๕๔.ความฝัน...ความหวัง..

ช่วงก่อนเทศกาลลอยกระทงที่ผ่านมา..ได้มีโอกาสผ่านเมืองพาน หรือที่ผู้คนในปัจจุบัน รู้จักกันในนาม “ พรานกระต่าย " ๑ ใน ๑๑ อำเภอของจังหวัดกำแพงเพชร แดนดินถิ่นเห็ด โคนรสดี มากมีด้วยหินอ่อนสีชมพูลายสวยสดใส มากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทยและของโลก

หลายปีผ่านไป ถึงวันนี้ ภู..ลูกเล็กๆ อย่างน้อย ๑ ลูก ได้ถูกขุดงัด ตัดตอน..นำหินอ่อน ไปใช้..จนเหลือเป็นพื้นราบ ไร้ร่องรอยภูผา สง่างาม โดดเด่นเฉกเช่นครั้งเก่าก่อน

..และอีก ๑ ภู.. ก็กำลังถูกเปิดกะโหลก..หากเป็นเช่นนี้สืบไป..เชื่อได้ว่า ..อนาคตภายภาคหน้า..อันไกลโพ้น คงจะไม่มีหินอ่อนที่ดี มีลวดลาย ได้คุณค่าเหลือไว้ให้ลูกหลานเหลนโหลน ได้เห็น ได้รู้จักและภาคภูมิใจ .....

หวลให้คิดถึงเมือง “ เพตรา(Petra) ประเทศจอร์แดน แดนดินทะเลทราย ที่มีฝนตกน้อยกว่า 20 มม ต่อปี

คนอาหรับโบร่ำโบราณ ช่วงปี พ.ศ.๒๐๐-๑,๒๐๐ ยังสลักหินผาเป็นวิหาร เป็นที่อยู่อาศัย จนสถานที่แห่งนี้ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ในปี พ.ศ.๒๕๒๘ และได้รับเลือกเป็น ๑ ใน ๗ สิ่งมหัศจรรย์ของโลก เมื่อปี ๒๕๕๐

ส่วนที่ใกล้ๆ บ้านเรา อย่างเช่น ลวงพ่อโตเล่อชาน เมืองเฉินตู มณฑลเสฉวน ประเทศจีน

จนเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันลือชื่อ ยังความภาคภูมิใจแก่ผู้คนในประเทศเจ้าของสถานที่....

ครั้น..มาชำเลืองเหลือบแล ถิ่นไทยแท้ เมืองพาน..จะเหลือเพียงตำนาน....หากยังไม่คิดเอาเยี่ยงอย่าง.. โดยพิจารณา...จัดสรร ปันส่วนภู..หินอ่อนซักลูกหนึ่ง สลักเป็นปฎิมากรรมติดภูผา ฯลฯ . เหลื อไว้ให้ผู้คนรุ่นหลังได้เห็น ได้รู้จักหินอ่อนลายสวย สีชมพูสดใส .ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว.และหรือเป็นสถานที่สักการะบูชากราบไว้.ถึงคุณความดีงาม ทั้งหลายทั้งปวง ..แลก/แบ่งปันกับการสัมปทาน..ก่อนที่หินอ่อนจะหมดเหี้ยนเตียนโล่ง..กลายเป็นดงกระต่ายไพร .ในอนาคตอันใกล้นี้

สิ่งเหล่านี้ ..แม้จะเป็นความฝันกลางวัน แต่ด้วยเทคโนโลยีและความสามารถของผู้คนในปัจจุบัน .มีความเป็นไปได้สูง.หากมีความตั้งใจที่จะทำเพื่อบ้าน เพื่อเมืองและลูกหลานเหลนโหลนอย่างแท้จริง...

หรือจะปล่อยให้หมดไป พร้อมๆ กับความภาคภูมิใจของคนเมืองพานรุ่นปัจจุบัน ????

สามสัก

๓๑ มีนาคม ๒๕๕๗

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรียนรู้.ดูงาม.



