ลมหนาว..พัดเข้ามาในอาคารเรียน เย็นยะเยือกไปถึงขั้วหัวใจ เป็นลมหนาวตามฤดูกาล หรือว่าเป็นลมที่พัดผ่านสระน้ำโรงเรียนที่ท่วมล้น จนทำให้สองสระมองเห็นเป็นสระเดียวกัน มองดูเวิ้งว้างน่ากลัว น้องน้ำมาทัวร์ มาช้าๆ แต่เริ่มจะชัวร์แล้ว น่าจะท่วมท้นเป็นแน่แท้.
ผมเดินไปสำรวจ หลังฝนหยุดตก ก็พบว่าน้ำล้นท่วมท่อระบายขนาดใหญ่ น้ำไหลเข้าไปในสนามฟุตบอล จ่ออยู่ตรงแนวไม้ใหญ่ ต้นไม้ใหม่ๆ ที่ปลูกในวันแม่ มองไม่เห็นแล้ว ส่วนหน่อกล้วยเสริมพลังแถวนั้น ตั้งใจจะปลูกให้เป็นดงกล้วยใกล้ตัว ที่ดูแลง่ายๆ ก็คงจะจากไปในไม่ช้า ขอบสระมีศาลาส่งเสริมการอ่าน อีกคืบกว่าๆ ศาลาก็คงนั่งไม่ได้ ส่วนศาลาปลูกปัญญาถัดไป ไม่เคยเห็นน้ำเข้ามาได้ใกล้ขนาดนี้ นับเป็นครั้งแรกในรอบเจ็ดปีเลยก็ว่าได้.
น้ำในสระไหลล้นเข้านาที่เขียวชะอุ่ม ต้นข้าวทำท่าคึกคักร่าเริง ใบไหวลู่ลมอย่างอารมณ์ดี แต่ใจเจ้าของนาที่เดินสำรวจ บอกไม่ถูกเลย เมื่อเห็นน้ำไหลผ่านนาไปด้านหน้ารั้วโรงเรียน ถ้าน้ำไหลบ่าหนักกว่านี้ รั้วจะต้านทานไหวไหม แต่ถ้าฝนไม่ตกสักสามวัน อะไรๆอาจจะดีขึ้น.
พูดคุยกับ รปภ.โรงเรียน ถึงที่มาที่ไปของน้ำที่รู้สึกได้ว่าผิดสังเกต แม้ว่าจะเข้าใจดีว่า น้ำย่อมไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ น้ำไหลมาจากฝายทดน้ำที่จำเป็นต้องระบายออกมา และไหลต่อเนื่องมาจากหมู่บ้านต่างๆ มารวมกันที่สระโรงเรียน แต่ทำไมที่นาและสระน้อยใหญ่ของชาวบ้านจึงยังไม่ค่อยจะมีน้ำเท่าที่ควรจะเป็น.
คำตอบก็คือ..บ้านหลังใหญ่..ที่อยู่ใกล้สระมากที่สุด อันเป็นผู้ทรงอิทธิพล กำลังทำบ้านเป็นรีสอร์ท รองรับผู้คน เพื่อสร้างฐานไปสู่นักการเมืองระดับชาติ มีสระน้ำสระบัว และสิ่งก่อสร้างที่สวยหรู ในพื้นที่กว่า ๑๐ ไร่ รวมไร่นาสวนผสมแล้ว ก็ดูจะอลังการงานสร้าง น้ำที่เคยไหลล่องไปได้ตามท่อระบายและขอบคันถนน ก็เลยถูกสกัดกั้น โดยบ้านหลังงามนี้ ที่ผ่านมา..ในหน้าแล้ง ชาวบ้านแทบไม่ได้รับน้ำเลย ส่วนฤดูกาลนี้ที่นาของชาวบ้านที่ควรจะมีน้ำก็เลยยังไม่มีน้ำอีกเช่นเคย.
