ก กริยาย่อย อดีตกาล กรรมวาจก ลงปัจจัย ต (ต่อ)
ข กริยาย่อย อดีตกาล กรรตุวาจก ลงปัจจัย ตวนฺตฺ (หรือ นวนฺต)

บทนี้ว่าด้วยเรื่องการเติมปัจจัย ต โดยเฉพาะ เพราะเราเรียนรู้เรื่องธาตุมาพอสมควรแล้ว รู้เรื่องนามก็พอสมควร จะสังเกตได้ว่าในภาษาสันสกฤต (และคำยืมสันสกฤตในภาษาไทยเอง) มีคำที่ลง ต เยอะมาก (โปรดอ่านเพิ่มเติม )

ก. กริยาย่อย อดีตกาล กรรมวาจก ลงปัจจัย ต (ต่อ)
กริยาที่ลงปัจจัย ต เพื่อแสดงอดีตกาล กรรมวาจกนั้นมีมากมายในภาษาสันสกฤต (บาลีก็เถอะ) แต่ไม่สามารถวางกติกาให้แน่ชัดได้ เว้นแต่จะระบุข้อสังเกตเอาไว้ ซึ่งก็มีหลายข้อทีเดียว

1.ไม่มีการแทรกเสียง อิ นั่นคือ เติม ต ที่ท้ายธาตุได้เลย เช่น ชฺญาต (จาก √ชฺญา), ชิต (จาก √ชิ), กฺษิปฺต (จาก √กฺษิปฺ), หูต (จาก √หู หรือ √หฺวา), วฺฤตฺต (จาก √วฺฤตฺ)

2. หากธาตุลงท้ายด้วยพยัญชนะอื่น ที่ไม่ใช่ ก ต ป ส, จะมีการสนธิเสียง ดังต่อไปนี้

  • 2.1 จฺ และ ชฺ จะกลายเป็น กฺ, เช่น สิกฺต < √สิญฺ+ต, ยุกฺต < √ยุชฺ+ต, ตฺยกฺต < √ตฺยชฺ
  • 2.2 ศฺ กลายเป็น ษฺ (รวมทั้งที่ลงท้ายด้วย ษฺ) และ ต จะกลายเป็น ฏ (คือเปลี่ยนสองครั้ง เปลี่ยน ศ เป็น ษ แล้วเปลี่ยน ต เป็น ฏ ให้อยู่ในฐานเดียวกันเพื่อให้ออกเสียงง่าย) เช่น ทฺฤษฺฏ < ทฺฤศฺ, ทฺวิษฺฏ < ทฺวิษฺ
  • *2.3 ช กลายเป็น ษฺ และ ต กลายเป็น , สฺฤษฺฏ < สฺฤช, มฺฤษฺฏ < มฺฤชฺ **
  • ต้นธาตุเป็น ย เปลี่ยนเป็น อิ และต้นธาตุเป็น ว เปลี่ยนเป็น อุ เช่น ยชฺ> อิษฺฏ (เปลี่ยนตามกฎข้างบนมาก่อน) ปฺรฉฺ > ปฺฤษฺฏ, ตกฺษฺ > ตษฺฏ

3. ธ ท้าย เปลี่ยนเป็น ท, ภ เป็น พ คือทำให้เสียงลมน้อยลง, ส่วน ต ตัวที่มาเติมก็เสียงเพิ่มขึ้นเป็น ธ, เช่น วฺฤธฺ > วฺฤทฺธ, ลภฺ > ลพฺธฺ (คงนึกออก ลาภ และ ลัพธ์ ในภาษาไทย)

4. ห ท้าย จะหดเสียงลงในหลายแบบตามประวัติคำ ดังนี้

  • 1) หฺ รวมกับ ต เป็น ฒฺ และสระข้างหน้าที่สั้นก็จะยืด (เว้น ฤ) เช่น คาฒ < คาหฺ, ลีฒ < ลิหฺ, รูฒ < รุหฺ, มูฒ < มุหฺ, แต่ ทฺฤหฺ > ทฺฤฒ และ สหฺ > โสฒ
  • 2) ห กลับไปเป็น ฆ ตัวเดิม แล้วรวมกับ ต เป็น คฺธ (ฆ ลดเสียงลมเป็น ค, ส่วน ต เพิ่มเสียงลมเป็น ธ) เช่น ทหฺ > ทคฺธ, ทิหฺ > ทิคฺธ, ทุหฺ > ทุคฺธ, มุหฺ > มุคฺธ
  • 3) นหฺ นั้น เสียง หฺ เดิมมาจาก ธ (dh>h) เมื่อเติม ต จึงกลับเป็นตัวเดิมคือ นทฺธ (เท่ากับว่า นธฺ+ต > นทฺธ)

