ที่แห่งนี้นับเป็นที่ที่จุดประกายความคิดให้คุณมะเดื่อหลายประการที เดียว เพราะใช้ หลักความพอเพียง ในการดำเนินชีวิตให้เห็นเป็นที่ ประจักษ์จริง ๆ

 

เช้าตรู่ของวันที่จะต้องอำลากัน 23  มีนา 57  พวกเรามารวมกันที่บ้าน

ลุงวอ เพื่อกินมื้อเช้าด้วยกัน (กินข้าวกับลุงวอ) เห็นทุเรียนใกล้ ๆ บ้าน

ลุงวอออกดอกเต็มกิ่งก้านไปหมด คิดว่าถ้าทุกดอกติดผล คงทาน

น้ำหนักไม่ไหวแน่

 

 

อาหารเช้าเมืองพัทลุงที่ลุงวอจัดให้ แปลกตาสำหรับคนครึ่งใต้ครึ่งกลาง

อย่างคุณมะเดื่ออีกแล้ว

 

 

ใบเขียว ๆ ในถาดนี้ ครูหยินบอกว่า เป็น " ผักสมุย " (ไม่ใช่ผัก

สุราษฎร์...อิ อิ) 

 

 

คุณมะเดื่อเลือกที่จะหม่ำ " ข้าวยำปักษ์ใต้ " ของแท้ และเป็นของโปรด

ซะด้วยนะจะบอกให้

 

 

และนี่....ปลาท่องโก๋จิ้มน้ำตาลทราย...อาหารเช้าธรรมดา ๆ อีกอย่าง

ของพี่น้องชาวใต้แต่ดูว่าเป็นของแปลกตาสำหรับลูกครึ่งใต้ครึ่งกลาง

อย่างคุณมะเดื่อ เพราะทางบ้านเรานิยมจิ้มนมข้นจ้ะ

 

 

หลังมื้อเช้าผ่านไป  ลุงวอขอตัวไปแปลงโฉม...นี่แหละชุดใหญ่เต็มสูตร

พร้อมลุยทุกสถานที่...! (ทำให้คุณมะเดื่อคิดว่า กลับบ้านต้องหา

"ย่าม" สักใบ เอาไว้สะพายแข่งกับครูหยิน และลุงวอ..อิ อิ)

 

 

ก่อนออกเดินทางก็เก็บภาพบรรยากาศไว้ก่อนตามระเบียบ

 

 

จากนั้น...ลุงวอก็เป็นไกด์กิตติมศักดิ์พาคณะของเราไปเก็บเกี่ยวความรู้

ที่มีสาระและคุณค่าสำหรับคุณมะเดื่อยิ่งนัก ...  สถานที่แห่งแรกคือ...

" วิสาหกิจชุมชนวิจัยรังนก " ตั้งอยู่ที่  เลขที่ 64  หมู่ 11 ต.ฝาละมี

อ.ปากพะยูน  จ.พัทลุง  ซึ่งเป็นของคุณครูที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว

ที่แห่งนี้นับเป็นที่ที่จุดประกายความคิดให้คุณมะเดื่อหลายประการที

เดียว เพราะใช้ หลักความพอเพียง นการดำเนินชีวิตให้เห็นเป็นที่

ประจักษ์จริง ๆ ลุงวอบอกว่า ที่นี่เป็นเครือข่ายของลุงวอเอง...

ลุงวอพาไปดูงานที่ถูกใจมาก ๆ จ้ะ

 

 

เมื่อผ่านประตูรั้วเข้าไปก็เห็น กล่องเลี้ยงผึ้งกับรังผึ้งเหมือนในภาพนี้

และยังมีอีกหลายกล่องกระจายอยูู่บริเวณนั้น

 

 

มะเฟืองและไม้ผล  ไม้ดอกอื่น ๆ กำลังออกดอกเต็มต้น นี่แหละแหล่ง

น้ำหวานอาหารผึ้งในกล่องนั้น

 

เมื่อเดินเข้าไปในอาคารเล็ก ๆ ที่แบ่งเป็นห้อง ๆ คล้ายห้องจำหน่ายสินค้า ก็พบกับสินค้าหลากหลายอย่าง ส่วนใหญ่เป็นงานหัตกรรม

 

 

เมื่อได้พูดคุยกับน้องผู้หญิงที่ดาดว่าเป็นเจ้าของบ้านคนหนึ่ง น้องบอก

ว่า สินค้าที่เห็นวางจำหน่ายนี้ ส่วนใหญ่รับซื้อมาจากคนในหมู่บ้านและ

นักเรียน เป็นการรับซื้อขาดเพื่อนำมาจำหน่ายไม่ใช่ฝากขาย  สำหรับ

สินค้าของที่บ้านนี้มีสองอย่าง คือ...

 

 

น้ำผึ้งสดบรรจุขวดมีทั้งขนาดใหญ่และเล็ก  เป็นผึ้งที่เลี้ยงเอง

 

 

และเครื่องดื่มรังนกนางแอ่นแท้ ซึ่งรับซื้อรังนกมาจากผู้เลี้ยง แล้วนำมา

ผลิตเอง  พวกเราได้รับแจกเครื่องดื่มรังนกคนละขวด...แล้วก็ซื้อกลับ

บ้านมาอีกคนละสองสามโหล

 

 

ไม่มีเวลาพอที่จะได้เดินชมผลิตภัณฑ์อย่างทั่วถึง เนื่องจากเวลาจำกัด

พวกเราจึงมาฟังการบรรยายเรื่องการเลี้ยงผึ้ง ของอาจารย์สุริยา เจ้าของ

สถานที่ ที่อธิบายถึงวิธีการเลี้ยงผึ้งอย่างละเอียดยิบ เริ่มตั้งแต่วิธีการจับ

นางพญาผึ้ง จนถึงการเก็บน้ำหวาน

 

