ผู้นำ.. หลาย ๆ ท่าน หลาย ๆ ตำแหน่ง ในชุมชน ย่อมจะต้องการที่จะทำงาน เพื่อส่วนรวม ตามคำพูดหรือ นโยบายของตนเองที่พร่ำพูดไว้ก่อนหน้าที่ จะได้ทำหน้าที่ผู้นำชุมชน...แต่ไฉน..หลายต่อหลายคนกลับทำงาน แบบ...แย่งกันทำ...ซะนี่ ...จุดประสงค์ของการทำงาน ก็เพื่อความ เจริญ ความก้าวหน้า การพัฒนาให้ทันกับยุคสมัยของสังคมโลก ของชุมชน....เป็นจุดประสงค์เดียวกันทั้งนั้น...แต่ไฉนไม่ร่วมมือกัน ทำงาน ....กลับมาแย่งกันทำ

.

 

 

ข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐหลาย ๆ หน่วยงาน ที่ต้องทำงาน

ประจำคลุกคลีอยู่กับชาวบ้านในชุมชน จะทราบดีถึงความยากลำบากใน

การทำงาน คุณมะเดื่อคนหนึ่งละที่อยู่กับชุมชน อยู่กับชาวบ้าน...จะ

เรียกว่า" ตั้งแต่เกิดมาเป็นครู " ก็ว่าได้ จึงรู้เหตุผลที่ เหตุใด " การรวม

กลุ่ม "ของคนในชุมชนในการพัฒนาคุณภาพชีิวิตจึง...มักไม่ประสบ

ความสำเร็จ.... (แต่รวมกลุ่มเฉพาะกิจ...มักสำเร็จ)

.

.

 

 

ติดขัดอึดอัดขัดข้อง

ไม่คล่องเรื่องการงานทั้งหลาย

ด้วยเหตุด้วยผลต้นปลาย

มากมายด้วยปัญหาสารพัน

 

.

.

มีคำกล่าว "เย้าหยอก" ที่น่ารัก ๆ สำหรับคนไทยว่า " ยามศึกเรา

รบ..ยามสงบเรา...ทะเลาะกัน " นั้น...เป็นจริงมาก ๆ คนไทย ๆ เรา

แม้แต่พี่น้องท้องเดียวกัน คำว่า..." ดีต่อกัน " อย่างเสมอต้นเสมอ

ปลาย...หายากยิ่ง เรียกได้ว่า " เปิดหน้าต่างก็เจอหน้าต่างของ

เพื่อนบ้าน " ยังไม่ถูกกันเลย อันนี้เป็นจริงนะ

 

.

.

ยามศึกมาเราพร้อมหันหน้าสู้

ยามสงบต่างก็อยู่...คนละบ้าน

เรื่องคนอื่น..พร้อมสรรหา...มา...ประจาน

รีบเล่าขานพร้อม...ใส่สี...ตีไข่เติม

.

.

 

การไม่ถูกกันของชาวบ้านเป็นเรื่อง...อมตธรรมชาติ...ไม่ว่าชุมชนใดก็

มักจะพบได้เป็นเรื่องธรรมด๊า..ธรรมดา บ้านติดกันน่ะแหละสำคัญ

นัก..ไม่ถูกกันหรอก...เรื่องที่เขม่นกัน...ก็มีตั้งแต่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ

อย่างเช่น..เรื่องหมาเห่าหนวกหู ใบไม้อีกบ้านหนึ่งร่วงไปในเขตของอีก

บ้านหนึ่ง ยืมเงินแล้วไม่ให้ หรือ ลูกสาวบ้านนี้สวยกว่าบ้านนั้น ฯลฯ ไป

จนถึงเรื่องระดับชาติ...อย่างการเลือกตั้งท้องถิ่น เรื่องถือหางข้าง

พรรคการเมืองคนละข้าง เป็นต้น

.

.

 

มีเรื่องมากมายให้ใส่ใจโกรธ

แล้วก็โทษอีกฝ่าย..มัน...ร้ายกว่า

ทั้งเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ปนขนกันมา

ขี้หมูราขี้หมาแห้งแข่งกัน.....โวย...

.

.