ความเห็น (14)

เขียนเมื่อ 

จริงด้วยครับพี่

แต่คงยากบ้านเราทำเป็นธุระกิจนะครับ

ขอบคุณมากๆครับ

เขียนเมื่อ 

...เห็นด้วยกับคุณสามสักเป็นอย่างมาก...ไหนๆก็ได้ประโยชน์ไปจากธรรมชาติ ...ก็ควรทำร่องรอยการทำลายธรรมชาติให้สวยงามและเกิดประโยชน์บ้างนะคะ...ซึ่งที่จริงแล้วธรรมชาติเป็นสมบัติของโลก เป็นสมบัติของมนุษยชาติ แต่กลับมีคนบางคน บางกลุ่ม นำธรรมชาติไปใช้ประโยชน์ได้อย่างหน้าตาเฉย...

เขียนเมื่อ 

ขอขอบคุณ ดร.ขจิตและอาจารย์ ดร.พจนามากครับ ที่แวะเข้ามาทักทาย

เขียนเมื่อ 

.... สวยงามมากๆ นะคะ .... ทำให้ธรรมชาติ...ให้เกิดคุณค่า นะคะ

-สวัสดีครับ

-หากเป็นแบบต่างแดนได้ก็คงจะดีนะครับ

-ช่วงสิบปีที่ผ่านมานี้..หินหมดไปเยอะแล้วครับ...

-แต่หลายๆ คนก็ชอบหินอ่อน..บอกสวยดี...อิๆ

-สบายดีนะครับหัวหน้า?

-ผ่านมาพรานกระต่ายไม่แวะมาชิมเมนูเด็ดจากอาหารป่าเลยนะครับ

-หากผ่านมาอีกที..ขอเชิญแวะด้วยนะครับ.

เขียนเมื่อ 
  • สิ่งที่น่าห่วงสำหรับเมืองพาน ก็คือ ไม่มีเหลือให้เห็นอีก อนาคตผมเห็นว่า น่าจะทำอะไรซักอย่างทิ้งไว้ ว่าที่นี่ ที่เมืองพานเคยเป็นสถานที่ที่เคยมีหินอ่อน สวยงามมากแห่งหนึ่งของประเทศครับท่าน Dr. Ple

เขียนเมื่อ 
  • คราวหน้า ถ้าผ่านมา จะแวะเยี่ยมมาชิมครับ คุณเพชรน้ำหนึ่ง

เขียนเมื่อ 
  • ขอขอบคุณ สำหรับกำลังใจของทุกๆท่านครับ

เป็นความคิดข้อเสนอ ที่ดีมาก และอยากให้ถึงหูผู้มีอำนาจหน้าที่ ที่จะบันดาลให้เกิดขึ้นได้ จังเลยค่ะ

เป็นบันทึกเชิงอนุรักษ์ที่เยี่ยมมากเลยครับ คุณสามสัก

สุขสันต์วันครอบครัว นะครับ

เขียนเมื่อ 
  • ขอบพระคุณอาจารย์ไอดิน-กลิ่นไม้และคุณแสงแห่งความดีมากครับ
เขียนเมื่อ 

ทรัพยากรอันมีค่าเหล่านี้เป็นโจทย์ อย่างดีว่าเราจะทำอย่างไรให้เหลือไว้กั่บชนรุ่นหลังดีใจด้วยที่เห็นความสำคัญ

ไปดูงานแกะสลักหินที่นำมากจากเขาสามร้อยยอด

-สวัสดีครับ

-ตามมาอีกรอบ..

-ส่งความสุขในเทศกาลแห่งความสุขนี้ครับท่าน..

เขียนเมื่อ 
  • เมื่อเมืองพานเต็มไปด้วยคนพาน สุดท้ายทุนสามานย์เข้ามาครอบครองก็กลายเป็นอดีตที่ชวนหวนไห้ในที่สุด


<ul><li>นี่คือจุดอ่อนของคนไทยที่มีมรดกอันล้ำค่าแต่รักษาไม่อยู่เพราะคนในชาติผลาญชาติเสียเอง
</li><li>ขอบคุณบันทึกดี ๆ ที่เปี่ยมล้นด้วยคุณค่าในเชิงปัญญา</li></ul>