มนุษย์ที่ข้ามชาติ:กับการที่เป็นคนอพยพ และการที่เป็นคนภายในประเทศ แต่กลับกลายเป็นคนไร้รัฐที่จะมารับรองสัญชาติให้
การอพยพลี้ภัยหรือหนีภัยจากประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศ ที่มีความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินมากกว่า เป็นเรื่องที่กลุ่มคนเหล่านั้นหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อหนีภัยข้ามมายังอีกประเทศ บุคคลเหล่านั้นก็จะได้รับการปฏิบัติ ได้รับสถานะที่แตกต่างกันไป บางกรณีรัฐบาลของประเทศที่ให้ที่พักอาศัยชั่วคราวก็ไม่ได้รับรองสถานะแก่ผู้ที่อพยพเข้ามาในประเทศ ทำให้เกิดปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่ร้ายแรงไปกว่านั้นคือการที่แต่เดิมบุคคลเหล่านั้นก็ไม่มีสัญชาติใดๆเลยในโลกนี้ ประเทศบ้านเกิดของบุคคลเหล่านั้นไม่ได้รับรองสัญชาติให้ ตัวอย่างคือ กรณีของ ชาวโรฮิงยา ที่ถูกรัฐบาลของประเทศพม่าปฏิเสธ และไม่รับรองสัญชาติให้กับคนกลุ่มนี้[1] จนในที่สุดชาวโรฮิงยาต้องอพยพไปตามประเทศต่างๆเพื่อเอาชีวิตรอด แต่ประเทศต่างๆที่ชาวโรฮิงยาอพยพเข้าไปอยู่อาศัย ก็ไม่ได้รับรองสัญชาติให้ชาวโรฮิงยาเป็นคนในรัฐนั้น สถานะของชาวโรฮิงยาในประเทศนั้นๆจึงเป็นเพียง คนต่างด้าวที่เข้าเมืองผิดกฎหมาย และประเทศส่วนใหญ่ก็ไม่ให้สิทธิอาศัยถาวรให้กับกลุ่มคนดังกล่าว
จึงกล่าวได้ว่า ปัญหาความไร้สัญชาติ (Nationalityless) ที่เกิดขึ้นแก่บุคคลธรรมดา ก็คือ สภาพที่บุคคลไม่มีสัญชาติของประเทศใดเลยในโลก กล่าวโดยหลักกฎหมายได้ว่า คนไร้สัญชาติมีสถานะเป็นคนต่างด้าวในทุกประเทศของโลก แต่ปัญหาไร้สัญชาติจะรุนแรงมากขึ้นหากบุคคลไม่ได้รับการยอมรับให้ “สิทธิอาศัย” โดยรัฐใดเลยในโลก โดยผลของกฎหมาย บุคคลในสถานการณ์นี้จึงตกเป็น“คนต่างด้าวผิดกฎหมาย” ในทุกประเภทของโลก บุคคลในลักษณะนี้จึงตกเป็น “คนไร้รัฐ” (Stateless) โดยสิ้นเชิง ทั้งๆที่ตามข้อ6 แห่งปฎิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน 1948 ได้รับรองไว้ว่า ทุกๆคนมีสิทธิที่จะได้รับการยอมรับว่าเป็นบุคคลในกฎหมายไม่ว่า ณ ที่ใด
สาเหตุแห่งความไร้สัญชาติในประเทศไทย แบ่งได้เป็น ๒ ลักษณะ คือ (๑) ความไร้สัญชาติเพียงด้านข้อเท็จจริง (De facto Stateless) และ (๒) ความไร้สัญชาติทั้งด้านข้อกฎหมาย (De Jure Stateless)
ความไร้สัญชาติโดยข้อเท็จจริงเกิดขึ้นได้ในสองลักษณะ ลักษณะแรก ก็คือ กรณีที่เกิดขึ้นจากบุคคลไม่ทราบข้อเท็จจริงของตน จึงไม่อาจพิสูจน์ความเกาะเกี่ยวกับรัฐใดเลยในโลก ไม่อาจกำหนดสัญชาติใดๆในโลกได้เลย ดังนั้นจึงตกเป็นคนไร้สัญชาติลักษณะที่สอง เกิดขึ้นแม้บุคคลนั้นเชื่อว่าและอ้างว่า ตนมีข้อเท็จจริงที่ทำให้ได้สัญชาติไทย แต่เจ้าหน้าที่ของรัฐไทยเองปฏิเสธที่จะเชื่อในข้อเท็จจริงที่บุคคลกล่าวอ้าง
