คนเราทุกคนย่อมมีคุณค่าในตนเอง ..

เมื่อไรก็ตามที่คิดว่าตนเองไร้ค่า บุคคลนั้นผู้นั้นก็คงไม่อยากจะมีชีวิตอยู่

 

สำหรับผมความภาคภูมิใจในตนเอง จะเกิดขึ้นต่อเมื่อต่อเมื่อ ผมได้พยายามทำสิ่งนั้นจนสำเร็จ

ทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องเริ่มจากคำว่า "พยายาม" จนถึงที่สุด ก็จะได้มาจนเกิด "ความภูมิใจ" 

 

เมื่อภาคภูมิใจในตนเองเกิดขึ้น เราจะมองภาพตนเองในทางบวก ยอมรับนับถือตนเองและมีความรู้สึกที่ดีต่อตนเอง

สามารถปรับตัวต่อสิ่งแวดล้อมได้ดี สามารถยอมรับได้ทั้งความผิดหวังและความสมหวัง

 

ตั้งแต่ผมเป็นเด็ก ผมมีความภาคภูมิใจหลายอย่างมากมาย เริ่มแรกความภูมิใจครั้งแรกของผมก็คือ ..

# ,  การปั่นจักรยานได้เอง  ผมล้มและบาดเจ็บหลายครั้งอยู่ จนในที่สุดก็สามารถปั่นได้ โดยไม่ต้องพึ่งสามล้อ

ความภูมิใจแรกทำให้ผมคิดว่า การที่ผมอยากได้อะไรมา ต้องพยายาม เจ็บบ้าง เสียใจบ้าง แต่เมื่อได้มาก็จะเกิดความภูมิใจ 

 

# , การเรียนหนังสือ ตอนอยู่ประถม ผมเป็นคนที่เรียนพิเศษเป็นประจำ เพราะเนื่องจากครอบครัวที่บ้าน ลุงป้าน้าอา เป็นครู 

ทำให้ผมจึงต้องไปเรียนรู้กับเค้า ป้าผมชอบแต่งกลอน เป็นพิธีกรงานต่าง ๆ เวลาป้าพูดจะพูดเป็นกลอน จึงทำให้ผมเกิดความสนใจ

เมื่อมีกิจกรรมที่โรงเรียน คือ การประกวดกลอนคำขวัญลูกน้ำยุงลาย ผมได้พยายามแต่ง อยู่หลายครั้งผมแต่งหลายอันมาก 

แล้วเอาให้ป้าเลือก ป้าบอกว่าลูกเลือกเลย คิดว่าชอบอันไหนส่งอันนั้น ผมติดสินใจเลือกมาหนึ่งอัน แล้วส่งไป

ผมได้รับรางวัลชนะอันดับหนึ่ง ระดับจังหวัด ผมดีใจมากภูมิใจมาก ^^ ยังจำได้ดี 

 

# , ความภาคภูมิใจต่อมา คือ เมื่อจบ ป.6 ผมได้ไปสอบที่โรงเรียนประจำจังหวัด มีแต่คนเคยบอกว่าเข้าให้ได้นะ 

โรงเรียนนี้พ่อเคยเรียน ลุงเคยเรียน แต่เพื่อน ๆ บอกว่ายากมากคนที่เรียนที่นี้ต้องเก่ง ผมเป็นคนไม่เก่ง แต่ผมพยายามอ่านหนังสือ

อยู่ที่วัน เมื่อถึงวันสอบ ไม่ได้มั่นใจอะไรมากว่าจะได้ แต่ก็พึ่งดวงไว้ด้วย ไปไหว้พระหลายที่ แต่ผลออกมา ผมติดที่นั้นจริง ๆ 

ผมดีใจมาก เพราะผมอยากเรียนที่นี้มาก อยากรู้สสังคมในเมือง ว่ามันเป็นยังไง ผมได้ไปเรียนที่นี้คนเดียว เพื่อน ๆ ไม่มีใครติดเลย 

เศร้าอยู่ แต่ก็อนาคต ผมเลยเลือกที่ที่ดีและมีโอกาสสำหรับผม

 

# , เมื่อจบ ม.3 มีแต่คนอยากเรียน วิทย์-คณิต แต่ผมไม่มีความรู้สึกแบบนั้นเลย ผมตั้งใจเลือกลงเรียนสาย ศิลป-ฝรั่งเศส 

เพราะผมคิดว่าอยากเรียนรู้ภาษานี้ ดูน่าสนุกและผมคิดว่าน่าจะได้ใช้ ผมจึงได้ตัดสินใจเลย มีแต่คนดูถูกผมว่า เรียนไปทำไม 

