จะเห็นได้ว่าเมื่อสังคมไทยเกิดปัญหาใดๆไม่ว่าจะเป็นปัญหาปัญหาการเจ็บไข้ได้ป่วยของประชาชน กรณีที่ครูจูหลิงถูกทำร้าย กรณีเด็กนักเรียนยากจนค้นแค้น กราบถวายฎีกาฯพระเจ้าอยู่หัว กรณีคนไข้ยากไร้ภายใต้พระบรมราชูปถัมภ์ หรือกรณีที่พระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ มีพระราชเสาวณีย์ ในความห่วงใยเรื่องความรุนแรงที่ภาคใต้ และล่าสุดพระองค์ทรงห่วงใยในพระพุทธศาสนา กรณีการเต้นโคโยตี้ ในงานวัด ในงานบุญ จนมีการออกมาตอบรับและจัดการแก้ไขปัญหาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกันอย่างหนัหน่วง  ต่อเรื่องราวดังกล่าวหลายเรื่องหลายราว ที่เกิดขึ้น มีประเด็นที่ผมอยากแลกเปลี่ยนเรียนรู้ดังนี้ 1.ทำไมหน่ายงานราชการหลายหน่วยงาน กรม กอง ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว จึงมักไม่เห็นปัญหาและหาทางแก้ไขปัญหาทั้งๆที่หลายเรื่องเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม 2 .ในกรมกอง กระทรวงมีข้าราชการระดับสูงมากมาย อีกทั้งหมาวิทยาลัยก็มีนักวิชาการที่จบการศึกษาสูงๆแยะ แต่ทำไมปัญหาที่เกิดขึ้นจึงหาทางออกไม่ได้ 3.การประสานงาน จัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นดูเหมือนไม่มีการบูรณาการในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นองค์รวมของทุกฝ่าย 4.ทุกเรื่องที่ล้นเกล้าล้นกระหม่อมทรงลงมาแก้ไขปัญหาล้านแล้วแต่เป็นปัญหาในความรับผิดชอบของข้าราชการ หน่วยงานที่มีหน้าที่ต้องสอดส่องดูแลแทบทั้งสิ้น และทำไมหลายเรื่องหลายราวจึงต้องทำให้เกิดการระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาทบ่อยครั้ง แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การทำหน้าในหน้าที่ความรับผืดชอบของข้าราชการยังไม่ทั่วถึง และเหมือนกับปล่อยปละละเลยปัญหาไว้จนพระองค์ท่านต้องมีรับสั่ง ผมเห็นแล้วเศร้าใจมากครับที่บ้านเมืองมีข้าราชบริพารที่ทำงานไม่รุกและไร้การตั้งรับ ปล่อยปัญหาคาราคาซัง ส่งผลต่อบ้านเมือง ทั้งๆที่มีอำนาจสามารถแก้ปัญหาได้ก็ปล่อยให้หลายเรื่องไปทรงรบกวนพระองค์ท่าน ถึงเวลาหรือยังที่ต้องเลิกการทำงานแบบแยกส่วน และหันมาบูรณาการทำงานร่วมกันแก้ปัญหาร่วมกัน วางแผนร่วมกัน เพื่อรังสรรสันติสุขในสังคมกันเสียที