ซึ่งหากสภาองค์กรชุมชนแต่ละพื้นที่ ทำภารกิจ ตาม พรบ.สภาองค์กรชุมชน มาตรา 21 ก็จะเพิ่มศักยภาพชุมชนในการจัดการตนเอง

 

 

สภาองค์กรชุมชนเทศบาลตำบลปากพะยูน ได้จดแจ้งจัดตั้งเมื่อเดือนสิงหาคม 2551 ตาม

พระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พศ. 2551 ซึ่งในจังหวัดพัทลุง ได้มี 3 องค์กรได้ร่วม

กันรณรงค์จัดตั้ง คือ พอช.(พัฒนาองค์กรชุมชน องค์กรมหาชน) ศูนย์ต่อสู้เอาชนะยาเสพ

ติด และเครือข่ายประชาธิปไตย มูลนิธิศักยภาพชุมชน

 

และเทศบาลตำบลปากพะยูนได้ จดแจ้งจัดตั้งโดยเครือข่ายประชาธิปไตย มูลนิธิศักยภาพ

ชุมชน เพียงพื้นที่เดียวในจำนวนสภาองค์กรชุมชน 12 สภาฯ ซึ่งมีอาจารย์ กาจ ดิษฐา

อภิชัย กับคุณ สำเริง สุดสวาท ได้มาเปิดเวทีให้ได้รับการจดแจ้งจัดตั้ง.....

 

อ. กาจ  ดิษฐาอภิชัย จากพัทลุง

 

หลังการจดแจ้งจัดตั้ง ก็ได้ร่วมเวทีประชาธิปไตยชุมชนหลายเวที  จนได้มีการสรุปการ

จัดการตนเองของชุมชน 3 ประเด็นคือ การจัดการความเหลื่อมล้ำทางสังคม จัดการงบ

ประมาณเอง และยกเลิกการบริหารราชการส่วนภูมิภาค และได้จัดเวทีเสียงประชาธิปไตย

ผ่านมุมมองการเมืองคนใต้ ที่ลำปำรีสอร์ทจังหวัดพัทลุง

 

เมื่อวันที่ 13 -14  มีนาคม 2557 ได้มีโอกาสเข้าประชุม เครือข่ายประชาธิปไตย ที่โรง

แรมหลุย แทเวิร์น กรุงเทพมหานคร  เพื่อนำเสนอประเด็นปัญหาในพื้นที่ ถอดบทเรียนใน

การทำงานของโครงการประชาธิปไตย 8 เครือข่าย

1>เครือข่ายจังหวัดเชียงรายในการผลักดันธรรมนูญจังหวัดจัดการตนเอง

2>เครือข่ายจังหวัดอุบล  ประสบการณ์การต่อสู้เรื่องที่ดินและจัดการตนเอง

3>พื้นที่ความขัดแย้งการเคลื่อนไหวเพื่อแก้ปัญหา ปาตานี

4>เสียงประชาธิปไตยผ่านมุมมองการเมืองคนใต้ จาก จังหวัดพัทลุง  นครศรีธรรมราช

สุราษฎร์ธานี และจังหวัดตรัง

5>ประมงพื้นบ้านกับการแก้ปัญหาเนื่องมาจากโรงงานอุตสาหกรรมและน้ำมันรั่ว

6>การเคลื่อนไหวของสิทธิความหลากหลายทางเพศ  เพื่อผลักดันกฎหมายให้ปกป้อง

คุ้มครองอย่างเท่าเทียม

7>การเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิ วัฒนธรรมชนเผ่า และสัญชาติในชุมชนสวนผึ้ง

8>ความอยุติธรรมที่ยังถูกขุมขังกับการทำงานเคลื่อนไหวของเครือข่ายเพื่อนักโทษ

การเมืองและนักโทษ ม. 112

 

เครือข่ายชนเผ่าจากสวนผึ้ง ราชบุรี

ในการนำเสนอประเด็นปัญหาในพื้นที่เพื่อถอดบทเรียนของการทำงานโครงการ

ประชาธิปไตยในครั้งนี้ ได้เรียนรู้การต่อสู้ในการเข้าถึงสิทธิในการรักษาพยาบาลของพี่น้อง

ชนเผ่าในอำเภอสวนผึ้งที่ต้องสู้เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์กันต่อไป  ปัญหาประมงพื้นบ้าน

มีบทเรียนจากน้ำรั่วที่ระยอง เป็นข่าวทั่วประเทศ ดูเหมือนได้รับการแก้ไขชดเชย เยียวยา

แต่ยังมีปัญหาและผลกระทบต่อการประกอบการของประมงพื้นบ้าน ที่สังคมลืมเลือนไป

บทเรียนของการการต่อของเครือข่ายนักโทษการเมืองและนักโทษ ม. 112 ที่ได้รับความอ

ยุติธรรม ที่สองสาสามวันมานี้ เห็นการเคลื่อนไหวส่งเสียงบอกให้สังคมรับรู้ถึงความอ

ยุติธรรมจากการใช้ ม.112 การเคลื่อนไหวเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งในปาตานี เยาวชน

คนรุ่นใหม่เขาต่อสู้เรียกร้องสันติภาพ และอีกหลายๆเครือข่ายที่นำปัญหาและการแก้ปัญหา

 

เครือข่ายสิทธิความหลากหลายมางเพศ

 

มาบอกเล่าเป็นบทเรียน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการแก้ปัญหา ตามสภาพพื้นที่ สำหรับผู้เขียน

ที่ได้ร่วมเวทีในครั้งนี้ได้เรียนรู้ปัญหาและวิธิการต่อสู้ในสิทธิอันพึงมีพึงได้โดยชอบธรรม

และชื่นชม มูลนิธิศักยภาพชุมชน ที่เปิดพื้นที่ให้หลายเครือข่าย ได้มีพื้นที่มาบอกเล่าให้ได้

รับรู้ เรียนรู้สร้างเครือข่ายในการต่อสู้และชี้ให้เห็นประเด็นทั้ง 8 เครือข่ายที่ยังเป็นปัญหา

เป็นปัญหาร่วมของเครือข่าย ในการเรียกร้องต่อไป เพราะนี้คือ"ศักยภาพชุมชน"ความ

สามารถในการพัฒนาชุมชน  ซึ่งหากสภาองค์กรชุมชนแต่ละพื้นที่ ทำภารกิจ ตาม

พรบ.สภาองค์กรชุมชน มาตรา 21 ก็จะเพิ่มศักยภาพชุมชนในการจัดการตนเอง

 

เครือข่ายเพื่อนนักโทษการเมืองและ ม. 112

 

 

ป้าติ๋ม จากสุรษฎร์