อยากไปใช้อะไร ผมไม่สนใจคิดแต่คำว่า สักวันคงได้ใช้ เราภูมิใจในสิ่งที่เราเรียน แค่นี้เป็นพอ ^^

 

# , ตอนเรียนสมัยม.ปลาย ผมได้เป็นตัวแทนโครงการ TO BE NUMBER ONE ผมรู้สึกภูมิใจมาก และผมได้เข้าเฝ้า 

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ในวันที่ท่านมาบยืมเยี่ยมที่โรงเรียนอีกด้วย 

 

# , ก่อนจะจบ ม.6 ทุกคนต้องรีบสอบหาที่เรียน ผมสอบหลายที่อยู่เหมือนกัน เพื่อนบางคนก็สอบแต่ไม่ติด 

ผมติดอยู่ สามสี่ที่ ทั้งแม่ฟ้าหลวง แม่โจ้ ราชภัฎเชียงใหม่ แต่ความรู้สึกตอนนั้นอยากจะเป็นครู จึงเลือกเราที่นี้สาขาอะไรงั้นหรอ 

สาขาเทคโนโลยีการศึกษา รู้อยากเดียวว่าชอบ และภูมิใจมากที่ได้เรียนที่แห่งนี้ 

 

# , เมื่อจบ ม.6 ด้วยเกรดที่ไม่สวยเท่าไร เกือบถึงสาม แต่ไม่รู้สินะ ความรู้สึกขณะตอนนั้น มันภูมิใจมาก

เพราะที่เรียนอะไรก็ได้และวันที่ปัจฉิมผมน้ำตาแทบไหล ผมจบแล้วหรอ ต่อเรียนมหาลัยต่อแล้วหรอ ความรู้สึกตอนนั้นรู้สึกว่า

หกปีที่อยู่โรงเรียนนี้ภูมิใจมากที่ได้เข้ามาเรียนที่นี้และดีใจมากที่ได้รับความรู้ที่เต็มศักยภาพ 

 

 

# , วันเปิดเทอมวันแรก ผมได้พบเจอกับเพื่อนหลายคน ครูหลายท่าน เพื่อนต่างสาขา มีแต่คนถามผมว่าเรียนสาขาอะไร คณะอะไร 

ตอบได้เลยว่า สาขาเทคโนโลยีการศึกษา คณะครุศาสตร์ ภูมิใจมาก เพราะเนื่องจากสาขานี้ พึ่งปรับเปลี่ยนเป็นหลักสูตร 5 ปี

รู้สึกว่าได้เรียนครูตามใจที่ชอบ และได้เรียนคอมเทคโนโลยีที่ชอบด้วย ชอบจริง ๆ

 

# , เมื่อเปิดเทอม ก็ต้องมีการไหว้ครู ผมได้รู้สึกดีใจและเกียรติเป็นอย่างมาด ที่ได้เป็นตัวแทนเพื่อร่วมหมู่เรียนถือพานไหว้ครู

ในวันไหว้ครู ผมได้นำพานไปไหว้ครูในสาขา และได้รับความอบอุ่นจากท่านเป็นอย่างมาก รู้สึกดีใจมากที่ได้มาเป็นลูกศิษย์

 

# , เมื่อวันครอบรอบ วันสถาปณามหาวิทยาลัย ผมได้มีโอกาสไปเข้าร่วมจัด ซุ้มนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชดำริ

ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผมรู้สึกดีใจมากที่ได้นำความรู้จาการเรียนในสาขาวิชา มาถ่ายทอดไปการจัดนิทรรศการ

ให้ผู้อื่นได้เรียนรู้ และได้รับความรู้ไปด้วยกัน 

 

# , ผมได้มีโอกาสไปสมัครงานที่ที่หนึ่งในย่านไนท์บาซ่ มีคนบอกผมว่าจะทำงานไหวหรอ มันเหนื่อยนะ มันลำบากนะ 

คุณไม่เคยทำงานจะทำได้หรอ ผมตอบได้เลยว่าไม่รู้ไม่ตอบ เพราะผมยังไม่ได้ลงมือปฏิบัติ แต่จนถึงทุกวันนี้ ผมก็ทำงานอยู่

ที่นั้น เกือบจะครบ 1 ปีแล้ว 

 

