มีเพื่อนมาสรุปบทเรียนของตัวเองให้ฟังว่า........................

"ได้ติดตามอาจารย์แสวงมาประมาณ2ปีครับ อ่านบันทึกแล้วลงสนาม วิเคราะห์และอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนปัจจุบันพอที่จะเข้าใจในวิธีดูพระและกระบวนการของพระเครื่องได้ไม่มากก็น้อย(แต่ยังต้องเร่งเพิ่มประสบการณ์) และได้ยินคำพูดต่างๆที่อาจารย์กล่าวถึงอยู่เสมอ วิเคราะห์คนที่พูดได้ดังนี้ครับ

-คนที่อยู่ในวงจรพระเครื่องส่วนมากเป็นคนที่มาตรฐานของการศึกษาค่อนข้างน้อยอยู่แล้ว(โลกทรรศน์ต่ำ)

-การเรียนรู้ส่วนมากใช้วิธีจำกันมา(บอกต่อ)ไม่ได้เรียนรู้โดยการวิเคราะห์ข้อมูล(คิดเชิงวิทยาศาสตร์)

-ศาสตร์ในการดูพระใช้ข้อมูลเยอะมากมาก จนกว่าจะตกผลึกได้(ยิ่งไม่มีคนสอนยิ่งยาก)

-และคนเหล่านื้ให้คุณค่าของพระเครื่องอยู่ที่มูลค่า(เก๊-แท้เรื่องรอง ขายได้หรือไม่เป็นเรื่องหลัก)

-พระที่เรียนรู้ยากเช่นพระกรุหรือพระเนื้อผงถือว่าเป็นเรื่องไกลตัวเพราะขายยาก(ไม่เป็นทั้งคนซื้อคนขาย)

ก็เลยทำให้คนเหล่านี้ขาดความสนใจที่จะเรียนรู้อย่างจริงจัง ก็เลยไม่สามารถขึ้นเป็นเซียน(ผู้ชำนาญ)ได้

เมื่อขาดความรู้ความเข้าใจพร้อมกับโลกทรรศน์ที่ถูกต้อง เราก็เลยได้ยินคำพูดเหล่านี้บ่อยๆ ครับ

ศิษย์ปี2(แอบเรียนครับ)"

------------------------------------------------------------------------

ผมเลยตอบไปว่า.........................................

เห็นด้วยส่วนใหญ่ครับ เว้นข้อเดียว

".....-พระที่เรียนรู้ยากเช่นพระกรุหรือพระเนื้อผงถือว่าเป็นเรื่องไกลตัวเพราะขายยาก(ไม่เป็นทั้งคนซื้อคนขาย)..."

เพราะ

1. ไม่ได้เรียนรู้ยาก แต่หายากมากกว่า และ

2. คนที่ไม่เป็น นั้นก็เฉพาะคนยังไม่เรียนเท่านั้น คนตั้งใจเรียนจริงๆ แค่ 5-10 นาที ก็ดูเป็นแล้วครับ

และ

พระที่เรียนรู้ยากที่สุด คือ พระเหรียญ เพราะ

1. เนื้อพระแท้ก็ใหม่ และทำเลียนแบบได้ 100%

2. บล็อก พิมพ์ ของแท้ๆ ก็ใหม่ๆ ทำเลียนแบบได้ 100%

3. ตำหนิ รอยตัด ก็ทำเลียนแบบได้ 100%

ที่พอจะสังเกต แยกแยะได้บ้าง ก็ "ความเก่า" และจุดแตกต่างเล็กๆน้อย ทีต้องอาศัยความชำนาญขั้นสูงมากๆ

ทั้งประสบการณ์สูงมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ และความรู้ "ฝังลึก" (Tacit knowledge) ที่สอนแบบบอกต่อกันไม่ได้

แต่พระเนื้อดิน และเนื้อผงนั้น แค่ดูเป็นกลุ่ม มาตรฐานกลาง (เหี่ยว ฉ่ำ นวล) ถ้าผ่านจริงๆข้อเดียว ก็แท้แล้วครับ

ยังไม่ต้องรู้ด้วยซ้ำว่าพระอะไร วัดไหน ปีไหน



ง่ายกว่ากันเยอะเลย



อิอิอิอิอิอิอิอิอิอิ