ผมมีความเชื่อว่าภาพเหล่านี้จะสะกิดให้ชาวบ้านได้หวนรำลึกถึงปรากฏการณ์ชีวิตที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ทั้งในเชิงปัจเจกและเชิงสังคม ซึ่งภาพแต่ละภาพมีเทศกาล หรือเรื่องราวอันควรค่าต่อการเล่าขานเชิงจดหมายเหตุชุมชนอยู่ไม่น้อย

ผมทำงานกับชุมชนขามเรียงมาอย่างน้อยเกือบๆ จะ 10 ปี
          งานที่ว่านี้หมายถึงการจัดกิจกรรมเรียนรู้ร่วมกับชุมชน หรือกิจกรรมนอกชั้นเรียนนั่นเอง
           หลายกิจกรรม ขับเคลื่อนโดยผมและทีมงาน โดยการนำพานิสิตลงสู่ชุมชนตามหลักคิด “เรียนรู้คู่บริการ”
           หลายกิจกรรม เป็นการขับเคลื่อนโดย “นิสิต” ทั้งผมและทีมงานมีสถานะเป็นเพียง “พี่เลี้ยง” คอยดูแล หนุนเสริมนิสิตอยู่ใกล้ๆ
           หรือแม้แต่กิจกรรมในบางกิจกรรม ก็เกิดขึ้นจากสภาวะอันไม่ปกติที่ชาวบ้านต้องสู้รบปรบมือกับภัยธรรมชาติ  จนผมไม่อาจนิ่งเฉยดูดายได้  มีอันต้องคิดโน่นนี่  ผุดเป็นกิจกรรมขึ้นมารองรับเป็นระยะๆ จนกลายเป็นที่มาของวาทกรรมสำคัญในแวดวงกิจกรรมนิสิต เช่น  
                 น้ำท่วมชาวบ้าน จะให้ผมสุขสำราญได้อย่างไร
                 ใจนำพา ศรัทธานำทาง
                 เพราะมหาวิทยาลัยเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน
                 ไม่มีที่ใดปราศจากเรื่องเล่า”

 

ด้วยความสัตย์จริง
         การลงชุมชนในแต่งครั้ง  ผมมองเห็นภาพของชุมชนในหลากมิติ ทั้งคงเดิม เปลี่ยนสภาพ หรือแม้แต่กำลังก้ำกึ่งระหว่างการเปลี่ยนผ่าน หรือกำลังปรับตัวตามกระแสธารแห่งยุคสมัย  ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าหนึ่ง “ความเป็นมหาวิทยาลัยมหาสารคาม”  ก็เป็นปัจจัยกระตุ้นความเปลี่ยนแปลงที่ว่านั้นไม่แพ้ปัจจัยอื่นๆ 

 

ทุกๆ ครั้งของการลงพื้นที่  ผมมักพกพากล้องติดตัวไปด้วยเสมอ
           ผมหลงรักภาพทุกภาพในวิถีชุมชน  ไม่ว่าภาพเหล่านั้นจะบ่งบอกอารมณ์ใดก็เถอะ
           บ้างสุข บ้างทุกข์ หรือแม้แต่ออกหม่นๆ เทาๆ –ก็ล้วนแล้วแต่เป็นภาพที่ผมหลงรัก เพราะรู้สึกเสมอว่า ไม่ว่าจะสุข หรือทุกข์ ย่อมมีความงดงามในตัวของมันเอง
           ยิ่งในระยะหลัง ผมผันตัวเองไปขับเคลื่อนงานบริการวิชาการให้กับมหาวิทยาลัย  ยิ่งทำให้ผมได้ลงชุมชนบ่อยครั้งขึ้น  หรือแม้แต่การมาทำงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นในชื่อเรื่อง “รูปแบบและกลไกการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมระหว่างนิสิตกับชุมชน”  ยิ่งทำให้ผมมีโอกาสใกล้ชิดกับชุมชนมากกว่าแต่เก่าก่อน 
            เรียกได้ว่า เช้า สาย บ่ายเย็นของแต่ละวัน ผมและชาวบ้านไม่เคยว่างเว้นกับการสื่อสารต่อกันและกัน จนกลายมาเป็นกลุ่มนักวิจัยไทบ้านที่มีชื่อว่า “กลุ่มฮักแพงเบิ่งแญงขามเรียง”

 

 