ความไร้สัญชาติทั้งด้านข้อกฎหมาย คือกรณีที่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบุคคลนั้นๆ ไม่มีกฎหมายใดให้หรือรับรองสัญชาติไว้เลย ผลคือบุคคลนั้นๆจะไม่มีสัญชาติไทย และไม่มีสัญชาติอื่นใดในโลกนี้เลย ซึ่งความไร้สัญชาติทางด้านข้อกฎหมายเกิดขึ้นได้สองลักษณะ ลักษณะแรกคือ เป็นบุคคลที่เกิดในประเทศไทย แต่บิดามารดาไม่ได้เป็นคนสัญชาติไทย คือกำเนิดจากบุพการีที่เกิดนอกประเทศไทย ลักษณะที่สองคือ เป็นบุคคลที่เกิดนอกประเทศไทยจากบุพการีที่เกิดนอกประเทศ[2]
และเมื่อพิจารณาในกรณีของกลุ่มชนชาติพันธุ์ในไทย คือ คนที่เกิดและอาศัยทำมาหากินบนผืนแผ่นดินไทยมานมนาน มีรากฐานเหง้าทางวัฒนธรรมเกี่ยวโยง ผูกร้อยอยู่ในท้องถิ่น เชื่อมถึงสัมพันธ์ร่วมอยู่กับทรัพยากรและกับคนกลุ่มอื่นๆ และมีวิถีชีวิตอยู่ร่วมกลมกลืนกับวัฒนธรรมอื่นๆในสังคมไทยมานาน เช่น ชาวเขาทางภาคเหนือ ตั้งแต่ระนอง ประจวบฯ กาญจนบุรี ตาก แม่ฮ่องสอน เชียงราย เชียงใหม่ น่าน เป็นต้น คนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นคนไทย แต่พวกเขาถูกละเลยการให้สัญชาติ ไม่ใช่คนไร้สัญชาติคือไร้รัฐสังกัด[3] ตามความเชื่อของพวกเขาเองก็มีความเข้าใจว่าตนเป็นคนไทยคนหนี่งซึ่งควรจะได้รับสิทธิต่างๆเท่าเทียมกันกับคนที่อยู่ในเมือง รัฐจึงควรที่จะรับรองสัญชาติให้กับบุคคลเหล่านี้ อีกทั้งคนที่อพยพ หนีภัย หรือมาตั้งรกรากนานเป็นชั่วอายุคน คนเหล่านี้ก็สำคัญ ที่ต้องพิจารณาให้สิทธิ ให้สถานะ ให้สัญชาติ และรวมทั้งคนที่อพยพหนีภัย กลับคืนถิ่นไม่ได้และสมัครใจตั้งรกรากอยู่ถาวรก็ต้องเร่งพิจารณาให้สถานะเช่นกัน
โดยสรุปแล้วสาเหตุแห่งความไร้สัญชาติจึงกล่าวได้ว่า เป็นข้อบกพร่องทั้งผู้ปกครอง คือ พ่อแม่ และในระบบราชการไทย ซึ่งมักจะผลักดันให้เด็กไทยที่มีสิทธิอยู่แล้วตามกฎหมาย กลายเป็นคนชายขอบ โดยเฉพาะเด็กๆ ที่เกิดและเติบโตในประเทศไทย ซึ่งหากสรุปว่ากลไกราชการนี้เองที่มีส่วนร่วมในการละเมิดสิทธิประชาชน และสิทธิมนุษยชน
มนุษย์ข้ามชาติ ที่กลายเป็นคนไร้สัญชาติ ไร้รัฐ จึงเป็นไปได้ทั้งในกรณีที่ เป็นกลุ่มบุคคลที่อพยพลี้ภัย หนีภัยมาจากประเทศของตนเอง โดยที่ประเทศที่หนีมานั้นก็ไม่ได้รับรองสัญชาติไว้ให้เป็นคนของประเทศนั้น ในขณะเดียวกันเมื่อเข้ามาอยู่ในประเทศอื่นที่ปลอดภัยกว่า ก็ยังไม่ได้รับการรับรองสัญชาติให้ จึงทำให้กลายเป็นคนไร้สัญชาติ ไร้รัฐที่จะรับรองความเป็นพลเมือง ทำให้เสียสิทธิต่างๆในชีวิตมากมาย และเป็นได้ทั้งในกรณีที่เป็นบุคคลที่อาศัยอยู่แต่ดั้งเดิมในประเทศ เกิดในประเทศนั้น แต่ไม่ได้รับการรับรองสัญชาติจากรัฐ นำมาซึ่งปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน
จุฬาลักษณ์ หาญนาวี
27เมษายน2557
อ้างอิง
[1] โรฮิงยา:ไร้สัญชาติ-ขาดมิตร,สืบค้นทาง http://www.dailynews.co.th/Content/Article/148294/โรฮิงยา%3Aไร้สัญชาติ-ขาดมิตร (เข้าถึงข้อมูลวันที่27เมษายน2557)
[2] ความเป็นคนไร้รัฐและคนไร้สัญชาติในประเทศไทย:คืออะไร ? และควรจัดการอย่างไร ?,สืบค้นทาง
http://www.archanwell.org/autopage/show_page.php?t=1&s_id=278&d_id=277 (เข้าถึงข้อมูลวันที่27เมษายน2557)
[3] บทสรุป ปัญหาคนไร้สัญชาติในประเทศไทย,สืบค้นทาง http://www.thaingo.org/story/nationless.htm (เข้าถึงข้อมูลวันที่27เมษายน2557)