ดังนั้น การบริหารจัดการน้ำในประเทศไทย..ปัญหาไม่ได้อยู่ที่งบประมาณ ที่รอจะผลาญกัน ไม่ได้อยู่ที่คณะทำงานของ กระทรวง ทบวง กรม ที่ไม่เข้มแข็ง และแน่นอนไม่ได้อยู่ที่การจัดสร้างเขื่อนเสมอไป แต่อยู่ที่ “สามัญสำนึก”ของคนในชาตินี่เอง.
จึงพบว่า ในขณะนี้ คลองซอยน้อยใหญ่แถบชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทองและสุพรรณบุรี หลายแห่งยังเต็มไปด้วยผักตบชวา แม้ว่าจะไม่มียวดยานใช้สัญจรไปมาแล้วก็ตาม แต่การจัดการให้น้ำมีที่อยู่และเดินทางได้สะดวก กลับไม่ได้รับการเหลียวแลจากผู้คนในชุมชนและผู้นำท้องถิ่น.
จิตสำนึกที่ดี..สร้างยากจริงๆ แก้แต่ปัญหา โดยไม่เคยแก้ที่สาเหตุกันเลย
.
มันมา เดี๋ยวมันก็ไป นะคะ ทำใจจุ้มๆๆนะคะ... ข้าว ถ้าท่วม ไม่มิด ....ไม่ตาย ปล่อยปลา ...ในนาข้าวซะเลย ทำวิกฤต ให้เป็นโอกาส .... ปิดกล่องชอล์ก แข่งเรือ ถ้าเรือไม่พอ ที่บ้านให้ยืม 2 ปีที่ผ่านมา โดนซะอ่วม!!!!!!! รถใช้บ่ได้ ... ต้องถอยเรือ ออกมาพายบนถนน ....ลูกชายบอก แม่หนุกหนาน....เออ... เออ... หนุกหนาน
.... ท่าน ผอ.ชยันต์ ... ต้องบริหารทุกๆ เรื่อง นะคะ ..... ทำทุกๆ อย่าง ....
หมอเปิ้นตามมาให้กำลังใจ ท่านค่ะ
ที่หน้าบ้านคุณมะเดื่อก็กลายเป็นทะเลสาบน้อย ๆ แล้วจ้าาาา วันนี้ (6 ต.ค.56 )
ฝนตกซะอ่วมไปเลย....รายงานอากาศกรมอุตุ ฯ บอกว่าจะตกไปจนถึงวันที่ 8 โน่น...!
ช่วงนี้ประจวบ ฯ กะ เพชรบุรี รับเต็ม ๆ ไปเล้ยยยย...!!
บางครั้งก็รู้สึกอยากย้ายเหมือนกันครับ..แต่พอนึกถึงงานที่ท้าทาย และเด็กนักเรียนจะอยู่อย่างไร ถ้าไม่มีครู และโรงเรียนอาจถูกยุบ/ ควบรวม
นิยามของ....การย้ายโรงเรียน (ของคุณมะเดื่อ)...คือ การหนีปัญหาเก่า...ไปเจอปัญหา
ใหม่..
สวัสดีค่ะท่านผอ.ชยันต์
คุณยายมาร่วมแสดงความยินดีกับรางวัลสุดคะนึงด้วยนะคะ และมาส่งกำลังใจในการจัดการน้ำให้อยู่หมัดด้วยค่ะ
คิดถึงทุกท่าน.. และคิดถึง คุณยาย ด้วย..ขอบคุณมากนะครับ
ผอ.สรุปชัดเจน จิตสำนึกที่ดี..สร้างยากจริงๆ แก้แต่ปัญหา โดยไม่เคยแก้ที่สาเหตุกันเลย
ผอ ครับ ดูภาพแล้วน้ำเข้าโรงเรียนมากเลยนะครับ...
เพลงนี้มาอีกแล้วเหรอครับผอ.
เป็นเพลงที่เศร้าแต่ฟ้งแล้วชอบมาก น้ำแวะมาเยี่ยมเดี๋ยวก็ไปแล้วค่ะ สู้ๆ