            ที่สุดแล้ว  ผมจึงตัดสินใจเด็ดเดี่ยวที่จะชวนน้องๆ ทีมงานจัดนิทรรศการภาพถ่ายในหัวข้อ “ชีวิต คน ม.ขามเรียง”
            ม.ขามเรียงที่ว่านี้ ประกอบด้วย (
1) หมู่บ้านขามเรียง (2) มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งเราเรียกกันอย่างมักคุ้นว่า “ม.ขามเรียง”
            ครับ-ทั้งผมและนิสิต ตัดสินใจทำงานนี้ด้วยหัวใจล้วนๆ เพราะผมและทีมงาน  ไม่สันทัดกับการงานเช่นนี้เท่าใดนัก ไม่มีใครเรียนถ่ายภาพ ไม่มีใครเรียนออกแบบ ไม่มีใครเคยมีประสบการณ์จริงๆ จังๆ เกี่ยวกับการจัดนิทรรศการเลยสักนิด

 


            ภาพต่างๆ ส่วนหนึ่งมาจากเวทีกิจกรรมและการใช้ชีวิตที่ผมฝังตัวกับชุมชนมาเป็นระยะๆ ส่วนอีกชุดใหญ่เป็นการลงพื้นที่บันทึกภาพของ “นิสิตจิตอาสา” ที่ทุ่มเทกายและใจมาช่วยเป็นเครื่องจักรในการขับเคลื่อนเรื่องนี้  โดยมีพี่ๆ จากทีมงานประชาสัมพันธ์และสารสนเทศ กองกิจการนิสิต เป็นพี่เลี้ยงคอยให้คำแนะนำ หรือแม้แต่ร่วมชะตากรรมสัญจรลงพื้นที่
             การลงถ่ายภาพในพื้นที่ของนิสิตนั้น  ผมถือเป็นกระบวนการเรียนรู้ “วิถีวัฒนธรรม” ของชุมชนในอีกมิติหนึ่ง ทุกครั้งที่ลงพื้นที่ นิสิตย่อมได้เรียนรู้ถึง “วิถีชีวิต” หรือ “วัฒนธรรม” (นิเวศวัฒนธรรม) ของชุมชนไปในตัว
             มิหนำซ้ำ นิสิตที่ถ่ายภาพนั้น  คงได้เรียนรู้ที่จะหวนรำลึกถึงเรื่องราวทำนองเดียวกันใน “บ้านเกิด” ของนิสิตเอง (บ้าง)

 

 

          ผมมีความเชื่อว่าภาพเหล่านี้จะสะกิดให้ชาวบ้านได้หวนรำลึกถึงปรากฏการณ์ชีวิตที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ทั้งในเชิงปัจเจกและเชิงสังคม ซึ่งภาพแต่ละภาพมีเทศกาล หรือเรื่องราวอันควรค่าต่อการเล่าขานเชิงจดหมายเหตุชุมชนอยู่ไม่น้อย

          ผมหมายใจว่า เมื่อเวทีการแสดงภาพถ่ายนี้เสร็จสิ้นลง  ภาพเหล่านี้จะถูกนำไปจัดแสดงตามหมู่บ้านต่างๆ  ภายใต้การขับเคลื่อนของทีมนักวิจัยไทบ้าน (ฮักแพงเบิ่งแญงขามเรียง)
          นอกจากนี้ยังหมายใจถึงการจัดหาทุนทำเป็น “หนังสือภาพ” ขึ้นมาจำนวนหนึ่ง  หรือไม่ก็ทำเป็นปฏิทิน “ชุมชน ม.ขามเรียง”  เป็นการบริการวิชาการแก่สังคมในอีกมิติหนึ่ง....

 

 

          ลองดูครับว่ามันจะเป็นจริงได้มากน้อยแค่ไหน
          แต่ที่แน่ๆ คนประเภทผม  “เมื่อคิดฝันสิ่งใดแล้วต้องลงมือทำ...
           
ส่วนจะสำเร็จหรือไม่นั้น ผมจะไม่กังขา
          เพราะผมรู้ตัวดีว่า ผมย่อมให้ใจกับความฝันนั้นอย่างเต็มเปี่ยม มิใช่ฝันลมๆ แล้งๆ โดยไม่ลงมือทำ”

            ....
            
           หมายเหตุ :  
           จัดนิทรรศการเนื่องในงานศิลปวัฒนธรรมอีสาน "ม.ขามเรียง"
           24-26 กันยายน 2556  อาคารพัฒนานิสิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม