เมื่อวานได้มีโอกาสเดินตลาดเก่าแก่คู่บ้านคลองแงะ โดยปกติสมัยวัยเด็กครูนกได้ไปตลาดทุกๆวันเสาร์ไปช่วยยายขายของ ไปช่วยยายหิ้วตะกร้า และทุกๆครั้งยายก็จะจัดเมนูโปรดให้คือ "ข้าวหมูแดง" ประเภทซื้อหมูและซื้อน้ำราดในลักษณะกึ่งสำเร็จรูปมาทำรับประทานต่อกันที่บ้าน เมื่อโตขึ้นอายุมากขึ้นความถี่ในการไปตลาดสวนทางโดยสิ้นเชิงกับอายุที่เพิ่มขึ้น แต่เสาร์นี้ได้ไปเดินแล้วค่ะต้องเรียกว่า การเดินตลาดส่งท้ายภาคเรียนที่ ๑ เลยค่ะ

ในที่สุดได้เจอกับอาหารโปรดวัยเยาว์ในรูปแบบขายบนเขียงเช่นเดิม คนขายเปลี่ยนไป น้องคนขายบอกเล่าให้ฟังว่า คนเดิมได้ลาลับจากโลกนี้ไปแล้ว ส่วนเขาเป็นคนที่รับสูตรต่อมาเพราะลูกหลานของเจ้าเดิมได้หันเหไปทำงานประกอบอาชีพอื่นๆกันหมดแล้ว ครูนกเลยชวนแม่ทำข้าวหมูแดง แบบง่ายๆ สไตล์บ้านเรา งานนี้สวนทางกระแสแจเลย
สิ่งที่ซื้อมา ๑. หมูแดง ขีดละ ๓๐ บาท ๒. น้ำซอสถุงเล็ก ๑๐ บาท (แต่ครูนกว่าปริมาณเยอะมาก) ๓. ผักกาด ๔. แตงกวา
สิ่งที่เก็บรอบบ้าน ๑. ดอกอัญชัน ๒. พริกชี้ฟ้า
เมื่อลองรับประทานพบว่า ความอร่อยแม้จะไม่เท่าวัยเยาว์แต่ใกล้เคียง ท้องอิ่มทำให้ฝันของเราเริ่มเกิด....แม่มีฝันอยากมีโอกาสปรุงถวายพระ โดยเพิ่มน้ำซุป ต้นหอม และเครื่องปรุงอื่นๆ เพิ่ม ส่วนครูนกก็มีฝันปรุงไว้เลี้ยงลูกศิษย์แบบราคาไม่สูงแต่อิ่มครบครันตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างดี แต่คาดว่าเด็ก คงไม่โปรดการใส่ดอกอัญชันสดไปเป็นผักเคียงจานแน่นอน
          ขณะที่ได้ย้อนเมนูโปรดทำให้ได้เรียบเรียงความคิดเกี่ยวกับสิ่งรอบตัวที่เปลี่ยนไป
ผู้คนในตลาด  เปลี่ยนจากกลุ่มคนจีน เป็นคนอิสลาม และปัจจุบันมีคนต่างชาติที่มาทำงานประเภทแรงงานมากขึ้น
สินค้าในตลาด เมื่อก่อนเป็นผัก ผลไม้ หรือผลิตภัณฑ์จากสวน ปัจจุบันสินค้าเหล่านี้ลดลง กลายเป็นเสื้อผ้า สินค้ามือสองมากขึ้น
รูปแบบการจ่ายตลาด สมัยก่อนมีตะกร้าใบใหญ่หนึ่งตะกร้า ผักห่อใบตอง ใช้การมัด การผูก ปัจจุบันถุงเดียวพลาสติกใสๆ ขุ่นๆ ครองตลาด
          ทุกคนต้องเรียนรู้ที่จะต้องอยู่กับการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา