กลับเข้าบ้าน เปิดอ่านโกทูโนว์..ยิ่งได้ความรู้สึกดีๆ ประทับใจยิ่งนัก กับถ้อยคำที่คุณผู้ใช้นามว่า..GD..บันทึกไว้ในอนุทิน อ่านแล้ว เพิ่มพลังขึ้นมาทันตาเห็น คิดเลยว่ามันต้องแบบนี้ เราต้องทำแบบนี้...เมื่อกำหนดเป้าหมายแน่ชัดแล้ว ไมว่าเต่าจะคลานช้าแค่ไหน ขอเพียงมันต้วมเตี้ยมอย่างต่อเนื่องทุกวัน..ในที่สุดมันย่อมคลานถึงเป้าหมาย...(พ.ชิงหวิน)

ผมไปทำงานให้เขตพื้นที่การศึกษาหลายวัน กลับเข้าโรงเรียนด้วยความห่วงใย อย่างแรกเมื่อเข้าโรงเรียนคือ เก็บกวาดหน้าอาคารและรดน้ำต้นไม้ที่กำลังเหี่ยวเฉาไปตามกาลเวลาที่ร้อนอบอ้าวสุดๆ

จากนั้น..ลงมือทำงานด้านเอกสาร สรุปจำนวนนักเรียนอนุบาล ๑ ที่รับเข้าใหม่กับนักเรียนที่เลื่อนชั้นขึ้นไปเรียนในปีการศึกษาหน้า ๒๕๕๗ ที่จะเปิดเรียน ๑๖ พฤษภาคม พบว่ามีนักเรียนรวมทั้งหมด ๖๖ คน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน

ผมมาทำงานที่โรงเรียนนี้ในปี ๒๕๔๙ ตอนนั้นมีนักเรียน ๕๒ - ๕๔ คน วันนี้เพิ่มขึ้นเป็น ๖๖ คน ความรู้สึกเหมือนได้กำลังใจอย่างบอกไม่ถูก  จริงๆ ไม่ได้ต้องการปริมาณเด็กมากมายนัก แต่ถ้าน้อยเกินไปก็ดูไม่ดี และคาดว่าอีก ๘ ปีจะเกษียณ ถ้าไม่ย้ายหรือลาออกเสียก่อน เด็กน่าจะถึง ๗๐ คน

แดดร่มลมตก ก่อนออกจากโรงเรียน ถือโอกาสช่วงเย็น รดน้ำผักบริเวณสระน้ำ ที่น้ำในสระ ณ วันนี้ ลดลงไปมาก แต่เชื่อว่าเปิดเทอม ฝนตกลงมาติดต่อกัน สัก ๕ - ๖ ครั้ง น้ำก็จะกลับมาเต็มเหมือนเดิม

บางทีก็ถามตัวเองเหมือนกัน ทำไปทำไมเนี่ย ก็นี่มันเป็นช่วงปิดภาคเรียนนะ ครูก็ไม่ได้มาทุกคน เด็กก็ไม่มี เริ่มคิดก็เริ่มท้อ อาจเป็นเพราะทำงานต่อเนื่องหรืออาจเป็นที่อากาศร้อนมาก จึงรู้สึกเหนื่อยขึ้นมา แต่พอคิดใหม่และคิดในมุมบวกว่า ถ้าไม่ทำงานก็จะค้างคา และโรงเรียนก็เป็นสถานที่ราชการ ก็ต้องมีคนอย่างเรามาทำงาน และเป็นงานที่ได้เงินเดือนสูง ตลอดจนได้ทุกวันด้วย จึงมีแรงฮึดสู้ รวบรวมและเรียบเรียงเป้าหมายที่เคยตั้งไว้ว่า จะผ่านการประเมินภายนอก รอบ ๓(สมศ)ไปให้ได้ จากนั้นจะตั้งหลักนำโรงเรียนสู่การประกันคุณภาพที่เป็นเลิศ..ในเชิงประจักษ์เสียที ลึกๆแล้ว..จะทำให้ได้มากกว่า..จิ๋วแต่แจ๋ว..ด้วยซ้ำ

กลับเข้าบ้าน เปิดอ่านโกทูโนว์..ยิ่งได้ความรู้สึกดีๆ ประทับใจยิ่งนัก กับถ้อยคำที่คุณผู้ใช้นามว่า..GD..บันทึกไว้ในอนุทิน อ่านแล้ว เพิ่มพลังขึ้นมาทันตาเห็น คิดเลยว่ามันต้องแบบนี้ เราต้องทำแบบนี้...เมื่อกำหนดเป้าหมายแน่ชัดแล้ว ไมว่าเต่าจะคลานช้าแค่ไหน ขอเพียงมันต้วมเตี้ยมอย่างต่อเนื่องทุกวัน..ในที่สุดมันย่อมคลานถึงเป้าหมาย...(พ.ชิงหวิน)

เขาถึงว่า การอ่านเป็นเครื่องมือกระตุ้นจิตสำนึกและสร้างแรงบันดาลใจ.. ให้ทบทวนและใฝ่ดี คิดดี และอยากทำดี

ท้ายที่สุดก็จบลงได้อย่างสวยงาม กับถ้อยคำในอนุทินของอาจารย์WAS ที่บอกว่า

"ความหวัง ที่ไม่มีความเพียร...จะเป็นแค่...ความสิ้นหวัง..(อองซานซูจี)

แน่นอนเลย..ทุกวันนี้ ..ก็เป็นเช่นถ้อยคำนี้..หลายครั้งหลายครามาแล้ว...

 

                                                                      ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

                                                                       ๒๑ เมษายน ๒๕๕๗