5. ธาตุที่เติม ต ปกติจะทำเสียงอ่อนลงหากทำได้ ดังนี้

  • 1) ลบเสียงนาสิกที่แทรกอยู่ เช่น อญฺชฺ > อกฺต (อญฺชฺ > อชฺ (เข้ากฎข้อ 2 เปลี่ยน ช เป็น ก) > อกฺต), พนฺธฺ > พทฺธ, สฺรํสฺ (หรือ สฺรสฺ) > สฺรสฺต, ศํสฺ > ศสฺต
  • 2) ธาตุที่หดเสียงในรูปสมบูรณ์กาล เมื่อจะเติม ต ก็ย่อด้วย เช่น วจฺ หดเป็น อุจฺ > อุกฺต, วปฺ > อุปฺต, สฺวปฺ > สุปฺต, วหฺ > อูฒ, ยชฺ > อิษฺฏ (เหมือนกับ อิษฺ) วฺยธฺ > วิทฺธ, ปฺรฉฺ > ปฺฤษฺฏ
  • 3) สระอาท้ายธาตุ จะเปลี่ยนเป็น อี บ้าง เช่น คา > คีต, ปา > ปีต. เป็น อิ บ้าง เช่น สฺถา > สฺถิต, ธา > หิต (เปลี่ยน ธ เป็น ห ก่อน), มา > มิต (พระอมิตพุทธ) และธาตุอื่นๆ อีกไม่กี่ตัว
  • 4) มฺ ท้ายธาตุตะหายไปเมื่อมีอะข้างหน้า (ธาตุที่ลงท้ายเป็น อมฺ) เช่น คมฺ > คต, ยมฺ > ยต, รมฺ > รต, 5) นฺ ท้ายธาตุตะหายไปเมื่อมีอะข้างหน้า (ธาตุที่ลงท้ายเป็น อนฺ) เช่น กฺษนฺ > กฺษต, ตนฺ > ตต, มนฺ > มต, วนฺ > วต, หนฺ > หต
  • 5) กรณีพิเศษ ศาสฺ > ศิษฺฏ, ทีวฺ > ทฺยูต

6. กรณีพิเศษเพิ่มเติม

  • 1) ธาตุที่ลงท้าย อมฺ แต่เติม ต เป็น อานฺต เช่น กมฺ, กฺรมฺ, กฺษมฺ, ตมฺ, ทมฺ, ศมฺ, ศฺรมฺ > กานฺต, กฺรานฺต, กฺษานฺต, ตานฺต, ทานฺต, ศานฺต, ศฺรานฺต เป็นต้น
  • 2) ชนฺ, กฺษนฺ และสนฺ เติม ต แล้วเป็น ชาต กฺษาต และ สฺนาต
  • 3) ทา1 (ให้) ได้รูป ทตฺต (มาจาก ททฺ คือซ้ำเสียงก่อน) และมีรูปย่อ “ตฺต” ซึ่งพบมากในคำประสม โดยเฉพาะที่มีอุปสรรคข้างหน้า เช่น ปฺรทตฺต ปฺรตฺต, นิทตฺต หรือ นีตฺต เป็นต้น

7. กรณีแทรกเสียง อิ ก่อนเติม ต, เป็น อิต ปกติจะใช้กับเค้ากริยาที่เปลี่ยนจากธาตุมาชั้นหนึ่ง และ.... (เช่น ชินฺวฺ, หึสฺ) และยังพบได้กับธาตุดั้งเดิมด้วย

8. เมื่อเติม อิต กับเค้ากริยาบอกเหตุ หรือนามธาตุ ปัจจัย อย จะหายไป เช่น จุรฺ > โจริต, คณย > คณิต, ตฑฺ > ตาฑิต, มฺฤ บอกเหตุ มารยติ > กริยาย่อย กรรมวาจก บอกเหตุ มาริต, หนฺ บอกเหตุ, ฆาตยติ > กริยาย่อย ฆาติต

9. การเติม อิต กับธาตุดั้งเดิม

  • ปตฺ (ตก) > ปติต
  • กุปฺ (โมโห) > กุปิต
  • วสฺ (อาศัย) > อุษิต
  • ศฺวสฺ (หายใจ) > ศฺวสิต,
  • ตฺฤษฺ (กระหาย) > ตฺฤษิต
  • ลิขฺ (เขียน) > ลิขิต
  • อีกฺษฺ (ดู) > อีกฺษิต
  • วทฺ (พูด) > อุทิต
  • คฺรหฺ (จับ) > คฺฤหีต
  • ศี (นอน) > ศยิต

10. ธาตุน้อยมากที่ใช้ได้ทั้งเติมและไม่เติม อิ เช่น มทฺ > มตฺต, มทิต
*11. นักไวยากรณ์ถือว่ากริยาย่อยที่ได้จากปัจจัย น เป็นคุณศัพท์ มาจากธาตุที่ไม่ได้ทำเป็นกริยาย่อยตามวิธีปกติ เช่น กฺษาม (ไหม้) กฺษา, กฺฤศ (บาง (กฺฤศฺ), ปกฺก (สุก) ปจฺ, ศุษฺก แห้ง (ศุษฺ), ผุลฺล (ผุลฺ)