# , เมื่อผมได้ทำงาน ผมได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษ เพราะย่านนั้นมีแต่ชาวต่างชาติ ผมเลยต้องฝึกพูด ฝึกฟัง ให้เป็น

จนนถึงทุกวันนี้ จากคนที่พูดไม่ได้ ฟังไม่ได้ ถ้าเราได้พยายามอ่าน ฟัง เรียนรู้ สักวันเราก็จะทำได้ ^^ 

ไม่ต้องเรียนพิเศษ เรียนรู้จากการชาวต่างชาว เรียนรู้จากการทำงาน นี้แหละประสบการณ์ที่สุดยอด 

 

# , ผมทำงาน ผมได้มีเงินเก็บของก้อนของตัวเอง ถึงมันไม่ใช่เงินจำนวนมาก แต่เงินที่ได้จากน้ำพักน้ำแรง

มันน่าภูมิใจเป็นอย่างมาก เพราะงานที่เราทำมันก็เป็นงานที่สุจริต ไม่ได้ไปโกงกินใครมา ยิ่งภูมิใจเป็นอย่างมาก

เงินก้อนเล็ก ๆ ถ้าเาเก็บสะสม อีกไม่นานก็เป็นเงินก้อนใหญ่เอง .

 

# , ได้ชื้อของให้ตนเอง ด้วยเงินตัวเอง ไม่ต้องของพ่อแม่ แล้วสิ่งที่ของที่ได้มามันน่าภูมิใจมาก 

ผมมาอยู่หอพัก ไม่มีอะไรเลย ไม่เอาไรมากเลย ตอนนี้มีทีวี ตู้เย็น ไมโครเวฟ ทุกอย่างล้วนชื้อด้วยน้ำเงินตัวเอง 

 

# , ได้เกรดที่สวยงามไปพร้อมกับการเรียนและการทำงาน เพราะเนื่องจาก ผมทำงานเหนื่อย ผมถึงรู้คุณค่าเงิน

และไม่รู้ว่าเพื่อนจะทำอะไรยังไง ไม่ค่อยมีเวลาอยู่กับเพื่อน ผมจึงต้องพยายามตั้งใจเรียน และทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด

เพราะเมื่อจบมา ผมจะได้มีหน้าที่การงานที่ดี 

 

#, ได้เปลี่ยนเพื่อนที่ทำงาน จากคนที่ไม่ชอบขี้หน้าเรา กลายเป็นคนที่ชอบหน้า เพราะเราเป็นคนยังไง

เราก็แสดงตัวเองให้ กับเขาดูว่าเราเป็นยังไง ไม่ใช่ใส่หน้ากากเข้าหากัน ดังนั้นทุกอย่างมันล้วนมีการปรับตัวเข้าหากัน 

 

#,  ได้แก้ I วิชาเอกเทศ จนสำเร็จ เพราะเหนื่อยมาก กับมาการทำเอกเทศเล่มนี้ เหนื่อยจริง ๆ เครียดมาก 

ทำให้ดีที่สุด เพื่อแลกกับเกรด A ถือว่าน่าประทับใจ และภูิมิใจที่สุด 

 

# , ครั้งหนึ่งที่ได้ ออกทดทองสอน นักเรียนได้มีโอกาส ได้สอนให้ความรู้กับนักเรียนที่โรงเรียนที่เราเคยเติบโต

และได้รับความรู้ ที่นั้นเป็นที่แรก ทำให้รู้สึกภูมิใจมาก ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการให้ความรู้สำหรับผู้เรียน ประทับใจมาก

อยากจบและเป็นครูเร็ว ๆ จัง

 

# , ได้ทำให้ บุคคลที่เป็นแม่ มีความสุข ได้เห็นแม่มีร่างกายแข็งแรง เพราะตอนนี้ลูกได้ทำงาน ช่วยลดรายจ่าของแม่ได้แล้ว 

เห็นแบบนี้น่าจะทำงานแล้ว เห็นยิ้มและมีความสุขเมื่อไหร่ ชั้งน่าภูมิใจจริง ๆ 

 

 

-------------------------------------------------------------------------

 

ล้มกี่ครั้ง เจ็บกี่ครั้งไม่เคยกลัว ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทำผิดถือเป็นบทเรียนชีวิต .. 

เจ็บวันนี้ เหนื่อยวันนี้ เพื่อวันที่สบายในวันหน้า , สู้ ๆ   > U < 

 

 

 

                                                                               บันทึก ณ วันที่ 9/1/57 เวลา 20.40 น.