 

ถุุงตาข่ายลวด สำหรับใส่นางพญาผึ้งที่จับมาได้ และนำไปแขวนไว้ใน

กล่องเลี้ยงผึ้ง เพื่อล่อให้ผึ้งงานเข้ามาทำรังต่อไป

 

 

กล่องเลี้ยงผึ้ง เมื่อเปิดดูด้านใน

 

 

นี่คือ " รังนกนางแอ่น" ตัวจริงเสียงจริง  ที่ราคาหลักหมื่น และหลาย ๆ

หมื่น ตามคุณภาพของรัง ที่นี่รับซื้อมา แล้วนำมาตัดแต่งทำความ

สะอาด ก่อนส่งจำหน่ายต่อ แล้วนำส่วนที่ตัดแต่งหรือรังที่ไม่ได้

ขนาด ไปทำเป็นเครื่องดื่มรังนกบรรจุขวดจำหน่าย....คุณมะเดื่อขอชิม

รังนกดิบ ๆ นิดหน่อย  (ชิมมากไม่ได้เพราะรังหนึ่งคงหลักร้อย) ต้องการ

รู้รสชาติ....ก็รสชาติมัน ๆ นิด ๆ ..... จากนั้นอาจารย์สุริยา จึงพาพวก

เราเดินดูรอบ ๆ บ้าน

 

 

ทุก ๆ พื้นที่ของบ้านหลังนี้ ใช้ประโยชน์คุ้มค่า คุณมะเดื่อชอบการทำ

สวนหย่อมที่ใช้ต้นไม้ที่เป็นอาหารได้ทั้งสิ้น ทำให้นึกถึงที่ศูนย์เรียนรู้

เศรษฐกิจพอเพียง ที่พะโต๊ะ ซึ่งก็จะมีสวนหย่อมแบบนี้ทั่วไป ทั้งสวย

ทั้งดูดี มีประโยชน์พร้อมสรรพ

 

 

ต้นเหมือนมะม่วง แต่ช่อดอกสีแดง...ก็นึกสงสัยว่ามะม่วงพันธุ์อะไร..

ครูหยินจึงเฉลยว่า...มะมุด...อ้อ..! คุณมะเดื่อเคยเห็นแต่ผล...เพิ่งเคย

เห็นต้นนี่แหละ

 

 

มะอึกยักษ์ ผลโตจริง ๆ 

 

 

ส้มโอจ้ะ

 

 

มุมนี้เลี้ยงเป็ดพันธุ์ไข่

 

 

มุมนี้เลี้ยงปลาดุก กับ ปลาหมอไทย

 

 

ทุกคนเดินชมอย่างสนใจ  สำหรับคุณมะเดื่อ ได้แนวคิดอะไรหลาย ๆ

อย่างกับที่นี่ ที่จะกลับไปเริ่มต้นที่ ศพด.วัดอู่ตะเภา ในโอกาส ต่อไป

 

 

ก่อนลาจาก ก็ถ่ายภาพร่วมกันไว้เพื่อความทรงจำ

 

 

ต่อจากนั้้น  ลุงวอก็นำทีมพวกเรามายัง ศูนย์ศิลปหัตกรรมบางแก้ว

ซึ่งเป็นสถานที่ที่รวมงานฝีมือการแกะสลักหนังวัว

 

 

ซึ่งแต่เดิมคงเน้นการแกะสลักเป็นตัวหนังตะลุง ซึ่งเป็นศิลปะของ

ภาคใต้ แต่ปัจจุบันได้พัฒนาไปตามความนิยมของยุคสมัย หลายแบบ

 

 

ที่นี่มีการสาธิตการแกะสลัก และรับแกะสลักตามความต้องการของ

ลูกค้าที่สั่งให้ทำด้วย ราคาไม่แพงนัก

 

 

คุณมะเดื่อซื้อพวงกุญแจน่ารัก ๆ สำหรับเป็นของฝากมาด้วย 1 โหล

ออกจากที่นี่  ลุงวอพาพวกเราไปเยี่ยมเยียนคนสำคัญสำหรับพวกเรา

ชาวโกทูโนท่านหนึ่ง

 

 

คุณพ่อเขียน หรือ "เครื่องหมาย ? คำถามเดี่ยว " บล็อกเกอร์ผู้

เปรีื่องปราดเรื่องหนังตะลุงนั่นเอง  คุณพ่อเขียนคุ้นเคยกับลุงวอเป็น

อย่างดี แต่ไม่รู้จักคุณมะเดื่อกับครูหยิน แต่พอเราแนะนำตัว คุณพ่อ

เขียนก็คงดีใจระคนปนแปลกใจคาดไม่ถึงว่าจะพบพวกเรา...คุณมะเดื่อ

ก็ดีใจมาก ๆ ที่ได้พบกับคุณพ่อเขียน...คุณพ่อคนดีของน้องอรคนงาม

เรามีเวลาทักทายกันเพียงน้อยนิด เพราะมีเวลาจำกัด...จึงลากันก่อน

โดยหวังว่า สักวันคงได้พบกันอีก

 

จากนั้น...ลุงวอพาพวกเราไปแวะ " วัดเขียนบางแก้ว" ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่

ที่สุดของพัทลุง...ซึ่งคุณมะเดื่อจะเขียนต่อในบันทึกต่อไปนะจ๊ะ..เป็น

บันทึกส่งท้ายก่อนอำลาเมืองใต้จ้ะ