และท้ายที่สุด..อย่าดีแต่พูด อย่าดีแต่คิด...เสียเวลา จงเดินหน้า..ทำวันนี้ให้ดีที่สุด. .

        ผมรู้สึกตื่นเต้นกับงานในช่วงปิดภาคเรียน อันเนื่องมาจากได้วางแผนไว้ แล้วทำได้ตามแผน แต่ต้องคอยลุ้นอยู่ตลอดเวลา ว่าเพื่อนร่วมงานที่ต้องเกี่ยวข้องด้วยนั้น เขาจะมีเวลาว่างมาร่วมงานกับเราหรือเปล่า..โดยเฉพาะทีมงานตัดหญ้าโดยรอบอาคารเรียน.

        งานตัดหญ้า..มิใช่เรื่องง่ายเลยครับ คนตัดต้องมีทักษะและแข็งแรง ยืนระยะได้นาน ในพื้นที่นับสิบไร่ ผมอยากได้คนทำงานที่เป็นขาประจำ เครื่องตัดหญ้าจะได้ไม่ถูกใช้หลายมือ ต้องมีความรู้ด้านการซ่อมเครื่องยนต์ และใช้อย่างระมัดระวัง ตลอดจนรู้จักบำรุงรักษาเครื่องตัดหญ้าด้วย.

        สองคนพ่อลูกที่มารับงานตัดหญ้าในช่วงนี้ ก็เคยมาหลายครั้งแล้ว ฝีมือดีมาก ผมให้ค่าตอบแทนตามเกณฑ์มาตรฐาน แต่หาตัวยากมาก ไม่ค่อยจะมีเวลาว่างให้โรงเรียน อาชีพที่เขาถนัดและนำมาซึ่งรายได้ คือรับเหมาปลูกบ้านเป็นงานพิเศษ งานหลักคือ ทำนา  ปลูกอ้อย และมันสำปะหลัง.

        ในแต่ละปี เขาจะมาตัดหญ้าให้โรงเรียนประมาณ ๕ - ๖ ครั้ง (เฉลี่ย ๒ เดือน/ครั้ง) ครั้งนี้ที่ยอมตัดให้ตั้งแต่ช่วงต้นปิดเทอม เพราะผมให้เขาเทปูนโรงจอดรถ พอเสร็จงานแรกก็เลยต่องานที่สองได้เลย ก่อนที่จะไปรับงานอื่นต่อไป

        ถ้าเขาผลัดวัน..ไม่ยอมตัดหญ้าช่วงนี้ ผมคงลำบากใจอยู่บ้าง ด้วยอยากเห็นโรงเรียนสะอาดเรียบร้อย ต้อนรับคณะครูที่จะมาทำงาน ซึ่งโรงเรียนจะเปิดก่อน ๒ สัปดาห์ เพื่อเตรียมการรับการประเมินภายนอกจากสมศ.รอบ ๓ ขณะเดียวกัน ครูก็จะฝึกซ้อมทักษะทางวิชาการให้นักเรียน เพื่อเข้าร่วมการประกวดและแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ประจำปี ๒๕๕๖.

       หากครู..เห็นความพร้อมของโรงเรียน..ในสภาพที่ไม่รกรุงรัง แม้จะเป็นช่วงปิดภาคเรียน ครูก็อาจจะมีขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน พร้อมที่จะทำงานได้เลย ไม่ต้องมาคอยเก็บกวาด ถึงแม้โรงเรียนจะไม่มีภารโรง แต่ก็ไม่ใช่อุปสรรค และผมก็คิดว่า "บ้านของเรา" ถ้าเราไม่นำทำ และไม่ทำนำ...แล้วใครจะทำ.

       ผมยืนดูเขาตัดหญ้า ขณะเดียวกันก็ใช้มีดตัดแต่งต้นไม้ไปด้วย เครื่องตัดหญ้าดังไปทั่วบริเวณ จึงไม่ค่อยมีสมาธิที่จะทำงานเอกสาร สังเกตว่าพอผมเดินดูความเรียบร้อย คนตัดหญ้าก็จะหยุดพัก เดินมาพูดคุยกับผม ให้เพลิดเพลินพอให้หายเหนื่อยและคลายร้อนไปได้บ้าง.

        พอได้จังหวะ ก็ถามเขาว่า "วันพฤหัสนี้ว่างหรือเปล่า..จะให้ช่วยปูกระเบื้องหน้าอาคารเด็กเล็กให้หน่อย..." "ว่างครับ...ผอ. ซื้อกระเบื้องมาได้เลย..ผมปูสองวันก็เสร็จ เดี๋ยวอาทิตย์หน้าผมจะไม่ว่าง"  ผมยิ้มและรู้สึกเหมือนว่างานจะสำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง.. ก่อนที่จะได้ยินคำพูดต่อไป..." ผอ.ขยันจัง..ปิดเทอมก็ไม่เห็นได้หยุดเลย" ผมฟังแล้วรู้สึกเฉยๆ ไม่ได้พูดอะไร เพราะได้ยินคำพูดแบบนี้มาเยอะแล้ว คิดเพียงว่าก็แค่ทำหน้าที่ให้สมบูรณ์ ให้สมตำแหน่งและเงินเดือน...ก็เท่านั้น.

       สิ่งหนึ่งที่ผมจะลืมไม่ได้ ก็คือ "สิ่งแวดล้อม..บ่งบอกความรู้และวิสัยทัศน์ของบุคลากรของหน่วยงาน.." ซึ่งมองกันได้ไม่ยาก เป็นตัวชี้วัดคุณค่าและศักดิ์ศรี โดยเฉพาะอาชีพครู ต้องตระหนักในเรื่องนี้ให้มากๆ.

       และในท้ายที่สุดนี้....จงเตือนตนเอาไว้เสมอ..อย่าดีแต่พูด อย่าดีแต่คิด...เสียเวลา จงเดินหน้า..ทำวันนี้ให้ดีที่สุด.

.

ปูกระเบื้องหน้าอาคาร....อีก ๒ วันเจอกัน..แน่นอน