ข. กริยาย่อย กรรตุวาจก อดีตกาล เติมปัจจัย ตวนฺตฺ (หรือ นวนฺตฺ) สามารถสร้างโดยเติม วนฺตฺ จากกริยาย่อย กรรมวาจกได้เลย ถ้าเป็นเพศหญิงก็เติม วตี เป็นรูปที่มีความหมายและโครงสร้างแบบกริยาย่อย สมบูรณกาล กรรตุวาจก เช่น กฺฤตวนฺตฺ, ปฺรติปนฺนวนฺตฺ

การใช้งานนั้นมักจะเป็นรูปสมบูรณ์บอกบุคคล โดยไม่มีกริยา เช่น มำ น กศฺจิทฺทฺฤษฺฏวานฺ ไม่มีใครได้เห็นฉัน, หรือมีกริยา เช่น มหตฺกฺฤจฺฉํ ปฺราปฺตวตฺยสิ. (ปราปฺตวตี + อสิ) ท่าน(สตรี)ได้มาสู่ความเศร้าอันยิ่งใหญ่

กริยาย่อยเช่นนี้อาจสร้างจากธาตุที่ไม่ต้องการกรรมก็ได้ เช่น สา คตวตี. นางไปแล้ว.

คำศัพท์
ธาตุ

  • ตฺฤ+ปฺร [บอกเหตุ] (ปฺรตารยติ) ลวง (ธาตุนี้ พจนานุกรมบางเล่มว่า ตฺฤๅ)
  • นหฺ + สมฺ (สมฺนหฺยติ) เตรียมตัว
  • ปทฺ + วิ-อา [บอกเหตุ] (วฺยาปาทยติ) ฆ่า
  • ปลายฺ (มาจาก อิ (ไป) +ปรา(ห่าง)) หนี
  • 2ภุชฺ เพลิดเพลิน, กิน
  • มนฺ+สมฺ ยกย่อง
  • มุหฺ มุหฺยติ. สับสน งุงงน เขลา
  • รุธฺ + อป. ล้อม
  • รุหฺ + ปฺร. (ปฺรโรหติ) เติบโต
  • วิศฺ + ปฺร. (ปฺรวิศติ) เข้าไป แทรก
  • วฺฤตฺ + ปฺร. [บอกเหตุ] (ปฺรวรฺตยติ) ต่อเนื่อง
  • ศิษฺ + อว. รอดชีวิต
  • สฺตฺฤ + อุป. คั้น บีบ

นาม

  • อนฺต ปุ. ปลาย, ในที่สุด (ใช้ อธิกรณการก)
  • อินฺทฺรปฺรสฺถ นปุ. ชื่อเมืองเดลลี
  • ขร ปุ. ลา(สัตว์)
  • คุหา ส. ถ้ำ
  • จริต นปุ. ชีวิต ความประพฤติ
  • ปฺฤถฺวีราช ปุ. ชื่อบุคคล
  • เปาร ปุ. พลเมือง (จาก ปุร)
  • ปฺราสาท ปุ. ปราสาท พระราชวัง
  • ยวน ปุ. ชาวกรีก, คนเถื่อน, บางทีก็ใช้ว่า โยนก
  • ศฺฤคาล ปุ. หมาใน
  • ไสนิก ปุ. ทหาร (จาก เสนา)
  • ไสนฺย นปุ. กองทัพ (จาก เสนา อีกนั่นแหละ)
  • หสฺตินฺ ปุ. ช้าง (จาก หสฺต)

 คุณศัพท์

  • ภูยสฺ (ประสมกับคำอื่น) อีก. เมื่อใช้เป็น นปุ.เอก. หมายถึง ส่วนใหญ่
  • สฺนิคฺธ (กริยาย่อย จาก สฺนิหฺ) ที่รักใคร่

แบบฝึก

๑. แปลสันสกฤตเป็นไทย

๒. แปลไทยเป็นสันสกฤต

ต่อไปนี้ให้ใช้กริยากฤต แทนกริยาอาขยาต
1. ทหารจำนวนมากถูกฆ่า, ผู้ที่รอดหนีแล้วสู่เมือง
2. ประตูทั้งหลายแห่งพระนครถูกปิดแน่น (ใช้คำนี้เลย "ทฺฤฒา อปิหิตาะ"), ชาวเมืองทั้งหลายเตรียมพร้อมเพื่อการรบ
3. ชาวกรีกทั้งหลายไปถึงแล้วและปล้น(ยึด)พระนครแล้ว
4. ในที่สุด ชาวกรีกทั้งหลาย เมื่อได้ชัยชนะ (ใช้กฤติ ปัจจุบัน กรรตุ) เข้าเมืองแล้วโดยกำลัง
5. ชายหนุ่มและแก่ส่วนใหญ่ (ภูยสฺ ไม่แจก) ถูกสังหาร, หญิงถูกทำให้เป็นทาส, ทรัพ์จำนวนมากของชาวเมืองถูกปล้น, พระราชวังและบ้านถูกเผาด้วยไฟ
6. บั้นปลายของปฺฤถฺวีราชถูกบรรยายโดยชาวกรีกทั้งหลาย และชีวิตในกาลก่อนของพระองค์ถูกขับร้องโดยกวีชื่อ จณฺฑ