เจอเพื่อน ๆ ที่ต้องทำงานคลุกคลีอยู่ในชุมชน (ที่ไม่ได้อยู่ในวงการครู)

 

มาบ่นให้ฟังเสมอ ๆ ว่า ทำงานยากลำบาก เพราะต้องเป็น " กลาง "

 

ให้ได้ ยิ่งในฤดูกาลเลือกตั้งท้องถิ่นด้วยแล้วอยากจะลาพักร้อนนอนอยู่

 

กับบ้านสักปี...( โห..หน่วยงานไหนให้ลาพักได้เป็นปีกันล่ะเนี่ยะ )

 

เพราะ แม้แต่ พ่อกับน้อง พ่อกับลูก ก็ยังความเห็นไม่ตรงกัน ไม่รู้จะอยู่

 

ฝ่ายไหนดี คุยกับข้างนี้ ข้างโน้นก็มอง คุยกับข้างโน้น ข้างนี้ก็เขม่น..!

 

....ก็อยากจะบอกว่า...ครูอย่างคุณมะเดื่อก็เจอแบบนั้นอย่างไม่มีการ

 

ยกเว้นเหมือนกันน่ะแหละ....แต่อาจจะแปลกประหลาดกว่าตรงที่...เจอ

 

แบบ....." แย่งกันทำเพื่อส่วนรวม " เคยเห็นไหมล่ะ

.

.

งานส่วนรวมร่วมใจกันไม่รอด

เดี๋ยวคนโน้นบ่นออดว่า.." ไม่ไหว "

โดนตัดหน้าแย่งเอาโครงการไป

เสนอเป็น โครงการใหญ่ ของตัวเอง

.

.

คุณมะเดื่อต้องทำตัวเป็นคนกลาง ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด อยู่ตรงกลางอย่างนี้

ก็ต้อง " ฟัง ฟัง ฟัง ฟัง " ฟังทุกฝ่าย ฟังแล้วก็ไม่รู้ว่าจะทำประการ

ใด จะทำตาม หรือเห็นด้วยกับข้างไหนก็ไม่ได้.....เฮ้ออออออออออ....!

.

.

คนที่อยู่ตรงกลางอย่าง...มะเดื่อ

บอกตามตรงว่า...เบื่อ....เหลือแล้วนี่

ไม่รู้ว่า...จะฟัง...ข้างไหนดี

อยากจะหนี...หนีไปให้ไกล...ลิบ..!

.

.

คุณมะเดื่อเชื่อนะว่าทุกคน..โดยเฉพาะคนที่ได้ชื่อว่าเป็น..ผู้นำ..

 

หลาย ๆ ท่าน หลาย ๆ ตำแหน่ง ในชุมชน ย่อมจะต้องการที่จะทำงาน

 

เพื่อส่วนรวม ตามคำพูดหรือ นโยบายของตนเองที่พร่ำพูดไว้ก่อนหน้าที่

 

จะได้ทำหน้าที่ผู้นำชุมชน...แต่ไฉน..หลายต่อหลายคนกลับทำงาน

 

แบบ...แย่งกันทำ...ซะนี่ ...จุดประสงค์ของการทำงาน ก็เพื่อความ

 

เจริญ ความก้าวหน้า การพัฒนาให้ทันกับยุคสมัยของสังคมโลก

 

ของชุมชน....เป็นจุดประสงค์เดียวกันทั้งนั้น...แต่ไฉนไม่ร่วมมือกัน

 

ทำงาน ....กลับมาแย่งกันทำ หรือจะให้เป็นที่ประจักษ์กับผู้คนว่า " นี่

 

คือผลงานของตูข้าแต่เพียงผู้เดียว " หว่านพืชไว้รอผลรอบ

 

หน้า...กระนั้นหรือ....งงจุงเบย...!!

.

.

แล้วอย่างนี้กี่ชาติ...ล่ะญาติจ๋า

จะลืมตาอ้าปากได้ไม่อายเขา

รอบรอบบ้านกำลังจ้องมองดูเรา

อย่าแสดงความโง่เง่าอวดเขาเลย

 

.

.

 

.

.

คุณมะเดื่อ

ลูกบิดกลายพันธุ์

05/10/56