอปปิ้งที่ Department Store และร้านขายของที่ระลึก รุ่นพี่ที่จะกลับก็ตระเวนซื้อของฝาก เจอของฝากชนิดหนึ่งบ้านเราเรียกว่า “ไข่วิจิตร” ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชนของคนไทย (คล้ายกันมากเลย) ว่าจะซื้อไปฝากชาวไทยซักหน่อย หลังจากนั้นแยกตัวจากกลุ่มพร้อม Ben ซื้อของใช้และของกินกระจุกกระจิกสำหรับใช้และเป็นอาหารเช้าในวันที่ 2 มีขนมปังลูกเกด (2.30 เหรียญ) ขนมปังเนยคล้ายใส่ไส้ด้วย Stusal (0.80 เหรียญ) กาแฟ Kopi-O Coffee & Sugar (3.80 เหรียญ) มี 20 ซอง น้ำผลไม้ ขนาด 1 ลิตร เป็นน้ำส้ม 100% (1.55 เหรียญ) น้ำแอปเปิ้ล (1.50 เหรียญ) น้ำดื่ม (1.60 เหรียญ) ขนาด 1.5 ลิตร หนักมาก แถมเดินหลงทางอีกต่างหาก กลับมาถึงที่พักรู้สึกเหนื่อยมาก กลับเข้าห้องต้มน้ำลวกบะหมี่สำเร็จรูปรสจี๊ดจ๊าดไป 1 ชาม อร่อยมาก ตั้งแต่กินบะหมี่มา มีความรู้สึกว่าบะหมี่ชามนี้อร่อยที่สุดเลย หลังจากนั้นก็พยายามโทรศัพท์กลับประเทศไทย ใช้คำว่า พยายาม เนื่องจากกดผิดกดถูก แต่ในที่สุดเมื่อเวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง ก็ประสบความสำเร็จ การ์ดที่ใช้โทรซื้อจากเคาเตอร์ที่พักชั้นล่าง เป็นการ์ด JTB ขายแผ่นละ 10 เหรียญ ประมาณ 240 บาท โทรกลับประเทศไทยได้นานประมาณ 15 นาที คืนนั้นก็หลับเป็นตายเลย

ร้านที่ซื้อของใช้ ของกิน

ร้านอยู่แถวนี้แหละ

อย่าลืมรอตอนสองนะคะ ขอดอกไม้เป็นกำลังใจหน่อยนะ จะได้มีแรงเขียนต่อ